มะละกอ
มะละกอ เป็นพืชเศรษฐกิจที่มีความสำคัญอย่างมาก โดยเฉพาะมะละกอรับประทานผลดิบ ที่เป็นวัตถุดิบหลักของ “ส้มตำ” เมนูที่ได้รับความนิยมสูงสุดทั่วทั้งประเทศ ทำให้สัดส่วนความต้องการมะละกอผลดิบมีมาก แต่ในแง่ของการผลิต เกษตรกรยังต้องเผชิญกับปัญหาต่างๆ ทั้งโรคระบาด สภาพอากาศที่แปรปรวน เมล็ดพันธุ์ด้อยคุณภาพ ตลอดจนปัญหาการปนเปื้อนของสายพันธุ์ที่ไม่ต้องการ ทั้งหมดล้วนส่งผลทั้งต่อปริมาณ คุณภาพ และตลาดโดยตรง ด้วยเหตุนี้ บริษัท อีสท์ เวสท์ ซีด จำกัด หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ศรแดง” จึงได้พัฒนามะละกอ “พันธุ์ส้มตำ 90” ขึ้นมา เพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น คุณละไม ยะปะนัน ผู้จัดการงานพัฒนาธุรกิจ บริษัท อีสท์ เวสท์ ซีด (ประเทศไทย) และในฐานะนักปรับปรุงพันธุ์ ให้ข้อมูลว่า เป้าหมายของการพัฒนามะละกอพันธุ์ส้มตำ 90 ก็เพื่อแก้ปัญหาด้านการผลิตให้กับเกษตรกร ซึ่งเกษตรกรจะได้มีโอกาสเข้าถึงสายพันธุ์ใหม่ๆ ที่ให้ผลผลิตที่ดี มีคุณภาพตรงตามของตลาดทั้งในและต่างประเทศ ขณะเดียวกันต้องปลูกและจัดการดูแลง่ายด้วย คัดเลือกกว่า 100 สายพันธุ์ ใช้เวลานาน 15 ปี ได้มะละกอพันธุ์ดี “ส้มตำ 90” “มะละกอพันธุ์ส้มตำ 90 ใช้เวลาการปรับปรุงพันธุ์นานถึง
ตำรวจเชียงใหม่ ปลูกมะละกอ ด.ต. ศศิวัฒน์ ทรัพย์วรธนา (ดาบวอน) ตำแหน่งผู้บังคับหมู่ ศูนย์รับแจ้งเหตุ 191 ตำรวจภูธร จังหวัดเชียงใหม่ ที่อยู่ 496/2 ตำบลท่าศาลา อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ด.ต. ศศิวัฒน์ ทรัพย์วรธนา (ดาบวอน) ผู้หลงรักในการทำเกษตร มองดูแล้วอาจห่างไกลกับอาชีพรับราชการตำรวจอยู่มาก แต่ด้วยความที่ใจรักและมีพื้นเพพ่อแม่ทำสวนทำไร่ตั้งแต่เด็ก จึงมีแนวคิดที่จะทำสวนเป็นอาชีพเสริมสร้างรายได้ และอีกเหตุผลที่ทำคือ ลำพังเงินเดือนตำรวจน้อยนิด ไม่สามารถเลี้ยงตัวเองและครอบครัวให้สบายได้ ต้องเป็นหนี้สหกรณ์ นำเงินมาใช้จ่ายหลายส่วน จึงอยากหาอาชีพเสริม ด้วยความที่พอมีความรู้ด้านการเกษตรติดตัว ประกอบกับมีผู้เชี่ยวชาญด้านการปลูกมะละกอให้คำแนะนำ จึงตัดสินใจใช้พื้นที่ที่เคยซื้อไว้เมื่อ 10 ปีก่อน ปลูกมะละกอพันธุ์เรดมาลาดอร์ จำนวน 5 ไร่ ปัจจุบันปลูกได้ผลดี ผลผลิตไม่พอขาย ลูกค้าต้องต่อคิวซื้อ ด้วยความที่มีรสชาติหวาน หอม อร่อย ทำเงินดี คิดง่ายๆ มะละกอ 3 วัน เก็บขายทีละ 2-3 เข่ง ก็ได้เงินหลายพันบาทแล้ว ดาบวอน ตำรวจหนุ่มผู้ขยันขันแข็ง เดิมมีภูมิลำเนาอยู่จังหวัดนครสวรรค์ แต่ต้องมารับราชการตำรวจที่จังหวัดเช
ตามที่คุณเข้าใจนั้นถูกต้องแล้วครับ มะละกอในตัวมันเองมีทั้งต้นตัวผู้ ต้นตัวเมีย และต้นกะเทย ต้นตัวผู้ มีช่อดอกยาว เก้งก้าง มีดอกย่อยเล็กๆ แต่ไม่สามารถพัฒนาเป็นผลต่อไปได้ ต้นตัวเมีย มีผลค่อนข้างกลมและเล็ก ไม่มีเมล็ด และต้นกะเทย มีดอกขนาดใหญ่ มีเกสรเพศผู้และเพศเมียอยู่ในดอกเดียวกัน ผลมะละกอที่วางจำหน่ายตามแผงขายผลไม้ หรือตามห้างสรรพสินค้า เป็นมะละกอกะเทย อย่างไรก็ตาม หากต้นมะละกอเริ่มให้ดอกแสดงเพศชัดเจน คุณสามารถเปลี่ยนเพศได้ โดยใช้มีดคมและสะอาด ตัดยอดต้นตัวเมีย หรือต้นตัวผู้ทิ้งไป เหลือใบไว้เพียง 2-3 ใบ ทาแผลด้วยปูนกินหมาก เร่งบำรุงต้นด้วยการใส่ปุ๋ยยูเรีย 1 กำมือ ต่อน้ำ 1 ถัง หรือ 1 ปี๊บ กวนให้ละลายราดลงบริเวณโคนต้นพอชื้นรอบต้น ระวังอย่าให้เละ ใส่อัตราเดียวกันอีกครั้ง เมื่อผ่านไป 1 สัปดาห์ อีกไม่นานยอดใหม่ของต้นมะละกอจะออกดอกเป็นดอกกะเทยในอัตราไม่ต่ำกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ เทคนิคดังกล่าวเป็นภูมิปัญญาชาวบ้านมานาน และผมเคยทดลองแล้วได้ผลดี เทคนิคการคัดเลือกเมล็ดมะละกอให้ได้ต้นตัวผู้ด้วยการเลือกผลมะละกอที่สมบูรณ์ มีขนาดใหญ่ ระยะสุกแก่เต็มที่พร้อมรับประทาน ให้ตัดขวางผลมะละกอออกเป็น 3 ท่อน มีขนาดย
มะละกอพันธุ์แขกดำ ลักษณะเป็นทรงพุ่มเตี้ย แข็งแรง ความสูงประมาณ 2-4 เมตร ก้านใบสีเขียวอ่อน ลักษณะสั้นและแข็งแรง ก้านใบตั้งตรง ยาวประมาณ 60-80 เซนติเมตร ใบหนากว่าพันธุ์อื่นๆ มีเส้นใบ 9-11 แฉก มีการออกดอกติดผลเร็ว ผลมีขนาดปานกลาง ส่วนหัวและปลายผลมีขนาดเท่ากัน ผลยาวประมาณ 25-35 เซนติเมตร ผลในขณะที่ยังดิบเปลือกมีสีเขียวเข้ม เปลือกหนา เนื้อหนา ผลสุกมีสีแดงอมส้ม เนื้อสีแดงเข้ม น้ำหนักผลประมาณ 0.60-1.70 กิโลกรัม เหมาะสำหรับบริโภคสุกและดิบ ในครั้งนี้ผู้เขียนไม่ได้มานำเสนอเกษตรกรที่ประสบความสำเร็จ ทำแล้วรวย แต่จะขอถ่ายทอดประสบการณ์ของเกษตรกรท่านหนึ่ง ที่ไม่ย่อท้อต่อราคาและกลไกของตลาดที่มีทั้งดีและไม่ดี ผิดหวังมาก็หลายครั้ง สุดท้าย มาลงตัวที่มะละกอแขกดำ สร้างรายได้แบบพออยู่พอกิน คุณกิตติวัฒน์ รังสีวิสิทธิ์ อยู่บ้านเลขที่ 113 หมู่ที่ 3 ตำบลประสาทสิทธิ์ อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี เกษตรกรผู้ที่จะมาเล่าถึงประสบการณ์การทำเกษตรที่ไม่ได้สวยงามนัก “อยากให้เกษตรกรที่ได้อ่านเรื่องของลุงกิตติวัฒน์แล้วมีกำลังใจสู้ต่อไป เพราะลุงกิตติวัฒน์ก็เจ็บมาเยอะ กว่าจะตั้งตัวได้ ทำเกษตรอาจไม่รวย แต่เกษตรสอนให้เรารู
ส้มตำ เมนูยอดฮิตของไทย มีขายทุกภาคของประเทศ หรือจะกล่าวได้ว่า ทุกชุมชน มีตั้งแต่ร้านในตรอก ซอก ซอย กระทั่ง เป็นหนึ่งในเมนู ของโรงแรมห้าดาว ด้วยลักษณะพิเศษ ของรสชาติ คุณค่าทางอาหาร ทำให้คนกินส้มตำกันได้เรื่อยๆ ทั้งนี้ วัตถุดิบหลักของส้มตำก็คือ มะละกอ ดังนั้น มะละกอ จึงเป็นพืชที่มีตลาดใหญ่รองรับแน่ๆ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ลงพื้นที่สำรวจตลาดเทศบาลเมืองอุบลราชธานี จ.อุบลราชธานี พบร้านค้าที่ขายมะละกอสับ อย่างเป็นล่ำเป็นสันถึง 2 ร้าน ในตลาดเดียวกัน และเมื่อได้เข้าไปพูดคุย ก็ทำเอาอึ้งกันเลยทีเดียว ด้วยยอดขายที่สูงถึงวันละ 800 กิโลกรัมต่อวัน ที่สำคัญ เป็น 800 กิโลกรัม ที่หมุนเวียนอยู่เฉพาะที่อำเภอเมือง เท่านั้นเอง มะละกอสับ สำเร็จรูป เป็นอีกหนึ่งสินค้า ที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับพ่อค้าแม่ค้าได้เป็นอย่างดี ด้วยว่า ซื้อแล้ว นำไปลงครก ทำส้มตำขายได้เลย ไม่ต้องมานั่งปอกเปลือก และสับ ให้เสียเวลา ร้านแรก เป็นร้านของ คุณลอน หาเนาสุข โดยมีคุณตั้ม หนึ่งในทีมงาน ให้ข้อมูลกับ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ว่า ขายมานานนับสิบปีแล้ว ในแต่ละวัน ใช้มะละกอ มากถึง 800 กิโลกรัม (มะละกอก่อนสับ) โดยเทียบให้ฟังว่า มะล
ผลมีความยาวพอประมาณ โคนผลเล็ก ตรงกลางใหญ่ ปลายเรียว แต่ไม่แหลมจนเกินไป ปลายควรทู่พอสมควร ผิวผลสวย ขนาด 1.5-2 กิโลกรัม ต่อผล เมื่อผ่าผลสีเนื้อต้องแดง สำคัญที่สุดรสชาติต้องหวาน จุดเด่น หากสมบูรณ์ดีเนื้อสีแดงเข้ม รสชาติหวานมีเค็มนิดๆ เนื้อกรอบเมื่อไม่สุกจัด เนื้อไม่นิ่มไม่เละเมื่อสุกมาก เมื่อก่อนการขาย คัดเล็ก กลาง ใหญ่ ผลขนาดเล็กขายได้ราคาดีกว่า ทุกวันนี้ บางครั้งขายคละกันไป ราคาเคยขายจากสวนสูงสุด 30-35 บาท เฉลี่ยอยู่ที่ 25 บาท ต่อกิโลกรัม ตลาดห้างเดอะมอลล์มาซื้อ แม่ค้าที่ อ.ต.ก. ซื้อไปขาย เขาได้ชิม จึงมาติดต่อซื้อ ที่อื่นมีศาลายา ตลาดน้ำดอนหวาย นครชัยศรี แหล่งที่มา : คุณปรุง คุณสมจินต์ ป้อมเกิด โทรศัพท์ 089-547-1807, 085-409-2662
สภาพอากาศในระยะที่มีอากาศร้อนและมีฝนตกชุกช่วงนี้ อาจส่งผลกระทบให้มะละกอในระยะเก็บเกี่ยวผลดิบเกิดโรคได้ กรมวิชาการเกษตร แนะเกษตรกรผู้ปลูกมะละกอให้เตรียมรับมือโรครากเน่าและโคนเน่า ที่พบมากในระยะต้นกล้าจนถึงระยะต้นโตเก็บเกี่ยวผลผลิต ระยะต้นกล้า จะแสดงอาการที่ส่วนลำต้นบริเวณผิวดินมีลักษณะฉ่ำน้ำยุบเป็นแถบๆ ใบจะเหี่ยว ถ้าอาการรุนแรงบริเวณโคนต้นจะหักพับและตายในที่สุด ระยะ ต้นโต มักแสดงอาการเริ่มแรกพบรากแขนงสีน้ำตาลหลุดขาดได้ง่าย ต่อมาโรคลุกลามไปยังรากแก้ว ทำให้รากเน่าเปื่อย ต้นแคระแกร็น ใบเหลือง ก้านใบลู่ลง และหลุดร่วงได้ง่าย ส่วนต้นมะละกอจะเหลือใบยอดเป็นกระจุกและตายในที่สุด โดยบริเวณโคนต้นจะเน่าชุ่มน้ำ มีสีน้ำตาลเยิ้มออกมา และจะหักล้มพับได้ง่าย เกษตรกรควรหมั่นตรวจและกำจัดวัชพืชในแปลงและรอบแปลงปลูกอย่างสม่ำเสมอ หากพบต้นมะละกอที่แสดงอาการของโรครากเน่าและโคนเน่า ให้ขุดหรือถอนต้นที่เป็นโรคออกจากแปลงและนำไปเผาทำลายนอกแปลงปลูกทันที เพื่อลดแหล่งสะสมเชื้อสาเหตุโรค จากนั้น เกษตรกรควรใส่ปูนขาวหรือโรยยูเรียผสมปูนขาว อัตรา 80:800 กิโลกรัมต่อไร่ บริเวณหลุมที่ขุดหรือถอนต้นออกไปแล้ว และให้กลบและรดน้ำให้ดิน
จังหวัดปราจีนบุรี และสระแก้ว เป็นแหล่งปลูกยางใหม่ที่เกษตรกรหันมาปลูกยางในยุคที่ยางมีราคาแพง มีเนื้อที่ปลูกยางรวมทั้งหมด ประมาณ 30,000 ไร่ ต่อมาเมื่อสถานการณ์ราคายางอ่อนตัวลงอย่างต่อเนื่อง รายได้จากการขายยางไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่าย คุณชัยฤทธิ์ บัวแสง ผู้อำนวยการการยางแห่งประเทศไทย สาขาสระแก้ว (กยท. สาขาสระแก้ว) ซึ่งดูแลรับผิดชอบพื้นที่ปลูกยางพาราในพื้นที่จังหวัดสระแก้วและปราจีนบุรี จึงส่งเสริมให้เกษตรกรหันมาทำการเกษตรแบบผสมผสานในลักษณะปลูกพืชแซมในสวนยาง หรือปลูกพืชร่วมยาง ในช่วงที่ต้นยางยังเล็กเก็บเกี่ยวผลผลิตไม่ได้ คุณชัยฤทธิ์ บัวแสง ผู้อำนวยการ กยท. สาขาสระแก้ว สละเวลาพาผู้เขียนไปเยี่ยมชมกิจการสวนยางผสมผสานของเกษตรกรคนเก่ง คือ คุณลักษณ์-คุณจอม ฤทธิ์ภักดี อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 5 หมู่ที่ 6 ตำบลวังท่าช้าง อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี โทร. (086) 091-9800, (080) 076-7021 ครอบครัวฤทธิ์ภักดี ทำสวนยางควบคู่กับการทำเกษตรผสมผสานจนประสบความสำเร็จทางอาชีพและรายได้ กยท. สาขาสระแก้ว จึงประกาศยกย่องให้สวนยางแห่งนี้เป็นศูนย์เรียนรู้ด้านเศรษฐกิจพอเพียง โดยมอบเงินทุนสนับสนุนให้ ครัวเรือนละ 5,000 บา
“มะละกอ” เป็นพืชผลเศรษฐกิจที่สำคัญของไทย เพราะไม่เพียงแต่ผลสุกเท่านั้นที่มีประโยชน์ แต่การรับประทานผลดิบของมะละกอจะทำให้สุขภาพของลำไส้มีการขับถ่ายที่ดีขึ้น และมะละกอดิบยังเป็นวัตถุดิบเมนูจานโปรดของคนไทยมาช้านาน ทั้งส้มตำไทย ส้มตำปู ส้มตำปลาร้า และส้มตำอื่นๆ ตามแต่จะรังสรรค์กันไป อาทิ ส้มตำปูม้าและส้มตำไข่เค็ม ในฉบับนี้ทีมงานเทคโนโลยีชาวบ้าน จะพาทุกท่านไปชมตลาดมะละกอดิบที่ตลาดไท ซึ่งเป็นแหล่งค้าส่งรายใหญ่ในประเทศไทย ราคามะละกอดิบลด-ปริมาณขายก็ลด เหตุคนซื้อประหยัดค่าใช้จ่าย เมื่อเดินเข้าไปในศูนย์ค้าส่งประเภทผักสดของตลาดไท เจอผักจำนวนมากวางเรียงรายให้เลือกสรร ที่สำคัญมีราคาถูกมาก สินค้าผักสดที่วางขายโดดเด่นในศูนย์ค้าส่งแห่งนี้ก็คือ “มะละกอดิบ” สายพันธุ์ดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี “มะละกอดิบ” เป็นพืชผลทางการเกษตรอย่างหนึ่งที่อ่อนไหวด้านราคา เมื่อเศรษฐกิจของประเทศเดินมาถึงจุดที่เราทุกๆ คนต้องช่วยกันประหยัดค่าใช้จ่าย ลดวิถีการดำเนินชีวิตที่ฟุ้งเฟ้อ และทำอาหารรับประทานเองในบ้านมากขึ้น ส่งผลให้ผู้รับมะละกอดิบไปขายตามร้านอาหารมีจำนวนลดลงตามลำดับด้วย เป็นธรรมชาติของปรากฏการณ์ที่ผู้คนในสังคมพากั
เกษตรกรนิยมปลูกมะละกอเป็นพืชเดี่ยว และปลูกในลักษณะสวนผสมผสาน บนเนื้อที่ปลูกเฉลี่ย รายละ 5-25 ไร่ เกษตรกรกว่า 60% นิยมปลูกมะละกอพันธุ์แขกดำ รองลงมาคือ พันธุ์แขกนวล 18% พันธุ์ฮอลแลนด์ (ปลักไม้ลาย) 8% และพันธุ์อื่นๆ ซึ่งเป็นมะละกอที่กลายพันธุ์มาจากมะละกอพันธุ์แขกดำเป็นหลัก และพันธุ์ต่างประเทศ เช่น พันธุ์ฮาวาย พันธุ์เรดเลดี้ และพันธุ์พื้นเมืองไทย การปลูกมะละกอแบบไม่ยกร่อง ช่วงก่อนให้ผลผลิต มีต้นทุนการผลิตโดยเฉลี่ยทั้งประเทศอยู่ที่ 1,123 บาท ต่อไร่ ต่อเดือน เมื่อมะละกอให้ผลผลิตแล้ว จะมีต้นทุนการผลิตประมาณ 990 บาท ต่อไร่ ต่อเดือน แต่ละภาคมีต้นทุนการผลิตไม่แตกต่างกันมากนัก และภาคใต้มีต้นทุนต่ำที่สุด เมื่อเปรียบเทียบต้นทุนระหว่างพันธุ์ที่ปลูกพบว่า พันธุ์ฮอลแลนด์ (ปลักไม้ลาย) เกษตรกรใช้ต้นทุนสูงกว่าพันธุ์แขกดำ กว่า 50% เพราะราคาต้นพันธุ์สูงกว่า และการดูแลรักษาดีกว่า เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพตรงตามที่พ่อค้าต้องการ ส่วนการปลูกมะละกอแบบยกร่อง มีต้นทุนก่อนให้ผลผลิตเกือบ 2,000 บาท ไร่ ต่อเดือน และกว่า 1,700 บาท ต่อไร่ ต่อเดือน หลังให้ผลผลิตแล้ว เมื่อคำนวณออกมาเป็นต้นทุนต่อกิโลกรัมทั้งแบบยกร่องและ
