มันสำปะหลัง
กรมส่งเสริมการเกษตรเตือนเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังในทุกภาคของประเทศไทย เฝ้าระวังการระบาดของไรแดงในมันสำปะหลัง เนื่องจากมันสำปะหลังในพื้นที่ส่วนใหญ่ขณะนี้มีอายุ 1-3 เดือน และในช่วงนี้มีสภาพอากาศแห้งแล้ง อุณหภูมิสูง เอื้อต่อการระบาดของไรแดงในมันสำปะหลังได้ดี โดยไรศัตรูพืชเหล่านี้จะมีลักษณะปากที่แตกต่างจากไรทั่วๆ ไป คือจะมีอวัยวะที่เรียกว่า chelicerae ซึ่งเป็นส่วนประกอบที่สำคัญของปาก มีลักษณะเป็นเข็มแหลม (stylets) เพื่อใช้ทิ่มแทงเข้าไปในเนื้อเยื่อหรือเซลล์ของพืชอาศัย เพื่อดูดกินน้ำเลี้ยง ทำให้เกิดแผลบนผิวของพืชบริเวณนั้น สำหรับไรแดงที่เข้าทำลายมันสำปะหลังมีอยู่ 3 ชนิด คือ ไรแดงมันสำปะหลัง หรือไรแดงหม่อน ไรแมงมุมคันซาวา และไรแดงชมพู่ แต่สำหรับไรแดงมันสำปะหลัง หรือไรแดงหม่อนนั้นเป็นไรศัตรูที่สำคัญของพืชเศรษฐกิจหลายชนิด พืชที่มักพบไรชนิดนี้เข้าทำลายเสียหายอย่างรุนแรง ได้แก่ มันสำปะหลัง และหม่อน โดยไรจะดูดกินน้ำเลี้ยงบริเวณใต้ใบพืชใบล่างๆ และเพิ่มขยายปริมาณไปยังส่วนยอด ไรสร้างเส้นใยสานไปมาอยู่เหนือผิวใบบริเวณที่ไรดูดทำลายอยู่ ทำให้ใบพืชแห้งซีด มีสีเหลือง หากไรระบาดรุนแรง ยอดจะม้วนงอและร่วงจาก
นางสาวกาญจนา ขวัญเมือง รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงการลงพื้นที่สำรวจสถานการณ์การผลิตและการตลาดมันสำปะหลังในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาและชัยภูมิ ซึ่งเป็นแหล่งผลิตมันสำปะหลังแหล่งใหญ่อันดับ 1 และอันดับ 2 ของประเทศ ซึ่งจากการลงพื้นที่ของ สศก. โดยทีมสำนักวิจัยเศรษฐกิจการเกษตร ระหว่างวันที่ 10-14 กุมภาพันธ์ 2568 พบว่า ฤดูการผลิตปี 2567/68 คาดว่ามีเนื้อที่เก็บเกี่ยวรวมประมาณ 1.74 ล้านไร่ (นครราชสีมา 1.08 ล้านไร่ และชัยภูมิ 0.66 ล้านไร่) คิดเป็นร้อยละ 20.10 ของเนื้อที่เก็บเกี่ยวทั้งประเทศ เพิ่มขึ้นจากปี 2566/67 ที่มีเนื้อที่เก็บเกี่ยวรวมประมาณ 1.67 ล้านไร่ (นครราชสีมา 1.03 ล้านไร่ และชัยภูมิ 0.64 ล้านไร่) หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.19 เนื่องจากราคามันสำปะหลังสดที่เกษตรกรขายได้ในปีเพาะปลูก 2566/67 อยู่ในเกณฑ์ดีและเป็นพืชทนแล้ง จูงใจให้เกษตรกรขยายพื้นที่ปลูกแทนอ้อยโรงงานและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่มีต้นทุนการผลิตสูง ด้านผลผลิตรวมของจังหวัดนครราชสีมาและชัยภูมิ คาดว่ามีปริมาณ 5.33 ล้านตัน (นครราชสีมา 3.35 ล้านตัน และชัยภูมิ 1.98 ล้านตัน) คิดเป็นร้อยละ 19.60 ข
กรุงเทพฯ, 26 กุมภาพันธ์ 2568 : นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จัดงาน “ก้าวสู่อนาคตเกษตรกรรมไทย ผ่านงานวิจัยด้วย AI Chatbot” ณ ห้องพระศิวะ โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น พลิกโฉมการเกษตรไทย เปิดตัวนวัตกรรม AI Chatbot “ตัวช่วยอัจฉริยะ” ให้สามารถเข้าถึงข้อมูลและความรู้ที่จำเป็นเกี่ยวกับการปลูกทุเรียนและมันสำปะหลังได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ถูกต้อง และแม่นยำ ผ่านเครื่องมือสืบค้นงานวิจัยด้านการผลิตพืชของกรมวิชาการเกษตร ที่รวบรวมความรู้ งานวิจัย เกี่ยวกับทุเรียนและมันสำปะหลัง ไว้อย่างครบถ้วน ให้เกษตรกรและผู้ที่สนใจได้เรียนรู้ และนำไปใช้เพื่อเพิ่มผลผลิตและสร้างรายได้ จากสองชนิดพืชเศรษฐกิจอันดับต้นของประเทศ ที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจปีละกว่าหนึ่งแสนล้านบาทในแต่ละชนิด นายรพีภัทร์ เปิดเผยว่า ในยุคที่โลกกำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว และเข้าสู่สังคมยุคดิจิทัล กรมวิชาการเกษตรพร้อมที่จะสนับสนุนบทบาทการนำดิจิทัลไปสู่งานวิจัย โดยกรมวิชาการเกษตรมีบทบาทสำคัญในเรื่องการวิจัยสินค้าเกษตรพืชพันธุ์ต่างๆ ซึ่งการนำเทคโนโลยี AI เข้ามาสนับสนุน ประกอบกับแผนการจัดการเทคโนโลยีของประเ
ธ.ก.ส. เดินหน้าโครงการชะลอการเก็บเกี่ยวมันสำปะหลังปี 2567/68 ตามนโยบายรัฐบาล เพื่อชะลอการ เก็บเกี่ยวผลผลิตเป็นระยะเวลา 6 เดือน ในช่วงที่มันสำปะหลังออกสู่ตลาดจำนวนมาก ซึ่งจะช่วยรักษาระดับราคาเพิ่มผลตอบแทนที่คุ้มค่าต่อการเพาะปลูกให้แก่เกษตรกร โดยเกษตรกรยังคงมีเงินหมุนเวียนเพื่อใช้จ่ายในครัวเรือนในช่วงชะลอการเก็บเกี่ยว ครัวเรือนละไม่เกิน 2,500 บาทต่อไร่ ไม่เกิน 20 ไร่ต่อครัวเรือน รวมครัวเรือนละไม่เกิน 50,000 บาท เกษตรกรชำระอัตราดอกเบี้ยเพียงร้อยละ 1 ต่อปี พร้อมให้ขยายเวลาชำระหนี้เดิมสำหรับเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการดังกล่าวออกไปไม่เกิน 6 เดือน นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ ธ.ก.ส. เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2568 ได้มีมติเห็นชอบให้ ธ.ก.ส. ดำเนินโครงการชะลอการเก็บเกี่ยวมันสำปะหลังปี 2567/68 ตามนโยบายรัฐบาล วงเงินสินเชื่อรวม 10,787.50 ล้านบาท เพื่อชะลอการเก็บเกี่ยวผลผลิต มันสำปะหลังเป็นระยะเวลา 6 เดือน ซึ่งถือเป็นช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดกระจุกตัว ส่งผลให้ราคามันสำปะหลังลดต่ำลง และไม่คุ้มค่ากับการเพาะปลูก โดยเกษตรกรสามารถนำเงินไ
นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร (กวก.) เปิดเผยว่า ฤดูกาลผลิต 2567/2568 คาดผลผลิตมันสำปะหลังจะมีผลผลิตและผลผลิตต่อไร่เพิ่มขึ้น เนื่องจากราคาหัวมันสดที่เกษตรกรขายได้อยู่ในเกณฑ์ดีและเป็นพืชที่ทนแล้ง จึงจูงใจให้เกษตรกรขยายพื้นที่เพิ่มขึ้น ล่าสุด กรมวิชาการเกษตรเร่งดำเนินโครงการผลิตท่อนพันธุ์ต้านทานโรคใบด่างมันสำปะหลัง หน่วยงาน สถาบันวิจัยพืชไร่และพืชทดแทนพลังงาน เป้าหมาย ปีที่ 1 จำนวนท่อนพันธุ์ 200,000 ลำ ในพื้นที่ 100 ไร่ ในพื้นที่ 13 ศูนย์วิจัย ได้แก่ ศูนย์วิจัยพืช และในปีที่ 2 จำนวนท่อนพันธุ์ 800,000 ลำ โดยดำเนินการภายใต้ 2 กิจกรรม คือ กิจกรรมที่ 1 การขยายท่อนพันธุ์ทันสำปะหลังพันธ์ต้านทานโรคใบด่างพันธ์ และกิจกรรมที่ 2 การศึกษาความสามารถในการปรับตัวต่อสภาพแวดล้อมในแหล่งปลูกของมันสำปะหลังพันธุ์ต้านทานโรค ด้านนายอนุสรณ์ เทียนศิริฤกษ์ ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยปฐพีวิทยา กองวิจัยพัฒนาปัจจัยการผลิตทางการเกษตร กรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า เพื่อลดต้นทุน เพิ่มรายได้ให้เกษตรกร ให้เป็น 3 เท่า ภายใน 4 ปี ตามนโยบายของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ และรัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมน
บอร์ด ธ.ก.ส. อนุมัติเดินหน้ามาตรการชะลอการเก็บเกี่ยวมันสำปะหลัง ปี 2566/67 ตามนโยบายรัฐบาล เพื่อชะลอการเก็บเกี่ยวหัวมันสดในช่วงฤดูแล้งที่มีเปอร์เซ็นต์แป้งต่ำและราคาตกต่ำออกไปอีก 6 เดือน หวังเพิ่มผลผลิตต่อไร่และผลตอบแทนที่คุ้มค่าต่อการเพาะปลูก โดยเกษตรกรยังคงมีเงินหมุนเวียนเป็นค่าใช้จ่ายในครัวเรือนในระหว่างการรอเก็บเกี่ยว วงเงินครัวเรือนละไม่เกิน 50,000 บาท ดอกเบี้ยร้อยละ 1 เป้าหมายเกษตรกรกว่า 65,000 ครัวเรือน พื้นที่กว่า 1.3 ล้านไร่ นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ ธ.ก.ส. เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2567 ได้มีมติเห็นชอบให้ ธ.ก.ส. ดำเนินมาตรการชะลอการเก็บเกี่ยวมันสำปะหลัง ปีการผลิต 66/67 ตามนโยบายรัฐบาล วงเงินรวม 3,255 ล้านบาท เพื่อชะลอการเก็บเกี่ยวหัวมันสดในช่วงฤดูแล้งที่มีปริมาณเปอร์เซ็นต์แป้งลดต่ำลง โดยเฉลี่ยเหลือเพียง 10-15% จากเดิมที่มีเปอร์เซ็นต์แป้งอยู่ที่ 25-30% ทำให้ราคาที่เกษตรกรจำหน่ายลดต่ำลงและไม่คุ้มค่ากับการเพาะปลูก โดยมีเป้าหมายพื้นที่ที่ยังไม่ได้เก็บเกี่ยวผลผลิตประมาณ 1,302,000 ไร่ จากพื้นที่เพาะปลูกทั่วปร
กลุ่มพูลผล และกลุ่มบริษัท เอส เอ็ม เอส เปิดโรงงานผลิตหลอดพลาสติกชีวภาพ TAPIOPLAST® เดินหน้าขยายสินค้ากลุ่ม Bioplastic ตอกย้ำผู้นำตลาด ตอบโจทย์การดูแลสิ่งแวดล้อม ตั้งเป้า “ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์” มุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2566 บริษัท สยาม มอดิฟายด์ สตาร์ช จำกัด ภายใต้กลุ่มบริษัท เอส เอ็ม เอส ได้จัดพิธีเปิดโรงงานผลิตหลอดพลาสติกชีวภาพ TAPIOPLAST® โดยเป็นผลิตภัณฑ์ที่มุ่งตอบโจทย์การเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และสอดคล้องกับนโยบายลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ของกลุ่มบริษัท เอส เอ็ม เอส ที่มีเป้าหมายมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) เพื่อสร้างความยั่งยืนในอนาคต ดร.วีรวัฒน์ เลิศวนวัฒนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท เอส เอ็ม เอส ภายใต้กลุ่มพูลผล เปิดเผยว่า โรงงานผลิตหลอดพลาสติกชีวภาพ TAPIOPLAST® มีพื้นที่โรงงาน 100 ตารางเมตร มีกำลังการผลิตสูงสุด 400,000 เส้นต่อวัน หรือ 12 ล้านเส้นต่อเดือน ตั้งอยู่ในบริเวณเดียวกับโรงงาน TAPIOPLAST® ซึ่งเป็นโรงงานที่จัดตั้งขึ้นสำหรับผลิตสินค้าในกลุ่ม Bioplastic โดยใช้พื้นที่ของบริษัท สยาม มอดิฟายด์ สตาร์ช จำก
มันสำปะหลัง (Cassava) เป็นพืชที่มีความสำคัญทางด้านเศรษฐกิจในหลายประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภูมิภาคเอเชีย แอฟริกา และอเมริกาใต้ เนื่องจากมันสำปะหลังมีคุณสมบัติที่สามารถปลูกในเขตร้อน มีปริมาณฝนน้อย มีลักษณะการเติบโตรวดเร็ว และมีความทนทานต่อสภาวะดินต่างๆ ทำให้มันสำปะหลังเป็นที่นิยมในการปลูกเพื่อผลิตอาหารและเป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมหลายประเภท ในประเทศไทย “มันสำปะหลัง” เป็นหนึ่งในพืชเศรษฐกิจสำคัญที่สร้างรายได้ให้กับประเทศ โดยในปี 2560 ได้มีการส่งออกมากเป็นอันดับ 3 ของโลก1 สามารถสร้างรายได้เข้าประเทศเฉลี่ย 1 แสนล้านบาทต่อปี ในปัจจุบันมันสำปะหลังเป็นพืชที่ต้องการในตลาดโลก เพราะมีการนำมาใช้ทดแทนในอุตสาหกรรมแอลกอฮอล์และอาหารสัตว์ 2 มันสำปะหลังยังมีคุณสมบัติทางเศรษฐกิจที่น่าสนใจ เพราะมีความหลากหลายในการใช้ประโยชน์ นอกจากนำมาทำเป็นอาหารและเครื่องดื่ม มันสำปะหลังยังนำมาใช้ในอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง และอุตสาหกรรมพลาสติก นอกจากนี้ยังมีการนำมันสำปะหลังมาใช้เป็นเชื้อเพลิงทดแทนในการผลิตไฟฟ้า ทำให้มันสำปะหลังเป็นที่นิยมในเรื่องพลังงานทดแทนเพื่อสิ่งแวดล้อม ในฤดูการผลิตปี 2565/2566 มีการประเมินความต้อง
นายฉันทานนท์ วรรณเขจร เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า แผนการพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ ได้วางกรอบแนวทางการพัฒนา โดยมีเป้าหมายสำคัญในการพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (Northeastern Economic Corridor : NeEC) ให้เป็นฐานอุตสาหกรรมชีวภาพแห่งใหม่ของประเทศ ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ตลอดห่วงโซ่การผลิต เชื่อมโยงการเกษตรและอุตสาหกรรมชีวภาพ ซึ่งการดำเนินแผนดังกล่าว ต้องมีการวางแผนการบริหารจัดการวัตถุดิบให้เพียงพอ มีต้นทุนต่ำ มีตลาดและอุตสาหกรรมรองรับที่ชัดเจน รวมถึงมีการสนับสนุนสิทธิประโยชน์ทางภาษี พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบ โลจิสติกส์ การขนส่ง และการลดต้นทุนด้านพลังงาน ทั้งนี้ เพื่อสนับสนุนให้ผู้ประกอบการสามารถประกอบกิจการได้อย่างมีศักยภาพ และกระตุ้นให้เกิดการลงทุนอุตสาหกรรมชีวภาพในพื้นที่ สศก. ในฐานะหน่วยงานหลักในการเสนอแนะนโยบาย จัดทำแผนพัฒนาและมาตรการทางการเกษตร จึงได้มีการศึกษา “ข้อเสนอแนวทางการพัฒนาสินค้ามันสำปะหลัง เพื่อรองรับอุตสาหกรรมชีวภาพในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (Northeastern Economic Corridor :
กลุ่มพูลผล และกลุ่มบริษัท เอส เอ็ม เอส จัดงาน “วันสมาชิกชาวไร่ปีที่ 30” ประจำปี 2566/2567 สานต่อการช่วยเหลือและสนับสนุนสมาชิกชาวไร่ของบริษัท พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของเกษตรกรอย่างยั่งยืน ตอกย้ำการเป็นหุ้นส่วนที่สำคัญ รุกเดินหน้าจัดโครงการมุ่งเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุนเพาะปลูก มุ่งสร้างการเติบโตทางธุรกิจ ภายใต้แนวคิด “เพื่อนคู่คิด สมาชิกชาวไร่” “วันสมาชิกชาวไร่” ปีที่ 30 ดร.วีรวัฒน์ เลิศวนวัฒนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสเอ็มเอส คอร์ปอเรชั่น จำกัด ภายใต้กลุ่มบริษัท เอส เอ็ม เอส เปิดเผยว่า “บริษัทได้จัดงาน “วันสมาชิกชาวไร่” ประจำปี 2566/2567 จัดขึ้นเป็นปีที่ 30 ซึ่งดำเนินมาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท เพื่อช่วยเหลือและสนับสนุนเกษตรกรให้ยึดอาชีพการปลูกมันสำปะหลังเป็นอาชีพที่มั่นคงผ่านรูปแบบ “ระบบสมาชิกชาวไร่” ด้วยการรับซื้อผลิตผลหัวมันสำปะหลัง ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักจากเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังเป็นจำนวนมากอย่างต่อเนื่องมานานกว่า 30 ปี โดยแต่ละปีบริษัทจะซื้อผลผลิตจากเกษตรกรมากกว่า 3,700 ครอบครัว พร้อมทั้งดำเนินโครงการและกิจกรรมต่างๆ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรทั้งด้านการเพิ
