มันสำปะหลัง
นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร (กวก.) เปิดเผยว่า ฤดูกาลผลิต 2567/2568 คาดผลผลิตมันสำปะหลังจะมีผลผลิตและผลผลิตต่อไร่เพิ่มขึ้น เนื่องจากราคาหัวมันสดที่เกษตรกรขายได้อยู่ในเกณฑ์ดีและเป็นพืชที่ทนแล้ง จึงจูงใจให้เกษตรกรขยายพื้นที่เพิ่มขึ้น ล่าสุด กรมวิชาการเกษตรเร่งดำเนินโครงการผลิตท่อนพันธุ์ต้านทานโรคใบด่างมันสำปะหลัง หน่วยงาน สถาบันวิจัยพืชไร่และพืชทดแทนพลังงาน เป้าหมาย ปีที่ 1 จำนวนท่อนพันธุ์ 200,000 ลำ ในพื้นที่ 100 ไร่ ในพื้นที่ 13 ศูนย์วิจัย ได้แก่ ศูนย์วิจัยพืช และในปีที่ 2 จำนวนท่อนพันธุ์ 800,000 ลำ โดยดำเนินการภายใต้ 2 กิจกรรม คือ กิจกรรมที่ 1 การขยายท่อนพันธุ์ทันสำปะหลังพันธ์ต้านทานโรคใบด่างพันธ์ และกิจกรรมที่ 2 การศึกษาความสามารถในการปรับตัวต่อสภาพแวดล้อมในแหล่งปลูกของมันสำปะหลังพันธุ์ต้านทานโรค ด้านนายอนุสรณ์ เทียนศิริฤกษ์ ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยปฐพีวิทยา กองวิจัยพัฒนาปัจจัยการผลิตทางการเกษตร กรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า เพื่อลดต้นทุน เพิ่มรายได้ให้เกษตรกร ให้เป็น 3 เท่า ภายใน 4 ปี ตามนโยบายของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ และรัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมน
บอร์ด ธ.ก.ส. อนุมัติเดินหน้ามาตรการชะลอการเก็บเกี่ยวมันสำปะหลัง ปี 2566/67 ตามนโยบายรัฐบาล เพื่อชะลอการเก็บเกี่ยวหัวมันสดในช่วงฤดูแล้งที่มีเปอร์เซ็นต์แป้งต่ำและราคาตกต่ำออกไปอีก 6 เดือน หวังเพิ่มผลผลิตต่อไร่และผลตอบแทนที่คุ้มค่าต่อการเพาะปลูก โดยเกษตรกรยังคงมีเงินหมุนเวียนเป็นค่าใช้จ่ายในครัวเรือนในระหว่างการรอเก็บเกี่ยว วงเงินครัวเรือนละไม่เกิน 50,000 บาท ดอกเบี้ยร้อยละ 1 เป้าหมายเกษตรกรกว่า 65,000 ครัวเรือน พื้นที่กว่า 1.3 ล้านไร่ นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ ธ.ก.ส. เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2567 ได้มีมติเห็นชอบให้ ธ.ก.ส. ดำเนินมาตรการชะลอการเก็บเกี่ยวมันสำปะหลัง ปีการผลิต 66/67 ตามนโยบายรัฐบาล วงเงินรวม 3,255 ล้านบาท เพื่อชะลอการเก็บเกี่ยวหัวมันสดในช่วงฤดูแล้งที่มีปริมาณเปอร์เซ็นต์แป้งลดต่ำลง โดยเฉลี่ยเหลือเพียง 10-15% จากเดิมที่มีเปอร์เซ็นต์แป้งอยู่ที่ 25-30% ทำให้ราคาที่เกษตรกรจำหน่ายลดต่ำลงและไม่คุ้มค่ากับการเพาะปลูก โดยมีเป้าหมายพื้นที่ที่ยังไม่ได้เก็บเกี่ยวผลผลิตประมาณ 1,302,000 ไร่ จากพื้นที่เพาะปลูกทั่วปร
กลุ่มพูลผล และกลุ่มบริษัท เอส เอ็ม เอส เปิดโรงงานผลิตหลอดพลาสติกชีวภาพ TAPIOPLAST® เดินหน้าขยายสินค้ากลุ่ม Bioplastic ตอกย้ำผู้นำตลาด ตอบโจทย์การดูแลสิ่งแวดล้อม ตั้งเป้า “ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์” มุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2566 บริษัท สยาม มอดิฟายด์ สตาร์ช จำกัด ภายใต้กลุ่มบริษัท เอส เอ็ม เอส ได้จัดพิธีเปิดโรงงานผลิตหลอดพลาสติกชีวภาพ TAPIOPLAST® โดยเป็นผลิตภัณฑ์ที่มุ่งตอบโจทย์การเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และสอดคล้องกับนโยบายลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ของกลุ่มบริษัท เอส เอ็ม เอส ที่มีเป้าหมายมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) เพื่อสร้างความยั่งยืนในอนาคต ดร.วีรวัฒน์ เลิศวนวัฒนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท เอส เอ็ม เอส ภายใต้กลุ่มพูลผล เปิดเผยว่า โรงงานผลิตหลอดพลาสติกชีวภาพ TAPIOPLAST® มีพื้นที่โรงงาน 100 ตารางเมตร มีกำลังการผลิตสูงสุด 400,000 เส้นต่อวัน หรือ 12 ล้านเส้นต่อเดือน ตั้งอยู่ในบริเวณเดียวกับโรงงาน TAPIOPLAST® ซึ่งเป็นโรงงานที่จัดตั้งขึ้นสำหรับผลิตสินค้าในกลุ่ม Bioplastic โดยใช้พื้นที่ของบริษัท สยาม มอดิฟายด์ สตาร์ช จำก
มันสำปะหลัง (Cassava) เป็นพืชที่มีความสำคัญทางด้านเศรษฐกิจในหลายประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภูมิภาคเอเชีย แอฟริกา และอเมริกาใต้ เนื่องจากมันสำปะหลังมีคุณสมบัติที่สามารถปลูกในเขตร้อน มีปริมาณฝนน้อย มีลักษณะการเติบโตรวดเร็ว และมีความทนทานต่อสภาวะดินต่างๆ ทำให้มันสำปะหลังเป็นที่นิยมในการปลูกเพื่อผลิตอาหารและเป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมหลายประเภท ในประเทศไทย “มันสำปะหลัง” เป็นหนึ่งในพืชเศรษฐกิจสำคัญที่สร้างรายได้ให้กับประเทศ โดยในปี 2560 ได้มีการส่งออกมากเป็นอันดับ 3 ของโลก1 สามารถสร้างรายได้เข้าประเทศเฉลี่ย 1 แสนล้านบาทต่อปี ในปัจจุบันมันสำปะหลังเป็นพืชที่ต้องการในตลาดโลก เพราะมีการนำมาใช้ทดแทนในอุตสาหกรรมแอลกอฮอล์และอาหารสัตว์ 2 มันสำปะหลังยังมีคุณสมบัติทางเศรษฐกิจที่น่าสนใจ เพราะมีความหลากหลายในการใช้ประโยชน์ นอกจากนำมาทำเป็นอาหารและเครื่องดื่ม มันสำปะหลังยังนำมาใช้ในอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง และอุตสาหกรรมพลาสติก นอกจากนี้ยังมีการนำมันสำปะหลังมาใช้เป็นเชื้อเพลิงทดแทนในการผลิตไฟฟ้า ทำให้มันสำปะหลังเป็นที่นิยมในเรื่องพลังงานทดแทนเพื่อสิ่งแวดล้อม ในฤดูการผลิตปี 2565/2566 มีการประเมินความต้อง
นายฉันทานนท์ วรรณเขจร เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า แผนการพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ ได้วางกรอบแนวทางการพัฒนา โดยมีเป้าหมายสำคัญในการพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (Northeastern Economic Corridor : NeEC) ให้เป็นฐานอุตสาหกรรมชีวภาพแห่งใหม่ของประเทศ ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ตลอดห่วงโซ่การผลิต เชื่อมโยงการเกษตรและอุตสาหกรรมชีวภาพ ซึ่งการดำเนินแผนดังกล่าว ต้องมีการวางแผนการบริหารจัดการวัตถุดิบให้เพียงพอ มีต้นทุนต่ำ มีตลาดและอุตสาหกรรมรองรับที่ชัดเจน รวมถึงมีการสนับสนุนสิทธิประโยชน์ทางภาษี พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบ โลจิสติกส์ การขนส่ง และการลดต้นทุนด้านพลังงาน ทั้งนี้ เพื่อสนับสนุนให้ผู้ประกอบการสามารถประกอบกิจการได้อย่างมีศักยภาพ และกระตุ้นให้เกิดการลงทุนอุตสาหกรรมชีวภาพในพื้นที่ สศก. ในฐานะหน่วยงานหลักในการเสนอแนะนโยบาย จัดทำแผนพัฒนาและมาตรการทางการเกษตร จึงได้มีการศึกษา “ข้อเสนอแนวทางการพัฒนาสินค้ามันสำปะหลัง เพื่อรองรับอุตสาหกรรมชีวภาพในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (Northeastern Economic Corridor :
กลุ่มพูลผล และกลุ่มบริษัท เอส เอ็ม เอส จัดงาน “วันสมาชิกชาวไร่ปีที่ 30” ประจำปี 2566/2567 สานต่อการช่วยเหลือและสนับสนุนสมาชิกชาวไร่ของบริษัท พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของเกษตรกรอย่างยั่งยืน ตอกย้ำการเป็นหุ้นส่วนที่สำคัญ รุกเดินหน้าจัดโครงการมุ่งเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุนเพาะปลูก มุ่งสร้างการเติบโตทางธุรกิจ ภายใต้แนวคิด “เพื่อนคู่คิด สมาชิกชาวไร่” “วันสมาชิกชาวไร่” ปีที่ 30 ดร.วีรวัฒน์ เลิศวนวัฒนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสเอ็มเอส คอร์ปอเรชั่น จำกัด ภายใต้กลุ่มบริษัท เอส เอ็ม เอส เปิดเผยว่า “บริษัทได้จัดงาน “วันสมาชิกชาวไร่” ประจำปี 2566/2567 จัดขึ้นเป็นปีที่ 30 ซึ่งดำเนินมาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท เพื่อช่วยเหลือและสนับสนุนเกษตรกรให้ยึดอาชีพการปลูกมันสำปะหลังเป็นอาชีพที่มั่นคงผ่านรูปแบบ “ระบบสมาชิกชาวไร่” ด้วยการรับซื้อผลิตผลหัวมันสำปะหลัง ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักจากเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังเป็นจำนวนมากอย่างต่อเนื่องมานานกว่า 30 ปี โดยแต่ละปีบริษัทจะซื้อผลผลิตจากเกษตรกรมากกว่า 3,700 ครอบครัว พร้อมทั้งดำเนินโครงการและกิจกรรมต่างๆ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรทั้งด้านการเพิ
นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ในช่วงระยะนี้ประเทศไทยกำลังจะเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ฤดูร้อน ซึ่งจะทำให้มีสภาพอากาศร้อนจัดและแห้งแล้งทั่วประเทศ ซึ่งสภาพอากาศดังกล่าวทำให้ไรแดงสามารถเจริญเติบโตได้มาก โดยตัวอ่อนและตัวเต็มวัยของไรแดงจะดูดกินน้ำเลี้ยงจากใบมันสำปะหลัง ทำให้หน้าใบเกิดจุดประด่างขาว โดยเฉพาะตามแนวเส้นใบ และขยายวงกว้างขึ้นจนกระทั่งใบมันเปลี่ยนเป็นสีเหลืองหรือขาวซีด กระด้าง กรอบ หากมีการระบาดรุนแรงใบจะหลุดร่วงได้ ส่งผลต่อ การเจริญเติบโตและการสร้างหัวของมันสำปะหลัง กรมส่งเสริมการเกษตร จึงแนะนำให้เกษตรกรหมั่นสำรวจแปลงปลูกอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันกำจัดไม่ให้ไรแดงเข้าทำลายแปลงเพาะปลูก ตลอดจนผลผลิตทางการเกษตร โดยไรแดงที่พบว่าเข้าทำลายมันสำปะหลังมี 3 ชนิดสำคัญ ได้แก่ 1) ไรแดงหม่อน จะดูดกินน้ำเลี้ยงใต้ใบ ทำลายใบแก่ หากแพร่กระจายจำนวนมากจะเคลื่อนย้ายไปยังส่วนยอดอ่อน สร้างเส้นใยปกคลุมใบและลำต้น จะสังเกตเห็นจุดประขาว ใบเหลืองซีด ใบลู่ลง เหี่ยวแห้ง และหากเข้าทำลายมันสำปะหลังอายุ 1 – 3 เดือนอาจทำให้ต้นแห้งตายได้ 2) ไรแดงชมพู่ มักดูดกินน้ำเลี้ยงบริเวณหน้าใบ ไม่สร
ที่แปลงทดลองปลูกมันสำปะหลังอินทรีย์ กลุ่มบริษัท อุบลไบโอเอทานอล จำกัด ร่วมกับ กรมวิชาการเกษตร และมูลนิธิสถาบันพัฒนามันสำปะหลังแห่งประเทศไทย นำเกษตรกรกว่า 200 คน ที่เข้าร่วมโครงการปลูกมันสำปะหลังอินทรีย์จากหลายอำเภอของจังหวัดอุบลราชธานี เข้าดูการทำงานนวัตกรรมใหม่เครื่องกำจัดวัชพืชและใส่ปุ๋ยอินทรีย์ลงในแปลงมันสำปะหลังในเวลาเดียวกัน ซึ่งคิดค้นและออกแบบโดย คุณวุฒิพล จันทร์สระคู นักวิศวการเกษตร ศูนย์วิจัยเกษตรกรรมขอนแก่น สถาบันวิจัยเกษตรวิศวกรรม กรมวิชาการเกษตร โดยการทำงานของเครื่องกำจัดวัชพืชและหว่านปุ๋ยนี้ ใช้รถแทรกเตอร์ขนาดเล็กเป็นตัวลากชุดถังเก็บและโรยปุ๋ยหมัก ขนาด 300 กิโลกรัม ได้ครั้งละ 2 แถว มีอัตราการโรย 500-1,000 กิโลกรัม ต่อไร่ ส่วนด้านล่างของถังโรยปุ๋ยหมัก ติดตั้งชุดกำจัดวัชพืชแบบผาลจาน ขนาด 4 ผาล และสามารถปรับมุมเอียงของผาลใช้ไถพลิกดินได้ตามสภาพดินในไร่มันสำปะหลังของแต่ละพื้นที่ การคิดค้นและออกแบบชุดกำจัดและโรยปุ๋ยไปพร้อมกันนี้ คุณวุฒิพล กล่าวว่า สืบเนื่องจากการทำไร่มันสำปะหลังอินทรีย์หรือไร่มันสำปะหลังทั่วไป ซึ่งเริ่มปลูกในเดือนเมษายนของทุกปี กว่าหัวมันจะโตเก็บเกี่ยวได้ เกษตรกร
นายเกษม ชาติทอง รักษาการผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 12 นครสวรรค์ (สศท.12) เปิดเผยถึงผลพยากรณ์การผลิตมันสำปะหลัง ปี 2566 (ตุลาคม 2565-กันยายน 2566) ในพื้นที่ 5 จังหวัดภาคเหนือตอนล่าง ได้แก่ กำแพงเพชร พิจิตร นครสวรรค์ อุทัยธานี และเพชรบูรณ์ ซึ่งจากข้อมูลพยากรณ์ของ สศก. ณ เดือนตุลาคม 2565 คาดว่า มีเนื้อที่เก็บเกี่ยวทั้ง 5 จังหวัดรวม 1,777,748 ไร่ เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา ที่มีเนื้อที่เก็บเกี่ยว 1,702,994 ไร่ (เพิ่มขึ้น 74,754 ไร่ หรือร้อยละ 4) เนื่องจากปีที่ผ่านมาเกษตรกรขายได้ราคาดี จึงจูงใจให้ขยายเนื้อที่ปลูกทดแทนอ้อยโรงงานและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ซึ่งมีต้นทุนสูงกว่ามันสำปะหลัง ด้านผลผลิตทั้ง 5 จังหวัด มีจำนวน 5,930,831 ตัน เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา ที่มีจำนวน 5,659,598 ตัน (เพิ่มขึ้น 271,233 ตัน หรือร้อยละ 5) เนื่องจากเนื้อที่ปลูกเพิ่มมากขึ้นและปริมาณน้ำฝนค่อนข้างมากกว่าปีที่ผ่านมา ส่งผลให้มันสำปะหลังเจริญเติบโตดี โดยในปี 2566 เกษตรกรได้เริ่มเพาะปลูกมันสำปะหลังเดือนมีนาคม 2565 และจะเริ่มเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ช่วงเดือนตุลาคม 2565 ไปจนถึงเดือนกันยายน 2566 ทั้งนี้ ผลผลิตจะออกตลาดมากที่สุ
นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า จากการลงพื้นที่สำรวจและช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยพบว่า มีพื้นที่เพาะปลูกมันสำปะหลังได้รับความเสียหายประมาณ 1.23 ล้านไร่ จากพื้นที่เพาะปลูกทั้งประเทศกว่า 9.32 ล้านไร่ โดยกรมส่งเสริมการเกษตร ได้สั่งการให้ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่ 5 จังหวัดบุรีรัมย์ ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่ 6 จังหวัดพิษณุโลก ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่ 7 จังหวัดมหาสารคาม และศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่ 10 จังหวัดอุดรธานี เร่งดำเนินการผลิตท่อนพันธุ์เพื่อสนับสนุนเกษตรกรในพื้นที่ประสบภัยแล้ว ประกอบกับที่ผู้แทนสมาคมมันสำปะหลัง 4 สมาคม ได้แก่ สมาคมการค้ามันสำปะหลังไทย สมาคมโรงงานผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังไทย สมาคมแป้งมันสำปะหลังไทย และสมาคมโรงงานผู้ผลิตมันสำปะหลังภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้เข้าพบเพื่อหารือถึงผลกระทบและเสนอความต้องการของพี่น้องเกษตรกรจากกรณีของโรคใบด่างมันสำปะหลัง รวมถึงเสนอขอสนับสนุนการดำเนินการในเรื่อง 1. การสำรวจพื้นที่ระบาด 2. การสนับสนุนต้นพันธุ์มันสำปะหลังสะอาดและทนทานโรคใบด่างจากพื้นที่สีเขียวแจกจ่ายพื้นที่สีแดง 3. การผลิตต้นพันธุ์มันสำ
