มหาวิทยาลัยแม่โจ้
มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จัดงาน “นวัตกรรม เกษตร อาหารและสุขภาพ และเปิดฟาร์ม 2022” : MIAT 2022 (Maejo Innovation of Agricultural Technology Fair and Open Farm 2022) ระหว่างวันที่ 7-8 ธันวาคม 2565 ณ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ และพื้นที่ฟาร์มมหาวิทยาลัยแม่โจ้ รองศาสตราจารย์ ดร. อภินันท์ สุวรรณรักษ์ ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและส่งเสริมวิชาการการเกษตร กล่าวว่า มหาวิทยาลัยแม่โจ้ เป็นสถาบันการศึกษาสำคัญของประเทศ ได้สั่งสมองค์ความรู้มากมาย และพร้อมขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยกลุ่มที่ 2 ด้านการพัฒนาเทคโนโลยีและส่งเสริมการสร้างนวัตกรรม (Technology Development and Innovation) งานในครั้งนี้ จึงเป็นการเผยแพร่ นำเสนอกิจกรรมและผลงานเด่นของมหาวิทยาลัย โดยจะเน้นประชาสัมพันธ์เชิงรุกให้นักเรียน สถานศึกษา ผู้ปกครอง ประชาชนทั่วไป ได้ใกล้ชิด รู้จัก เข้าใจอันดีต่อ มหาวิทยาลัย ยังจะเป็นผลอันดีต่อการพิจารณาตัดสินใจเลือกเรียนมหาวิทยาลัยแม่โจ้เพิ่มมากขึ้น และเพื่อพัฒนาแหล่ง (area based) เรียนรู้ภายในมหาวิทยาลัยแม่โจ้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร ให้มีความน่าสนใจ สวยงาม เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ของนักเรียน นักศึกษา สถานศึกษา เกษตรกร หน่วยงานภา
รองศาสตราจารย์ ดร. ประมุข อุณหเลขกะ อธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ (มทร.สุวรรณภูมิ) ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) บันทึกความเข้าใจความร่วมมือทางวิชาการ กับ นายธนารักษ์ พงษ์เภตรา รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และ รองศาสตราจารย์ ดร. วีระพล ทองมา อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ณ ห้องประชุมสภามหาวิทยาลัย ชั้น 5 สำนักงานมหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยแม่โจ้ รองศาสตราจารย์ ดร.ประมุข เปิดเผยว่า การลงนามความร่วมมือในครั้งนี้ เป็นการบูรณาการทิศทางการทำงานตามแนวทางยุทธศาสตร์ชาติ โดยนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้ในการสร้างความมั่นคงทางด้านอาหารและสร้างรายได้เข้าสู่ประเทศ และยังสอดคล้องกับแนวทางของมหาวิทยาลัยราชมงคลเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิและมหาวิทยาลัยแม่โจ้ซึ่งต่างก็เป็นมหาวิทยาลัยในกลุ่ม 2 (กลุ่มพัฒนาเทคโนโลยีและส่งเสริมการสร้างนวัตกรรม) ที่มุ่งพัฒนากำลังคนด้านวิชาชีพและเทคโนโลยีชั้นสูงให้มีสมรรถนะเป็นผู้ประกอบการและตรงตามความต้องการของตลาดงานและทิศทางการพัฒนาประเทศและสังคมโลก สำหรับแฟนๆ นิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน หากต้องการนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้านรายปักษ์ ส่งตรงถึงบ้าน
ประธานกรรมการเครือซีพี ลงพื้นที่ติดตามโครงการ “อมก๋อยโมเดล” มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท ฟื้นฟูอนุรักษ์ป่าต้นน้ำ 10,000 ไร่ ดึงความร่วมมือภาครัฐ ชุมชน กลุ่มธุรกิจซีพี ร้อยเรียงความดี สร้างสมดุลระบบนิเวศ คน ป่า สัตว์ อยู่ร่วมกันอย่างสมบูรณ์ เมื่อวันที่ 23 กรฎาคม 2565 นายสุภกิต เจียรวนนท์ ประธานกรรมการ เครือเจริญโภคภัณฑ์ ดร.อาชว์เตาลานนท์ รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ นายพงษ์ วิเศษไพฑูรย์ ประธานกรรมการ กลุ่มธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมสัตว์น้ำเขตประเทศอินเดีย บมจ.เจริญโภคภัณฑ์อาหาร นายยุทธศักดิ์ ภูมิสุรกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. ซีพี ออลล์ ดร.นริศ ธรรมเกื้อกูล ประธานคณะผู้บริหาร กลุ่มธุรกิจโลตัสส์ เอเชีย นายวิเชียร จึงวิโรจน์ กรรมการบริหาร บมจ.ซีพีออลล์ นายจอมกิตติ ศิริกุล รองกรรมการผู้จัดการอาวุโสด้านพัฒนาความยั่งยืนภาครัฐและกิจการสัมพันธ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ เเละ พล.ต.ท.ปิยะ ต๊ะวิชัย ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกลุ่มธุรกิจเครือเจริญโภคภัณฑ์ มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบทและหน่วยงานภาครัฐ ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าโครงการ “อมก๋อยโมเดล” “สร้างอมก๋อยน่าอยู่
มะม่วง เป็นผลไม้พื้นบ้านของไทยที่นิยมปลูกกันแทบทุกภาคของประเทศ แต่ปลูกเป็นแหล่งใหญ่และส่งออกมีไม่กี่แห่ง แหล่งที่รับรู้กันในวงกว้างคือ มะม่วงแปดริ้ว และมะม่วงพิษณุโลก เชื่อว่าคงมีหลายคนไม่รู้มาก่อนว่าอำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ เป็นอีกแหล่งที่ปลูกมะม่วงส่งออกอย่างเป็นล่ำเป็นสัน และหากผลผลิตเหลือจากการคัดเกรดก็นำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นมะม่วงกวน มะม่วงหยี มะม่วงสามรส น้ำมะม่วง มะม่วงแผ่น มะม่วงอบแห้ง ไวน์มะม่วง ทอฟฟี่มะม่วง และนำไปทำเป็นซอสมะม่วง ซึ่งหลายคนชอบใจเพราะถือเป็นทางเลือกใหม่สำหรับคนที่ชอบมะม่วงเป็นชีวิตจิตใจ รวมถึงพวกที่เบื่อซอสมะเขือเทศที่เราๆ ท่านๆ กินกันมานานหลายชั่วอายุคน ส่งออกไปหลายประเทศ จากข้อมูลของกรมส่งเสริมการเกษตร ระบุว่า บ้านเรามีพื้นที่ปลูกมะม่วงทั้งประเทศกว่า 2 ล้านไร่ แต่เป็นการปลูกเชิงพาณิชย์ไม่ถึง 50 เปอร์เซ็นต์ นอกนั้นเป็นการปลูกแบบริมรั้ว โดยปี 2557 มีการส่งออกมะม่วงคิดเป็นมูลค่าถึง 3,000 ล้านบาท ในปริมาณกว่า 70,000 ตัน ตลาดส่งออกหลักคือ จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ซึ่งทางกรมส่งเสริมฯ มีนโยบายสนับสนุนการปลูกมะม่วงในเชิงอุตสาหกรรมให้มา
เมื่อเร็วๆ นี้ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จัดพิธีลงนามบันทึกความร่วมมือ กับ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ส่งเสริมให้มีความร่วมมือในการให้บริการวิชาการ ค้นคว้าวิจัย และกิจกรรมอื่นๆ อันก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อการพัฒนางานด้านการแพทย์ โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.วีระพล ทองมา อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ และ นายยงยศ ธรรมวุฒิ อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เป็นผู้แทนลงนามทั้งสองฝ่าย โอกาสนี้ คณะผู้บริหารของทางสองหน่วยงานร่วมเป็นสักขีพยาน ณ ห้องประชุมสภามหาวิทยาลัย ชั้น 5 อาคารสำนักงานมหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยแม่โจ้ การบันทึกความร่วมมือในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนและพัฒนาการศึกษา วิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรม สำหรับพืช “กัญชา” และพืชสมุนไพรอื่น เพื่อประโยชน์ทางราชการ การแพทย์ และ/หรือ การรักษาผู้ป่วยภายใต้กรอบและเงื่อนไขที่ถูกต้องและเป็นไปตามกฎหมาย ส่งเสริมการพัฒนาทรัพยากรทุนมนุษย์ทางด้านเทคโนโลยีเชิงเกษตรกรรม (AgriTech) สมุนไพร การแพทย์แผนไทย และการแพทย์ทางเลือก ที่มุ่งเน้นในบริบทด้านพืช “กัญชา” และพืชสมุนไพรอื่น ทั้งยังร่วมกันสร้าง พัฒนา และนำผลงานที่เกิดขึ้นภายใต้ความร่วมมือไ
นักวิจัย ม.แม่โจ้ พัฒนา “ชุดระบบดักจับและควบคุมก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์” ต่อยอดกับอุตสาหกรรมผลิตเอทานอล เพื่อนำก๊าซคาร์บอนฯ มาเลี้ยงสาหร่ายสไปรูลินาในฟาร์มต้นแบบ ช่วยลดต้นทุนสารอาหารได้มากกว่า 30% พร้อมลดภาวะการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากอุตสาหกรรม เตรียมขึ้นรับรางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้น ในงานวันนักประดิษฐ์ ประจำปี 2564 – 2565 วันที่ 2 ก.พ.นี้ รองศาสตราจารย์ ดร.สมเกียรติ จตุรงค์ล้ำเลิศ อาจารย์ประจำสาขาวิศวกรรมศาสตร์และอุตสาหกรรมวิจัย มหาวิทยาลัยแม่โจ้ เผยว่า โดยปกติแล้ว ในกระบวนการผลิตเอทานอล จะเกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ที่ปล่อยลอยขึ้นสู่ชั้นอากาศ กระทบต่อภาวะโรคร้อน และ PM 2.5 โดยไม่มีเทคโนโลยีดักจับหรือนำไปใช้ประโยชน์ นักวิจัยจึงได้พัฒนาชุดระบบดักจับและควบคุมก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จนสำเร็จ เป็นที่ต้องการของบริษัท มิตรผล ผู้ผลิตและจำหน่ายน้ำตาลทรายรายใหญ่ของประเทศ เพื่อนำไปต่อยอดกับกับอุตสาหกรรมผลิตเอทานอล ซึ่งเป็นเครือข่ายลูกของอุตสาหกรรมน้ำตาลทราย ที่จังหวัดกาฬสินธุ์ โดยได้รับทุนสนับสนุนจากสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (สวก.) และบริษัท มิตรผล ไบโอฟูเอล จำกัด พร้อมได้รับการจดทะเบียนสิทธิบัตร
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จัดงาน “มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2564 (Thailand Research Expo 2021)” ครั้งที่ 16 ระหว่างวันที่ 22-26 พฤศจิกายน 2564 ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ และบางกอกคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ ภายใต้คอนเซ็ปต์หลัก “วิจัยเพื่อพัฒนาประเทศสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน” เพื่อเป็นเวทีสำคัญในการสร้างเครือข่ายการวิจัยของไทยที่มีศักยภาพ ไปสู่กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์ทั้งในระดับประเทศและนานาชาติ กระจายโอกาสในการเข้าถึงฐานข้อมูลความรู้การวิจัยและนวัตกรรม ผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่หน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคเอกชนและส่วนที่เกี่ยวข้องมาจัดแสดงภายในงานมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2564 ได้รับความสนใจจาก นิสิต นักศึกษาและประชาชนจำนวนมาก ในปีนี้ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ได้นำเสนอผลงานวิจัย 2 หัวข้อคือ 1. โรงงานต้นแบบการผลิตแมลงศัตรูธรรมชาติเชิงพาณิชย์ โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศมาพร แสงยศ คณะผลิตกรรมการเกษตร ซึ่งโรงงานต้นแบบแห่งนี้ เน้นผลิตแมลงศัตรูธรรมชาติเพื่อการควบคุมแมลงศัตรูพืชทดแทนการใช้สารเคมีประกอบด้วยต้นแบบโครงสร้างพื้นฐาน กระบวนการผลิตแล
ประเทศไทย เป็นประเทศเกษตรกรรมที่มีการใช้ถุงเพาะปลูกพืชจำนวนมาก ใช้ถุงเพาะชำปีละประมาณ 100 ล้านใบ ทำให้ประสบปัญหาปริมาณขยะพลาสติกจากภาคการเกษตรที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ถุงเพาะชำที่มีจำหน่ายทั่วไปในท้องตลาดเป็นถุงพลาสติกที่ใช้เวลาย่อยสลายประมาณ 600 ปีขึ้นไป ทำให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นขยะที่มีมลพิษทั้งบนพื้นดิน และบางครั้งไหลลงสู่ทะเลเป็นมลพิษต่อสัตว์น้ำ เกิดเป็นไมโครพลาสติกที่กลับมาเป็นอันตรายต่อมนุษย์ ดังนั้น การใช้ถุงเพาะชำที่ผลิตจากพลาสติกย่อยสลายได้ทางชีวภาพ จึงเป็นทางเลือกหนึ่งของการแก้ปัญหานี้ “โรฒ-2020” (ROT-2020) วัสดุทดแทนถุงเพาะชำกล้าไม้ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ผลงานวิจัยของ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ศิวโรฒ บุญราศรี อาจารย์ประจำสาขาเทคโนโลยียางและพอลิเมอร์ คณะวิศวกรรมและอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จึงเป็นอีกทางเลือกในภาคการเกษตร ที่เกษตรกรทำเองได้ ส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน ช่วยลดขยะ และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ผู้ช่วยศาสตราจารย์ศิวโรฒ กล่าวว่า “ถุงโรฒ-2020” เป็นถุงเพาะชำที่ผลิตจากการนำกระดาษ ซึ่งจะเป็นกระดาษอะไรก็ได้ เช่น กระดาษคราฟต์น้ำตาล กระดาษชานอ้อย กระดาษใบสับปะรด กระดาษใบกล
มหาวิทยาลัยแม่โจ้ เปิดตัว “แม่โจ้กรีนเพิร์ล – แม่โจ้ไวท์เพิร์ล – แม่โจ้พิงค์เพิร์ล” ปทุมาสายพันธุ์ใหม่ของโลก ปรับปรุงพันธุ์ให้มีโครโมโซม 3N เป็นหมัน แก้ปัญหาต่างชาตินำสายพันธุ์ไปผสมต่อ จดสิทธิบัตรเพื่อให้เกษตรกรได้ผลิตส่งออกทั่วโลก ผลงานของ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. เฉลิมศรี นนทสวัสดิ์ศรี อาจารย์/นักวิจัย สังกัดคณะผลิตกรรมการเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. เฉลิมศรี นนทสวัสดิ์ศรี กล่าวว่า ปทุมา เป็นไม้ดอกไม้ประดับเศรษฐกิจที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับสองรองจากกล้วยไม้ กำลังเป็นที่ต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศเป็นจำนวนมาก มีทั้งแบบไม้ตัดดอกและไม้กระถาง ซึ่งที่ผ่านมาการส่งดอกปทุมาไปต่างประเทศ ได้พบปัญหาบริษัทต่างประเทศนำสายพันธุ์ของไทยที่ส่งออกไปผสมพันธุ์และสร้างสายพันธุ์ใหม่มาแข่งขันกับสายพันธุ์เดิม จึงทำให้ดอกปทุมาของไทยได้รับผลกระทบ เสียเปรียบทางการค้าในต่างประเทศ เกษตรกรเสียโอกาสในการสร้างรายได้ที่ยั่งยืน ดังนั้นคณะผลิตกรรมการเกษตร จึงได้ทำการวิจัยเพื่อพัฒนาพันธุ์ดอกปทุมาโดยได้รับทุนวิจัยจากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ในปี 2560-2561 ซึ่งจากการศึกษาวิจัยโดยการผสมข้ามพันธุ์ระหว่
เมื่อการเรียนรู้ไม่ได้อยู่แค่ในตำราหรือห้องเรียน แต่การเรียนรู้คู่การปฏิบัติจริง เป็นการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพที่สุด 3 คณะใหญ่จากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ร่วมจัดโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากความถนัดของบริบทแต่ละคณะ ภายใต้โครงการออมสินยุวพัฒน์รักษ์ถิ่น มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ประจำปี 2563-2564 โดยมีธนาคารออมสิน ภาค 8 และธนาคารออมสินสาขาแม่โจ้ เป็นพี่เลี้ยง ส่งเสริมให้นักศึกษาได้สร้าง brand ผลิตภัณฑ์โดดเด่น 7 ประเภท และมีการคัดเลือกทีม Best of Maejo University เพื่อส่งทีมชนะเลิศไปแข่งขัน Best of the Best กับ 64 สถาบันการศึกษาทั่วประเทศไทย ปลายปีนี้ อาจารย์ ดร.วงค์พันธ์ พรหมวงศ์ ผู้ช่วยคณบดีคณะผลิตกรรมการเกษตร ในนาม หัวหน้าโครงการ กล่าวว่า การเข้าร่วมโครงการออมสินยุวพัฒน์รักษ์ถิ่น ของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ เป็นความร่วมมือของ 3 คณะ คือ คณะผลิตกรรมการเกษตร คณะเทคโนโลยีและทรัพยากรทางน้ำ และคณะพัฒนาการท่องเที่ยว ส่งเสริมให้นักศึกษาพัฒนาผลิตภัณฑ์จากความถนัดของบริบทแต่ละคณะ มีเป้าหมายในการส่งเสริมศักยภาพของกลุ่มองค์กรชุมชน ประเภทกลุ่มวิสาหกิจชุมชน หรือกลุ่มผู้ประกอบการ OTOP ให้สามารถบริหารจัดการกลุ่ม พัฒนาผลิตภัณฑ
