รัชกาลที่ 9
เพราะกล้าที่จะเปลี่ยน จึงทำให้ก้าวชีวิตของ นพดล สว่างญาติ อดีตวิศวกร ได้ก้าวมาสู่ความสำเร็จในการเป็นเกษตรกรชาวนาต้นแบบของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรรม หรือ ส.ป.ก. พลิกฟื้นผืนนาบนแผ่นดินพระราชทาน จำนวน 19-1-49 ไร่ ตั้งอยู่เลขที่ 13 หมู่ที่ 2 บ้านข้าวใหญ่ ตำบลช้างใหญ่ อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โทร. 08-7519-0999 ให้เป็นแหล่งผลิตข้าวคุณภาพและปลอดภัย ภายใต้มาตรฐานรับรองการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี หรือ Good Agricultural Practices : GAP ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พระนครศรีอยุธยา เป็น 1 ใน 5 จังหวัด อันเป็นที่ตั้งของที่ดินพระราชทานโดยพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ซึ่งทรงตระหนักถึงปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน โดยเฉพาะปัญหาเรื่องที่ดินทำกินและการพัฒนาการเกษตร จึงทรงพระราชทานที่ดินให้กับเกษตรกร โดยมี ส.ป.ก. เป็นหน่วยงานหลักในการบริหารจัดการพร้อมทั้งขับเคลื่อนกิจกรรมสู่เกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดินพระราชทาน ดำเนินการสืบสานพระปณิธานแผ่นดินของพ่อ เพื่อการพัฒนาศักยภาพผืนดินทำกิน เพิ่มผลผลิต สร้างรายได้ ให้ความช่วยเหลือด้านองค์ความรู้ และเข้าถึงโอกาสทางเลื
พลอากาศเอกชลิต พุกผาสุข องคมนตรี ประธานอนุกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริพื้นที่ภาคกลาง และพลอากาศเอก จอม รุ่งสว่าง องคมนตรี รองประธานอนุกรรมการฯ พร้อมคณะอนุกรรมการฯ ลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยมะหาดอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตำบลหนองพันจันทร์ อำเภอบ้านคา จังหวัดราชบุรี พร้อมกับรับฟังบรรยายสรุปผลการดำเนินงานและเยี่ยมชมผลผลิตของเกษตรกรที่ได้รับประโยชน์จากอ่างเก็บน้ำแห่งนี้ พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี กล่าวว่า โครงการอ่างเก็บน้ำห้วยมะหาดอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สร้างขึ้นตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อช่วยเหลือราษฎรที่ขาดแคลนน้ำสำหรับอุปโภคบริโภค และทำการเกษตร โดยกรมชลประทานได้ดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จตั้งแต่ปี 2530 อ่างเก็บน้ำห้วยมะหาดอันเนื่องมาจากพระราชดำริมีขนาดความจุ 4.3 ล้านลูกบาศก์เมตร มีระบบท่อส่งน้ำ จำนวน 2 ระบบ ได้แก่ ระบบ Pumping (ระบบส่งน้ำด้วยเครื่องสูบน้ำ) ความยาวรวม 20.935 กิโลเมตร และระบบ Gravity (ระบบส่งน้ำแบบโดยแรงโน้มถ่วงของโลก) ความยาวรวม 5.952 กิโลเมตร ปัจจุบันอ
เมื่อเร็ว ๆนี้ นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี และประธานอนุกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริพื้นที่ภาคเหนือ พร้อมคณะที่ปรึกษา ได้เดินทางไปติดตามผลการดำเนินงานของโครงการสถานีพัฒนาการเกษตรที่สูงตามพระราชดำริบ้านป่าคา ตำบลโป่งน้ำร้อน อำเภอคลองลาน จังหวัดกำแพงเพชร พร้อมเชิญสิ่งของพระราชทานไปมอบแก่ราษฎรและผู้ปฏิบัติงานในโครงการฯ จำนวน 300 ชุด และโอกาสนี้ได้พบปะเยี่ยมราษฎรชาวไทยภูเขา บ้านป่าคา บ้านโละโคะ และบ้านป่าหมาก เพื่อรับทราบชีวิตความเป็นอยู่และการประกอบอาชีพ โครงการสถานีพัฒนาการเกษตรที่สูงตามพระราชดำริบ้านป่าคา จัดตั้งขึ้นตามพระราชดำริในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อเป็นแหล่งเผยแพร่ความรู้ โดยมุ่งส่งเสริมอาชีพด้านการทำเกษตร ยกระดับคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ ตลอดจนสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและป่าไม้ สิ่งแวดล้อม ให้กับราษฎร ชาวไทยภูเขาบ้านป่าคาและหมู่บ้านบริวาร ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวได้น้อมนำพระราชดำริมาดำเนินการมีการดำเนินงานแบบบูรณา โดยมีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชรับผิดชอบหลัก โครงการสถานีพัฒนาการเกษตรที่สูงตามพระ
อ.ส.ค. เตรียมจัดงานเทศกาลโคนมแห่งชาติ ประจำปี 2563 อย่างยิ่งใหญ่ ชูแนวคิด “รักนม รักฟาร์ม สืบสาน รักษา ต่อยอด โคนมอาชีพพระราชทาน” เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่พระราชทานอาชีพการเลี้ยงโคนม และสืบสานพระราชปณิธาน พัฒนาอุตสาหกรรมโคนมไทยยุคใหม่ เพื่อก้าวสู่แบรนด์นมแห่งชาติ” โดยงานจัดขึ้นระหว่าง วันที่ 29 ม.ค.-9 ก.พ. 63 ณ บริเวณเชิงเขาตาแป้น อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) ที่พระองค์ได้พระราชทานอาชีพการเลี้ยงโคนมให้แก่ปวงชนชาวไทยและแสดงความก้าวหน้าของวิทยาการด้านการเลี้ยงโคนมและอุตสาหกรรมโคนมของประเทศ ตลอดจนเผยแพร่ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนยีการเกษตรสมัยใหม่ไปสู่เกษตรกร จัดงานขึ้นระหว่าง วันที่ 29 มกราคม-9 กุมภาพันธ์ 2563 ซึ่งเป็นงานประจำปี ที่ อ.ส.ค. จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่เป็นประจำทุกปี ณ บริเวณเชิงเขาตาแป้น อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี ปีนี้จัดงานเทศกาลโคนมแห่งชาติ ภายใต้แนวค
นายวิทยา พลศรี ผู้อำนวยการวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีบุรีรัมย์ เปิดเผยว่า โรงงานแปรรูปนมของวิทยาลัย ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2532 โดยในระยะเริ่มต้นมีกำลังการผลิต 200 ลิตร ต่อชั่วโมง ต่อมาได้มีการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตให้เพิ่มขึ้นเป็น 1,500 ลิตร ต่อชั่วโมง โรงงานแปรรูปนม เริ่มแรกจัดตั้งขึ้นเพื่อรับน้ำนมดิบในโครงการน้ำพระทัยจากในหลวงรัชกาลที่ 9 ซึ่งเป็นโครงการอีสานเขียว เพราะในสมัยนั้น จังหวัดบุรีรัมย์ได้รับการส่งเสริมให้เลี้ยงโคนม พอเลี้ยงแล้ว ไม่มีที่จำหน่ายน้ำนมดิบ จึงได้จัดตั้งให้เป็นโรงงานแปรรูปนม เพื่อรับน้ำนมดิบจากเกษตรกรมาจำหน่าย ต่อมา ปี 2535 เกิดโครงการนมโรงเรียนของรัฐบาล จึงเข้าร่วมโครงการนมโรงเรียนตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ผู้อำนวยการฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า โรงงานแปรรูปนม ยังจัดตั้งขึ้นเพื่อสนับสนุนการจัดการเรียนการสอนในสาขาวิชาอุตสาหกรรมเกษตร ทั้งด้านทฤษฎีและปฏิบัติ รวมทั้งเป็นสถานที่ฝึกอบรมวิชาชีพของนักศึกษาจากสถาบันอื่นด้วย และเป็นสถานที่ในการอบรมและศึกษาดูงานของนักเรียน นักศึกษา ครู อาจารย์ บุคคลภายนอกที่สนใจ และเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม รวมทั้งเป็นแหล่งรองรับน้ำนมดิบของเกษตรกร เพื่อผลิตน
บริเวณทุ่งนาท้ายเหมือง หมู่ 4 บ้านทองทั่ว ต.คลองนารายณ์ อ.เมือง จ.จันทบุรี ซึ่งเป็นที่นาหลังเก็บเกี่ยวของเกษตรกร นายวรรฤดี เรืองสวัสดิ์ หรือ พี่เปี๊ยก อายุ 45 ปี ชาว จ.สกลนคร ชีวิตผกผัน ดิ้นรนมารับจ้างทำงานเป็นลูกจ้างบริษัทรับเหมาก่อสร้างเอกชนยักษ์ใหญ่แห่งหนึ่ง ในจันทบุรี เมื่อ 27 ปีก่อน ได้ขอเช่าพื้นที่ท้องนาจำนวนกว่า 10 ไร่ ของเกษตรกรหลังเสร็จสิ้นฤดูเก็บเกี่ยวข้าว เพื่อทำการปลูกพืชไร่ตระกูลแตง ในช่วงหน้าแล้ง สร้างรายได้เสริมจากการศึกษาหาความรู้ด้วยตนเอง และจากแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 นำมาสู่ความสำเร็จ จนมีรายได้เพิ่มเป็นฐานรากให้แก่ครอบครัวเฉลี่ยประมาณปีละกว่า 3 แสนบาท ปัจจุบันผลผลิตของ พี่เปี๊ยก เป็นที่สนใจแก่ลูกค้าตลอดจนชาวบ้านในพื้นที่เป็นอย่างมาก พี่เปี๊ยก กล่าวว่า ย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 6-7 ปีก่อน ได้ใช้เวลาที่ว่างจากการทำงานประจำ มาศึกษาข้อมูลการปลูกพืชไร่ตระกูลแตง และเริ่มลงมือเพาะปลูกโดยเฉพาะแตงโมพันธุ์กินรี ที่หาซื้อเมล็ดพันธุ์ได้ตามท้องตลาด และแคนตาลูป จนเวลาผ่านไปผลผลิตเป็นที่ต้องการของตลาด สามารถเก็บขายได้ราคาดีจนประสบความสำเร็จ แต่ผลไม้ทั้งสอง
กระทรวงเกษตรฯ เตรียมจัดงานวันเกษตรแห่งชาติ ประจำปี 2563 ภายใต้แนวคิด “นวัตกรรมเกษตรไทย ยิ่งใหญ่ด้วยศาสตร์พระราชา” ระหว่าง วันที่ 10 – 19 มค. 63 ณ มหาวิทยาลัยเทศโนโลยีสุรนารี จังหวัดนครราชสีมา นายนราพัฒน์ แก้วทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังการแถลงข่าวงานวันเกษตรแห่งชาติ ประจำปี 2563 ว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี และจังหวัดนครราชสีมา เตรียมจัดงานวันเกษตรแห่งชาติ ประจำปี 2563 ระหว่างวันที่ 10-19 มกราคม 2563 ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี จังหวัดนครราชสีมา ภายได้แนวคิด “นวัตกรรมเกษตรไทย ยิ่งใหญ่ด้วยศาสตร์พระราชา” เพื่อเผยแพร่พระราชกรณียกิจด้านการเกษตรของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ เพื่อน้อมนำให้สังคมได้ตระหนักถึงความสำคัญของอาชีพเกษตรกรรม การส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรอันเป็นพื้นฐานของการพัฒนาคน พัฒนาองค์ความรู้ และพัฒนาประเทศ เผยแพร่ความก้าวหน้าทางวิชาการและผลงานวิจัยด้านการเกษตร ให้นักเรียน นักศึกษา และประชาชน ทุกสาขาอาชีพที่สนใจ นาย
“รมช. มนัญญา” หนุนโรงงานนม อ.ส.ค. จ.เชียงใหม่ ขึ้นแท่นศูนย์กลางของแหล่งการเรียนรู้ของกลุ่มเกษตรกรและสหกรณ์โคนม และแหล่งเรียนรู้โคนมอาชีพพระราชทานจากในหลวงรัชกาลที่ 9 ด้าน อ.ส.ค. เตรียมดันสู่ศูนย์กลางกระจายสินค้าในพื้นที่ภาคเหนือ รุกขยายการส่งออกในตลาดเมียนมา ลาว และเวียดนาม วางเป้า ปี’63 กวาดรายได้ตลาด ตปท. กว่า 1,000 ล้าน เมื่อวันทึ่ 15 ธ.ค 62 นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย ดร.อาทิตย์ เพ็ชรรัตน์ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ อ.ส.ค ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) สำนักงานภาคเหนือตอนบน โรงงานผลิตภัณฑ์นมห้วยแก้ว อ.เมือง จ.เชียงใหม่ โดยมี ดร.ณรงค์ฤทธิ์ วงศ์สุวรรณ ผอ. อ.ส.ค. พร้อมด้วยผู้บริหารและพนักงาน อ.ส.ค. ให้การต้อนรับ นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเดินทางเยี่ยมชมโรงงานผลิตภัณฑ์นมห้วยแก้ว (เชียงใหม่) ของสำนักงานภาคเหนือตอนบน อ.ส.ค.ว่า เพื่อสืบสาน รักษา ต่อยอดโคนมอาชีพพระราชทานให้มีความมั่นคง ยั่งยืน ได้มีการมอบนโยบายให้ อ.ส.ค. เร่งส่งเสริม พัฒนาเกษตรกรผู้เลี้ยงโค
พิพิธภัณฑ์การเกษตรฯ จ.ปทุมธานี เปิดแล้วมหกรรม “ภูมิพลังแผ่นดิน” อย่างยิ่งใหญ่เพื่อยกย่องสดุดีพระเกียรติคุณและเผยแพร่พระราชกรณียกิจด้านการอนุรักษ์และพัฒนาดินของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ด้านกระทรวงเกษตรฯประกาศพร้อมยึดแนวทางพระราชดำริเดินหน้าขับเคลื่อนพัฒนา ฟื้นฟู อนุรักษ์ทรัพยากรดินภาคเกษตรทั่วประเทศสู่ความยั่งยืน วันนี้ (4 ธันวาคม 62) พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้มีพิธีงานมหกรรม“ภูมิพลังแผ่นดิน” ขึ้นอย่างยิ่งใหญ่เพื่อน้อมรำลึกถึงพระเกียรติคุณและพระอัจฉริยภาพพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ด้านการจัดการดิน เนื่องในวันดินโลก 5 ธันวาคมระหว่างวันที่ 4-8 ธันวาคมโดยมีนายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นประธานร่วมด้วยผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานีและหน่วยงานต่างๆเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง ภายในงานมีการมอบประกาศเกียรติคุณให้ศูนย์เครือข่ายและศูนย์เรียนรู้เครือข่าย พกฉ. ที่สนับสนุนการเรียนรู้ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและจัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับพระอัจฉริยภ
อ.ส.ค.เตรียมจัดงาน “Thai-Denmark Milksic Festival 2019” หวังปลุกกระแสและสร้างค่านิยมเด็กรุ่นใหม่ Gen Z ถึงGen X ให้หันมาดื่มนมไทย-เดนมาร์ค นมโคสดแท้100% ไม่ผสมนมผงที่ผลิตจากน้ำนมดิบของเกษตรกรไทย เพื่อเสริมสร้างสุขภาพที่ดีให้คนไทยและสนับสนุนโคนมอาชีพพระราชทานให้เป็นอาชีพที่มั่นคง ยั่งยืน อีกทั้งเป็นการผลักดันผลิตภัณฑ์นมไทย-เดนมาร์ค ก้าวสู่แบรนด์อันดับที่ 1 ที่อยู่ในใจผู้บริโภคชาวไทยภายในปี 2564 นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงการจัดงานไทย-เดนมาร์ค มิ้ลค์สิค เฟสติวัล 2019 (Thai-Denmark Milksic Festival 2019) ว่ามีวัตถุประสงค์เพื่อ สืบสาน รักษา ต่อยอด “โคนมอาชีพพระราชทาน” ซึ่งเป็นอาชีพทรงคุณค่าที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร ทรงพระราชทานไว้ให้แก่เกษตรกรไทย ทรงเล็งเห็นว่าอาชีพการเลี้ยงโคนมจะช่วยให้ชาวไทยได้บริโภคอาหารที่มีคุณค่า ทั้งยังเป็นการสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรไทยได้มีอาชีพที่มั่นคงและยั่งยืน จึงมอบหมายให้องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย(อ.ส.ค.) จัดงานรณรงค์การบริโภคนมด้วยผลิตภัณฑ์นมไทย-เดนมาร์คภายใต้ชื
