มันสำปะหลัง
นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ในช่วงระยะนี้ประเทศไทยกำลังจะเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ฤดูร้อน ซึ่งจะทำให้มีสภาพอากาศร้อนจัดและแห้งแล้งทั่วประเทศ ซึ่งสภาพอากาศดังกล่าวทำให้ไรแดงสามารถเจริญเติบโตได้มาก โดยตัวอ่อนและตัวเต็มวัยของไรแดงจะดูดกินน้ำเลี้ยงจากใบมันสำปะหลัง ทำให้หน้าใบเกิดจุดประด่างขาว โดยเฉพาะตามแนวเส้นใบ และขยายวงกว้างขึ้นจนกระทั่งใบมันเปลี่ยนเป็นสีเหลืองหรือขาวซีด กระด้าง กรอบ หากมีการระบาดรุนแรงใบจะหลุดร่วงได้ ส่งผลต่อ การเจริญเติบโตและการสร้างหัวของมันสำปะหลัง กรมส่งเสริมการเกษตร จึงแนะนำให้เกษตรกรหมั่นสำรวจแปลงปลูกอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันกำจัดไม่ให้ไรแดงเข้าทำลายแปลงเพาะปลูก ตลอดจนผลผลิตทางการเกษตร โดยไรแดงที่พบว่าเข้าทำลายมันสำปะหลังมี 3 ชนิดสำคัญ ได้แก่ 1) ไรแดงหม่อน จะดูดกินน้ำเลี้ยงใต้ใบ ทำลายใบแก่ หากแพร่กระจายจำนวนมากจะเคลื่อนย้ายไปยังส่วนยอดอ่อน สร้างเส้นใยปกคลุมใบและลำต้น จะสังเกตเห็นจุดประขาว ใบเหลืองซีด ใบลู่ลง เหี่ยวแห้ง และหากเข้าทำลายมันสำปะหลังอายุ 1 – 3 เดือนอาจทำให้ต้นแห้งตายได้ 2) ไรแดงชมพู่ มักดูดกินน้ำเลี้ยงบริเวณหน้าใบ ไม่สร
ที่แปลงทดลองปลูกมันสำปะหลังอินทรีย์ กลุ่มบริษัท อุบลไบโอเอทานอล จำกัด ร่วมกับ กรมวิชาการเกษตร และมูลนิธิสถาบันพัฒนามันสำปะหลังแห่งประเทศไทย นำเกษตรกรกว่า 200 คน ที่เข้าร่วมโครงการปลูกมันสำปะหลังอินทรีย์จากหลายอำเภอของจังหวัดอุบลราชธานี เข้าดูการทำงานนวัตกรรมใหม่เครื่องกำจัดวัชพืชและใส่ปุ๋ยอินทรีย์ลงในแปลงมันสำปะหลังในเวลาเดียวกัน ซึ่งคิดค้นและออกแบบโดย คุณวุฒิพล จันทร์สระคู นักวิศวการเกษตร ศูนย์วิจัยเกษตรกรรมขอนแก่น สถาบันวิจัยเกษตรวิศวกรรม กรมวิชาการเกษตร โดยการทำงานของเครื่องกำจัดวัชพืชและหว่านปุ๋ยนี้ ใช้รถแทรกเตอร์ขนาดเล็กเป็นตัวลากชุดถังเก็บและโรยปุ๋ยหมัก ขนาด 300 กิโลกรัม ได้ครั้งละ 2 แถว มีอัตราการโรย 500-1,000 กิโลกรัม ต่อไร่ ส่วนด้านล่างของถังโรยปุ๋ยหมัก ติดตั้งชุดกำจัดวัชพืชแบบผาลจาน ขนาด 4 ผาล และสามารถปรับมุมเอียงของผาลใช้ไถพลิกดินได้ตามสภาพดินในไร่มันสำปะหลังของแต่ละพื้นที่ การคิดค้นและออกแบบชุดกำจัดและโรยปุ๋ยไปพร้อมกันนี้ คุณวุฒิพล กล่าวว่า สืบเนื่องจากการทำไร่มันสำปะหลังอินทรีย์หรือไร่มันสำปะหลังทั่วไป ซึ่งเริ่มปลูกในเดือนเมษายนของทุกปี กว่าหัวมันจะโตเก็บเกี่ยวได้ เกษตรกร
นายเกษม ชาติทอง รักษาการผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 12 นครสวรรค์ (สศท.12) เปิดเผยถึงผลพยากรณ์การผลิตมันสำปะหลัง ปี 2566 (ตุลาคม 2565-กันยายน 2566) ในพื้นที่ 5 จังหวัดภาคเหนือตอนล่าง ได้แก่ กำแพงเพชร พิจิตร นครสวรรค์ อุทัยธานี และเพชรบูรณ์ ซึ่งจากข้อมูลพยากรณ์ของ สศก. ณ เดือนตุลาคม 2565 คาดว่า มีเนื้อที่เก็บเกี่ยวทั้ง 5 จังหวัดรวม 1,777,748 ไร่ เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา ที่มีเนื้อที่เก็บเกี่ยว 1,702,994 ไร่ (เพิ่มขึ้น 74,754 ไร่ หรือร้อยละ 4) เนื่องจากปีที่ผ่านมาเกษตรกรขายได้ราคาดี จึงจูงใจให้ขยายเนื้อที่ปลูกทดแทนอ้อยโรงงานและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ซึ่งมีต้นทุนสูงกว่ามันสำปะหลัง ด้านผลผลิตทั้ง 5 จังหวัด มีจำนวน 5,930,831 ตัน เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา ที่มีจำนวน 5,659,598 ตัน (เพิ่มขึ้น 271,233 ตัน หรือร้อยละ 5) เนื่องจากเนื้อที่ปลูกเพิ่มมากขึ้นและปริมาณน้ำฝนค่อนข้างมากกว่าปีที่ผ่านมา ส่งผลให้มันสำปะหลังเจริญเติบโตดี โดยในปี 2566 เกษตรกรได้เริ่มเพาะปลูกมันสำปะหลังเดือนมีนาคม 2565 และจะเริ่มเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ช่วงเดือนตุลาคม 2565 ไปจนถึงเดือนกันยายน 2566 ทั้งนี้ ผลผลิตจะออกตลาดมากที่สุ
นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า จากการลงพื้นที่สำรวจและช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยพบว่า มีพื้นที่เพาะปลูกมันสำปะหลังได้รับความเสียหายประมาณ 1.23 ล้านไร่ จากพื้นที่เพาะปลูกทั้งประเทศกว่า 9.32 ล้านไร่ โดยกรมส่งเสริมการเกษตร ได้สั่งการให้ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่ 5 จังหวัดบุรีรัมย์ ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่ 6 จังหวัดพิษณุโลก ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่ 7 จังหวัดมหาสารคาม และศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่ 10 จังหวัดอุดรธานี เร่งดำเนินการผลิตท่อนพันธุ์เพื่อสนับสนุนเกษตรกรในพื้นที่ประสบภัยแล้ว ประกอบกับที่ผู้แทนสมาคมมันสำปะหลัง 4 สมาคม ได้แก่ สมาคมการค้ามันสำปะหลังไทย สมาคมโรงงานผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังไทย สมาคมแป้งมันสำปะหลังไทย และสมาคมโรงงานผู้ผลิตมันสำปะหลังภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้เข้าพบเพื่อหารือถึงผลกระทบและเสนอความต้องการของพี่น้องเกษตรกรจากกรณีของโรคใบด่างมันสำปะหลัง รวมถึงเสนอขอสนับสนุนการดำเนินการในเรื่อง 1. การสำรวจพื้นที่ระบาด 2. การสนับสนุนต้นพันธุ์มันสำปะหลังสะอาดและทนทานโรคใบด่างจากพื้นที่สีเขียวแจกจ่ายพื้นที่สีแดง 3. การผลิตต้นพันธุ์มันสำ
เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2565 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับ 11 หน่วยงานภาครัฐและเอกชน ร่วมพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงร่วมมือ (MOU) ว่าด้วยการส่งเสริมสินค้าพลาสติกชีวภาพ สินค้าแปรรูปและนวัตกรรมจากมันสำปะหลังแบบครบวงจร โดยมี นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานในพิธีฯ โดย การร่วมลงนามฯ ครั้งนี้ ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ได้มอบหมายให้ นายเอนก บำรุงกิจ รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นผู้แทน วช. ในการร่วมลงนามฯ เพื่อให้เกิดการต่อยอดผลงานวิจัยด้านนวัตกรรมสินค้าเกษตรที่เกี่ยวข้อง และเกิดความร่วมมือจากทุกภาคส่วน นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า การจัดกิจกรรมส่งเสริมและยกระดับการพัฒนาสินค้าพลาสติกและชีวภาพ (Boiplastic) จากมันสำปะหลัง และสินค้าแปรรูปและนวัตกรรมจากมันสำปะหลัง โดยได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ เพื่อผลักดันสินค้าพลาสติกชีวภาพ และสินค้าแปรรูป พร้อมการอภิปรายทิศทางและแนวโน้มตลาด Bioplastic ใ
หนึ่งในปัญหาที่เกษตรกรผู้ปลูก “มันสำปะหลัง” มักเจอคือ ผลผลิตตกต่ำจากดินเสื่อม เนื่องจากพื้นที่ปลูกส่วนใหญ่เป็นดินร่วนปนทรายหรือดินทราย ซึ่งมีความอุดมสมบูรณ์ต่ำ และง่ายต่อการชะล้าง หากปลูกมันสําปะหลังต่อเนื่องกันนานๆ โดยขาดการปรับปรุงดิน อาจส่งผลให้ ผลผลิตลดลงเรื่อยๆ เฉลี่ยปีละ 300 กิโลกรัม/ไร่ ทั้งนี้ ในความเป็นจริงแล้ว เกษตรกรมักปลูกมันสำปะหลังกันบนพื้นที่หลักสิบหรือหลักร้อยไร่ จึงไม่สามารถเปลี่ยนพื้นที่ปลูกได้ง่ายนัก แล้วจะทำอย่างไรถึงจะได้ผลผลิตที่ดีสม่ำเสมอ? เราจะพาไปพบกับเกษตรกรรุ่นใหม่ แต่ฝีมือไม่ธรรมดา เพราะสามารถคิดค้นแนวทางการพัฒนาผลผลิตให้เพิ่มขึ้นได้จาก 5 เป็น 7 ตัน/ไร่ เลยทีเดียว คุณสุเมธ เกลอกระโทก อำเภอเสิงสาง จังหวัดนครราชสีมา วัย 34 ปี เกษตรกรดีกรีปริญญาตรีนิติศาสตร์ เผยว่า ตนเองนั้นปลูกมันสำปะหลังบนพื้นที่ 200 ไร่ สืบทอดจากพ่อแม่มานานกว่า 8 ปีแล้ว ซึ่งด้วยความที่เป็นคนรุ่นใหม่และไม่มีประสบการณ์มาก่อน จึงเริ่มเส้นทางการเกษตรด้วยการสังเกตและเรียนรู้จากแนวทางจากรุ่นพ่อรุ่นแม่ จนพบว่า จุดสำคัญของการปลูกมันสำปะหลังให้ประสบความสำเร็จ คือต้องควบคุมต้นทุนให้ได้ และวางแผนกา
สำนักงานสหกรณ์จังหวัดกำแพงเพชร กรมส่งเสริมสหกรณ์ ร่วมกับสหกรณ์นิคมนครชุม จำกัด จังหวัดกำแพงเพชร จัดพิธีมอบเงินช่วยเหลือค่าขนส่งแก่เกษตรกรสมาชิกผู้ปลูกมันสำปะหลัง ตามโครงการจัดการผลผลิตเพื่อยกระดับรายได้เกษตรกรอย่างยั่งยืน ปีการผลิต 2564/65 เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2565 ที่ผ่านมา จำนวน 311 ราย รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 588,127 บาท เพื่อสร้างแรงจูงใจให้สมาชิกสหกรณ์และเกษตรกร ในการร่วมทำธุรกิจกับสหกรณ์ อีกทั้งเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรด้านการลดต้นทุนในการขนส่งผลผลิตการเกษตร นางสมควร ชมเชย ผู้จัดการสหกรณ์นิคมนครชุม จำกัด กล่าวถึงการช่วยเหลือค่าขนส่งแก่เกษตรกรสมาชิกผู้ปลูกมันสำปะหลัง ภายใต้โครงการจัดการผลผลิตเพื่อยกระดับรายได้เกษตรกรอย่างยั่งยืนในฤดูกาลผลิตปี 2564/65 ที่รัฐบาลให้การสนับสนุนเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำให้กับสถาบันเกษตรกรในการช่วยเหลือเกษตรกรสมาชิก โดยความร่วมมือ 3 ฝ่าย ภายใต้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือเอ็มโอยู (MOU) ซื้อ-ขาย ผลผลิตการเกษตร ประกอบด้วย สหกรณ์นิคมนครชุม จำกัด สำนักงาน ธ.ก.ส.จังหวัดกำแพงเพชร และ หจก.เค พี กรุ๊ป ซึ่งสหกรณ์จะเป็นผู้รวบรวมผลผลิตจากสมาชิกส่งให้กับ หจก.เค พี กรุ๊ป โดยการสน
นายบำรุง สังข์ขาว รองผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการกำกับดูแลการดำเนินการบริหารจัดการมันสำปะหลังระดับจังหวัด ครั้งที่ 2/2565 ณ ห้องประชุมสำนักงานพาณิชย์จังหวัดพะเยา ที่ประชุมได้ติดตามสถานการณ์การผลิตและการตลาดมันสำปะหลัง มาตรการและโครงการที่เกี่ยวข้องกับมันสำปะหลัง และพิจารณาอนุมัติการสนับสนุนเงินทุนเพื่อจัดหาเครื่องสับมันสำปะหลังให้กลุ่มเกษตรกร ตามโครงการเพิ่มศักยภาพการแปรรูปมันสำปะหลัง ปี 2564/65 และนโยบายที่เกี่ยวข้อง ในส่วนอำเภอเชียงม่วน ว่าที่ร้อยโท บำรุง สังข์ขาว นายอำเภอเชียงม่วน มอบหมายให้ นายการุณย์ มะโนใจ เกษตรอำเภอเชียงม่วน เข้าประชุม
เหตุการณ์การรั่วไหลของน้ำมันในทะเลที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นการรั่วไหลเล็กน้อยจากเรือหรืออุบัติเหตุครั้งร้ายแรงของท่อขนส่งน้ำมัน สร้างผลกระทบหนักกับระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อมในทะเล รวมถึงบริเวณชายฝั่ง ประกอบกับประเทศไทยมีการเพาะปลูกมันสำปะหลังซึ่งจัดเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญของไทย โดยสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ระบุว่า ประเทศไทยมีผลผลิตมันสำปะหลังกว่า 29 ล้านตัน ในปี 2564 และเป็นที่ทราบกันว่าเกือบทุกชิ้นส่วนของมันสำปะหลัง อาทิ หัวและเปลือก ถูกนำไปใช้ประโยชน์ ยกเว้นลำต้นมันสำปะหลัง ซึ่งจะพบว่าในช่วงเก็บเกี่ยวลำต้นของมันสำปะหลังจะยังนำมาใช้ประโยชน์น้อยและถูกทิ้งไว้ จึงเป็นที่มาของ “โครงงานวัสดุชีวภาพสำหรับดูดซับคราบน้ำมันในทะเล” ของน้องๆ 4 นักศึกษา จากภาควิชาวิศวกรรมเคมี คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) ประกอบด้วย นางสาวพรไพลิน ลิปภานนท์ (ผักกาด), นางสาวปิยฉัตร เสียมไหม (แพร) นักศึกษาชั้นปีที่ 2, นายกันต์ ขยันยิ่ง (กันต์) และ นายตนปพน ปริยานันทวัฒน์ (เพชร) นักศึกษาชั้นปีที่ 3 ภายใต้ชื่อทีม It’s a cassava! ที่ได้จัดทำขึ้นเพื่อนำผลงานเข้าร่วมการประกวดนวัตกร
สำนักงานสหกรณ์จังหวัดกำแพงเพชร ร่วมกับ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ประสานความร่วมมือขับเคลื่อนโครงการตลาดนำการผลิต ใช้รูปแบบพันธสัญญาทำข้อตกลงซื้อขายมันสำปะหลังระหว่างสหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส.กำแพงเพชร จำกัด โดยดำเนินธุรกิจรวบรวมและแปรรูปมันเส้นสะอาดกับสหกรณ์เครือข่ายโคนม ซึ่งต้องการวัตถุดิบผลิตอาหารสัตว์ และผู้ประกอบการส่งออกมันสำปะหลัง โดยมีพิธีลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) ซื้อ-ขาย มันเส้นสะอาด ปริมาณ 17,040 ตัน มูลค่า 136.795 ล้านบาท ณ ตลาดกลางการเกษตรสหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส.กำแพงเพชร จำกัด ตำบลมหาชัย อำเภอไทรงาม จังหวัดกำแพงเพชร โดยการสนับสนุนร่วมกันแบบบูรณาการของส่วนงาน ที่เกี่ยวข้อง ภายใต้ยุทธศาสตร์และแผนพัฒนาของจังหวัดกำแพงเพชร การพัฒนาศักยภาพสหกรณ์ ตามนโยบายของกรมส่งเสริมสหกรณ์ และแหล่งเงินทุนจาก ธ.ก.ส. นายอัชฌา สุวรรณนิตย์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ นายณรงค์ ขันติวิริยะกุล ผู้ช่วยผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และ นายสุวิทย์ สันตติวงศ์ไชย ปลัดจังหวัดกำแพงเพชร เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) ซื้อ-ขาย มั
