ยางพารา
รับเบอร์แลนด์ อุทยานการเรียนรู้เกี่ยวกับยางพาราของไทย เปิดบ้านต้อนรับนักออกแบบรุ่นใหม่ 20 ทีมจาก 277 ทีม 18 จากสถาบันการศึกษาทั่วประเทศที่ผ่านการคัดเลือกในโครงการประกวด “รับเบอร์แลนด์ ดีไซน์ คอนเทสต์” (RUBBERLAND Design Con-test) เวทีค้นหาสุดยอดนักออกแบบรุ่นใหม่ ที่สร้างสรรค์ผลงานจากวัสดุโฟมยางพารา ภายใต้คอนเซ็ปต์ Future Living ปั้นยางให้เป็นงาน ผลิตภัณฑ์เพื่อวิถีชีวิตแห่งอนาคต “วันจักร โชติชัยชรินทร์” ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโสด้านปฏิบัติการและการบริหารสินค้ารับเบอร์แลนด์ กล่าวว่า โครงการนี้ถือเป็นหนึ่งในวิสัยทัศน์ของรับเบอร์แลนด์ที่ต้องการมอบความรู้ ควบคู่ไปกับการสร้างมูลค่าเพิ่ม และคุณภาพมาตรฐานให้กับยางพาราผ่านงานดีไซน์ “เนื่องจากประเทศไทยได้ชื่อว่าเป็นแหล่งปลูกยางพาราดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก และเป็นประเทศที่มีการส่งออกน้ำยางพาราในอันดับต้นๆ ของเอเชีย และของโลก จนส่งผลให้ยางพาราเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศไทย ดังนั้น หากมีการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น จะส่งผลดีต่อประเทศ และเกษตรกรชาวสวนยางอย่างมหาศาล” “ฐวัฒน์ สมมะโนพัฒน์” ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด รับเบอร์แลนด์ กล่าวว่า โครงกา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราคาน้ำยางสดใน จ.สงขลา ที่ตกต่ำลงมาอีกครั้ง สร้างความกังวลให้แก่เกษตรกรชาวสวนยางอย่างมาก โดยในช่วงเดือนกันยายนนั้นราคาน้ำยางสดในตลาดท้องถิ่นจะอยู่กิโลกรัมละ 50 บาทเศษ บางช่วงเกือบแตะกิโลกรัมละ 60 บาท แต่ในห้วงเดือนตุลาคมนั้นพบว่า ราคาน้ำยางสดกลับดิ่งตัวลงมาอีกครั้ง และราคาปรับลดลงมาอย่างต่อเนื่องจนในวันนี้ (22 ตุลาคม) ราคาน้ำยางสดในตลาดท้องถิ่นอยู่ที่กิโลกรัมละ 40 บาท ทำให้ชาวสวนยางเกรงว่าราคาจะปรับตัวลดลงต่อกว่านี้อีก โดยบางวันราคาปรับลดลงมากิโลกรัมละ 2-3 บาท นายสมพงษ์ ราชสุวรรณ แกนนำเครือข่ายชาวสวนยางจังหวัดสงขลา กล่าวว่า ชาวสวนยางกำลังรอดูทิศทางของราคาว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป โดยในขณะนี้มองว่ารัฐบาลโดยการยางแห่งประเทศไทยอยู่ระหว่างการแก้ปัญหาระยะยาว โดยเพิ่งเปิดตลาดกลางน้ำยางสดไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา จึงต้องรอดูว่าเมื่อมีตลาดกลางน้ำยางสดแล้ว จะมีการกระตุ้นราคายางในตลาดได้หรือไม่อย่างไร เพื่อที่จะกำหนดทิศทางในการหารือการแก้ปัญหาต่อไป ที่มา : มติชนออนไลน์
กยท. เปิดตลาดกลางน้ำยางสดแห่งแรกของประเทศ นำร่อง พื้นที่เขตภาคใต้ตอนล่าง เชิญ บ.ถาวรอุตฯ เอกชนรายใหญ่ เคาะเปิดตลาดวันแรก รับซื้อน้ำยางสด 44.50 บาท/กก. เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2560 กยท. เปิดตลาดกลางน้ำยางสดแห่งแรกของประเทศ เคาะวันแรกเอกชนกลุ่มอุตสาหกรรมน้ำยางข้นรายใหญ่ของประเทศ ขานรับ ราคาพุ่ง 44.50 บาท/กก. มุ่งเชื่อมโยงตลาดเครือข่ายน้ำยางสดทั้งหมด พร้อมกำหนดราคาอ้างอิงน้ำยางสดจาก ตลาด กยท. ได้ เพื่อให้เกษตรกรขายผลผลิตได้ในราคาที่เป็นธรรม มีอำนาจต่อรอง และที่สำคัญ ยกระดับราคาน้ำยางสดในพื้นที่ให้เกิดเสถียรภาพ และผู้ประกอบการจะซื้อผลผลิตที่มีคุณภาพตรงตามมาตรฐานในปริมาณมาก เพราะตลาดกลางน้ำยางสด มีระบบควบคุมคุณภาพ และรูปแบบการบริหารจัดการที่มีมาตรฐาน และมีประสิทธิภาพ นายธีธัช สุขสะอาด ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การยางแห่งประเทศไทยเขตภาคใต้ตอนล่าง มีพื้นที่ในความรับผิดชอบครอบคลุม 5 จังหวัด ได้แก่ สงขลา สตูล ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ซึ่งมีพื้นที่ปลูกยางประมาณ 5.1 ล้านไร่ คิดเป็นร้อยละ 23.18 ของประเทศ และมีผลผลิตรวม 1,117,880 ตัน/ปี โดยเกษตรกรส่วนใหญ่ยึดถือการทำสวนยางเป็นอาชีพหลักมาอ
ยังคงเป็นความพยายามอย่างต่อเนื่องกับการที่ทางภาครัฐต้องการให้เกษตรกรหันมาทำเกษตรกรรมแบบผสมผสานแทนการปลูกพืชเชิงเดี่ยว เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงทางด้านความผันผวนของราคา ขณะที่ชาวบ้านเองก็ขานรับนโยบายดังกล่าว ด้วยการเริ่มทำจริงจังแล้วประสบความสำเร็จหลายพื้นที่ทั่วประเทศ “ยางพารา” เป็นพืชเศรษฐกิจทางจังหวัดภาคใต้ที่ประสบปัญหาราคาผันผวนมาตลอด สร้างความเดือดร้อนต่อรายได้ของพี่น้องชาวใต้อย่างมาก ด้วยเหตุนี้จึงทำให้หลายพื้นที่จัดการโค่นต้นยางบางส่วนและปรับพื้นที่มาทำเกษตรผสมผสาน ซึ่งพบว่าประสบความสำเร็จ มีรายได้ดีกว่ายางพาราหลายเท่า อย่าง คุณนิวัฒน์ เนตรทองคำ บ้านเลขที่ 89/2 หมู่ที่ 7 ตำบลทุ่งตำเสา อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ก็มีแนวคิดแบบนี้เช่นกัน แล้วไม่รอช้าที่จะเร่งปรับเปลี่ยนอาชีพเกษตรกรรมของครอบครัวล่วงหน้าก่อนปัญหาราคายางจะลุกลาม หลายปีก่อนหน้านี้ คุณนิวัฒน์ มองว่าอนาคตราคายางพาราคงจะแย่ เพราะมีขึ้น-ลง ตลอดเวลา จึงตัดสินใจโค่นไปเกือบหมด แล้วเปลี่ยนมาปลูกพืชผัก ไม้ผล แบบผสมผสาน ไม่ว่าจะเป็น ผักกูด มะระ บวบ มะเขือ พริก ฯลฯ เป็นต้น โดยเน้นแนวทางอินทรีย์เป็นหลัก แล้วนำไปขายที่ตลาดสุขภาพในจังห
เมื่อเร็วๆ นี้ กยท. นำโดยผู้ว่าการ กยท. พร้อมด้วยคณะกรรมการเครือข่ายสถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง กยท.ระดับประเทศ ลงพื้นที่ จ.ตรัง เพื่อหาแนวทางส่งเสริมใช้ยางในประเทศ มุ่งเน้น ทำถนนยางพารา ชู อบจ.ตรัง องค์กรรัฐต้นแบบที่ให้การส่งเสริมและสนับสนุนนำยางพารามาใช้เป็นวัตถุดิบหลักด้านการพัฒนาคมนาคมในพื้นที่ นายกิจ หลีกภัย นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดตรัง กล่าวว่า องค์การบริหารส่วนจังหวัดตรัง เป็นองค์กรปกครองท้องถิ่นแห่งแรกในประเทศไทยที่นำถนนยางพารามาดำเนินงานจริง และมีการตั้งงบประมาณต่อเนื่อง โดยก่อสร้างถนนด้วยงบประมาณขององค์การบริหารส่วนจังหวัดและสมทบงบประมาณกับท้องถิ่นอื่นในพื้นที่อัตรา 60 ต่อ 40 ซึ่งริเริ่มทำมาตั้งแต่ปี 2558-2560 รวมทั้งสิ้นกว่า 120 สายทาง ได้แก่ ถนนประเภทพาราแคปซีล ที่สายหนองห้าง-มาบมวง หมู่ที่ 8 ตำบลน้ำผุด เชื่อม ตำบลบ้านโพธิ์ อำเภอเมืองตรัง สายสระนางหงส์ หมู่ที่ 9 ตำบลบ้านโพธิ์ เชื่อม ตำบลน้ำผุด อ.เมืองตรัง และถนนประเภทแอสฟัลท์ติกคอนกรีต สายแบกพอก หมู่ที่ 6 ตำบลนาตาล่วง อำเภอเมืองตรังเป็นต้น ใช้งบประมาณเกือบ 400 ล้านบาท และสามารถใช้น้ำยางพาราได้มากกว่า 200,000 กิโลกรัม เ
ประเด็นราคายางพาราตกต่ำ จากที่เป็นกระแสความเดือดร้อนของชาวสวนยางพารา ถึงเวลานี้ กลายเป็นเรื่องปกติสำหรับราคายางพาราที่ไม่มีแนวโน้มว่าจะขยับขึ้นไปแล้ว ส่งผลให้เกษตรกรที่รอความช่วยเหลือจากภาครัฐในระยะแรก ต้องปรับการดำรงชีวิตให้อยู่ได้ด้วยการมองตนเอง แล้วนำศักยภาพของสวนยางพาราเท่าที่มีมาประยุกต์ให้เกิดราคาทดแทนรายได้ในส่วนที่หายไป ปลายฝนที่ผ่านมา คุณธีธัช สุขสะอาด ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ถือโอกาสในช่วงฝนชุก เข้าติดตามการดำเนินงานพัฒนายางพารา โดยมุ่งไปที่จังหวัดในภาคเหนือ เพราะตั้งใจยกเขตพื้นที่ภาคเหนือเป็นต้นแบบในการพัฒนายางอย่างครบวงจร เนื่องจากพื้นที่ภาคเหนือมีพื้นที่ปลูกยางกว่า 20,000 ไร่ การพัฒนายางอย่างครบวงจรคือ การตั้งจุดรวบรวมยางก้อนถ้วย เปิดให้เอกชนมาประมูลยาง และสหกรณ์กองทุนสวนยางแต่ละแห่ง รับซื้อน้ำยางเพื่อแปรรูป ซึ่งการประมูลซื้อขายจะผ่านระบบออนไลน์ในตลาดท้องถิ่น หรือตลาด 108 ซึ่งเป็นตลาดเปิดในแหล่งปลูกยางทั่วประเทศ โดย กยท. ทำหน้าที่สนับสนุนการพัฒนาระบบ และเงินทุนช่วยเหลือ พร้อมเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย ให้ข้อมูลว่า ราคายางก้อนถ้วย ปัจจุบัน 2
กยท. เปิดหลักสูตร “การผลิตและการใช้ประโยชน์น้ำยางข้นชนิดครีม” นำนวัตกรรมการผลิตสู่เกษตรกร สถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง ผู้ประกอบการ กระตุ้นการใช้ยางในประเทศ หวังแปรรูปเพิ่มมูลค่ายางพาราไทย การยางแห่งประเทศไทย เปิดอบรมหลักสูตร “การผลิตและการใช้ประโยชน์น้ำยางข้นชนิดครีม” เพื่อกระตุ้นให้เกิดการใช้ยางและการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า นำนวัตกรรมการผลิตผลิตภัณฑ์ยางพารา สู่เกษตรกร สถาบันเกษตรกร และผู้ประกอบกิจการยางพาราไทย ณ ฝ่ายวิจัยและพัฒนาอุตสาหกรรมยาง การยางแห่ง ประเทศไทย เขตจตุจักร กรุงเทพฯ นางณพรัตน์ วิชิตชลชัย ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและพัฒนาอุตสาหกรรมยาง กล่าวว่า กยท.ดำเนินการจัดการฝึกอบรมหลักสูตร “การผลิตและการใช้ประโยชน์น้ำยางข้นชนิดครีม” ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ได้รับความสนใจ และจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องมาหลายรุ่น เนื่องจากหลักสูตรนี้มีความสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลที่สนับสนุนให้นำยางพารามาแปรรูปให้มากยิ่งขึ้น โดยเป็นการส่งเสริมให้มีการใช้ยางเพื่อผลิตเป็นผลิตภัณฑ์สามารถเพิ่มมูลค่าให้กับเกษตรกร และสถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง ตลอดจนผู้ประกอบกิจการยาง ตามแผนงานการสร้างรายได้จากโอกาสในธุรกิจใหม่ โครงการสนับสนุนเกษตรกร
สภาไตรภาคียางระหว่างประเทศ สรุป 6 แนวทางพัฒนายางพาราทั้งระบบ ให้ทุกประเทศใช้ยางในประเทศเพิ่มขึ้นปีละ 10% พร้อมเสนอตั้ง “ตลาดยางพาราระดับภูมิภาค” RRM เป็นตลาดซื้อขายล่วงหน้า พลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประเทศไทย เปิดเผยในฐานะเจ้าภาพการประชุมรัฐมนตรีสภาไตรภาคียางพารา ประจำปี 2560 ภายใต้สภาไตรภาคียางระหว่างประเทศ (ITRC) ร่วมกับนายดาตุ๊ก เสอรี มะ ซีอีว เขี่ยว รัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรมการเพาะปลูกและสินค้าโภคภัณฑ์ ประเทศมาเลเซีย และ ดร. รัน ดุช แองการ์ตีอาสโต้ ลูกีตา รัฐมนตรีกระทรวงการค้า ประเทศอินโดนีเซีย ว่า ในช่วงปี พ.ศ. 2559 ถึง 2560 สภาวะเศรษฐกิจโลกส่งผลกระทบต่อตลาดและราคายางทำให้มีความผันผวน ขณะที่ปริมาณผลผลิตลดลงจากสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง ประกอบกับเกษตรกรรายย่อยหันไปประกอบอาชีพเกษตรอื่นๆ เป็นจำนวนมาก ด้วยเหตุนี้ ITRC และ IRCo ได้มีความพยายามในการแก้ปัญหาดังกล่าว จากการร่วมประชุมสภาไตรภาคียางระหว่างประเทศครั้งนี้ มีข้อสรุปแนวทางการพัฒนายางพาราทั้งระบบ สำหรับข้อสรุปแนวทางการพัฒนายางพาราทั้งระบบ 6 ประการ คือ 1. ส่งเสริมด้านอุปสงค์ เพิ่มปริมาณการใช้ยางใน
รัฐมนตรีไทย-มาเลย์-อินโด แถลงผลประชุมสภาไตรภาคียางพารา เตรียมร่วมมือพัฒนาการวิจัยและอุตสาหกรรมยาง เน้นนำยางธรรมชาติไปใช้ประโยชน์ในรูปแบบต่างๆ ตั้งเป้าพัฒนายางพาราให้ยั่งยืนและมั่นคง เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2560 ประเทศไทยในฐานะเจ้าภาพการประชุมรัฐมนตรีสภาไตรภาคียางพารา ประจำปี 2560 ภายใต้สภาไตรภาคียางระหว่างประเทศ (ITRC) นำโดย พลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประเทศไทย ร่วมกับ MR. MAH SIEW KEONG (ดาตุ๊ก เสอรี มะ ซีอีว เขี่ยว) รัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรมการเพาะปลูกและสินค้าโภคภัณฑ์ ประเทศมาเลเซีย และ Drs. Enggartiasto Lukita (ดอกเตอร์ รัน ดุช แองการ์ตีอาสโต้ ลูกีตา) รัฐมนตรีกระทรวงการค้า ประเทศอินโดนีเซีย เผยความร่วมมือในฐานะประเทศผู้ผลิตยางธรรมชาติของโลก มุ่งพัฒนายางพาราสู่ความยั่งยืน เน้นแปรรูปโดยแต่ละประเทศสมาชิกส่งเสริมแปรรูปใช้ยางในประเทศ ชูถนนยางพารา ณ โรงแรมแชงกรีลา กรุงเทพฯ พลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประเทศไทย กล่าวว่า ในช่วงปีพ.ศ. 2559- 2560 อุตสาหกรรมยางธรรมชาติยังคงได้รับอิทธิพลจากตลาดต่างประเทศและสภาวะเศรษฐกิจโลกที่ส่งผลกร
นายธีธัช สุขสะอาด ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย(กยท.) เปิดเผยว่า ตามที่ กยท.ร่วมกับ 5 บริษัทผู้ส่งออกยางรายใหญ่ของประเทศ ประกอบด้วยบริษัท ศรีตรัง แอโกร อินดัสทรี จำกัด(มหาชน), บริษัท วงศ์บัณฑิต จำกัด, บริษัท เซาท์แลนด์ รับเบอร์ จำกัด, บริษัท ไทยฮั้วยางพารา จำกัด(มหาชน) และบริษัท ไทยรับเบอร์ ลาเท็คซ์ คอร์ปอร์เรชั่น ประเทศไทย จำกัด(มหาชน) จัดตั้งบริษัทร่วมทุนยางพาราไทย จำกัด เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2560 เงินทุนจดทะเบียน 1,200 ล้านบาท เพื่อเข้าซื้อขายยางพาราภายในประเทศและภูมิภาค ได้แก่ ตลาดกลางยางพารา กยท. 6 แห่ง และตลาดกลางภูมิภาค RRM (ไทย อินโดนีเซีย มาเลเซีย) รวมถึงดำเนินการซื้อขายยางพาราผ่านตลาดล่วงหน้าบริษัทร่วมทุนฯ ซึ่งโครงการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อรักษาเสถียรภาพราคา กำหนดเพื่อยกระดับราคาในตลาดให้ได้ประมาณกิโลกรัม(กก.) ละ 60-70 บาท เมื่อราคานิ่งแล้วบริษัทจะหยุดดำเนินการ ปล่อยให้เป็นไปตามกลไกการตลาด ซึ่งราคายางแผ่นดิบรมควันชั้น 3 เมื่อวันที่ 5 กันยายน อยู่ที่ 60.50 บาท/กก. ถือว่าประสบผลสำเร็จ แต่ต้องดูสถานการณ์อีกสักระยะ หลังจากนั้นจะหารือกับบริษัทร่วมทุนฯเพื่อยุติการเข้าซื้อและคืนวงเง
