ลำไย
เป็นที่ทราบกันดีว่า ปัญหาผลผลิตทางการเกษตรล้นตลาด มีจำนวนมาก ระบายไม่ทัน เป็นผลให้ราคาตกต่ำอย่างปฏิเสธไม่ได้ แนวทางการหันมาศึกษาการผลิตผลไม้นอกฤดูกาลจึงเป็นทางออกหนึ่งของเกษตรไทยในวันนี้ คุณสุรินทร์ แสงสาย ประธานกลุ่มผู้ปลูกลำไยนอกฤดู ในพื้นที่ อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี ผู้ขับเคลื่อนศึกษาหาแนวทางการผลิตลำไยนอกฤดูให้แก่กลุ่มเกษตรกรในพื้นที่ โดยการทดลองทำสารเร่งให้กับต้นลำไย ด้วยประสบการณ์มากว่า 10 ปี ได้ลองผิด ลองถูก กับสวนลำไยของตนเอง ในพื้นที่กว่า 20 ไร่ จนมีแนวร่วมกลุ่มผู้ปลูกลำไย ในอำเภอโป่งน้ำร้อน มีพื้นที่ไม่ต่ำกว่า 70 ไร่ ส่งผลสำเร็จทำให้มีสถิติการส่งออกผลผลิตลำไยนอกฤดูของอำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี ไม่น้อยกว่า 100 ตัน ต่อหนึ่งฤดูกาล โพแทสเซียม ครอเร็ต (POTASSIUM CHLORATE) สารเร่งสำคัญที่ต้องใช้ในการบังคับการออกผลผลิตของลำไยนอกฤดู ที่ใช้ควบคู่ไปกับการให้ปุ๋ยมูลสัตว์ แต่ต้นลำไยที่เปรียบเสมือนหัวใจของการบังคับให้ลำไยออกนอกฤดูเลยทีเดียว การบังคับผลผลิตออกนอกฤดูของผลไม้ที่มีชื่อว่า ลำไย นั้น สิ่งสำคัญยิ่งที่เกษตรกรต้องรู้ เพื่อการปฏิบัติที่ถูกต้องคือ ต้นลำไยที่จะทำสารเร่ง
ที่โรงแรมแคนทารี่ ฮิลล์ จ.เชียงใหม่ นางวรรณภรณ์ เกตุทัต รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เป็นประธานเปิดโครงการผลักดันการส่งออกผลไม้ภาคเหนือ โดยการเชื่อมโยงการค้ากับตลาดศักยภาพในอาเซียน เอเชียใต้ และตะวันออกกลาง ในรูปแบบการจัด Mini Exhibition ตามนโยบายการพัฒนาขีดความสามารถของธุรกิจไทย เพื่อยกระดับเศรษฐกิจของประเทศให้เข้มแข็ง และเร่งรัดการส่งออกเพื่อระบายสินค้าเกษตรในช่วงผลผลิตออกสู่ตลาดในปริมาณมาก โดย นางวรรณภรณ์ กล่าวว่า กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ รับทราบสถานการณ์ผลผลิตลำไยในพื้นที่จากสำนักงานพาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่ โดยคาดการณ์ว่าในช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม 2561 จะมีผลผลิตออกสู่ตลาดจำนวนมาก ดังนั้น กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ จึงเร่งจัดหาตลาดใหม่ และช่องทางการค้าใหม่ๆ เพื่อลดการพึ่งพิงตลาดเดิม เช่น อินโดนีเซีย และจีน นอกจากนั้น ยังเป็นการวางแผนการส่งออกสินค้าผลไม้ในระยะยาว โดยแสดงให้ผู้ซื้อได้เห็นถึงศักยภาพของผลไม้ภาคเหนือและผลิตภัณฑ์จากผลไม้ โดยเฉพาะ ลำไย รวมถึงเป็นการเร่งผลักดันการส่งออกลำไยฤดูการผลิตที่จะถึงนี้ “คาดมูลค่าเจรจาการค้าที่จะเกิดขึ้นในครั้งนี้กว่า 23,0
กรมส่งเสริมการเกษตร สนับสนุนเกษตรกรผู้ปลูกลำไย พร้อมใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยี ในการตัดแต่งเพื่อควบคุมทรงพุ่ม เน้นสร้างผลผลิตที่มีคุณภาพมากกว่าปริมาณ พร้อมกระจายผลผลิตคุณภาพสู่ผู้บริโภค นายสำราญ สาราบรรณ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ตามมติคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้ (Fruit Board) ปี 2561 ได้วางแผนบริหารจัดการคุณภาพและปริมาณผลผลิตลำไย เน้นกระจายผลผลิตออกนอกแหล่งผลิตและเห็นชอบให้จังหวัด พัฒนาคุณภาพผลผลิตภายใต้โครงการรณรงค์การผลิตลำไยคุณภาพ โครงการส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ และศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) โดยใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเพื่อตัดแต่งกิ่ง ตัดต้นเตี้ย ซึ่งจะทำให้ผลผลิตมีคุณภาพ ขายได้ในราคาดี ลำไย เป็นไม้ผลเศรษฐกิจ มีแหล่งผลิตสำคัญทั้งในภาคเหนือ และภาคตะวันออก โดยภาคเหนือ ปลูกกันมากใน 8 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา ลำปาง ลำพูน ตาก แพร่ และน่าน มีเกษตรกรสนใจเข้าร่วมกว่า 6,500 ราย และส่งเสริมการผลิตลำไยให้ได้ตามมาตรฐาน GAP ในเกษตรกร 1,950 ราย ส่วนการกระจายผลผลิต ซึ่งคาดการณ์ว่าผลผลิตลำไยภาคเหนือ ปี 2561 จะมีผลผลิตออกสู
นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 17 กรกฎาคม กระทรวงจะขอมติห้ามนำเข้ามะพร้าวชั่วคราวช่วง 3 เดือน ระหว่างเดือนสิงหาคม-ตุลาคม 2561 และจะพิจารณาทบทวนสถานการณ์ว่ายังมีความจำเป็นหรือไม่ หลังที่ประชุมคณะกรรมการพืชน้ำมันและน้ำมันพืช ที่มี นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม มีมติเห็นชอบแล้ว เพื่อแก้ไขสถานการณ์ราคามะพร้าวตกต่ำ และช่วยเหลือเกษตรกรไทย นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า กระทรวงเตรียมประกาศใช้มาตรการนี้ เพื่อให้มีผลทันเวลาในช่วงที่ผลผลิตมะพร้าวในประเทศของไทยยังมีสูงพอเพียงที่ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมแปรรูปมะพร้าวสามารถใช้ผลผลิตมะพร้าวในประเทศ ซึ่งจะช่วยไม่ให้ผู้ผลิตกะทิเพื่อการส่งออกและบริโภคของไทยได้รับความเดือดร้อน ขณะเดียวกันจะเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าวของไทยที่เผชิญปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำในช่วงนี้ นอกจากนี้ กระทรวงจะประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและติดตามผลอย่างต่อเนื่อง เพื่อแก้ไขปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพและให้เกิดประสิทธิผลมากที่สุด ในปี 2560 ไทยนำเข้ามะพร้าวจากทั่วโลกที่ปริมาณ
กรมส่งเสริมการเกษตร เร่งติดตามสถานการณ์และแนวโน้มการผลิต การตลาดลำไย ปี 2561 ใน 8 จังหวัด ภาคเหนือ เน้นวิเคราะห์และเฝ้าระวังปัญหาที่จะเกิดขึ้นช่วงผลผลิตกระจุกตัวในเดือนสิงหาคมนี้ รวมทั้งติดตามสถานการณ์การเก็บเกี่ยวและราคาผลผลิต เพื่อเตรียมมาตรการรองรับและจัดทำแผนบริหารจัดการผลผลิตอย่างครบวงจร นายสำราญ สาราบรรณ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า จากการคาดการณ์แนวโน้ม ผลผลิตลำไย ปี 2561 ใน 8 จังหวัด ภาคเหนือ ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน เชียงราย พะเยา น่าน แพร่ ลำปาง และจังหวัดตาก จะมีผลผลิตเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว ประมาณ 40,913 ตัน คิดเป็น ร้อยละ 6.7 โดยเป็นผลผลิตในฤดู 381,498 ตัน (58%) และนอกฤดู 272,831 ตัน (42%) ดังนั้น กรมส่งเสริมการเกษตรจึงได้จัดให้มีการประชุมติดตามสถานการณ์และแนวโน้มการผลิต การตลาดลำไย ปี 2561 ของ 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน ณ ห้องประชุมสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 6 จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อวิเคราะห์สถานการณ์การผลิต การตลาดลำไย ปี 2561 รายจังหวัด การเฝ้าระวังปัญหาที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงผลผลิตกระจุกตัว (พีค) ในช่วงเดือนสิงหาคม 2561 การติดตามสถานการณ์การเก็บเกี
สสก.9 พิษณุโลก กรมส่งเสริมการเกษตร ชูแปลงใหญ่ลำไย อ.สามเงา จ.ตาก เป็นต้นแบบเกษตรแปลงใหญ่ที่เชื่อมโยงเครือข่าย ศพก. ถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการผลิตลำไยนอกฤดูคุณภาพ ร่วมกันผลิตลำไยเกรดเอ ส่งออกได้ราคาสูง นายนิพนธ์ แรมวิโรจน์ ผู้อำนวยการกลุ่มพัฒนาบุคลากร สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตร ที่ 9 จ.พิษณุโลก กรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 9 พิษณุโลก ได้ดำเนินงานตามนโยบายของรัฐบาล โดยขับเคลื่อนเรื่องของการทำเกษตรแบบแปลงใหญ่ เพื่อแก้ปัญหาทั้งระบบ เชื่อมโยงเครือข่ายผ่านศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร หรือ ศพก. มีวัตถุประสงค์เพื่อลดต้นทุนการผลิต และเพิ่มผลผลิต รวมไปถึงแก้ปัญหาในเรื่องของการตลาดตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทานการผลิตทั้งหมด ซึ่งแนวทางการขับเคลื่อนในรูปของแปลงใหญ่ที่มุ่งเน้นให้เกษตรกรรวมกันซื้อรวมกันขายทั้งผลผลิตทางการเกษตรและการจัดซื้อปัจจัยการผลผลิต เพื่อให้สามารถลดต้นทุนการผลิตได้ อย่างน้อย 20% และเพิ่มผลผลิตให้ได้ 20% ซึ่งการดำเนินงานในระดับพื้นที่ จะมีสำนักงานในระดับจังหวัดและอำเภอเป็นผู้รับผิดชอบในด้านของการดำเนินงาน ทั้งด้าน ศพก. และแ
วันที่ 13 มิถุนายน 2561 นายประสงค์ กองมะลิ นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) เชียงบาน อ.เชียงคำ จ.พะเยา กล่าวว่า ขณะนี้ชาวสวนลำไยในพื้นที่ ต.เชียงคำ และ ต.น้ำแวน ซึ่งเป็นสวนลำไยแปลงใหญ่ พื้นที่รวมกันประมาณ 800 ไร่ กำลังเข้าโครงการพัฒนาลำไยแปลงใหญ่ โดยกลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่ลำไย เป็นผู้ดำเนินการ ซึ่งมีนักวิชาการด้านการเกษตรและนักวิจัยมาช่วยเหลือด้านองค์ความรู้การพัฒนาคุณภาพลำไยแปลงใหญ่ในครั้งนี้ ผลผลิตเฉพาะกลุ่มแปลงใหญ่ คาดว่าปีนี้จะให้ผลผลิตประมาณ 800 ตัน เฉลี่ยผลผลิต ไร่ละ 1 ตัน ขณะเดียวกันผลผลิตดังกล่าวจะทำเป็นคุณภาพคัดสดช่อให้ได้มาตรฐาน GAP เพื่อสามารถส่งออกไปยังประเทศจีนด้วย นายก อบต. เชียงบาน กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ทางกลุ่มแปลงใหญ่ฯ ยังได้มีแผนการพัฒนาลำไยคุณภาพสดช่อระดับพรีเมี่ยม AA เพื่อส่งตรงถึงมือผู้บริโภคในอนาคตด้วย โดยคาดว่าจะเปิดรับออเดอร์ในต้นเดือนกรกฎาคม 2561 เมื่อได้ทราบราคาต้นฤดูกาล และจำนวนผลผลิตที่ชัดเจน จะเปิดรับออเดอร์จากผู้บริโภคทั่วประเทศสามารถสั่งตรงกับกลุ่มแปลงใหญ่ฯ จะช่วยกระจายผลผลิตลำไยของเกษตรกรออกสู่ผู้บริโภคทั่วประเทศ ซึ่งทั้งการกระจายผลผลิตลำไยสดช่อทั้งส่งออกต่
นายสมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า จากปัญหาราคาลำไยตกต่ำและผลผลิตไม่ได้คุณภาพ กรมฯ นำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาพัฒนากระบวนการผลิตเพื่อเพิ่มมูลค่าลำไยนอกฤดูด้วยเทคโนโลยี โดยวิจัยร่วมกับสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือสวก. แล้วนำมาส่งเสริมให้เกษตรกรภายใต้ระบบเกษตรแปลงใหญ่ลำไยในพื้นที่ จ.ลำพูนและพื้นที่ภาคเหนือ ส่งให้เกษตรกรนำความรู้ที่ได้รับไปต่อยอดปรับปรุงสวนลำไยสู่ขบวนการผลิตในรูปแบบเกษตรยุคใหม่ เพื่อการผลิตลำไยคุณภาพ เพิ่มรายได้ เพิ่มผลผลิตสามารถขายได้ราคาดี โดยนำร่องในกลุ่มแปลงใหญ่ลำไย ต.ศรีบัวบาน จ.ลำพูน จนสามารถพัฒนาประสิทธิภาพการผลิตและขายผลผลิตในราคาดี โดยปัจจุบันกำหนดราคาจำหน่ายลำไยเกรด AA ในราคา 40 บาท/ก.ก. เกรด A ราคา 30 บาท/ก.ก. เฉลี่ยกำหนดราคาอยู่ที่ 33 บาท/ก.ก. โดยมีตลาดส่งออกหลักคือ จีน อินโดนีเซีย “การเร่งพัฒนาขบวนการผลิตลำไยให้มีคุณภาพสอดคล้องกับความต้องการของตลาด ถือเป็นโอกาสทองของเกษตรกรผู้ปลูกลำไยในพื้นที่ลำพูนและจังหวัดพื้นที่ภาคเหนือ ล่าสุดรมว.พาณิชย์ ประกาศว่า บริษัท อาลีบาบา ได้สั่งซื้อ ลำไยจากไทย เพื่อขายบน T-mall.com อีก 10,000
กรมส่งเสริมสหกรณ์ ปรับแผนเตรียมรับปัญหาลำไยล้นตลาด เล็งคัดลำไยคุณภาพ 3,000 ตัน มูลค่า 90 ล้านบาท ใช้กลไกสหกรณ์เร่งกระจายสู่ผู้บริโภคภายในประเทศ สั่งซื้อโดยตรงที่สหกรณ์และสั่งซื้อผ่านไปรษณีย์ไทย พร้อมการันตีผลไม้จากสหกรณ์ทุกชนิดก่อนส่งถึงผู้บริโภค ต้องเป็นสินค้าดี มีคุณภาพ พร้อมสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคที่สั่งซื้อลำไยจากสหกรณ์ หากได้รับสินค้าที่มีคุณภาพไม่ตรงตามที่ต้องการ ยินดีคืนเงินหรือส่งสินค้าใหม่ไปเปลี่ยนให้ทันที นายเชิดชัย พรหมแก้ว รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวถึงมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรในการแก้ปัญหาลำไยราคาตกต่ำว่า ปีนี้ลำไยภาคเหนือคาดว่าจะมีปริมาณผลผลิตออกมาจำนวนมาก ซึ่งอาจส่งผลทำให้ราคาปรับตัวลดลงอย่างรวดเร็ว กรมส่งเสริมสหกรณ์ จึงได้หาแนวทางเสริมในการช่วยแก้ไขปัญหาราคาลำไยตกต่ำและช่วยเหลือเกษตรกรสมาชิกสหกรณ์ โดยใช้ระบบสหกรณ์เป็นกลไกในการรวบรวมผลผลิตและกระจายผลผลิตลำไยออกสู่ตลาดทั้งในและต่างประเทศ และจะร่วมมือกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการกระจายลำไยด้วย ซึ่งเมื่อปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ได้มีการประชุมตัวแทนสหกรณ์ที่รวบรวมลำไยสดใน 6 จังหวัดภาคเหนือ จำ
คุณนเรศ ฝีปากเพราะ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 6 จังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า คณะอนุกรรมการป้องกันแก้ไขปัญหาผลไม้ภาคเหนือ ได้ประมาณการผลผลิตลำไยในฤดู 8 จังหวัดภาคเหนือ ปี 2561 มีพื้นที่ที่ให้ผลผลิต 637,127 ไร่ และคาดการณ์ผลผลิต จำนวน 386,303 ตัน มากกว่าผลผลิตลำไยในฤดู ปี 2560 ประมาณ ร้อยละ 2.28 ซึ่งผลผลิตออกสู่ตลาดมากในช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม ประมาณ 329,254 ตัน หรือประมาณ ร้อยละ 85.23 และที่สำคัญสาธารณรัฐอินโดนีเซียมีการงดนำเข้าลำไยสดในช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม ทำให้เกิดผลกระทบต่อปริมาณผลผลิตสดลำไยที่ไม่สามารถนำเข้าได้ ประมาณ 28,000 ตัน ทางคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้ (Fruit board) จึงได้ให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ดำเนินการโครงการรณรงค์การผลิตลำไยคุณภาพ ให้ผลผลิตลำไยเป็น เกรด AA เพื่อกระตุ้นการบริโภคสดภายในประเทศและลดการพึ่งพาตลาดอินโดนีเซีย โดยใน ปี 2561 นี้ กรมส่งเสริมการเกษตร ได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ดำเนินการถ่ายทอดเทคโนโลยีการตัดช่อผล เพื่อผลิตลำไยเป็น เกรด AA ให้แก่ Core Team และนำไปขยายผลสู่เกษตรกร โดยผ่านศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้า
