มะยงชิด
ร.ต.ต. อำนวย หงษ์ทอง หรือที่รู้จักกันในนาม “ดาบนวย” เจ้าของ “สวนนพรัตน์” จังหวัดนครนายก ได้ค้นพบโดยบังเอิญว่า การติดหลอดไฟ LED ขนาด 40 วัตต์ (W) เปิดให้แสงสว่างตั้งแต่ 6 โมงเย็น จนถึงเช้า กิ่งที่ถูกแสงไฟถูกกระตุ้นให้เร่งออกช่อดอกเร็วกว่าปกติ (ฤดูฝน) ซึ่งโดยธรรมชาติแล้ว ต้นมะปรางจะมีช่อดอกประมาณช่วงฤดูหนาวเท่านั้น ต่อมา สมาคมชาวสวนมะปรางจังหวัดนครนายกจึงแนะนำให้เกษตรกรที่เป็นสมาชิกใช้หลอดไฟติดตรงต้นมะปรางเพื่อให้ออกลูกดก เกษตรกรหลายรายทดลองนำไปใช้ก็ได้ผลดีเช่นเดียวกัน เพราะต้นมะปรางและมะยงชิดออกช่อติดดีมาก ติดเกือบจะทุกกิ่ง สร้างแรงจูงใจให้เกษตรกรทั่วประเทศที่ปลูกมะปราง มะยงชิด แห่ติดแสงไฟกันอย่างแพร่หลาย สวนมะยงชิด GI คุณทองหล่อ แดงอร่าม โทร. 087-042-5041 ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 6 ตำบลป่าขะ อำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก ในอดีตผู้ใหญ่ทองหล่อ ทำนาเป็นพืชเชิงเดี่ยว มีรายได้เพียงปีละครั้ง ต่อมาประสบปัญหาภัยแล้ง ขาดแคลนน้ำใช้ในภาคเกษตร จึงหันปรับเข้าสู่เกษตรทฤษฎีใหม่ มีสระน้ำประจำไร่นา พร้อมทำเกษตรแบบพอเพียง ปลูกพืชผสมผสาน เช่น ทำสวนมะยงชิด ปลูกผักกูด เงาะ กระท้อน เลี้ยงปลา ฯลฯ ทำให้มีรายได้หมุนเว
ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์-เมษายน ของทุกปี เป็นช่วงเวลารอคอยของผู้ชื่นชอบมะยงชิด-มะปรางหวาน ที่ต่างพร้อมใจกันปักหมุดมุ่งสู่จุดหมายเดียวกันคือ จังหวัดนครนายก ในทุกฤดูกาลผลผลิตมะยงชิด-มะปรางหวาน ที่ปลูกกันมายาวนานถูกพัฒนาคุณภาพ ทั้งการปลูก ดูแล เก็บผลผลิตเพื่อให้มีรสชาติและความปลอดภัยต่อผู้บริโภค ควบคู่ไปกับการแข่งขัน เนื่องจากมีราคาขายเป็นแรงจูงใจ จึงทำให้แต่ละสวนมีลูกค้าขาประจำจับจองผลผลิตทุกปี “สวนสุริยะ” เป็นอีกแห่งที่ปลูกมะยงชิด-มะปรางหวาน การันตีคุณภาพด้วยแนวทางการปลูกแบบปลอดภัย ผลมะยงชิด-มะปรางหวาน มีลูกใหญ่ รสหวานหอม สร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้า คุณสุริยะ คณะธรรม เจ้าของสวนสุริยะ ตั้งอยู่เลขที่ 184 หมู่ที่ 4 ตำบลสาริกา อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก โทรศัพท์ 083-121-9922 อดีตเคยรับราชการตำรวจ กระทั่งเกษียณอายุมาเมื่อปี 2558 แล้วมาทำสวนผลไม้ต่อ ปัจจุบันอายุ 67 ปี ที่สวนสุริยะปลูกไม้ผลผสม ได้แก่ มะยงชิด มะปราง ส้มโอ และมะม่วง แต่ที่โดดเด่นแบบสร้างรายได้คงเป็นมะยงชิดกับมะปราง โดยปลูกมะยงชิดและมะปรางหวานไล่เรี่ยกันจำนวนละกว่า 200 ต้น มีมะม่วงแซมมะยงชิด จำนวน 30 ต้น ที่เหลือเป็นส้มโอเล็กน้อย ใช
ตระกูล “โสวรรณะตระกูล” ที่มี นายชม เป็นหัวหน้าครอบครัว ย้ายจากแถบสะพานพระราม 6 ไปทำมาหากินอยู่ที่อำเภอเมือง นครนายก โดยยึดอาชีพการเกษตร ปลูกทุเรียนและไม้ผลอื่นๆ ก่อนที่นายชมจะเสียชีวิตได้แบ่งที่ดินให้กับลูกๆ ทุกคน ซึ่งมีอยู่ 5 คน ด้วยกัน ลูกแต่ละคนตั้งชื่อสวนของตัวเองว่า “สวนละอองฟ้า” สวนละอองฟ้า 1 รู้จักกันดีในฐานะที่รวบรวมทุเรียนพันธุ์ดีไว้กว่า 40 พันธุ์ มี คุณชาตรี โสวรรณะตระกูล เป็นเจ้าของในปัจจุบัน สมาชิกของครอบครัวนี้เคยเล่าให้ฟังว่า สมัยที่นายชมดูแลสวนทุเรียนอยู่ ลูกๆ ซึ่งเป็นหนุ่ม ไปหาน้ำมารดต้นทุเรียนในหน้าแล้ง ต้องไปแบ่งน้ำกับชาวบ้าน บางทีกระทบกระทั่งกัน เกือบจะมีเรื่อง เมื่อลูกๆ มารายงาน นายชม บอกว่า “เอาทุเรียนไว้ก่อน” นั่นแสดงว่า นายชมรักและผูกพันกับทุเรียนอย่างมาก น่าดีใจ ที่ทุกวันนี้ ทั้งรัฐและเอกชน เห็นความสำคัญพันธุกรรมทุเรียนสวนละอองฟ้า 1 มีการอนุรักษ์และนำไปเผยแพร่ในวงกว้างพอสมควร ละอองฟ้า 2 เด่นมะยงชิด และมะปรางหวาน ผู้ที่ได้ครอบครองที่ดิน บริเวณบ้านเลขที่ 153 หมู่ที่ 3 ตำบลสาลิกา อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก จำนวน 12 ไร่ 2 งาน คือ คุณวชิระ โสวรรณะตระกูล เดิมที
“มะยงชิด” ผลไม้มากคุณค่า ถูกจัดให้อยู่ในประเภทของฝากที่คนกินไม่ได้ซื้อ คนซื้อไม่ได้กิน เนื่องจากเป็นผลไม้ที่ทรงคุณค่า คนส่วนใหญ่มักจะนิยมซื้อเป็นของฝากญาติผู้ใหญ่ที่เคารพรัก เป็น ผลไม้ที่มีราคาสูง มีสรรพคุณเหมือนยาอายุวัฒนะ ช่วยให้ร่างกายกลับคืนความอ่อนเยาว์ชะลอแก่ได้ บวกกับรสชาติที่มีความอร่อยเฉพาะตัว จึงส่งผลให้มะยงชิดกลายเป็นของฝากยอดนิยม หากใครบุกมาถึงถิ่นแล้วไม่ซื้อติดไม้ติดมือกลับ ถือว่าพลาดด้วยประการทั้งปวง มะยงชิด จึงกลายเป็นไม้ผลเศรษฐกิจหลักสร้างรายได้ที่ดีมากให้กับเกษตรกรนครนายกมาอย่างช้านาน คุณจตุพงษ์ บุญประกอบ อยู่บ้านเลขที่ 18 หมู่ที่ 8 ตำบลศรีนาวา อำเภอเมืองนครนายก จังหวัดนครนายก ดีกรีหนุ่มนักเรียนนอก เป็นทั้งคุณครู นักธุรกิจ และอาชีพล่าสุดที่เจ้าตัวกล้าพูดได้อย่างเต็มปากว่า ตนเองนั้นเป็นเกษตรกรยุคโควิดด้วย ส่วนเรื่องราวที่มาที่ไปจากนักเรียนนอกพลิกผันมาสู่การเป็นเกษตรกรบ้านนาได้อย่างไร ตามมาหาคำตอบกัน คุณจตุพงษ์ เล่าถึงจุดเริ่มต้นการเป็นเกษตรกรว่า ด้วยพื้นฐานเดิมครอบครัวเป็นเกษตรกร พ่อแม่มีอาชีพทำสวนผลไม้อยู่ที่จังหวัดนครนายกมาตั้งแต่เกิด ตนจึงได้คลุกคลีกับอาชีพเกษตรกรรมม
ผ่านมาแล้วกับฤดูกาลของผลไม้ขึ้นชื่อของจังหวัดนครนายก อย่าง “มะยงชิด” และยังเป็นผลไม้ในดวงใจของใครหลายคน อยากจะรับประทานเดือนละหลายๆ หน แต่ติดตรงที่ผลไม้ชนิดนี้จะออกให้ได้ลิ้มรสตามฤดูกาลเท่านั้น ถือเป็นเรื่องที่น่าเสียดายไม่น้อย เพราะที่ผ่านมาก็ยังไม่เห็นผลิตภัณฑ์แปรรูปจากมะยงชิดไว้รับประทานนอกฤดูให้แฟนคลับคนรักมะยงชิดได้รับประทานให้หายคิดถึงได้น้อยมาก แต่ครั้งนี้ถือเป็นข่าวดีของคนรักมะยงชิดที่ไม่ต้องตั้งหน้าตั้งตารอให้ฤดูกาลเวียนมาบรรจบครบปี เพราะตอนนี้ได้มีเกษตรกรหัวก้าวหน้าได้เริ่มพัฒนาแปรรูปผลิตภัณฑ์จากมะยงชิดออกมาหลากหลาย เพื่อเอาใจแฟนคลับคนรักมะยงชิดให้ได้รับประทานผลผลิตนอกฤดูกาล และถือเป็นการมาแบ่งปันความรู้การต่อยอด สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับพี่น้องเกษตรกรชาวสวนมะยงชิด โดยเฉพาะพี่น้องชาวสวนมะยงชิดที่ไม่ได้อยู่นครนายก พอถึงช่วงปลายฤดูกาลผลผลิตราคาตกอย่างน่าใจหาย เพราะฉะนั้นเก็บไว้มาแปรรูปสร้างรายได้เพิ่มกันดีกว่า คุณจตุพงษ์ บุญประกอบ หรือ พี่แม็ค อยู่บ้านเลขที่ 18 หมู่ที่ 8 ตำบลศรีนาวา อำเภอเมืองนครนายก จังหวัดนครนายก ยังสมาร์ทฟาร์มเมอร์หัวก้าวหน้า และเชื่อว่าหลายท่านหากเป็นแฟนคลับตั
อากาศร้อน และมีฝนตกในบางพื้นที่ระยะนี้ กรมวิชาการเกษตร แนะเกษตรกรผู้ปลูกมะปรางและมะยงชิดให้ระวังโรคแอนแทรกโนส มักพบเชื้อราสาเหตุโรคเข้าทำลายพืชได้ทุกระยะการเจริญเติบโต ใบ พบแผลรูปร่างไม่แน่นอน ขอบแผลชัดเจนสีน้ำตาลเข้ม กลางแผลสีน้ำตาลอ่อน บางใสกว่าเนื้อใบรอบๆ กรณีมีความชื้นสูง แผลจะเพิ่มจำนวนขยายใหญ่อย่างรวดเร็วติดต่อกันทั้งใบ ทำให้ใบบิดเบี้ยว หรือไหม้แห้ง หากรุนแรงถึงระยะออกดอก เชื้อราสาเหตุโรคจะเข้าทำลายช่อดอก โดยเห็นเป็นจุดสีน้ำตาลดำกระจายบนก้านดอก ทำให้ดอกเหี่ยวและหลุดร่วงไม่ติดผล ผลอ่อน จะพบเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลดำและร่วงหล่น เชื้อราสาเหตุโรคจะแฝงอยู่ที่ผลอ่อนโดยไม่แสดงอาการของโรค แต่จะแสดงอาการเมื่อผลแก่ โดยพบจุดแผลสีดำเล็กๆ ต่อมาแผลขยายลุกลามและบริเวณแผลอาจพบรอยแตก ทำให้ผลเน่าในที่สุด เกษตรกรควรหมั่นตรวจแปลงปลูกอย่างสม่ำเสมอ หากพบพืชเริ่มมีอาการของโรค ให้ตัดแต่งกิ่งและเก็บส่วนที่เป็นโรคนำไปทำลายทิ้งนอกแปลงปลูก เพื่อลดปริมาณเชื้อสาเหตุโรค และกำจัดวัชพืชรอบโคนต้น เพื่อลดความชื้นในทรงพุ่ม จากนั้นให้ควบคุมปริมาณธาตุอาหารให้เหมาะสม ไม่ควรใส่ปุ๋ยที่มีค่าไนโตรเจนมากเกินไป ภายหลังเก็บเกี่ยว
เราเดินตามรอยประวัติศาสตร์ไปกับ คุณวิจิตร ไกรสรสวัสดิ์ ทำให้รู้ซึ้งถึงต้นสายปลายทาง มะปราง มะยงชิด ดั้งเดิมว่าเป็นมาอย่างไร กระทั่งผ่านการคัดพันธุ์จนได้ผลผลิตขนาดใหญ่ สีสันสะดุดตา รสชาติหวานอร่อยถูกใจผู้บริโภค ในฐานะประธานชมรมมะยงชิด มะปรางหวานใหญ่ภาคเหนือ และผู้อนุรักษ์ พัฒนาปรับปรุงพันธุ์ อย่าง คุณวิจิตร จนทำให้มะปราง มะยงชิด เกิดความโดดเด่นมีเอกลักษณ์ทางด้านสายพันธุ์ การันตีโดยโล่รางวัลเกียรติยศ ได้ถึง 10 ใบ ที่ชนะเลิศการประกวดมาต่อเนื่องตลอด 5 ปี ตั้งแต่ พ.ศ. 2554-2558 กับการประกวด มะยงชิด-มะปรางหวานใหญ่ ภาคเหนือ ที่มหาวิทยาลัยนเรศวร จังหวัดพิษณุโลก นับเป็นบุคคลที่ทรงคุณค่า ฉบับนี้ ผู้เขียนขอพาผู้อ่านเข้าไปดู สวนวิจิตรการเกษตร ที่คลองลาน จังหวัดกำแพงเพชร บนพื้นที่ 50 ไร่ ที่ได้ชื่อว่า มีมะปราง มะยงชิด หลากหลายสายพันธุ์มากที่สุดของโลก ถึง 60 สายพันธุ์ การันตีด้วยการตรวจสอบ DNA สายพันธุ์แท้อย่างครบถ้วน ส่วนการบริหารจัดการ และแนวทางการทำตลาด “คุณกุ๊ก” สุขประเสริฐ จุลลาย ภรรยาที่อยู่เคียงข้างคุณวิจิตรได้ให้ข้อมูลว่า มะยงชิด มะปรางหวานใหญ่ ทุกต้นทุกสายพันธุ์ได้ขึ้นทะเบียนทำประวัติไว้ครบ
เส้นทางประวัติศาสตร์ของ “มะปราง” ผลไม้พื้นเมืองที่มีมาตั้งแต่สมัยโบราณ เมื่อ 700 ปี ได้บันทึกไว้เมื่อครั้งพระยาลิไท กษัตริย์องค์ที่ 6 แห่งอาณาจักรสุโขทัยขึ้นครองราชย์ และทรงเลื่อมใสในพุทธศาสนา ได้ทรงสั่งสอนชาวเมืองให้ตั้งอยู่ในศีลธรรม อันจะเป็นวิธีรักษาบ้านเมืองให้ยั่งยืน จึงทรงสร้างเจดีย์พระบรมธาตุที่เมืองนครชุม (พระบรมธาตุนครชุมกำแพงเพชร) และทรงผนวชในพระพุทธศาสนา ที่วัดป่ามะม่วง เมืองชากังราว ครั้นถึงวันเพ็ญเดือนสามหน้าร้อน เจ้าฟ้า เจ้าแผ่นดิน จะนำผู้ครองนครเจ้าเมืองน้อยใหญ่ อีกทั้งไพร่ฟ้าข้าราชบริพารจัดแต่งขบวนพยุหยาตรา พากันไปนมัสการพระบรมธาตุนครชุมกำแพงเพชร ทุกๆ ปี จึงมี คำว่า “นบพระ” หมายถึง การ “ไหว้” และ คำว่า “เล่นเพลง” หมายถึง “การเฉลิมฉลอง” งานประเพณีนบพระ-เล่นเพลง “เมืองชากังราว” กำแพงเพชร จึงมีจัดขึ้นทุกๆ ปี ตั้งแต่อดีตจวบจนถึงปัจจุบัน ซึ่งตรงกับเดือนสามช่วงหน้าร้อน มะปรางออกลูกพอดิบพอดี ขณะที่การเดินทางสมัยก่อนเคลื่อนขบวนด้วยช้าง ม้า วัว ควาย และเกวียน เป็นพาหนะ จากสุโขทัยมากำแพงเพชร เมื่อเดินทางมาถึงและนมัสการพระบรมธาตุเสร็จก็มืดค่ำ จึงต้องค้างแรมและมีการละเล่น เฉลิมฉลอง
คนรุ่นเก่า วัย 79 ปี อย่าง คุณวิจิตร ไกรสรสวัสดิ์ ที่เกิดมาในยุคการเปลี่ยนผ่านเมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 ยุติลง หวนย้อนอดีตจากประสบการณ์ชีวิตในวัย 18 ปี ที่เป็นนักเรียนแพทย์ มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ศิริราช ย่านบางกอกน้อย สมัยนั้นยังเวิ้งว้างหามีตึกรามบ้านช่องไม่ ริมสองฝั่งคลองบางกอกน้อยยังรกทึบเต็มไปด้วยต้นไม้ใบหญ้าและล่องสวน ผู้คนยังคงสัญจรไปมาด้วยเรือพาย เรือหางยาว มีอยู่วันหนึ่งเพื่อนพาไปเที่ยวบ้านสวน ที่บางขุนนนท์ เพื่อนเด็ดผลไม้ชนิดหนึ่งมาให้กิน ทำให้เขาติดอกติดใจรสชาติ ฝังอยู่ในความทรงจำตั้งแต่นั้นมา ผลไม้ชนิดนี้ในสมัยรัชกาลที่ 5 เรียกว่า มะปรางเสวย “ผมเป็นคนเรียนหนังสือเก่ง พ่อแม่เขาให้เรียนแพทย์ สมัยก่อนแพทย์ต้องมาเป็น อันดับ 1 แต่การเรียนแพทย์หนีไม่พ้นต้องผ่าพิสูจน์ศพ ผมรู้สึกไม่ชอบเอาเสียเลย จึงหนีไปญี่ปุ่น ไปเรียนวิศวะไฟฟ้าที่ญี่ปุ่น ตั้งแต่อายุ 20 ปี จนจบด้านไฟฟ้ามา 3 สาขา ได้เป็นวิศวกรไฟฟ้ากำลัง และกลับมาทำงานในประเทศไทย ดูแลเรื่องไฟฟ้าให้กับโรงงานต่างๆ ของญี่ปุ่น” คุณวิจิตร เล่า เมื่อได้ทำงาน เป็นนายช่างใหญ่ ชีวิตไม่เคยแวะเวียนเข้าสวนอีกเลย จนกระทั่ง โรงงานใหญ่ในกรุงเทพฯ ไม่
อากาศร้อน และมีฝนตกในบางพื้นที่ระยะนี้ กรมวิชาการเกษตร แนะเกษตรกรผู้ปลูกมะปรางและมะยงชิดให้ระวังโรคแอนแทรคโนส มักพบเชื้อราสาเหตุโรคเข้าทำลายพืชได้ทุกระยะการเจริญเติบโต ใบ พบแผลรูปร่างไม่แน่นอน ขอบแผลชัดเจนสีน้ำตาลเข้ม กลางแผลสีน้ำตาลอ่อนบางใสกว่าเนื้อใบรอบๆ กรณีมีความชื้นสูง แผลจะเพิ่มจำนวนขยายใหญ่อย่างรวดเร็วติดต่อกันทั้งใบ ทำให้ใบบิดเบี้ยวหรือไหม้แห้ง หากรุนแรงถึงระยะออกดอก เชื้อราสาเหตุโรคจะเข้าทำลายช่อดอก โดยเห็นเป็นจุดสีน้ำตาลดำกระจายบนก้านดอก ทำให้ดอกเหี่ยวและหลุดร่วงไม่ติดผล ผลอ่อน จะพบเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลดำและ ร่วงหล่น เชื้อราสาเหตุโรคจะแฝงอยู่ที่ผลอ่อนโดยไม่แสดงอาการของโรค แต่จะแสดงอาการเมื่อผลแก่ โดยพบจุดแผลสีดำเล็กๆ ต่อมาแผลขยายลุกลามและบริเวณแผลอาจพบรอยแตก ทำให้ผลเน่าในที่สุด เกษตรกรควรหมั่นตรวจแปลงปลูกอย่างสม่ำเสมอ หากพบพืชเริ่มมีอาการของโรค ให้ตัดแต่งกิ่งและเก็บส่วนที่เป็นโรคนำไปทำลายทิ้งนอกแปลงปลูก เพื่อลดปริมาณเชื้อสาเหตุโรค และกำจัดวัชพืชรอบโคนต้น เพื่อลดความชื้นในทรงพุ่ม จากนั้น ให้ควบคุมปริมาณธาตุอาหารให้เหมาะสม ไม่ควรใส่ปุ๋ยที่มีค่าไนโตรเจนมากเกินไป ภายหลังเก็บเกี่ยว
