ศาสตร์พระราชา
จังหวัดหนองบัวลำภู เป็นจังหวัดหนึ่งที่มีการปลูกอ้อยมาก (ปีละประมาณ 6 แสนไร่เศษ) เช่นเดียวกับหลายจังหวัดในภาคอีสาน เป็นพืชที่ให้ผลผลิตปีละครั้ง ต้นทุนการผลิตสูง บางปีราคาดี แต่บ่อยครั้งราคาตก อย่างเช่นในฤดูการล่าสุด ราคาตันละประมาณ 400 บาท บางรายขายแบบเหมาสวนไร่ละ 3,500-4,000 บาท ซึ่งขาดทุน แต่ก็ยอมขาย เพราะหากจ้างเขาตัดก็จะขาดทุนมากยิ่งขึ้น ทำให้เกษตรกรหลายรายขาดทุน ที่กล่าวมาไม่ขาดทุนเฉพาะปีล่าสุดเท่านั้น แต่มีหลายคนที่ประสบปัญหาขาดทุนสะสมมาต่อเนื่องหลายปี แทบล้มละลาย เป็นหนี้สินนับสิบยี่สิบล้านบาท ท่านที่เคารพครับ !!! ฉบับนี้ จึงขอหยิบยกกรณีตัวอย่างของเกษตรกรท่านหนึ่งที่เป็นหนี้สินจากการปลูกอ้อยราว 20 ล้าน แต่ด้วยการนำศาสตร์พระราชามาปรับใช้ในการประกอบอาชีพทางการเกษตร ทำให้เวลานี้ปลดหนี้ได้เกือบหมด นั่นคือ คุณพิเชษฐ์ อินทรพานิช อายุ 46 ปี อยู่หมู่ที่ 10 บ้านห้วยเดื่อ ตำบลโนนทัน อำเภอเมืองหนองบัวลำภู จังหวัดหนองบัวลำภู โทร. (092) 334-3034 คุณพิเชษฐ์ ให้ข้อมูลว่า จบการศึกษาด้านการเกษตรระดับ ปวส. จากวิทยาเขตเกษตรกาฬสินธุ์ ปี 2536 แล้วเรียนต่อระดับปริญญาตรีมหาวิทยาลัยเอกชน หลังจบการศึกษา
คุณลุงเจตน์ และคุณป้าปัทมาลักษณ์ จิตรธรรม สองสามีภรรยา อ.ตากใบ จ.นราธิวาส จากอดีตประกอบอาชีพอื่น และมองเห็นว่าอาชีพเกษตร สามารถทำให้เลี้ยงตัวเองได้ จึงกลับมาบ้าน เริ่มต้นทำเกษตรกร เมื่อปี 2550 แบบค่อยเป็นค่อยไป บนพื้นที่ 16 ไร่ แบ่งเป็น ปาล์มน้ำมัน ข้าว มะพร้าวน้ำหอม ทุเรียนหมอนทอง พริกไทยดำ นอกจากนี้ยังเลี้ยงสัตว์ ทั้ง ไก่ไข่ ไก่เบตง ไก่บ้าน เป็ดเทศ และเลี้ยงปลา อีกด้วย อาศัยความรู้เวลาเจ้าหน้าที่เกษตรมาอบรม ก็ได้นำผลผลิตบางส่วนแปรรูป เพิ่มมูลค่า คิดสูตรน้ำพริก รวมถึงทำปลาส้ม ปลาแดดเดียวไว้จำหน่าย สร้างรายได้ ตลอดปี ลุงเจตน์ เล่าให้ฟังว่า “ก่อนอื่นต้องศึกษาตลาด ทำอย่างไรคนในหมู่บ้านจะซื้อสินค้าเรา และมีอะไรบ้างที่เรากิน เราก็ปลูกอันนั้น ลดรายจ่าย ที่สำคัญต้องทำบัญชีจะได้รู้ว่าสิ่งที่ทำเราได้กำไร หรือเราขาดทุน ถ้าขาดทุน เราก็เปลี่ยนไปปลูกอย่างอื่นที่มันได้กำไร แนวคิดง่ายๆ แต่ทำได้จริง” ลุงเจตน์การันตี จากความสำเร็จที่มีรายได้เลี้ยงตัวเองได้ ไม่มีหนี้สิน ซึ่งในระยะเวลา 2 ปี สามารถสร้างรายได้กว่า 3 แสนบาท และนี่เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งของเกษตรกรที่ประสบความสำเร็จในการพัฒนาพื้นที่จังหวัดช
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ร่วมจัดงาน “สีสรรพรรณไม้เทิดไท้บรมราชินีนาถ”ครั้งที่ 13 สืบสานรักษาและต่อยอดศาสตร์พระราชาพัฒนาการเกษตรไทยเทิดไท้สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวในโอกาสแถลงข่าวการจัดงาน “สีสรรพรรณไม้เทิดไท้บรมราชินีนาถ”ครั้งที่ 13 เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวงในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 87 พรรษา 12 สิงหาคม 2562 ว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์พร้อมด้วยหน่วยงานในสังกัด 15 หน่วยงานร่วมกับมูลนิธิสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯและหน่วยงานภาคี 25 องค์กร อาทิ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ กรุงเทพมหานคร และ สมาคมไม้ประดับแห่งประเทศไทย ร่วมกันจัดกิจกรรมภายในงาน “สีสรรพรรณไม้เทิดไท้บรมราชินีนาถ” ครั้งที่ 13 ภายใต้แนวคิด “ต่อยอดพระราชปณิธานสืบสานความหลากหลายทางชีวภาพ”โดยในส่วนของกระทรวงเกษตรได้จัดกิจกรรมและนิทรรศการภายใต้แนวคิด “สืบสานรักษาและต่อยอดศาสตร์พระราชาพัฒนาการเกษตรไทยเทิดไ
ผลกระทบจากภาวะโลกร้อน ทำให้ทั่วโลกเจอสภาวะอากาศแปรปรวนอย่างต่อเนื่อง ทั้งพายุฤดูร้อน ภัยแล้ง และน้ำท่วมฉับพลัน ปริมาณฝนตกต่ำกว่าค่าปกติ ดังนั้น หน่วยงานภาครัฐและเอกชนจึงให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการน้ำให้เพียงพอสำหรับการใช้ในการเพาะปลูกพืชฤดูแล้ง โดยใช้นวัตกรรม “ธนาคารน้ำใต้ดิน (Groundwater Bank)” เพื่อบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน ผู้นำป่าชุมชนเรียนรู้ศาสตร์พระราชา เมื่อเร็วๆ นี้ ผู้นำป่าชุมชน จาก 10 จังหวัด ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เข้าร่วมกิจกรรม “สัมมนาเครือข่ายผู้นำป่าชุมชนกล้ายิ้ม” รุ่นที่ 21 ภายใต้โครงการ “คนรักษ์ป่า ป่ารักชุมชน” ที่ บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ได้ร่วมมือกับกรมป่าไม้ จัดขึ้นตั้งแต่ปี 2551 กิจกรรมปีนี้ได้มุ่งเน้นประเด็นการบริหารจัดการน้ำ เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับความแปรปรวนของอากาศที่เกิดจากปรากฏการณ์เอลนีโญในปีนี้ ซึ่งพื้นที่ที่เคยชุ่มชื้นจะต้องเผชิญกับภาวะแล้ง ส่วนพื้นที่ที่แห้งแล้งจะเกิดฝนตกหนักและน้ำท่วม อีกทั้งยังเป็นปีที่ร้อนที่สุดในประวัติศาสตร์โลกอีกด้วย นางบุญทิวา ด่านศมสถิต ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหารองค์กร บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่
นายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เป็นประธานเปิดโครงการอบรม “การพัฒนาความรู้บทบาทหน้าที่ของผู้นำสหกรณ์/กลุ่มเกษตรกร” (วันพืชมงคล) ณ โรงแรมรอยัลริเวอร์ เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร โดยมีผู้แทนสหกรณ์ภาคการเกษตร และกลุ่มเกษตรกรทั่วประเทศ เข้าร่วม 235 คน เพื่อเพิ่มพูนความรู้ในบทบาทหน้าที่ของผู้นำองค์กรที่ดี สามารถนำความรู้ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาสหกรณ์อย่างยั่งยืนให้กับผู้เข้ารับการอบรมดังกล่าว จากนั้นได้มอบเงินอุดหนุนเพื่อเป็นรางวัลและขวัญกำลังใจให้กับสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติประจำปี 2562 จำนวน 7 สหกรณ์ ได้แก่ สหกรณ์การเกษตรคณฑีพัฒนา จำกัด จังหวัดกำแพงเพชร สหกรณ์โคนมนครปฐม จำกัด จังหวัดนครปฐม สหกรณ์นิคมวังไทร จำกัด จังหวัดระยอง สหกรณ์ออมทรัพย์โรงพยาบาลพัทลุง จำกัด จังหวัดพัทลุง ร้านสหกรณ์โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา จำกัด จังหวัดนครราชสีมา สหกรณ์เดินรถแม่สอด จำกัด จังหวัดตาก สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนโพธิ์ลอยพัฒนา จำกัด จังหวัดเพชรบุรี และกลุ่มเกษตรกรดีเด่น 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มเกษตรกรทำนาเทพนคร จังหวัดกำแ
เมื่อวันที่ 22-23 เมษายน 2562 การยางแห่งประเทศไทยจังหวัดบุรีรัมย์ จัดโครงการอบรมเกษตรกรชาวสวนยางหลักสูตร “พัฒนาความรู้ด้านยางพาราทั้งระบบเพื่อส่งเสริมการประกอบอาชีพชาวสวนยางและก้าวไปสู่ Smart Farmer” ประจำปี 2562 โดยมี นายโสภณ ซารัมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานในพิธีเปิด และมี นายชัยศรี โชติรุ่งโรจน์ ผู้อำนวยการการยางแห่งประเทศไทยเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างร่วมต้อนรับ พร้อมน้อมนำศาสตร์พระราชามาถ่ายทอดแก่เกษตรกรชาวสวนยาง เพื่อประยุกต์ใช้ในการทำสวนยางอย่างพอเพียงและยั่งยืน ณ ห้องประชุมบ้านสวนฟรุ๊ตการ์เด้นส์ ตำบลเมืองแฝก อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ นายธนพันธ์ ชำนาญธนา ผู้อำนวยการการยางแห่งประเทศไทยจังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวว่า การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ได้รับมอบนโยบายและแนวทางการปฏิบัติงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการพัฒนาเกษตรกรชาวสวนยางให้เป็น Smart Farmer Rubber โดยมี กยท. เป็น Smart officer คอยให้คำปรึกษา เพื่อให้เกษตรกรชาวสวนยางมีความรู้ ความเชี่ยวชาญ ในการประกอบอาชีพเกษตรกรรมด้านยางพารา รวมถึงเป็นผู้ประสานงานด้านยางพาราที่มีประสิทธิภาพ เป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่เก
กรมหม่อนไหม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ลงนามความร่วมมือ กับกรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม ในการฝึกอาชีพให้กับผู้ต้องขังในเรือนจำทั่วประเทศ เช่น “เรือนจำชั่วคราวเขาระกำ” อ.เขาสมิง จ.ตราด ได้มีทักษะความรู้ ประสบการณ์เรื่องการปลูกหม่อนและเเปรรูปผลิตภัณฑ์จากหม่อนไหม เพื่อเป็นแนวทางสร้างอาชีพเลี้ยงตนเอง พบว่า ผู้ต้องขัง ที่เข้าร่วมโครงการเมื่อพ้นโทษออกไปแล้ว ส่วนใหญ่สามารถนำความรู้ที่ได้รับไปประกอบอาชีพการเกษตร โดยน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้เป็นแนวทางในการดำรงชีวิต นางสาวศิริพร บุญชู อธิบดีกรมหม่อนไหม เปิดเผยว่า กรมหม่อนไหม ได้ร่วมมือกับกรมราชทัณฑ์ คืนคนดีสู่สังคม โดยจัดอบรมอาชีพการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมแก่ผู้ต้องขังก่อนการปลดปล่อย เพื่อมีความรู้ติดตัวไปสร้างอาชีพ สร้างรายได้ ให้สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน สำหรับเรือนจำที่มีพื้นที่ว่างเพียงพอ กรมหม่อนไหมจะเข้าไปส่งเสริมความรู้การปลูกหม่อนเลี้ยงไหมอย่างครบวงจร ตั้งแต่การปลูกหม่อน เลี้ยงไหม ปลูกหม่อนผลสด สาวเส้นไหม ฟอกย้อมสีเส้นไหม ทอผ้าไหม และแปรรูปผลิตภัณฑ์ หลายอย่าง อาทิ ชาหม่อน แปรรูปหม่อนผล ผลิตรังไหมสดเพื่อจำหน่าย ฯลฯ
นับวันพื้นที่ป่าไม้ลดลงอย่างต่อเนื่อง และมีแนวโน้มจะลดลงเรื่อยๆ ส่งผลกระทบต่อสภาพเศรษฐกิจสังคม และสิ่งแวดล้อมของประเทศ ทำให้ฝนแล้งเป็นระยะเวลานาน ฝนตกไม่ถูกต้องตามฤดูกาล ส่งผลกระทบต่อการทำการเกษตรของเกษตรกร สำนักงานเกษตรอำเภอเกาะยาว จึงได้ร่วมกับสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดพังงา ส่งเสริมการปลูกไม้เศรษฐกิจในพื้นที่ปลูกยางพาราและพื้นที่เกษตรกรรม โดยมีเป้าหมายพื้นที่ 100 ไร่ เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงในการทำการเกษตรเชิงเดี่ยวตามศาสตร์พระราชา เพิ่มพื้นที่ป่าของประเทศ ส่งเสริมให้เกษตรกรใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างเต็มศักยภาพ สร้างอาชีพและรายได้จากไม้ที่ปลูกให้แก่เกษตรกร นางอุษณี เจียมรา เกษตรอำเภอเกาะยาว กล่าวให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า นับวันพื้นที่ป่าไม้ลดลงอย่างต่อเนื่อง และมีแนวโน้มจะลดลงเรื่อยๆ ส่งผลกระทบต่อสภาพเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมของประเทศ ทำให้ฝนแล้งเป็นระยะเวลานาน ฝนตกไม่ถูกต้องตามฤดูกาล ส่งผลกระทบต่อการทำการเกษตรของเกษตรกร สำนักงานเกษตรอำเภอเกาะยาวจึงร่วมกับสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดพังงาส่งเสริมการปลูกไม้เศรษฐกิจในพื้นที่ปลูกยางพาราและพื้นที่เกษตรกรร
โครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวงขุนสถาน ตั้งอยู่ที่บ้านแสนสุข หมู่ที่ 9 ตำบลสันทะ อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน พื้นที่ของหมู่บ้านตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติฝั่งขวาแม่น้ำน่านตอนใต้ อยู่ในเขตพื้นที่ป่าอนุรักษ์โซนซีทั้งหมด มีความสูงจากระดับน้ำทะเล 700-1,726 เมตร อากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี ประชากรบ้านขุนสถาน 198 ครัวเรือน และบ้านแสนสุข 182 ครัวเรือน ประชากรเป็นชาวไทยภูเขาเผ่าม้งที่มีวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ อาชีพและรายได้หลักจากการเกษตร ในระยะแรกจะประกอบอาชีพการปลูกข้าวโพดและกะหล่ำปลีและปลูกข้าวไร่เป็นส่วนใหญ่ ต่อมาโครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวงขุนสถาน ได้เข้าไปดำเนินงานโดยนำรูปแบบของโครงการหลวง เข้าไปพัฒนาชุมชนบนที่สูงครอบคลุมทุกมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม รวมถึงทำงานร่วมกับหน่วยงานต่างๆ แบบบูรณาการ โดยมีเป้าหมายชุมชนมีส่วนร่วมเพื่อให้ชุมชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ชุมชนได้รับความรู้อย่างถูกต้องและเหมาะสม ร่วมกันอนุรักษ์และฟื้นฟูธรรมชาติสิ่งแวดล้อมโดยกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชน เมื่อเร็วๆ นี้ โครงการฯ ขุนสถาน ได้จัดงาน “สืบสานศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาและส่งเสริมการท่องเที่ย
อำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี เป็นอีกหนึ่งทำเลทองของการปลูกกล้วยหอมเพื่อการส่งออกรายใหญ่ของไทย โดยอำเภอหนองเสือมีพื้นที่ปลูกกล้วยหอมมากถึง 14,170.10 ไร่ กล้วยหอมทองที่ปลูกในพื้นที่นี้ได้รับการยกย่องว่า มีคุณภาพดี รสชาติอร่อย ถูกใจผู้บริโภค เพราะปลูกในแหล่งดินเหนียวที่มีแหล่งน้ำชลประทานทั่วถึง มีการดูแลจัดการสวนอย่างเป็นระบบ ทำให้กล้วยหอมที่ปลูกได้สามารถส่งออกไปขายถึงประเทศญี่ปุ่น เมื่อ ปี 2558 เกษตรกรผู้ปลูกกล้วยหอมในพื้นที่ตำบลนพรัตน์ อำเภอหนองเสือ ภายใต้การนำของประธานกลุ่มฯ คือ คุณนุกูล นามปราศัย ได้รวมตัวกันจดทะเบียนกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มกล้วยหอมทองปทุมรัตน์ เพื่อผลิตกล้วยหอมพันกว่าไร่ และจำหน่ายผลผลิตเข้าสู่ตลาดทั้งในประเทศและส่งออก เนื่องจากกล้วยหอมจัดอยู่ในกลุ่มผลไม้เพื่อสุขภาพ ทำให้มีกำลังซื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี ผลดีของการรวมกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มกล้วยหอมทองปทุมรัตน์ ทำให้เกษตรกรผู้ปลูกกล้วยหอมมีโอกาสสร้างอำนาจต่อรองราคากับผู้ซื้อสินค้า รวมทั้งได้รับการสนับสนุนองค์ความรู้เรื่องการปลูกดูแลสวนกล้วยหอมอย่างเป็นระบบจากหน่วยงานภาครัฐ ทำให้สามารถลดต้นทุนการผลิต เช่น การจัดต
