มะละกอ
การตอนกิ่งมะละกอ ถือได้ว่าเป็นการขยายพันธุ์โดยที่ไม่ต้องใช้เมล็ด เนื่องจากการปลูกมะละกอด้วยเมล็ดจะมีการกลายพันธุ์ถึง 90% เลยทีเดียว ซึ่งถือว่าเป็นการเสี่ยงมากในการปลูกเพื่อให้ได้ต้นพันธุ์ที่เหมือนกับต้นแม่ ผิดกับการขยายพันธุ์ด้วยการตอนกิ่ง ต้นพันธุ์ที่ได้จะเหมือนกับต้นแม่ทุกอย่าง และการปลูกด้วยการตอนกิ่ง ต้นมะละกอจะเตี้ย ทำให้ไม่หักโค่นล้มง่าย และจะให้ผลเร็ว มีลูกดก วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ ในการตอนกิ่งมะละกอ 1. มีด ขนาดเล็ก เน้นว่าต้องคมด้วยนะครับ 2. เชือกหรือยางที่มัดได้ 3. ถุงพลาสติก ขนาด 3×5 นิ้ว 4. ขุยมะพร้าว 5. ลิ่มไม้เนื้อแข็ง ขนาดเท่าดินสอ หรือใช้เศษอิฐมอญแดง วิธีการตอนกิ่งมะละกอ อย่างแรกและถือว่าเป็นส่วนสำคัญมาก นั่นก็คือ คัดเลือกต้นพันธุ์ที่จะตอนให้ดี ต้นพันธุ์ต้องมีความสมบูรณ์ทุกอย่าง ตั้งแต่ลักษณะของต้นและลักษณะของผลที่เป็นที่ต้องการของตลาด รวมถึงการต้านทานโรคด้วย เมื่อได้ต้นพันธุ์ที่ดีแล้ว เราก็ตัดต้นให้สูงพอประมาณ ต่อมามะละกอที่ตัดก็จะแตกกิ่งออกมา 4-5 กิ่ง ภายใน 2 เดือนครึ่ง กิ่งจะยาวประมาณ 20-25 เซนติเมตร เฉือนกิ่งพันธุ์ที่แตกกิ่งออกมา จากข้างล่างไปข้างบนเป็นปากฉลาม จากนั้นใช้
รอยต่อระหว่างจังหวัดตากไปลำปาง สองข้างทาง ดูไม่ร่มรื่นนัก โดยเฉพาะที่อำเภอสามเงา ทั้งนี้เป็นเพราะอยู่ในอิทธิพลของเงาฝน กระนั้นก็ตาม เมื่อเลี้ยวลึกเข้าไปตามซอกซอย จะเห็นแปลงปลูกฝรั่ง กล้วยไข่ รวมทั้งมะละกอ เกษตรกรอาศัยความอุมสมบูรณ์ที่แม่น้ำวังไหลผ่าน สำหรับทำการเกษตร มะละกอที่ปลูกกัน ทำรายได้ให้ดี โดยเฉพาะพันธุ์เรดเลดี้ คุณสมจิตต์ บุญมาวงศ์ เจ้าหน้าที่ฝ่ายขายเขตภาคเหนือ บริษัทเพื่อนเกษตรกร จำกัด ให้ข้อมูลว่า พื้นที่ปลูกมะละกอพันธุ์เรดเลดี้ ส่วนใหญ่อยู่ในจังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ ตาก กำแพงเพชร นครศรีธรรมราช กระบี่ และจังหวัดอื่นๆ ลักษณะประจำพันธุ์ “เรดเลดี้” มะละกอของบริษัทเพื่อนเกษตรกร จำกัด ที่ได้รับความนิยมมีอยู่หลายสายพันธุ์ เรดเลดี้ เป็นสายพันธุ์หนึ่ง ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก จุดเด่นคือให้ผลผลิตเร็ว ลำต้นสูง 60-80 เซนติเมตร ก็เริ่มให้ผลผลิตแล้ว ผลผลิตมากกว่า 40-50 ผลต่อต้น ต้านทานไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคใบด่างวงแหวนได้ดี สภาพแปลงปลูกของเกษตรกร ผลที่เกิดจากดอกตัวเมียจะมีลักษณะกลม-สั้น เนื้อสีส้มแดง ผลที่เกิดจากดอกกระเทย ผลมีลักษณะยาว เนื้อหนา น้ำหนักผลเฉลี่ย 1.5-2 กิโลกรัม เมื่อส
เป็นที่ทราบกันดีว่า ความต้องการในการบริโภค “มะละกอ” ของคนไทยยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มมะละกอดิบ เพื่อนำมาใช้ทำส้มตำ ส้มตำเป็นอาหารยอดนิยมของคนไทยทุกภาค ในส่วนของมะละกอเพื่อการบริโภคสุกเมื่อมองจากสภาพความจริงคนไทยยังนิยมไม่มากนัก ทั้งๆ ที่เป็นผลไม้ที่ทรงคุณค่าชนิดหนึ่ง และมีราคาไม่แพงนัก อาจจะเป็นเพราะประเทศไทยมีผลไม้ให้ได้เลือกบริโภคตลอดทั้งปี อย่างไรก็ตาม มะละกอ จัดเป็นไม้ผลที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจของไทย แต่ก่อนการเริ่มต้นของการปลูกมะละกอนั้น ก็จะต้องเริ่มจากการเพาะกล้ามะละกอเสียก่อน ดังนั้น ผู้เขียนจึงนำประสบการณ์ ที่นักวิชาการแนะนำหรือจากที่นำไปปฏิบัติเองในการเพาะเมล็ดมะละกอมานำเสนอให้ผู้ที่สนใจนำไปใช้เป็นแนวทางในเรื่องของการเพาะกล้า เนื่องจากมะละกอทุกสายพันธุ์ใช้วิธีการเพาะกล้าเหมือนกัน สำหรับเคล็ดลับการเพาะเมล็ดมะละกอให้งอกดีและสม่ำเสมอ รศ.ดร. กวิศร์ วานิชกุล ได้ให้ข้อมูลไว้ว่า “การเพาะเมล็ดมะละกอให้งอกดีสม่ำเสมอนั้น ให้นำเมล็ดมะละกอแช่น้ำ 1-2 วัน โดยในช่วงวันแรกให้เปลี่ยนน้ำอย่างน้อย วันละ 1 ครั้ง หลังจากนั้นให้เปลี่ยนน้ำถี่ขึ้น เนื่องจากเมล็ดมะละกอมีการหายใจมากข
คุณสหรัฐและคุณเจษฏาภรณ์ เกษสกุล ปัจจุบัน อยู่บ้านเลขที่ 57/1 หมู่3 ตำบลบางกระจะ อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี แต่เดิมคุณสหรัฐ ทำงานอยู่ที่กองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง จังหวัดจันทบุรี ต่อมาได้ลาออก มาทำอาชีพค้าขายยางพารา จากนั้นเปลี่ยนมาเป็นค้าขายมะละกอ โดยซื้อผลผลิตจากเกษตรกรไปจำหน่ายที่ตลาดสี่มุมเมืองและตลาดไท ระหว่างที่ซื้อมะละกอไปขายนั้น คุณสหรัฐพบว่า เกษตรกรมักประสบปัญหามีโรคระบาดในแปลง ผลผลิตมีน้อย บางช่วงของไม่พอส่ง เพื่อให้มีผลผลิตส่งอย่างต่อเนื่อง เขาจึงลงมือปลูกมะละกอเองส่วนหนึ่ง โดยการเช่าที่ปลูก เมื่อปลูกไปได้สักพัก ราว 2-3 ปี ก็ย้ายที่ปลูก ทั้งนี้เพื่อลดการระบาดของโรคและแมลงนั่นเอง ตั้งแต่เริ่มปลูกจนถึงปัจจุบัน ย้ายมาหลายแปลงแล้ว พื้นที่จะหมุนเวียนอยู่ระหว่างจันทบุรี ปราจีนบุรี และสระแก้ว พื้นที่ปลูก แปลงปลูกมะละกอของคุณสหรัฐ มีพื้นที่ระหว่าง 20-30 ไร่ สายพันธุ์มะละกอที่ปลูกคือพันธุ์”แขกดำหนองแหวน” เป็นพันธุ์ที่เก็บเป็นมะละกอดิบได้ แต่ทางคุณสหรัฐและภรรยา เก็บสุกอย่างเดียว เนื่องจากได้น้ำหนักและราคาเพิ่มขึ้น คุณสหรัฐและภรรยาแนะนำการปลูกว่า ใช้ระยะระหว่างต้น 2.5 คูณ 2.5 เมตร ปลูกไ
คุณอภิชาติ นาคประสงค์ เกษตรกรผู้ปลูกมะละกอในพื้นที่ภาคอีสานมานานกว่า 20 ปี ปัจจุบันมีพื้นที่ปลูกมะละกอฮอลแลนด์ 20 ไร่ ปลายปีนี้เขาวางแผนขยายพื้นที่ปลูกมะละกอเพิ่มเป็น 100 ไร่ แรงจูงใจที่ทำให้หันมาทำอาชีพปลูกมะละกอเพราะอยากรวย เนื่องจากมะละกอฮอลแลนด์เป็นพืชเศรษฐกิจที่สร้างรายได้และสร้างเศรษฐีมาเยอะมาก แถมเป็นพืชเพียงไม่กี่ชนิดที่ให้ผลตอบแทนสูง คุณอภิชาติ นาคประสงค์ คุณอภิชาติ บอกว่า พื้นที่ 1 ไร่ สามารถปลูกมะละกอฮอลแลนด์ได้ 200 ต้น แต่ละต้นจะให้ผลผลิตประมาณ 50 ลูก แค่ขายได้ลูกละ 10 บาท เท่ากับมีรายได้จากการขายมะละกอฮอลแลนด์ เฉลี่ยปีละ 100,000 บาท หากขายผลผลิตในช่วงปลายปี จะขายได้ราคาสูงประมาณกิโลกรัมละ 30-35 บาท เท่ากับมีรายได้เพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าตัว หากใครอยากมีรายได้ปีนี้สัก 500,000 บาท ก็ปลูกมะละกอฮอลแลนด์สัก 5 ไร่ เพื่อนเกษตรกรหลายรายที่ประสบความสำเร็จในการปลูกมะละกอฮอลแลนด์ต่างยืนยันว่า มีรายได้จากการจำหน่ายผลผลิตขั้นต่ำ ไร่ละ 100,000 บาท นอกจากนี้ การปลูกมะละกอฮอลแลนด์ใช้เงินทุนน้อย แค่ไร่ละ 15,000-18,000 บาท หากใครลงทุนเครื่องสูบน้ำ อาจจะใช้เงินลงทุนเพิ่มขึ้น เฉลี่ยไร่ละ 30,000
คุณทองดี กำลังงาม เป็นอีกหนึ่งเกษตรกรที่เล็งเห็นลักษณะพิเศษของมะละกอสายพันธุ์นี้ จึงได้เลือกปลูกมะละกอแขกนวลในอำเภอสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี จำนวนมากถึง 38 ไร่ จึงนับว่าเป็นอาชีพที่สร้างรายได้ให้กับเขามากว่า 20 ปี กันเลยทีเดียว คุณทองดี เล่าให้ฟังว่า เริ่มแรกเดิมทีทำอาชีพทางการเกษตร คือทำไร่ ทำนา ซึ่งการทำนาจะขายผลผลิตได้เพียงปีละ 1 ครั้งเท่านั้น จึงคิดว่าไม่สามารถที่จะสร้างรายได้ให้กับเขาได้มากพอ จึงได้คิดมองหาพืชชนิดใหม่ที่น่าจะสร้างรายได้ให้ตลอดทั้งปี หรือ 1 ปี สามารถเก็บผลผลิตได้มากกว่า 1 ครั้ง “ถ้าย้อนไปเมื่อ 20 ปีก่อน พอคิดว่าไม่อยากทำไร่ทำนาแล้ว ผมก็เลยมองหาพืชสนิทอื่นมาปลูก ก็เลยเลือกเป็นมะละกอ เพราะมะละกอถ้าพูดกันตามตรง ถือว่ายังเป็นที่นิยมบริโภค โดยเฉพาะทางภาคอีสานจะนิยมส้มตำ ผมก็เลยเน้นปลูกมะละกอพันธุ์แขกนวล เป็นมะละกอที่มีรสชาติอร่อย เวลาที่นำมาทำส้มตำ และที่สำคัญเป็นพันธุ์ที่ค่อนข้างติดลูกได้เร็ว และผลดกอีกด้วย” คุณทองดี เล่าถึงที่มา ซึ่งการทำสวนมะละกอทั้งหมดจากประสบการณ์ที่ผ่านมา คุณทองดี บอกว่า ใช้เมล็ดพันธุ์ที่เกิดจากการคัดสายพันธุ์ภายในสวนเอง โดยดูจากต้นที่มีฟอร์มด
ตั้งแต่ไหนแต่ไรมาแล้ว หากพูดถึง มะละกอ คนไทยจะคุ้นเคยกับ คำว่า “มะละกอแขกดำ” กันดี มะละกอแขกดำ มีจุดเริ่มต้นที่อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี จากนั้นก็กระจายไปยังภูมิภาคต่างๆ มะละกอเป็นพืชที่กลายพันธุ์ง่าย เมื่อนำไปปลูกถิ่นอื่นนานๆ ลักษณะก็จะเปลี่ยนไป เมื่อพบสิ่งที่ดี ผู้ปลูกก็จะเก็บสิ่งนั้นไว้ สถานีวิจัยพืชสวนท่าพระ จังหวัดขอนแก่น นำมะละกอแขกดำไปปรับปรุงพันธุ์ ได้ชื่อว่า “แขกดำท่าพระ” ศูนย์วิจัยพืชสวนศรีษะเกษ นำแขกดำไปปรับปรุงพันธุ์ ได้ชื่อว่า “แขกดำศรีสะเกษ” ในแง่ของงานพัฒนาสายพันธุ์มะละกอในบ้านเรามีความก้าวหน้าไม่น้อย แต่ก็มีการพัฒนาอย่างไม่หยุดนิ่ง ทั้งภาคราชการและเอกชน สายพันธุ์มะละกอที่นำมาเสนอต่อไปนี้ ถือเป็นพืชพรรณที่มีคุณค่า ถึงแม้บางสายพันธุ์มีปลูกอยู่ไม่มากนัก พันธุ์แขกดำ มีลักษณะทรงพุ่มเตี้ย แข็งแรง ความสูงประมาณ 2-4 เมตร ก้านใบสีเขียวอ่อน ลักษณะสั้นและแข็งแรง ก้านใบตั้งตรง ยาวประมาณ 60-80 เซนติเมตร ใบหนากว่าพันธุ์อื่นๆ มีการออกดอกติดผลเร็ว ผลมีขนาดปานกลาง ส่วนหัวและปลายผลมีขนาดเท่ากัน ผลยาวประมาณ 25-35 เซนติเมตร ผลในขณะที่ยังดิบเปลือกมีสีเขียวเข้ม เปลือกหนา เนื้อหนา ประมา
ร.ต.ท. จรูญ เทพสุริวงค์ หรือ จ่าหมี ตำรวจ สภ.กระแสสินธุ์ จ.สงขลา หมู่ที่ 2 ต.ดีหลวง อ.สทิงพระ จ.สงขลา ได้ปลูกมะละกอฮอลแลนด์ในเนื้อที่ 5 ไร่ มาเกือบ 4 ปี และเป็นการลงทุนปลูกรุ่นแรก สามารถทำเงินได้สูงถึงเดือนละกว่า 6 หมื่นบาท จากการขายมะละกอฮอลแลนด์เพียงอย่างเดียว ไม่รวมรายได้ขายกล้วยน้ำหว้าที่ปลูกแซม เก็บขายวันละนับ 100 กก. ราคา กก. ละ 20 บาท และตลาดวิ่งชนมีพ่อค้าแม่ค้ามารับซื้อถึงสวน เพื่อส่งขายทั้งในตลาด จ.สงขลา ยะลา ปัตตานี หรือแม้แต่เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี และมีออเดอร์ใหม่ๆ เข้ามาตลอด ไม่เคยประสบปัญหาด้านการตลาดและราคา ร.ต.ท. จรูญ กล่าวว่า ตนรับราชการตำรวจอยู่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้หลายสิบปี ถูกลอบวางระเบิดจนขาขวาขาด จึงขอย้ายกลับมาอยู่บ้านที่ จ.สงขลา ด้วยความชื่นชอบการเกษตรอยู่แล้ว จึงใช้เวลาว่างจากหน้าที่ผู้พิทักษ์สันติราช ไปศึกษาหาความรู้จากเพื่อนบ้าน วิธีปลูกมะละกอฮอลแลนด์ ในเนื้อที่ 5 ไร่ ใช้เงินลงทุนประมาณ 1 แสนบาท ปลูกได้ประมาณ 8 เดือน ออกผลเก็บขายได้ และเพียงแค่รุ่นแรกก็คืนทุนทันที และนับจากนั้นมาเก็บขายได้ทุกวัน วันละไม่ต่ำกว่า 100 กก. ร.ต.ท. จรูญ กล่าวอีกว่า ข้อด
คุณปรุง ป้อมเกิด เกษตรกรผู้ปลูกมะละกอสายพันธุ์แขกดำ ใช้ภูมิปัญญาชาวบ้าน เริ่มจากดูที่ผลมีความยาวพอประมาณ โคนผลเล็ก ตรงกลางใหญ่ ปลายเรียว แต่ไม่แหลมจนเกินไป ปลายควรทู่พอสมควร ผิวผลสวย ขนาด 1.5-2 กิโลกรัมต่อผล นี่เป็นลักษณะภายนอก เมื่อผ่าผลสีเนื้อต้องแดง สำคัญที่สุดรสชาติต้องหวาน คุณปรุงคัดพันธุ์มานานกว่า 20 ปี สามารถบอกได้เลยว่า มะละกอสวนนี้เป็น”มะละกอแขกดำสายพันธุ์นายปรุง” คุณปรุงปลูกมะละกออยู่ริมถนนสายพุทธมณฑล-นครชัยศรี คนทั่วไปรู้จักกันดี ซึ่งเป็นละที่กับบ้านัพักอาศัย นอกจากคุณปรุงแล้ว ปัจจุบันทายาทของเขา คุณสมจินต์ ป้อมเกิด ได้มาช่วยพ่อปลูกมะละกอ ขณะเดียวกันก็ขยายพื้นที่ออกไปไม่น้อย คุณสมจินต์ เล่าให้ฟังว่า ตนเองช่วยพ่อปลูกมะละกอตั้งแต่ยังเล็ก เมื่อเรียนจบก็ไปทำงานเปลี่ยนบรรยากาศอยู่ที่นวนครพักหนึ่ง เมื่อแต่งงาน จึงกลับมาหาพ่อ พร้อมลงมือปลูกมะละกออย่างจริงจัง ซึ่งรายได้นั้น ปลูกมะละกอดีกว่ามาก คุณสมจินต์เล่าถึงการปลูกมะละกอว่า เมื่อได้เมล็ดจากผลสุก นำมาล้างน้ำเอาเมือกที่หุ้มเมล็ดออก ผึ่งลมในสภาพห้อง 2-3 คืน แล้วคลุกยากันรา จึงห่อด้วยผ้าที่ชุบน้ำ เป็นเวลา 4 คืน ทุกวันนี้ทางสวนเพาะ
บริษัท วีเอ็นยู เอ็กซิบิชั่นส์ เอเชีย แปซิฟิค จำกัด ร่วมกับรัฐบาลสหราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ แถลงข่าวการจัดงาน ฮอร์ติ เอเชีย 2018 ณ สถานทูตเนเธอร์แลนด์ประจำประเทศไทย โดยมี มร. เกส ปีเตอร์ ราเดอ เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเนเธอร์แลนด์ประจำประเทศไทย กล่าวเปิดงาน และมีการอภิปรายเกี่ยวกับอุตสาหกรรมพืชสวนในประเทศเนเธอร์แลนด์เรื่องโอกาสในการก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมและจะกำหนดทิศทางอุตสาหกรรมพืชสวนของโลกได้อย่างไร ภายในงาน ยังได้รับเกียรติจาก กรมวิชาการเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร สมาคมพืชสวนแห่งประเทศไทย และผู้สนับสนุนหลักในการจัดงาน สำนักงานส่งเสริมการจัดการประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ ร่วมพูดคุยถึงบทบาทของภาครัฐและเอกชนที่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในด้านของอุตสาหกรรมพืชสวนในประเทศไทยแข็งแกร่งขึ้น ผ่านงาน ฮอร์ติ เอเชีย 2018 นำเสนอปัจจัยการผลิตทางการเกษตรและนวัตกรรมด้านการปลูกพืชผัก ไม้ผล และดอกไม้แห่งภูมิภาคเอเชีย ระหว่างวันที่ 22-24 สิงหาคม 2561 ณ ฮอลล์ 98 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค กรุงเทพฯ ร่วมกับ งานอะกริเทคนิก้า เอเชีย 2018 งานแสดงนวัตกรรม เทคโนโลยีด้านเครื่องจักรกลการเกษตร
