มันสำปะหลัง
‘โรคใบด่างมันสำปะหลัง’ ซึ่งเกิดจากเชื้อไวรัสชนิด Sri Lankan cassava mosaic virus (SLCMV) เป็นโรคอุบัติใหม่ที่พบการแพร่ระบาดในพื้นที่เพาะปลูกในหลายจังหวัดของประเทศไทย โดยสาเหตุสำคัญของการแพร่ระบาดอย่างรวดเร็ว เกิดจากการนำท่อนพันธุ์ที่เป็นโรคใบด่างมันสำปะหลังมาปลูก ในกรณีที่ระบาดรุนแรงสร้างความเสียหายต่อผลผลิตได้ถึง 80-100 เปอร์เซ็นต์ สวทช. ได้เปิดตัว ชุดตรวจแบบรวดเร็วในรูปแบบ Strip test สำหรับตรวจวินิจฉัยโรคใบด่างมันสำปะหลัง สามารถพกพาไปใช้ในภาคสนาม โดยไม่ต้องเก็บตัวอย่างส่งมาตรวจยังห้องปฏิบัติการ ทราบผลได้ภายใน 15 นาที และตรวจสอบได้เองโดยไม่ต้องอาศัยผู้ชำนาญการและเครื่องมือวัดอ่านผล ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างมากในการตรวจคัดกรองและเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโรคใบด่างมันสำปะหลังในประเทศไทย รวมถึงการตรวจหาเชื้อในขั้นตอนต่างๆ ของกระบวนการผลิตต้นพันธุ์ปลอดเชื้อต่อไป ดร. ชาญณรงค์ ศรีภิบาล ทีมวิจัยการผลิตโมโนโคลนอลแอนติบอดีและการประยุกต์ใช้ กลุ่มวิจัยเทคโนโลยีการตรวจวินิจฉัยและการค้นหาสารชีวภาพ ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สวทช. กล่าวว่า โรคใบด่างมันสำปะหลังเป็นโรคที่สำคัญ
ธุรกิจโรงงานมันสำปะหลังครบวงจร ที่สร้างมูลค่าเพิ่ม นำกากที่เหลือมาใช้เป็นพลังงาน ปั่นเป็นกระแสไฟฟ้าใช้ ผลพลอยได้ สุดท้ายกากเป็นปุ๋ยชั้นยอด ต้องขอย้อนอดีตนานเกือบ 20 ปี ที่เข้าชมกิจการโรงงานมันสำปะหลังของบริษัท สงวนวงษ์อุตสาหกรรม จำกัด ได้รับการต้อนรับจากเจ้าของคือ คุณทศพล-คุณวลีพร ตันติวงษ์ ผู้บุกเบิก ผลิตมันอัดเม็ด แป้งมัน ซึ่งตั้งอยู่ในตัวเมือง จังหวัดนครราชสีมา อย่างดียิ่ง การได้มีโอกาสกลับมาเยี่ยมชมอีกครั้งของคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาข้าวโพด มันสำปะหลัง โดยมี คุณอนันต์ ผลอำนวย เป็นผู้นำพาเข้าเยี่ยมชมโรงงานในฐานะเจ้าของบ้าน เรื่องที่น่าแปลกของโรงงานแห่งนี้ ได้ขยายกิจการเจริญก้าวหน้าของการผลิตแป้งมันและมันอัดเม็ดส่งออกสู่ตลาดต่างประเทศ ทั้งเอเชียและยุโรป ทำให้เกษตรกรตื่นตัวปลูกมันสำปะหลังกันเกือบทั้งจังหวัด ไม่เพียงแต่ผลิตผลทางด้านการผลิตแป้งมันแล้ว กากมันที่เหลือเคยนำไปใช้อย่างอื่นเป็นอาหารสัตว์ แต่วันนี้โรงงานสงวนวงษ์ นำกากแป้งมันมาใช้ต่อเพื่อนำไปใช้ประโยชน์เอากากไปบ่มเป็นไบโอแก๊ส จนเกิดเป็นแก๊สมีเทนขึ้นมา หลังจากนั้นก็นำแก๊สดังกล่าวไปใช้เป็นพลังงานปั่นเป็นกระแสไฟฟ้าเพื่อนำไปจ่า
นายอัชฌา สุวรรณนิตย์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ พร้อมด้วย นายเชาวลิตร แสงอุทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร ร่วมลงนามและแถลงข่าวในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ซื้อ-ขาย ผลผลิตการเกษตร ปีการผลิต 2564/65 ระหว่างสหกรณ์การเกษตร กับ ผู้ประกอบการโรงสี และผู้ประกอบการมันสำปะหลัง โดยมี นายวิฑูร อุศรัตนิวาส รองผู้อำนวยการฝ่ายกิจการสาขาภาคเหนือตอนล่าง ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) หัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประธานกรรมการสหกรณ์ ประธานกรรมการผู้ประกอบการโรงสี ผู้ประกอบการมันสำปะหลัง ร่วมในพิธีแถลงข่าวการลงนามในครั้งนี้ด้วย ณ ห้องประชุมเยาวมาลย์ โรงแรมชากังราวริเวอร์วิว อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร สำหรับพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ MOU ซื้อ-ขาย ผลผลิตการเกษตรในวันนี้ มีการลงนามร่วมกัน 18 คู่ ซึ่งเกิดขึ้นจากกรมส่งเสริมสหกรณ์ โดยสำนักงานสหกรณ์จังหวัดกำแพงเพชร ในฐานะหน่วยงานหลักที่มีหน้าที่ในการส่งเสริมและพัฒนาสหกรณ์ ร่วมกับ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สาขากำแพงเพชร ได้บูรณาการความร่วมมือในการขับเคลื่อนการเชื่อมโยงธุรกิจเกษตรครบวงจร
กลุ่มแปลงใหญ่มันสำปะหลังตำบลนาโพธิ์ อำเภอพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี มีจุดเด่นในเรื่องของการตลาดนำการผลิต ซึ่งตลาดมีความต้องการมันสำปะหลังอินทรีย์ จึงมีการร่วมกันผลิตมันสำปะหลังให้ได้มาตรฐานเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาด ช่วยขจัดปัญหาในเรื่องของราคาที่ผันผวน และผลผลิตล้นตลาด สามารถจำหน่ายผลผลิตได้ในราคาที่สูงกว่ามันสำปะหลังทั่วไป สามารถตอบโจทย์ยุทธศาสตร์ชาติในการพัฒนาเกษตรอินทรีย์ สร้างรายได้ดี ผลผลิตดี และสิ่งแวดล้อมที่ดี และที่สำคัญมีตลาดที่ได้เซ็น MOU ไว้ ซึ่งทางผู้รับซื้อผลผลิตจะแจ้ง ปริมาณ คุณภาพ และราคารับซื้อล่วงหน้า โดยกลุ่มจำหน่ายผลผลิตให้กับกลุ่มบริษัทอุบลไบโอเอทานอล ในราคาที่สูงกว่าท้องตลาดมากกว่า 2.5 เท่า จึงทำให้เกษตรกรสมาชิกแปลงใหญ่มันสำปะหลังตำบลนาโพธิ์ อำเภอพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี มีอาชีพที่มั่นคง มีรายได้ที่แน่นอน และมีสุขภาพที่ดี นางสมพิศ นารัตน์ ประธานกลุ่มแปลงใหญ่มันสำปะหลังตำบลนาโพธิ์ อำเภอพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาในการปลูกมันสำปะหลัง เกษตรกรใช้ปุ๋ยเคมีและสารเคมีในการกำจัดวัชพืช และจำหน่ายมันสำปะหลังในราคาตามท้องตลาดทั่วไป
“มันสำปะหลัง” พืชเศรษฐกิจที่สำคัญของไทยอีกชนิดหนึ่ง ปัจจุบันเกษตรกรทั่วประเทศให้ความสนใจขยายพื้นที่ปลูกมันสำปะหลังในแต่ละปีเพิ่มขึ้น ถึงแม้ว่าบางช่วงบางตอนราคารับซื้อมันสำปะหลังจากเกษตรกรจะตกลงบ้าง แต่ก็เป็นเพียงช่วงระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น มันสำปะหลัง เป็นพืชไร่ที่ปลูกง่าย ต้องการน้ำน้อย สามารถทนความแห้งแล้งได้ดี หากไม่มีศัตรูของมันสำปะหลังมารบกวนจนได้รับความเสียหายจริงๆ แล้ว เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังแทบจะตัด คำว่า “ขาดทุน” ไปได้เลย และยิ่งอนาคตข้างหน้ามันสำปะหลังจะเป็นพืชพลังงานที่สำคัญอีกชนิดหนึ่งด้วย การขยายพื้นที่ปลูกมันสำปะหลังก็จะมีเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย คุณปรียานันท์ นามดวง หรือ เจ๊หล่อ เกษตรกรหญิงคนเก่งแห่งทุ่งกบินทร์บุรี อยู่ในพื้นที่ หมู่ที่ 7 ตำบลกบินทร์บุรี อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี กล่าวว่า กบินทร์บุรีอยู่ใกล้กัมพูชา ในประเทศกัมพูชาเขาทำมันสับด้วยแรงงานคน ทำให้มันสำปะหลังของเขาสะอาดมาก เมื่อพ่อค้าซื้อไว้แล้วนำไปขายต่อก็ขายได้ราคา เพราะมันของเขาสะอาด ไม่เหมือนกับมันสำปะหลังของไทยบางราย เกษตรกรขายมันให้กับโรงโม่เจ้าของโรงโม่บางคนสกปรกไปซื้อทรายมาปน ก็เลยทำให้มันมีสิ่งเจื
ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) อำเภอด่านมะขามเตี้ย จังหวัดกาญจนบุรี เป็น ศพก. ต้นแบบด้านมันสำปะหลังแบบครบวงจร ที่เปิดโอกาสให้เกษตรกรหรือผู้สนใจเข้ามาศึกษาเรียนรู้วิธีการจัดการมันสำปะหลัง ตั้งแต่กระบวนการผลิต การลดต้นทุน การเพิ่มมูลค่าผลผลิต ไปจนถึงการเชื่อมโยงตลาด จากเกษตรกรผู้มีประสบการณ์สามารถพลิกฟื้นไร่มันสำปะหลัง จากเดิมที่ให้ผลผลิตเฉลี่ย 1-3 ตัน ต่อไร่ ขยับขึ้นไปเกือบ 10 ตัน ต่อไร่ นายคณพศ เฉื่อยฉ่ำ นักวิชาการส่งเสริมเกษตรชำนาญการ สำนักงานเกษตรจังหวัดกาญจนบุรี กรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า พื้นที่ปลูกมันสำปะหลังในตำบลหนองไผ่ อำเภอด่านมะขามเตี้ย จังหวัดกาญจนบุรี แต่เดิมจัดอยู่ในเขตพื้นที่ที่มีความเหมาะสมน้อยในการปลูกมันสำปะหลัง ประกอบกับเกษตรกรขาดความรู้ความเข้าใจในการปรับปรุงบำรุงดินอย่างถูกต้อง ทำให้ผลผลิตที่ได้อยู่ที่ประมาณ 2 ตัน ต่อไร่ ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์ (เกณฑ์ค่าเฉลี่ยของจังหวัดกาญจนบุรี อยู่ที่ 3.5 ตัน ต่อไร่) ส่งผลต่อรายได้และความเป็นอยู่ของเกษตรกร แต่พอมีโครงการส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ เกษตรกรได้รวมตัวกันจัดตั้งเป็นกลุ่มแปลงใหญ่มันสำปะหลังตำบลหนองไผ่
นางสุจารีย์ พิชา ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 5นครราชสีมา (สศท.5) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยถึงการติดตามสถานการณ์การผลิตมันสำปะหลังจังหวัดนครราชสีมา พบว่า ปี 2564 (ข้อมูลพยากรณ์ ณ ธันวาคม 2563) คาดว่ามีเนื้อที่เก็บเกี่ยว 1.45 ล้านไร่ เพิ่มขึ้นจากปี 2563 ที่มีเนื้อที่เก็บเกี่ยว 1.40 ล้านไร่ (เพิ่มขึ้น 0.05 ล้านไร่ หรือร้อยละ 3.34) เนื่องจากเกษตรกรปรับเปลี่ยนไปปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ทดแทน ส่วนผลผลิตรวม 4.28 ล้านตัน ลดลงจากปี 2563 ที่มีจำนวน 4.63 ล้านตัน (ลดลง 0.35 ล้านตัน หรือร้อยละ 7.48) เนื่องจากเกษตรกรประสบปัญหาการระบาดของโรคใบด่างมันสำปะหลัง และบางพื้นที่ประสบปัญหาน้ำท่วมในช่วงเดือนตุลาคม 2563 เกษตรกรจึงเก็บเกี่ยวผลผลิตก่อนครบกำหนด ส่งผลให้ผลผลิตต่อไร่ลดลง สำหรับผลผลิตมันสำปะหลังของจังหวัดนครราชสีมาจะออกสู่ตลาดมากในช่วงเดือนมกราคม – เมษายน 2564 ราคาหัวมันสำปะหลังสดที่เกษตรกรขายได้ (ราคา ณ มกราคม 2564) เฉลี่ย 1.77 บาท/กิโลกรัม ปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อยจากราคาเฉลี่ย 1.75 บาท/กิโลกรัม เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา (มกราคม 2563) เนื่องจากผลผลิตมันสำปะหล
ธ.ก.ส. เริ่มจ่ายเงินตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง ปี 2563/64 เพื่อช่วยเหลือและสร้างความมั่นคงด้านรายได้แก่ผู้ปลูกมันสำปะหลังทั่วประเทศ โดยประกันรายได้หัวมันสดเชื้อแป้ง 25% กิโลกรัมละ 2.50 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน 100 ตัน วงเงินกว่า 9,500 ล้านบาท เป้าหมายเกษตรกร 524,000 ครัวเรือน ดีเดย์ 1 ธันวาคมนี้ โดยวันแรกได้โอนเงินเข้าบัญชีเกษตรกรที่เปิดไว้กับ ธ.ก.ส. จำนวน 752 ครัวเรือน เป็นเงินกว่า 10 ล้านบาท นายกษาปณ์ เงินรวง รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2563 โดยกระทรวงพาณิชย์เป็นผู้เสนอ และมติคณะกรรมการ ธ.ก.ส. เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2563 ได้เห็นชอบให้ ธ.ก.ส. ดำเนินการ “โครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง ปี 2563/64” เพื่อช่วยให้เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังให้มีรายได้ที่แน่นอน ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนจากปัญหาราคามันสำปะหลังตกต่ำและสร้างความมั่นคงในอาชีพ เป้าหมายเกษตรกร 524,000 ครัวเรือน วงเงินงบประมาณ 9,570 ล้านบาท โดยประกันรายได้หัวมันสำปะหลังสดเชื้อแป้ง 25% กิโลกรัมละ 2.50 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน
คุณชำนาญ กูลสกิจ หนุ่มเมืองลิง วัย 45 ปี เริ่มต้นชีวิตด้วยการรับจ้างทั่วไป สู้ชีวิตตั้งแต่ ป.4 เนื่องจากคุณชำนาญเกิดมาในครอบครัวที่เป็นเกษตรกร ชีวิตตั้งแต่วัยเด็กก็เหมือนถูกกำหนดไว้แล้วว่าอาชีพของตนก็คือ เป็นเกษตรกร จนกระทั่งอายุได้ 18 ปี คุณอาของคุณชำนาญได้มาชักชวนให้มาช่วยปลูกมันสำปะหลัง เมื่อคุณชำนาญได้ลองเริ่มต้นปลูกมันสำปะหลัง ทำให้คุณชำนาญได้รับความรู้จากคุณอาในการปลูกมันสำปะหลังมากพอสมควร คุณชำนาญ กูลสกิจ บอกว่า เมื่อ 20 กว่าปีที่แล้ว ค่าครองชีพถูกกว่าสมัยนี้มาก ทั้งค่าปุ๋ย ค่ายา ค่าจ้างคนงาน ค่ารถไถ ค่าที่ดิน และอื่นๆ ทำให้การปลูกมันสำปะหลังมีต้นทุนที่ไม่สูงมาก ทำให้ได้กำไรดี จึงเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้คุณชำนาญ ในวัย 18 ปี เกิดความคิดที่อยากจะมีไร่มันสำปะหลังเป็นของตนเอง คุณชำนาญจึงทำงานเพิ่มมากขึ้น โดยการรับจ้างทั่วไป รับจ้างดูแลสวนต่างๆ ให้คนในพื้นที่ เพื่อที่ต้องการหาเงินมาต่อยอดความฝันของตนเอง และด้วยคุณชำนาญทำงานรับจ้างให้กับหลายๆ คน จึงได้ความรู้มากมายจากเกษตรกรคนอื่นๆ ผ่านไป 1 ปี คุณชำนาญสามารถเก็บเงินก้อนได้จำนวนหนึ่งในวัย 19 ปี จึงได้ตัดสินใจลงทุนปลูกมันสำปะหลัง 5 ไ
ธ.ก.ส. เตรียมจ่ายเงินประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง ปี 2563/64 เพื่อช่วยเหลือและสร้างความมั่นคงด้านรายได้แก่ผู้ปลูกมันสำปะหลังทั่วประเทศ โดยประกันรายได้หัวมันสดเชื้อแป้ง 25% กิโลกรัมละ 2.50 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน 100 ตัน วงเงินกว่า 9,500 ล้านบาท เป้าหมายเกษตรกร 524,000 ครัวเรือน ดีเดย์ 1 ธันวาคมนี้ พร้อมจัดสินเชื่อเพื่อรวบรวมและสินเชื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเพาะปลูกมันสำปะหลัง นายกษาปณ์ เงินรวง รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2563 เห็นชอบให้ ธ.ก.ส. ดำเนินโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง ปี 2563/64 เพื่อให้เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังมีรายได้ที่แน่นอนจากการประกันรายได้ ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนจากปัญหาราคามันสำปะหลังตกต่ำและสร้างความมั่นคงในอาชีพ เป้าหมายเกษตรกร 524,000 ครัวเรือน วงเงินงบประมาณ 9,570 ล้านบาท โดยประกันรายได้หัวมันสำปะหลังสดเชื้อแป้ง 25% กิโลกรัมละ 2.50 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน 100 ตัน ในพื้นที่เพาะปลูกมันสำปะหลังทั่วประเทศ สำหรับหลักเกณฑ์การจ่ายเงินประกันรายได้ เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลั
