สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.)
วว. เชิญชวนผู้ประกอบการร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์ เพิ่มโอกาสทางธุรกิจที่มั่นคง กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) เชิญชวนผู้ประกอบการร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์ “ให้เราเป็นผู้ร่วมคิด ร่วมพัฒนา เป็นส่วนหนึ่งในความสำเร็จของท่าน” สนใจรับบริการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ทดสอบผลิตภัณฑ์ หาโอกาสทางธุรกิจ เพื่อต่อยอดนำไปผลิตในโรงงานอุตสาหกรรม พร้อมทั้งคำแนะนำเพื่อนำไปผลิตสู่เชิงพาณิชย์ ขั้นตอนการเข้าร่วมรับบริการ วทน. เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์จาก วว. ผ่าน “ระบบ Jump” https://tistrservices.tistr.or.th/ ดังนี้ 1. สมัครสมาชิก โดยใช้อีเมลในการติดต่อสื่อสารและสมัครใช้บริการจาก วว. 2. สมัครใช้บริการ กรอกข้อมูลรายละเอียดที่จะขอใช้บริการและข้อมูลเพิ่มเติมที่ วว. กำหนด 3. ขอใบเสนอราคา โดยเจ้าหน้าที่จะจัดทำใบเสนอราคาจัดส่งทางอีเมลหรือเรียกดูผ่านระบบ Jump 4. ใบแจ้งเก็บเงิน เจ้าหน้าที่จัดทำใบคำขอบริการและใบแจ้งเก็บเงินจัดส่งทางอีเมลหรือเรียกดูผ่านระบบ Jump 5. เข้าสู่กระบวนการวิจัย/วิเคราะห์ทดสอบ /พัฒนาผลิตภัณฑ์ โดยการจัดส่งตัวอย่างหรือข้อม
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) แนะรับประทาน “แตงโม” เพื่อช่วยคลายร้อน คลายความเครียด ด้วยคุณสมบัติอุดมด้วยสารอาหารที่ให้ประโยชน์กับร่างกาย ส่งผลดีต่อระบบภูมิคุ้มกัน ช่วยป้องกันการติดเชื้อ รักษาแผลให้หายเร็ว ลดความเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็ง โรคหัวใจ ในสภาวะที่มีแรงกดดันมากมายในยุคปัจจุบัน การรับประทานแตงโมสามารถช่วยลดความตึงเครียดได้ เพราะสารโพแทสเซียมในแตงโมจะช่วยควบคุมความดันโลหิตทำให้รู้สึกผ่อนคลาย อารมณ์ดี เย็นชื่นใจ เหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย นอกจากนี้ แตงโมยังมีสารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายในด้านต่างๆ ดังนี้ “ช่วยป้องกันการติดเชื้อ” เพราะการดื่มน้ำแตงโมจะช่วยเพิ่มเบต้าแคโรทีน (Beta Carotene) ซึ่งร่างกายสามารถนำไปใช้ในการสร้างวิตามินเอ หากร่างกายมีวิตามินเอในปริมาณมากๆ จะมีผลต่อระบบภูมิคุ้มกัน ช่วยป้องกันการติดเชื้อในระบบทางเดินอาหาร ระบบทางเดินหายใจ และระบบขับปัสสาวะ รวมถึงยังช่วยบำรุงผิวพรรณและเส้นผมให้แข็งแรงอีกด้วย “ช่วยรักษาแผลให้หายเร็วขึ้น” แตงโมมีสารซิตรัลลีน (citrulline) อยู่มาก โดยสารนี้จะไปช่วยในการรั
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ดำเนินโครงการครัวแบ่งปัน ประสบผลสำเร็จพัฒนา ตู้อบพลังงานแสงอาทิตย์แบบน็อกดาวน์ ต้นทุนการผลิตต่ำ มีประสิทธิภาพอบแห้งผลไม้ สมุนไพร อาหาร ได้สม่ำเสมอ มี 2 ขนาดให้เลือกใช้ 1. แบบชั้นเดียว สำหรับใช้ในครัวเรือน 2. แบบ 4 ชั้น ระดับผู้ประกอบการ พร้อมถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตสู่เชิงพาณิชย์ เพื่อสร้างความเข้มแข็งเศรษฐกิจ ลดการพึ่งพาเครื่องจักรจากต่างประเทศ ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการ วว. กล่าวว่า วว. ดำเนินโครงการครัวแบ่งปัน เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านมาตรฐานการผลิต แปรรูปอาหาร ด้วยมาตรฐาน GMP ให้แก่ผู้ประกอบการ วิสาหกิจชุมชน กลุ่มเกษตรกร การวิจัยและพัฒนา “ตู้อบพลังงานแสงอาทิตย์แบบน็อกดาวน์” สำหรับอบแห้งผลไม้ สมุนไพร และอาหาร เช่น กล้วยตาก มะม่วงกวน ขิง ขมิ้น ใบเตย หมูแดดเดียว กุ้งแห้ง ปลาเค็ม เป็นต้น เป็นผลงานวิจัยและพัฒนา โดยศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมอาหารสุขภาพ วว. ภายใต้การดำเนินโครงการดังกล่าว ผลงานพัฒนามีจุดเด่นคือ มีประสิทธิภาพในการทำงานสูง อัตราการอบแห้งสม่ำเสมอ ต้นทุนต่ำ เล
นักวิทยาศาสตร์สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับนักวิจัยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) ไขประสิทธิภาพสารสกัดจากเมล็ดมะไฟจีน ผลิตภัณฑ์พลอยได้จากวิสาหกิจชุมชน จ.น่าน พบช่วยสร้างสมดุลของจุลินทรีย์บนผิวหนัง และลดการอักเสบของผิวหนังได้ ต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์เจลอาบน้ำและเจลล้างหน้าสูตรสกิน โซลูชั่น ซีรีส์ของ บริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) จำกัด พร้อมคว้ารางวัลสิ่งประดิษฐ์นานาชาติเจนีวาปีล่าสุด นครราชสีมา – ดร.กาญจนา ธรรมนู หัวหน้าส่วนวิจัยด้านการแพทย์และสาธารณสุข สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน กล่าวว่า “ทีมวิจัยของสถาบันฯ ร่วมกับ ศ.ภก.ดร.เกรียงศักดิ์ เอื้อมเก็บ นักวิจัยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) ได้รับโจทย์จากบริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) ในการทดสอบสารสกัดจากมะไฟจีนและพอลิแซ็กคาไรด์ (คาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน) กับเชื้อแบคทีเรีย 3 ชนิด คือ เอส อิพิเดอมิดิส (S. epidermidis) เอส ออเรียส (S. aureus) และพี แอคเน่ (P. acne) โดยใช้เทคนิคแสงซินโครตรอนในย่านอินฟราเรด ศึกษาการเปลี่ยนแปลงของสาร
วันที่ 23 มิถุนายน 2566 กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดย สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) จัดพิธีส่งมอบต้นกล้าพันธุ์เบญจมาศเหลืองขมิ้นปลอดโรค และสายพันธุ์ใหม่ “TISTR NRCT-01” และส่งมอบเครื่องผลิตปุ๋ยอัดเม็ดอินทรีย์ ให้แก่ชุมชนบ้านตาติด โดยมี นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน พร้อมนี้ ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ มอบหมายให้ นายธีรวัฒน์ บุญสม ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรม พร้อมด้วยคณะกรรมการดำเนินงาน การส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากสู่การใช้ประโยชน์ ร่วมการส่งมอบนวัตกรรมดังกล่าว ซึ่งมี ดร.รจนา ตั้งกุลบริบูรณ์ ผู้อำนวยการศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมเกษตรสร้างสรรค์ วว. นางวิไลวรรณ หล้าแหล่ง หัวหน้ากลุ่มอารักขาพืช สำนักงานเกษตรจังหวัดอุบลราชธานี พร้อมด้วย ดร.กนกอร อัมพรายน์ หัวหน้าโครงการวิจัย ผู้บริหารหน่วยงานต่าง ๆ และเกษตรกรในพื้นที่ให้การต้อนรับ ณ บ้านตาติด อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการ
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ร่วมกับ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ส่งมอบเครื่องผลิตปุ๋ยอินทรีย์อัดเม็ด และส่งมอบกล้าพันธุ์แอสเตอร์ปลอดเชื้อ และชุดเร่งการผลิตปุ๋ยหมักคุณภาพสูง แก่วิสาหกิจชุมชนไม้ดอกเหมืองแก้ว ตำบลเหมืองแก้ว อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมถ่ายทอดเทคโนโลยีจากงานวิจัยในการผลิตปุ๋ย และการพัฒนาปัจจัยการยกระดับพัฒนาปัจจัยการยกระดับศักยภาพการผลิตไม้ดอกกลุ่มแอสเตอร์ ให้แก่เครือข่ายกลุ่มเกษตร โดยมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานในเปิดกิจกรรม ในการนี้ ดร.รจนา ตั้งกุลบริบูรณ์ ผู้อำนวยการศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมเกษตรสร้างสรรค์ วว. ได้กล่าวรายงาน ถึงภาพรวมการดำเนินงานและเป้าหมายของโครงการในการยกระดับการเกษตรของพื้นที่ด้วยงานวิจัยและนวัตกรรม ซึ่งผู้เข้าร่วมงานที่ได้รับประโยชน์จากววน.ในพื้นที่ ได้แก่ นางสาวณวิสาร์ มูลทา เจ้าของ Love Flower Farm ได้กล่าวสรุปถึงการไดรับโอกาสจากโครงการและการสร้างความร่วมมือระหว่างวิสาหกิจชุมชนจากการสนับสนุนของ วช. และ วว. นอกจากนี้ นายเสถียร จันทรา และนายทองคำ หันธาแดง รองนายกเทศมนตรีตำบลเหม
สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว), สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) และสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ผนึกพลังหนุนเสริม และผลักดัน SME ไทย ประชุมร่วมกับ Cosmetic Valley ณ เมืองชาทร์ (Chartres) ประเทศฝรั่งเศส เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้การดำเนินงานและพัฒนาธุรกิจเครื่องสำอาง รวมถึงแนวทางการดำเนินงานระหว่างกันในอนาคต เพื่อนำสู่การพัฒนา ศักยภาพ SME ไทย ให้ประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืนต่อไป คณะผู้เข้าร่วมประชุม ประกอบด้วย นายวชิระ แก้วกอ รองผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว), ศ.(วิจัย) ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.), ดร.กิติพงค์ พร้อมวงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ตลอดจนคณะเจ้าหน้าที่ โดยมีคณะผู้บริหาร จาก Cosmetic Valley นำโดย Ms.Franckie Béchereau รองกรรมการผู้จัดการ และทีมงาน ร่วมให้การต้อนรับคณะผู้แทนจากประเทศไทยอย่างอบอุ่น ภารกิจแรก คณะฯ ได้ประชุมร่วมกับ Ms.Franckie Béch
วช. หนุนทีมวิจัย วว. พัฒนาฐานข้อมูลพื้นที่ป่าสงวนสะแกราช เขตสงวนชีวมณฑลแห่งแรกของไทยเพื่อใช้ในการตั้งรับกับสภาวะการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และพัฒนาชุมชนรอบพื้นที่เพื่อความยั่งยืนของทรัพยากรธรรมชาติ ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า “สะแกราช” นอกจากจะเป็นเขตสงวนชีวมณฑล แห่งแรกของไทยที่องค์การยูเนสโกขึ้นทะเบียนไว้ เมื่อ พ.ศ. 2519 ด้วยเป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพและมีระบบนิเวศป่าไม้ที่มีศักยภาพในการดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์สูงถึงปีละกว่า 1.4 แสนตันแล้ว ยังเป็นสถานที่เพื่อการวิจัยทางด้านสิ่งแวดล้อมและนิเวศวิทยาป่าเขตร้อน ซึ่งปัจจุบันมีการวิจัยในพื้นที่แห่งนี้แล้วไม่น้อยกว่า 500 เรื่อง ความรู้ดังกล่าวได้สร้างสรรค์ภูมิปัญญาแก่นักวิชาการและยังเป็นห้องปฏิบัติการธรรมชาติ สำหรับนักเรียน นักศึกษาใช้ในการศึกษาและวิจัยทางด้านธรรมชาติของป่าไม้ อย่างไรก็ดี จากสภาพปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศป่าไม้ในปัจจุบัน และปัญหาการคุกคามทรัพยากรจากความต้องการใช้ประโยชน์จากชุมชนโดยรอบพื้นที่ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ ว
วว. โชว์นวัตกรรมเพิ่มผลผลิตและคุณภาพลิ้นจี่พันธุ์ค่อมนอกฤดูกาล พัฒนาเศรษฐกิจฐานรากจังหวัดสมุทรสงคราม พร้อมมอบนวัตกรรม ชุดรมซัลเฟอร์ไดออกไซด์ลิ้นจี่แบบคลื่อนที่ ให้แก่เกษตรกรเพื่อยืดอายุหลังการเก็บเกี่ยว วันนี้ (4 เม.ย. 2566) ณ จังหวัดสมุทรสงคราม ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมด้วย ผู้แทนจาก สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) ดร.รจนา ตั้งกุลบริบูรณ์ ผู้อำนวยการ ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมเกษตรสร้างสรรค์ (ศนก) ดร.กุศล เอี่ยมทรัพย์ นักวิจัยอาวุโส ศนก. และ ดร.สรวิศ แจ่มจำรูญ นักวิจัย ศนก. พร้อมคณะสื่อมวลชน ลงพื้นที่จังหวัดสมุทรสงคราม ติดตามผลการดำเนิน โครงการยกระดับเศรษฐกิจฐานรากระดับจังหวัดด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ซึ่งได้รับการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีภายใต้การสนับสนุนโดย สภาพัฒน์ เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 โดยนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ไปถ่ายทอดเทคโนโลยีอย่างเป็นรูปธรรมสู่ภู
วันที่ 22 มีนาคม 2566 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ได้มอบหมายให้ คณะผู้ตรวจสอบทางวิชาการ นำโดย ดร.ขวัญฤดี โชติชนาทวีวงศ์ ประธานผู้ตรวจสอบทางวิชาการ กลุ่มเรื่องการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ วช. พร้อมด้วย รศ. ดร.เกรียงศักดิ์ ศรีสุข ดร.สมชายใบม่วง นายธนา สุวัฑฒน และภารกิจการวิจัยและนวัตกรรมของประเทศด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยกลุ่มสารนิเทศและประชาสัมพันธ์ และสื่อมวลชน ลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าโครงการวิจัย เรื่อง “การพัฒนาเครื่องมือการกำจัดวัชพืชใต้น้ำเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำในเขตพื้นที่ชลประทาน กรณีสาหร่ายหางกระรอก ดีปลีน้ำ สันตะวาใบพาย” โดยมี นายจิรวัฒน์ ภูภาณุธาดา กรมชลประทาน (ชป.) เป็นหัวหน้าโครงการฯ และโครงการวิจัย เรื่อง “การพัฒนาต้นแบบวัสดุคอมพอสิตสำเร็จรูป เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการส่งน้ำคลองชลประทาน” โดยมี นายเจต พาณิชภักดี สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ณ จังหวัดนครปฐมดร.ขวัญฤดี โชติชนาทวีวงศ์ ประธานผู้ตรวจสอบทางวิชาการ
