มันสำปะหลัง
สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ ได้ศึกษารวบรวมข้อมูลการขับเคลื่อนการพัฒนาเกษตรอัจฉริยะ (Smart Farming) ซึ่งเป็นประเด็นการพัฒนาสำคัญในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560– 2565) ให้บรรลุเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ และได้วิเคราะห์เกี่ยวกับปัญหาสำคัญในการขับเคลื่อนเกษตรอัจฉริยะ ประกอบด้วย นิยามของเกษตรอัจฉริยะไม่ชัดเจนทำให้ผู้ที่เกี่ยวข้องมีความเข้าใจไม่ตรงกัน ขาดการบูรณาการระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการขับเคลื่อนเกษตรอัจฉริยะ รวมถึงไม่มีหน่วยงานเจ้าภาพในการดูแลนโยบายเกษตรอัจฉริยะอย่างเป็นองค์รวมและครบวงจร ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.ทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เปิดเผยว่า ทั้งนี้ เพื่อตรวจสอบผลการศึกษาวิเคราะห์ข้างต้น โดยคัดเลือก“การขับเคลื่อนเกษตรอัจฉริยะในมันสำปะหลังในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ” มาเป็นกรณีศึกษาโดยพิจารณาควบคู่กับเป้าหมายการพัฒนาเชิงพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 ที่มุ่งส่งเสริมและพัฒนาพื้นที่สู่การเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจฐานชีวภา
เส้นทางรอยต่อตำบลภูปอ อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมพระพุทธไสยาสน์ และบ้านโพนคำพุทธคีรี หมู่ที่ 5 ตำบลนามะเขือ อำเภอสหัสขันธ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ พื้นที่ทางการเกษตรปลูกพืชไร่ มันสำปะหลัง อ้อย เขตอาศัยน้ำฝน ผลผลิต 1 ครั้ง ต่อปี คุณถวิล แก้วบุรมย์ อายุ 53 ปี บ้านเลขที่ 51 หมู่ที่ 5 บ้านโพนคำพุทธคีรี ตำบลนามะเขือ อำเภอสหัสขันธ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ โทร. (062) 485-5892 กล่าวว่า ตนเองได้แนวคิดจากนักสัตวบาล คุณสุรพล เกิดศักดิ์ ปศุสัตว์อำเภอสหัสขันธ์ คุณสายลม จันทขันธ์ เจ้าพนักงานสัตวบาล ส่งเสริมเรื่องการเลี้ยงโคขุนเงินล้าน หรือโคขุนสร้างชาติ ตนเองมีครอบครัว ลูกชาย 1 คน ทำงานเป็นนายช่างในกรุงเทพฯ จึงอยู่กับภรรยา ในหมู่บ้านโพนคำพุทธคีรี และตนเองมาสร้างบ้านพักหรือฟาร์มโคขุนที่ดินของตนเองจำนวน 22 ไร่ แบ่งพื้นที่ทำนาข้าว 5 ไร่ ที่ดินแปลงว่างไว้ปล่อยโคแทะเล็ม 5 ไร่ เป็นคอกโค ขุดสระน้ำ 2 ไร่ ปลูกหญ้าเนเปียร์ และหญ้านรกจักรพรรดิ 8 ไร่ พื้นที่มีข้อจำกัดคือ “แห้งแล้ง” เขตอาศัยน้ำฝน ฤดูแล้งอาศัยฟางแห้ง อาหารโคเนื้อ และหญ้าสด ที่ปลูกไว้ เครื่องบดสับหญ้าตัวละ 1 ถุงปุ๋ย และอาหารสำเร็จรูป ก
แม้ว่ามันสำปะหลัง เป็นพืชหัวที่ปลูกไม่ยาก แต่การทำให้มันสำปะหลังมีน้ำหนักแป้งตามที่ตลาดต้องการนั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย หากไม่มีประสบการณ์และเทคนิคมากพอ ในครั้งนี้จะพาไปล้วงเคล็ดลับ ” ปลูกมันสำปะหลังอย่างไร ให้ได้ผลผลิต 5 ตันต่อไร่ ” อันเป็นสูตรสำเร็จแห่งท้องทุ่งขามทะเลสอ อำเภอขามทะเลสอ จังหวัดนครราชสีมา ของนายกเทศมนตรีฝีมือดี ผู้มีอีกหนึ่งอาชีพคือปลูกมันสำปะหลัง “คุณมาโนช มะลิขาว” ผู้ซึ่งคลุกคลีกับแปลงมันสำปะหลังมานานเกือบ 40 ปี คุณมาโนช หรือนายกหมู เติบโตในครอบครัวเกษตรกรรม ที่ทำไร่มันสำปะหลังกว่า 1,500 ไร่ ประสบการณ์ด้านการเกษตรถูกบ่มเพาะมายาวนานหลายสิบปีจากภาพที่เห็นการทำการเกษตรแบบดั้งเดิมในรุ่นพ่อแม่ แต่ด้วยบุคลิกที่เป็นคนหนุ่มชอบเรียนรู้ ไม่อยู่นิ่ง ทำให้เกิดแนวคิดด้านการเกษตรแตกต่างออกไป ซึ่งก็ลองผิดลองถูก และปรับเปลี่ยนวิธีการเพิ่มผลผลิต รวมทั้งลดต้นทุนการผลิตอยู่นาน จนกระทั่งได้สูตรสำเร็จอย่างในปัจจุบัน เคล็ดลับการปลูกมันสำปะหลังให้ได้ผลผลิตดี ของคุณมาโนช มีปัจจัยหลักอยู่ 3 อย่าง ประกอบด้วย 1.การเตรียมดิน ดินดีปลูกอะไรก็งาม 2. การเลือกท่อนพันธุ์ ที่ทนทานต่อโรค เปอร์เซ
นางสาวเสริมสุข สลักเพ็ชร์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า ประเทศไทยเป็นผู้ส่งออกผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังเป็นอันดับ 1 ของโลก มีมูลค่ามากกว่าปีละ 90,000 ล้านบาท แต่จากสภาพเศรษฐกิจและสังคมในปัจจุบัน ทำให้การผลิตมันสำปะหลังในบางท้องที่เปลี่ยนแปลงไป ดังนั้น การปรับปรุงพันธุ์มันสำปะหลังพันธุ์ของกรมวิชาการเกษตร จึงตั้งเป้าหมายการปรับปรุงพันธุ์เพื่อให้ได้มันสำปะหลังพันธุ์ใหม่ที่ให้ผลผลิตสูง เปอร์เซ็นต์แป้งสูง เมื่อเก็บเกี่ยวที่อายุ 8 เดือน ซึ่งโดยปกติมันสำปะหลังจะเก็บเกี่ยวได้ที่อายุ 11-12 เดือน เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับเกษตรกรที่ต้องการเก็บเกี่ยวมันสำปะหลังได้เร็วขึ้น และให้ผลตอบแทนต่อไร่เพิ่มขึ้น อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า ศูนย์วิจัยพืชไร่ระยอง กรมวิชาการเกษตร ได้วิจัยและปรับปรุงมันสำปะหลังเพื่อให้ได้พันธุ์ที่มีอายุเก็บเกี่ยวสั้นไม่เกิน 8 เดือน และให้ผลผลิตแป้งสูงกว่าพันธุ์ระยอง 5 ระยอง 7 และระยอง 72 ไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 โดยเริ่มดำเนินการตามขั้นตอนการปรับปรุงพันธุ์ในปี 2545 จนได้มันสำปะหลังพันธุ์ใหม่ที่ผ่านการพิจารณารับรองเป็นพันธุ์ล่าสุดจากกรมวิชาการเกษตร เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2562 ใช้ชื่อว
เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังส่วนหนึ่ง ในพื้นที่อำเภอครบุรี จ.นครราชสีมา หันไปปลูกข้าวไร่แทนการปลูกมันสำปะหลัง หลังช่วงนี้เกิดโรคใบด่างและโรคศัตรูพืชหลายชนิดระบาดในแปลงมันสำปะหลัง ประกอบกับราคาที่ไม่แน่นอน จึงตัดสินใจหันมาปลูกข้าวไว้กินเองภายในครอบครัว เนื่องจากปีนี้เกิดสถานการณ์ภัยแล้งและอุทกภัยในหลายพื้นที่ภาคอีสาน ซึ่งส่งผลกระทบสร้างความเสียหายต่อนาข้าวเป็นบริเวณกว้าง ทำให้มีความกังวลใจว่าราคาข้าวในปีนี้จะสูง จึงปรับแปลงแปลงมันฯ เป็นแปลงข้าว ซึ่งขณะนี้กำลังให้ผลผลิตที่ดีมาก นายสนิท กื๋อกระโทก อายุ 60 ปี เกษตรกรบ้านหนองโค ต.ตะแบกบาน อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา หนึ่งในเกษตรกรไม่กี่รายที่ทดลองปลูกข้าวไร่ เพื่อหวังจะนำมาบริโภคในครัวเรือน แทนการซื้อข้าวสารจากตลาดมารับประทาน กล่าวว่า เดิมทีปลูกมันสำปะหลังไว้เต็มพื้นที่กว่า 20 ไร่ แต่มาช่วงหลังมันสำปะหลังมีปัญหาเรื่องของราคาที่ตกต่ำอย่างต่อเนื่อง จึงหันมาปลูกพืชชนิดอื่นเสริม อาทิ ถั่วลิสง และข้าวโพด เป็นต้น และมาในปีนี้ มันสำปะหลังเกิดการระบาดของโรคใบด่างอีก กับเกิดปัญหาภัยแล้งและอุทกภัย ในหลายพื้นที่ภาคอีสาน จึงตัดสินใจแบ่งเนื้อที่ 2 ไร่ มาทดลองปลู
นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึง ภาวะเศรษฐกิจการเกษตรในไตรมาส 3 ปี 2562 (กรกฎาคม – กันยายน 2562) พบว่า ขยายตัวร้อยละ 1.1 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2561 เนื่องจากสาขาพืชซึ่งเป็นสาขาการผลิตหลักของภาคเกษตรกลับมาขยายตัว หลังจากที่หดตัวลงในไตรมาสที่ผ่านมา โดยผลผลิตพืชเศรษฐกิจสำคัญเพิ่มขึ้น ได้แก่ ยางพารา ปาล์มน้ำมัน ทุเรียน มังคุด เงาะ และ มันสำปะหลัง สำหรับสาขาบริการทางการเกษตรและสาขาป่าไม้ยังขยายตัวได้ ขณะที่สาขาปศุสัตว์และสาขาประมงหดตัวลง ด้าน นายพลเชษฐ์ ตราโช ผู้อำนวยการกองนโยบายและแผนพัฒนาการเกษตร สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร กล่าวถึงรายละเอียดว่า สาขาพืช ไตรมาส 3 ปี 2562 สามารถขยายตัวได้ร้อยละ 1.6 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2561 โดยพืชสำคัญที่มีผลผลิตเพิ่มขึ้น ได้แก่ ยางพารา เนื่องจากเนื้อที่กรีดได้เพิ่มขึ้นจากพื้นที่ปลูกใหม่ในปี 2556 ปาล์มน้ำมัน มีผลผลิตเพิ่มขึ้น เนื่องจากเนื้อที่ให้ผลเพิ่มขึ้น ประกอบกับต้นปาล์มน้ำมันส่วนใหญ่อยู่ในช่วงอายุที่ให้ผลผลิตสูง ทุเรียน มีผลผลิตเพิ่มขึ้น เนื่องจากการขยายพื้นที่ปลูกในปี 2
จุรินทร์ เคาะราคาประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง 2.50 บาทต่อกิโลกรัม วงเงินรวม 9,400 ล้านบาท คาดเสนอ ครม.เห็นชอบ 12 พฤศจิกายนนี้ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวภายหลังลงพื้นที่จังหวัดอุดรธานี ประชุมร่วมกับหน่วยงาน 3 ฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย ภาครัฐ เอกชนและเกษตรกร เพื่อหารือแนวทางการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังปี 2562/63 ว่า ที่ประชุมเห็นชอบเคาะราคาประกันรายได้สำหรับเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังปี 2562/63 วงเงินรวม 9,442 ล้านบาท ในพื้นที่จังหวัดแหล่งเพาะปลูกมันสาปะหลังทั้งประเทศ ประมาณ 8.9 ล้านไร่ ครอบคลุมเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตรประมาณ 5.23 แสนครัวเรือน โดยจะประกันครัวเรือนละไม่เกิน 30 ไร่ หรือไม่เกิน 100 ตัน ให้กับสำปะหลังสดเชื้อแป้ง 25 เปอร์เซนต์ ที่ราคาประกันที่ 2.50 บาทต่อกิโลกรัม โดยกำหนดราคาเป้าหมายต้นทุนไว้ที่ 1.85 บาทต่อกิโลกรัม ค่าขนส่ง 25 สตางค์ต่อกิโลกรัม และ ผลตอบแทน 20 เปอร์เซนต์ ระยะเวลาดำเนินโครงการตั้งแต่ตุลาคม 2562 ถึงกันยายน 2563 สำหรับราคาอ้างอิงจะมีการประกาศจากราคาตลาดทุก 30 วัน ซึ่งเกษตร
หลังจากราคามันสำปะหลังกลับมาตกต่ำและเกิดปัญหาโรคต่างๆ โดยเฉพาะโรคใบด่าง ที่กำลังลุกลามอยู่ในขณะนี้ รวมไปถึงปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วมในหลายพื้นที่ ทำให้นาข้าวของเกษตรกรในภาคอีสานส่วนใหญ่ได้รับความเสียหายจำนวนมาก ทำให้เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังบางส่วนในพื้นที่ตำบลตะแบกบาน อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา เริ่มหันมาทำข้าวไร่ แทนการปลูกมันสำปะหลัง เพื่อหวังที่จะมีข้าวไว้กิน และเชื่อว่า ข้าวในปีหน้าจะมีราคาที่แพงขึ้นจากผลกระทบปัญหาน้ำท่วมและภัยแล้ง จนอาจเกิดวิกฤติขาดแคลนข้าว นายช่ำ ชอนครบุรี อายุ 48 ปี ชาวบ้านบ้านหนองจาน ต.ตะแบกบาน อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา กล่าวว่า ตนเลือกปรับพื้นที่ที่เคยปลูกมันสำปะหลังรวมกว่า 10 ไร่ มาปลูกพืชผสมผสาน เช่น ถั่วดิน มะละกอ ผักชี รวมถึง ข้าวไร่ เนื่องจากปีนี้มันสำปะหลังมีการแพร่ระบาดของโรคใบด่างสร้างความเสียหาย อีกทั้งราคาก็ตกต่ำ จึงต้องปรับเปลี่ยนปลูกพืชที่อายุสั้น และหมุนเวียนการเก็บเกี่ยวกันไปเพื่อสร้างรายได้เพิ่มเติม โดยเลือกทดลองปลูกข้าวไร่เพิ่มเติมขึ้นมา 4 ไร่ เนื่องจากเห็นว่า พื้นที่ของตนมีน้ำใต้ดินให้ใช้ทำการเกษตรตลอดทั้งปี และมองว่า สถานการณ์ภัยแล้งและน้ำท่วมในพื้นที่ภ
วันที่ 10 กันยายน 2562 นายยศพนธ์ ทัพพระจันทร์ เกษตรจังหวัดปราจีนบุรี พร้อมเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรจังหวัดปราจีนบุรี และสำนักงานเกษตรอำเภอทุกอำเภอ ร่วมจัดงานรณรงค์เพื่อควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคใบด่างมันสำปะหลัง ณ บริเวณสำนักงานเทศบาลตำบลสระบัว ตำบลลาดตะเคียน อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี โดยได้รับเกียรติจาก นายพิบูลย์ หัตถกิจโกศล ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี พร้อม นายรณรงค์ นครจินดา รองผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี ร่วมเป็นประธานในพิธีเปิดงานรณรงค์ฯ ดังกล่าว เกษตรจังหวัดปราจีนบุรี กล่าวว่า จังหวัดปราจีนบุรี ได้มีการสำรวจพบต้นมันสำปะหลังที่มีอาการใบด่าง ซึ่งเกิดจากเชื้อไวรัสใบด่างมันสำปะหลัง เมื่อช่วงปลายปี 2561 ในพื้นที่อำเภอศรีมหาโพธิ ซึ่งโรคดังกล่าวเป็นโรคที่มีความร้ายแรง อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อผลผลิตมันสำปะหลังของเกษตรกร และส่งผลให้เกิดความขาดแคลนมันสำปะหลังในประเทศไทย ทั้งนี้ จังหวัดปราจีนบุรีได้ดำเนินการทำลายต้นมันสำปะหลังในพื้นที่ดังกล่าวแล้ว แต่จากการสำรวจพื้นที่ปลูกมันสำปะหลัง ยังพบการระบาดของโรคดังกล่าวกระจายตัวเพิ่มขึ้นในหลายพื้นที่ เช่น อำเภอกบินทร์บุรี อำเ
กรมส่งเสริมสหกรณ์รุกกู้วิกฤติปัญหาเสถียรภาพราคามันสำปะหลัง เร่งรัดติดตามโครงการไทยนิยม ยั่งยืน เชื่อมั่นเป็นกลไกลสำคัญในการรักษาเสถียรภาพราคาผลผลผลิตทางการเกษตรให้สมาชิกสหกรณ์ในระยะยาว นายเชิดชัย พรหมแก้ว รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์กล่าวว่า ปัจจุบันมันสำปะหลังเป็นพืชเศรษฐกิจหลักที่เพาะปลูกทั่วประเทศ สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรไทยเป็นอันดับ 3 รองจากข้าวและยางพารา รวมทั้งยังเป็นพืชที่สามารถแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์และสามารถส่งออกได้เป็นอันดับ 1 ของโลก แต่ปัจจุบันเกษตรกรและสมาชิกสหกรณ์ประสบปัญหาวิกฤติโรคระบาดไวรัสใบด่างทำให้ราคาตกต่ำอย่างหนัก ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรจำนวน 5 แสนกว่าครอบครัว และกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ ซึ่งที่ผ่านมา ทางกรมส่งเสริมสหกรณ์ ได้ออกมาตรการช่วยเหลือในหลายด้าน หนึ่งในมาตรการสำคัญคือเร่งรัดติดตามโครงการพัฒนาสถาบันเกษตรกรจัดเก็บพืชผลทางการเกษตร (แก้มลิง) ภายใต้โครงการไทยนิยม ยั่งยืน ซึ่งมีเป้าหมายในกรสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานเพื่อการรวบรวม จัดเก็บข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และมันสำปะหลัง ไม่น้อยกว่า 700,000 ตัน เกษตรกรได้รับผลประโยชน์ไม่น้อยกว่า 250,000 ราย มีรายได้เพิ่
