มหาวิทยาลัยแม่โจ้
วันที่ 10 พฤษภาคม 2562 ดร.วิวัฒน์ ศัลยกำธร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดงานสมัชชาเกษตรกรรมยั่งยืนภาคเหนือ และมอบตุงชัยเกษตรกรรมยั่งยืนแก่ชุมชนเกษตรกรรมยั่งยืนพื้นที่ภาคเหนือ ทั้งนี้ เพื่อประกาศเจตนารมณ์ ความร่วมมือการขับเคลื่อนมติสมัชชาเกษตรกรรมยั่งยืนให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งเป็นการระดมความคิดเห็นของทุกภาคส่วน พิจารณามติร่วมกันในการขับเคลื่อนเกษตรกรรมยั่งยืน รวมถึงการพัฒนามติสู่แนวทางการปฏิบัติทั้งระดับพื้นที่และระดับนโยบายสาธารณะ อาทิ 1. การแก้ไขปัญหาสารเคมีตกค้างในดิน น้ำ อาหาร 2. การสร้างระบบตลาดเกษตรกรรมยั่งยืน 3. การแก้ไขปัญหาเขาหัวโล้นและหมอกควัน 4. การสร้างกลไกความร่วมมือทุกภาคี 5. การหนุนเสริมคนรุ่นใหม่ และ 6. สมัชชาความร่วมมือทรัพยากรดินแห่งประเทศไทย โดยมี นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน กล่าวต้อนรับ นายวีรยุทธ บุญมี ผู้อำนวยการกองนโยบายเทคโนโลยีเพื่อการเกษตรและเกษตรกรรมยั่งยืน ผู้แทนสำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวรายงาน มีผู้แทนจากภาคีเครือข่ายภาครัฐ ผู้แทนภาคเอกชน ผู้แทนภาคประชาสังคม (เครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือกภาคเหนือ
ในปัจจุบันนี้ เป็นช่วงที่มีการเก็บเกี่ยวข้าวกันในหลายจังหวัด เพราะต้นข้าวส่วนใหญ่จะสุกและแก่พร้อมเก็บเกี่ยวในช่วงปลายปี ขณะเดียวกันเราคงจะเห็นรถเกี่ยวข้าวขนาดใหญ่วิ่งทำงานอยู่ในพื้นที่นา บางรายอาจจะเป็นการเกี่ยวข้าวของตนเอง แต่บางรายอาจจะเป็นการจ้างรถเกี่ยวข้าวเข้าไปเกี่ยวในแปลงนาของตนเอง เป็นการสะดวก รวดเร็ว ประหยัดแรงงานคนงาน เกี่ยวข้าวเสร็จแล้วก็ส่งขายให้เจ้าของโรงสีได้ทันที เกษตรกรบางรายคงอยากจะมีเครื่องเกี่ยวข้าวไว้เป็นของตนเองบ้าง แต่คงสู้ราคาไม่ไหว เพราะแต่ละเครื่องแต่ละคันจะต้องใช้เงินไม่ต่ำกว่า 2 ล้านบาท อีกทั้งยังต้องมีรถบรรทุก 10 ล้อ สำหรับขนส่งเคลื่อนย้ายจากบ้านไปยังแปลงนา อีกทั้งไม่มีความรู้ในเรื่องการดูแลบำรุงรักษาด้วย ยิ่งเป็นการลงทุนที่สูญเสียเปล่า ดังนั้น มหาวิทยาลัยแม่โจ้ โดยคณะวิศวกรรมและอุตสาหกรรมเกษตร จึงได้คิดค้นดัดแปลงเครื่องเกี่ยวนวดข้าวขนาดเล็กต้นแบบ สะดวกต่อการใช้งาน เพื่อเป็นการลดต้นทุนอย่างยั่งยืน กลุ่มเกษตรกรสามารถหาซื้อไว้ใช้บริการแก่สมาชิกได้ทุกราย หรือรัฐบาลมีนโยบายสนับสนุนแก่กลุ่มเกษตรกรก็จะเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรชาวนาอีกทางหนึ่ง รศ. เสมอขวัญ ตันติกุล อ
เนื่องจากการใช้น้ำเชื้อแช่แข็งผสมเทียมโคนมในช่วงที่ผ่านมา เกษตรกรจะมีโอกาสได้ลูกโคเพศเมียมีเพียง 50% เท่านั้น องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) เป็นรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยแม่โจ้ เร่งขยายผลต่อยอดน้ำเชื้อแช่แข็ง ที่ อ.ส.ค. ผลิตได้นำเข้าสู่กระบวนการคัดเพศเมีย (Sexing Semen) ด้วยปฏิกิริยาไซโตทอกซิคซิตี้ แล้วนำไปผสมเทียมในแม่โคนมของเกษตรกรทุกภาคทั่วประเทศ ทำให้เกษตรกรมีโอกาสที่จะได้ลูกโคเพศเมียเพิ่มสูงขึ้นถึง 70% ถือเป็นความต้องการของผู้เลี้ยงโคนมที่จะเพิ่มจำนวนแม่พันธุ์ภายในฟาร์ม และเป็นโอกาสในการสร้างกำไร ปัจจุบัน พ่อพันธุ์โคนมของ อ.ส.ค. ถือว่ามีศักยภาพสูงและมีชื่อเสียงมากที่สุดในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งเป็นที่ยอมรับของประเทศเพื่อนบ้าน ไม่ว่าจะเป็น เวียดนาม มาเลเซีย และพม่า เป็นต้น อ.ส.ค. ได้ประเมินความสามารถทางพันธุกรรมโคนม โดยใช้ประโยชน์จากแหล่งข้อมูล 3 แหล่ง ได้แก่ ข้อมูลสมรรถภาพการผลิต พันธุ์ประวัติ และจีโนไทป์ เพื่อประเมินค่าการผสมพันธุ์จีโนมขึ้นครั้งแรกในประเทศไทย ซึ่งผลการประเมินพบว่า พ่อพันธุ์โคนมที่มีความสามารถทางพันธุกรรมเป็นเ
ก่อนสิ้นปี พ.ศ. 2561 สมาคมศิษย์เก่าแม่โจ้ ได้ร่วมจัดงาน แม่โจ้ 85 ปี จุดประสงค์เพื่อให้บรรดาศิษย์เก่าที่เรียนจบไปแล้ว และบรรดานักศึกษาที่กำลังศึกษาอยู่ รำลึกถึงสมัยยังเล่าเรียนกันมา เพื่อเป็นงานเลี้ยงสังสรรค์ให้หวนคิดถึงอดีต ความลำบาก สนุก และความยากเย็น กว่าจะผ่านการเรียนและการงานที่สมกับคำร่ำลือถึงว่า “งานหนักไม่เคยฆ่าคน” ที่ลูกแม่โจ้จงจดจำไว้จนวันตาย ว่างั้นเถอะ เพื่อให้สมกับเป็นสถาบันเกษตรที่เก่าแก่ งานที่สมาคมศิษย์เก่าจัดประสบความสำเร็จในครั้งนี้ ยังมีการโชว์วิสัยทัศน์ให้บรรดาศิษย์เก่าและปัจจุบัน จัดภูมิทัศน์หลากหลายความสวยงาม สื่อจากกรุงเทพฯ ไปทำข่าว กล่าวกันว่า ถ้าจัดในกรุงเทพฯ คิดว่าผู้คนคงล้นหลามเข้ามาชมมากมาย เพราะแม่โจ้มีฝีมือในการประกวดจัดสวนนานาชนิด คว้ารางวัลมามากมาย แม้แต่งานลอยกระทงที่ผูกขาดรางวัลชนะเลิศติดต่อกันถึงปัจจุบัน ต้องให้เครดิตแม่โจ้ที่มีผลงานเป็นที่ยอมรับของสังคม นอกเหนือจากงานผลิตผลและผลิตภัณฑ์มาโชว์ในงานอีกมากมาย ล้วนเป็นฝีมือบรรดานักศึกษาทั้งสิ้น ใครไปเที่ยวงานแม่โจ้ที่ผ่านมา วันที่ 8-16 ธันวาคม 2561 นั้น รับรองไม่ผิดหวัง แม่โจ้ เป็นสถาบันการเกษตรที่เก่าแก
ข้าวเหนียวหอมต้นเตี้ย ไม่ไวต่อช่วงแสง สายพันธุ์แม่โจ้ 2 ผลงานได้รับรางวัลประดิษฐ์คิดค้น ระดับดีเด่น ประจำปี 2555 จากสภาวิจัยแห่งชาติ โดยมีนักวิจัยคือ ผศ.ดร. วราภรณ์ แสงทอง และนักวิชาการ เจ้าหน้าที่ผู้ร่วมวิจัย จากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ศูนย์วิจัยข้าวแพร่ศูนย์วิจัยข้าวเชียงใหม่ ศูนย์วิจัยข้าวเชียงราย ศูนย์วิจัยข้าวแม่ฮ่องสอน และศูนย์วิจัยข้าวสะเมิง ข้าวเหนียว มีความสำคัญในภาคเหนือ โดยเฉพาะข้าวเหนียว พันธุ์ กข 6 ที่มีกลิ่นหอมและคุณภาพการหุงต้มดี แต่ข้าวเหนียว พันธุ์ กข 6 เป็นข้าวต้นสูงและไวต่อช่วงแสง จึงปลูกได้เฉพาะนาปีเท่านั้น ดังนั้น ในปี 2551 คณะผู้วิจัยของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ได้นำพันธุ์ข้าวเจ้าหอมต้นเตี้ย ไม่ไวต่อช่วงแสง พันธุ์ปทุมธานี 1 มาปรับปรุงพันธุ์ให้ได้ข้าวเหนียวหอมต้นเตี้ย ไม่ไวต่อช่วงแสง ด้วยวิธีการผสมกลับ และใช้เครื่องหมายโมเลกุลเป็นตัวช่วยในการคัดเลือก จึงได้สายพันธุ์ใหม่ ในปี 2555 มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ได้ส่งข้าวสายพันธฺุ์นี้เข้าประกวด ได้รับรางวัลดีเด่น เรื่องข้าวเหนียวหอม ต้นเตี้ย ไม่ไวต่อช่วงแสง สายพันธุ์แม่โจ้ 2 และในปีเดียวกันได้รับรางวัลผลงานวิจัยดีเด่น จากกรมการข้าว ได้รับกา
“ไร่ชวนฝัน” แหล่งปลูกพืชผักผลไม้ พื้นที่กว่า 150 ไร่ ตั้งอยู่จังหวัดลำปาง ถิ่นเมืองรถม้าที่ลือชื่อมานาน ความจริง ไร่ชวนฝัน ได้ผ่านสายตาท่านผู้อ่านอย่างละเอียดมาแล้ว ว่าความเป็นมาของสวนที่เจ้าของได้เปิดเผยรายละเอียดทั้งประวัติ การศึกษาทั้งในและต่างประเทศ ตลอดจนรางวัลที่เขาได้รับอย่างมากมาย จนจำไม่ไหว ลงในนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้านเมื่อเดือนสิงหาคม 2559 พืชพันธุ์หลากหลายที่เขาเริ่มบุกเบิกปลูกมา ทั้งประสบผลสำเร็จและล้มเหลวในด้านราคาขายก็เคยประสบมาแล้ว จนเป็นที่เลื่องลือของวงการเกษตร ทั้งภาคเอกชน สถานที่ราชการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ต่างกล่าวขานและยกย่องในความสามารถของตัวเขาจนรับรางวัลมากมาย ต่างสดุดีในตัวเขาอย่างเลิศเลอ เป็นสิ่งที่น่าภาคภูมิใจแก่วงศ์ตระกูล เขากล่าวถึงชีวิตในวัยเรียนที่มุ่งเน้นอยากเรียนเกษตรที่แม่โจ้ ทั้งที่ทางครอบครัวมีฐานะค่อนข้างจะมีกิน จากย่านหัวตะเข้ เขตลาดกระบัง ไม่อยากให้มาเรียนเพราะร่างกายเขาบอบบาง ร่างเล็ก จนเพื่อนแม่โจ้ร่วมรุ่นตั้งชื่อไว้ว่า “เปี๊ยก” เป็นชื่อใหม่แทนชื่อเก่าที่พ่อแม่ตั้งไว้ว่า “ตุ๋ย” เขาเล่าให้ฟังว่า การมาเรียนแม่โจ้ต้องผ่านการทดสอบก่อนเรียนและหลังเรี
คุณนเรศ ฝีปากเพราะ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 6 จังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ทางกรมส่งเสริมการเกษตร และมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ได้ร่วมมือกันเพื่อพัฒนาคุณภาพลำไย พร้อมกันนี้ได้สรุปองค์ความรู้เพื่อเผยแพร่และส่งเสริมให้เกษตรกรได้นำไปปรับใช้ในการปฏิบัติดูแลรักษาลำไยเพื่อให้ได้คุณภาพ โดยมี 13 ขั้นตอน การที่ควรปฏิบัติ ดังนี้ ระยะที่ 1 ช่วงเตรียมต้น (กันยายน-ตุลาคม) ขั้นตอนที่ 1 – การตัดแต่งกิ่ง…เกษตรกรควรตัดแต่งกิ่งให้ทรงพุ่มโปร่ง เปิดกลางทรงพุ่มให้ได้รับแสงสว่างมากขึ้น คลุมโคนต้นด้วยใบลำไยที่ตัดทิ้ง ขั้นตอนที่ 2 – แตกใบอ่อน ครั้งที่ 1…ให้ใส่ปุ๋ยอินทรีย์ ต้นละ 10 กิโลกรัม และใส่ปุ๋ยเคมี สูตร 46-0-0 ร่วมกับ 15-15-15 และ 0-0-60 (ช่วงแตกใบ ครั้งที่ 1) สัดส่วน 1:1:1 อัตรา 1-2 กิโลกรัม ต่อต้น ในระยะนี้ให้ระวังโรคและแมลง ได้แก่ ไรสี่ขา เพลี้ยหอย เพลี้ยแป้ง และโรคพุ่มไม้กวาด ระยะที่ 2 ช่วงก่อนออกดอก (พฤศจิกายน-ธันวาคม) ขั้นตอนที่ 3 – ขั้นตอนที่ 4 – แตกใบอ่อน ครั้งที่ 2 จนถึงใบแก่สมบูรณ์…ฉีดพ่นสารป้องกันกำจัดแมลง สารป้องกันกำจัดเชื้อราและฮอร์โมนบำ
พอเข้าหน้าหนาว เริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ภูมิอากาศโดยเฉลี่ยในภาคเหนือจะหนาวเย็นกว่าภาคอื่นๆ เนื่องจากอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือพัดพาเอาความหนาวเย็นมาจากประเทศจีน ซึ่งต้องผ่านภาคเหนือก่อน อุณหภูมิในภาคเหนือจึงเปลี่ยนแปลงก่อนภาคอื่น ในต่างจังหวัดพื้นที่โล่งประมาณปลายเดือนตุลาคมจะพบเห็นแมลงปอบินโฉบฉวัดเฉวียนไปมาในตอนเช้าๆ ก็จะเป็นสัญลักษณ์ให้เรารู้ว่า ฤดูหนาวจะเริ่มมาเยือนอีกไม่นาน ให้เตรียมตัวเพื่อรับหน้าหนาว แต่ในเมืองไม่มีแมลงปอเป็นทูตของฤดูหนาวมาบอก ก็จะรู้ตัวเมื่อฤดูหนาวมาถึงแล้วโดยไม่ได้เตรียมตัว แต่บรรยากาศในเมืองจะมีสีสันเปลี่ยนแปลงไป โดยดูจากร้านค้าจะพบว่าร่มและเสื้อกันฝนที่เคยวางเด่นไว้หน้าร้านจะเปลี่ยนเป็นเสื้อกันหนาวหลากสีสัน โดยเฉพาะเสื้อกันหนาวมือสองจากต่างประเทศแขวนขายกันให้เกลื่อนเมือง เสื้อกันหนาวมือสองที่เอ็กซ์ปอร์ตมาจากต่างประเทศ (ตลาดโรงเกลือ) นับว่าเป็นสัญลักษณ์อีกอย่างหนึ่งของความหนาวในเมืองได้เป็นอย่างดี สัญลักษณ์อีกอย่างที่บ่งบอกสีสันฤดูหนาวได้เป็นอย่างดี คือ ดอกไม้นานาพรรณที่เกษตรกรชาวสวนดอกไม้จากภาคเหนือหรือภาคตะวันออกเฉียงเหนือเตรียมพร้อมไว้ตั้งแต่หน้า
มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ผนึกกําลังร่วมกับ โครงการธรรมชาติปลอดภัย โดย บริษัท เจริญโภคภัณฑ์โปรดิ๊วส จำกัด จัดโครงการประกวดภาพถ่าย “Memory In Maejam” ขอชวนนักล่านัยน์ตาเลนส์ ไม่ว่าใคร ก็เป็นช่างภาพได้ ต๊ะต่อนยอนภาคเหนือ “เที่ยวแม่แจ่ม…แอ่” ตามหาสุดยอดภาพถ่าย เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว เชิงอนุรักษ์ ในพื้นที่อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ ชิงรางวัลมูลค่ารวมกว่า 197,000 บาท สามารถส่งภาพถ่ายเข้าประกวดผ่านไทม์ไลน์ Facebook Page : ธรรมชาติปลอดภัย ง่ายๆ ตั้งแต่ วันที่ 1 มิถุนายน-30 กันยายน 2561 นี้
นายอัครวิทย์ กาญจนโอภาษ ซีอีโอเมืองนวัตกรรมอาหารพร้อมคณะ เดินทางเยือน มหาวิทยาลัยแม่โจ้ เมื่อเร็วๆนี้ เพื่อประชุมหารือกับผู้บริหารของมหาวิทยาลัย และ เยี่ยมชมห้องปฏิบัติการ อาคารผลิตทดลองหรือโรงงานนำร่องด้านการแปรรูปอาหาร และการจัดการหลังการเก็บเกี่ยวของผักและผลไม้ โรงเรือนเพาะปลูกอัจฉริยะ ฟาร์มเลี้ยงสัตว์ ของมหาวิทยาลัยที่พร้อมให้บริการวิจัยพัฒนาแภ่ภาคเอกชน ภายใต้โครงการเมืองนวัตกรรมอาหารอย่างครบวงจร ตั้งแต่การปรับปรุงพันธุ์ ผลิตเม็ดพันธุ์พืชผักอินทรีย์ การจัดการหลังการเก็บเกี่ยว การแปรรูป และการสร้างเครื่องจักรในการผลิตแปรรูปอาหาร โดยคาดว่าจะเป็นอีกหนึ่งหน่วยงานที่ช่วยขับเคลื่อนเมืองนวัตกรรมอาหารของประเทศไทยได้เป็นอย่างดี “จากความพร้อมที่เห็น มหาวิทยาลัยแม่โจ้พร้อมที่จะเป็นหัวรถจักรในการขับเคลื่อนเมืองนวัตกรรมอาหารสายเหนือได้” ซีอีโอเมืองนวัตกรรมอาหาร กล่าว ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ เป็นหนึ่งใน 11 มหาวิทยาลัย เข้าร่วมบันทึกลงนามความร่วมมือ กับกระทรวงวิทยาศาสตร์ และหน่วยงานภาครัฐและเอกชน รวมทั้งสิ้น 35 องค์กร เพื่อพัมนาเทืองนวัตกรรมอาหาร เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม ปีที่แล้ว
