สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.)
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สถานีวิจัยลำตะคอง สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) เชิญชวนเกษตรกรและผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรม “ถ่ายทอดความรู้ด้านการเกษตรออนไลน์” ฟรี!! ในเดือนสิงหาคม 2568 จำนวน 4 หลักสูตร พร้อมลงทะเบียนได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป 1.เรื่อง เทคนิคการปลูกมะเขือเทศเชอรี่อินทรีย์ในโรงเรือน วันที่ 18 สิงหาคม 2568https://forms.gle/M1QF3pau2zmEWCV8A 2.เรื่อง เทคนิคการปลูกเมล่อนในโรงเรือน วันที่ 20 สิงหาคม 2568https://forms.gle/T9ySZwESTzrUbT6z7 3.เรื่อง การจัดการการผลิตพืชในโรงเรือน วันที่ 22 สิงหาคม 2568https://forms.gle/gyjF1vSLirFTPvDb9 4.เรื่อง การผลิตพืชในโรงงานผลิตพืช ด้วยแสงเทียม วันที่ 25 สิงหาคม 2568https://forms.gle/YhF1df3ANgkRNfGb9 สถานีวิจัยลำตะคอง วว. มีภารกิจและเป้าหมายในการมุ่งวิจัย พัฒนา และถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านการเกษตร ควบคู่ไปกับการสร้างจิตสำนึก การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และพัฒนาให้เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านงานวิจัยเพื่อนําไปสู่เป้าหมายของการพัฒนาที่ยั่งยืน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ติดต่อได้ที่ โทร. 044 390 107 หรือ เล
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมเกษตรสร้างสรรค์ (ศนก.)สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ร่วมกับภาคีเครือข่ายจัดการถ่ายทอดความรู้ “การปลูกเลี้ยงและป้องกันโรคแมลศัตรูพืชและการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากดอกซ่อนกลิ่น” ภายใต้โครงการการเพิ่มศักยภาพในการผลิตและปลูกเลี้ยงไม้ดอกไม้ประดับในภูมิภาคต่างๆ ของประเทศไทยด้วยโมเดลเศรษฐกิจ BCG โดยมีกลุ่มเกษตรกร ผู้ประกอบการ เข้าร่วมกิจกรรม ในวันที่ 31 กรกฎาคม 2568 ณ บ้านสวนเบญจมงคล ต.หนองแวง อ.พระยืน จ.ขอนแก่น กิจกรรมดังกล่าวดำเนินการถ่ายทอดความรู้ผ่านการบรรยายโดยผู้เชี่ยวชาญด้านการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อและการจัดการหลังการเก็บเกี่ยวไม้ดอกไม้ประดับ ดังนี้ 1.การพัฒนาผลิตภัณฑ์จากดอกซ่อนกลิ่น โดย นางเบญจวรรณ รัตพลที ผู้ปลูกเลี้ยงซ่อนกลิ่น (บ้านสวนเบญจมงคล) 2.ระบบการปลูกเลี้ยงไม้ดอกไม้ประดับในโรงเรือน โดย ผศ.ดร.สายัญ พันธ์สมบูรณ์ มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ 3.การขยายพันธุ์ดอกซ่อนกลิ่นด้วยการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ โดย อาจารย์ณัฏฐิยา เกื้อทาน มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีษะเกษ 4.ลักษณะสายพันธุ์ซ่อนกลิ่นและการเพิ่มศักยภาพใ
“ บัวบก ” เป็น 1 ใน 5 สมุนไพรหลักของประเทศไทย (Herbal Champions) ที่สามารถหาได้ทั่วไป บัวบกปลูกดูแลง่าย เติบโตได้ทั่วประเทศ สามารถใช้ประโยชน์ได้ทั้งต้นและใบ เป็นทั้งพืชอาหาร พืชสมุนไพร เป็นที่ต้องการของอุตสาหกรรมยา อาหาร เครื่องสำอางค์และเครื่องดื่ม ผลจากการศึกษาวิจัยพบว่า บัวบกมีฤทธิ์รักษาแผลที่ผิวหนัง รักษาแผลในทางเดินอาหาร รักษาความผิดปกติของหลอดเลือดดำ รักษาแผลในปาก และที่สำคัญ บัวบกมีสรรพคุณช่วยฟื้นฟูความจำให้ดีขึ้น บำรุงสมอง ป้องกันอัลไซเมอร์ มีผลต่อการเรียนรู้ในผู้สูงอายุ นอกจากนี้ ใบบัวบกยังช่วยเสริมการทำงานของกาบา (GABA) ซึ่งเป็นสารสื่อประสาทที่ช่วยรักษาสมดุลของจิตใจ ลดความกระวนกระวาย ทำให้จิตใจสงบและผ่อนคลายลงได้ เพียงรับประทานบัวบกเป็นประจำก่อนนอน จะช่วยให้นอนหลับได้ง่ายขึ้น ปลูกบัวบกด้วยนวัตกรรม เนื่องจากบัวบกมีเป็นสมุนไพรที่มีประโยชน์หลากหลาย จึงเป็นที่นิยมใช้ในวงการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก นางสาวพรกมล รูปเลิศ และนางสาวพัชรี เดชเลย์ ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมเกษตรสร้างสรรค์ (ศนก.) สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.)
De-BUGs เป็นนวัตกรรมสารกำจัดแมลงอินทรีย์แปรรูปจากเปลือกไข่ โดยเปลี่ยนโปรตีนเยื่อเปลือกไข่ให้เป็นสารออกฤทธิ์กำจัดแมลงศัตรูพืชประสิทธิภาพสูงด้วยกระบวนการผลิตที่ไม่สร้างของเสีย (Zero-waste Process) เป็นสารอินทรีย์ 100% นอกจากจะทำหน้าที่กำจัดศัตรูพืชแล้ว De-BUGs สลายตัวตามธรรมชาติกลายเป็นแคลเซียม (Calcium) ธาตุอาหารรองสำหรับพืชทุกชนิด De-BUGs เป็นนวัตกรรมเพื่อเกษตรอินทรีย์ (Organic Farming) ภายใต้แนวคิด BCG โมเดลเศรษฐกิจสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน โดย De-BUGs มีประสิทธิภาพป้องกันและกำจัดเพลี้ย ไล่มดและหอยทาก ใช้ได้กับผักสวนครัว ไม้ดอก ไม้ประดับ ผลไม้ และพืชไร่ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการตกค้างและอันตรายจากสารเคมีสำหรับเด็กและสัตว์เลี้ยง การพัฒนานวัตกรรม De-BUGs เกิดจากความร่วมมือจากนักวิจัย 3 หน่วยงาน ได้แก่ ดร.ดวงทิพย์ กันฐา, ผศ.วรพจน์ ศตเดชากุล และ น.ส.ณภาส์ณัฐ อู๋สูงเนิน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน, ดร.นิตยา แก้วแพรก สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย และ ศ.ดร.สนอง เอกสิทธิ์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยทีมนักวิจัยได้รับทุนวิจัยและพัฒนานวัตกรรมจาก วช. เพื่อแปรรูปและเพิ่มมูลค
เม็ดมะม่วงหิมพานต์ (Cashew) เป็นหนึ่งในถั่วที่มีเส้นใยอาหาร อุดมด้วยวิตามิน แร่ธาตุ และสารต้านอนุมูลอิสระ ประกอบด้วยวิตามินอี วิตามินเค วิตามินบี 6 ทองแดง ฟอสฟอรัส สังกะสี แมกนีเซียม เหล็ก และซีลีเนียม ซึ่งล้วนแต่สำคัญต่อการทำงานของร่างกาย จากคุณประโยชน์หลากหลายดังกล่าว กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) นำมาเพิ่มมูลค่าด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ผ่านการดำเนินโครงการการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปมูลค่าเพิ่มจากมะม่วงหิมพานต์ (Anacardium occidentale L.) โดยมุ่งเน้นการแปรรูปผลิตผลการเกษตรเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มในรูปผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพจากเมล็ดมะม่วงหิมพานต์ โดยการพัฒนาเป็น Functional Food “น้ำนมธัญพืช” เพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้บริโภคที่รักสุขภาพ พร้อมเป็นทางเลือกในการประกอบธุรกิจ ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มน้ำนมธัญพืชเสริมน้ำผลมะม่วงหิมพานต์ (แบบบรรจุกล่อง UHT) มีปริมาณโปรตีน 3 กรัม/200 มล. ไม่มีน้ำตาล และคอเลสเตอรอล มีปริมาณสารกลุ่มฟินอลิ
เนื่องจาก “ข้าวฮางงอก” เป็นภูมิปัญญาชาวอีสานมาแต่ดั้งเดิม โดยเป็นข้าวที่เพาะงอกจากข้าวเปลือก มีสารอาหาร วิตามิน แร่ธาตุ ไฟเบอร์ และมีกลิ่นหอมจากเปลือกมาเคลือบที่เมล็ดข้าวเพิ่มขึ้น จึงทำให้ข้าวฮางมีสารอาหารมากและมีคุณค่าทางโภชนาการสูงช่วยให้สุขภาพแข็งแรงและสมดุล ช่วยเพิ่มภูมิต้านทาน ช่วยป้องกันเชื้อโรคหรือโรคที่ไม่ได้เกิดจากเชื้อโรคได้ดี เช่น ความดัน เบาหวาน ไขมันสูง โรคหัวใจ โรคอ้วน ไขข้ออักเสบ โรคไต โรคเกี่ยวกับประสาทและสมอง ความจำเสื่อม การแก่เกินวัย โรคมะเร็งชนิดต่างๆ ซึ่งเกิดจากการรับประทานอาหารที่ไม่ถูกต้อง หรือได้รับสารพิษ เช่น ยาฆ่าแมลง ยาฆ่าหญ้า ปุ๋ยเคมี สารเร่ง การเจริญเติบโต สารกันบูด สารสังเคราะห์ และอากาศที่เป็นพิษ กรรมวิธีการทำข้าวฮางงอก เริ่มจากการนำเอาข้าวเปลือกมาแช่น้ำไว้ เพื่อกระตุ้นการงอกของข้าวเปลือก ทำให้เกิดการทำงานของสารเอนไซม์และสารอาหารต่างๆ เมื่อข้าวเปลือกเริ่มงอกจะผลิตสารอาหารชนิดหนึ่งขึ้นมา คือ สาร GABA (กาบา) ที่มีส่วนช่วยในเรื่องความจำ และเป็นสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย แล้วจึงนำข้าวเปลือกที่งอกแล้วไปนึ่ง เพื่อหยุดกระบวกการงอก ทำให้สารอาหารที่เพิ่
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ได้รับ 6 รางวัล จาก 3 ผลงานวิจัยนวัตกรรมที่ตอบโจทย์นโยบายเศรษฐกิจ BCG ในการประกวดมหกรรมสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมนานาชาติ Bangkok International Intellectual Property, Invention, Innovation and Technology Exposition 2025 (IPITEx 2025) ภายในงาน “วันนักประดิษฐ์” 2568 (Thailand Inventors’ Day 2025) ซึ่ง สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) จัดขึ้น โดยได้รับเกียรติจาก ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการ วช. เป็นประธานในพิธีมอบรางวัล ดังนี้ ผลงาน Plastic Bottle and Can Sorting Machine เครื่องคัดแยกขวดและกระป๋อง โดย ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมหุ่นยนต์และเครื่องจักรกลอัตโนมัติ ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมพลังงานสะอาดและสิ่งแวดล้อม ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมวัสดุ มีประสิทธิภาพคัดแยกขยะรีไซเคิลแบบออนไลน์ได้ 4-5 ประเภท ประยุกต์ใช้กับระบบการจ่ายค่าตอบแทนตามความต้องการลูกค้า คัดแยกบรรจุภัณฑ์โดยไม่ต้องใช้บาร์โค้ด รองรับขวดขนาด 500-600 มิลลิลิตรได้ประมาณ 50-60 ขวด/ประเภท สามารถประเมินข้อมูลการลดการทิ้งขยะ/การน
ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และ ดร.เรวดี อนุวัฒนา ผู้เชี่ยวชาญวิจัย กลุ่มวิจัยและพัฒนาด้านพัฒนาอย่างอย่างยั่งยืน วว. หารือแนวทางจัดการขยะพลาสติกระดับอนุภูมิภาคอินโดแปซิฟิก ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญประเทศพันธมิตรนานาชาติ ได้แก่ ออสเตรเลีย อินโดนีเซีย เวียดนาม ในการประชุม IPPIN Advisory Group Forum 2024 ในวันที่ 8 สิงหาคม 2567 ณ นครเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย โอกาสนี้ ผู้ว่าการ วว. ในบทบาทของ Advisory Group Member, Thailand Chapter, Indo-Pacific Plastics Innovation Network (IPPIN) ได้นำเสนอการแลกเปลี่ยนแนวทางปฏิบัติที่ดีของประเทศไทย โดยมีจุดสำคัญคือ การใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม (Appropriate Technologies) กับบริบทความแตกต่างและเอกลักษณ์ของแต่ละพื้นที่ การสร้างความมีส่วนร่วมของชุมชนผ่านการสร้างงาน สร้างรายได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการให้ความสำคัญกับบทบาทสตรีและแม่บ้านในครัวเรือน ในส่วนของ ดร.เรวดี อนุวัฒนา ผู้เชี่ยวชาญวิจัย วว. ได้นำเสนอความสำเร็จในการดำเนินงานของประเทศไทย พร้อมยกตัวอย่างค
วช. น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ร่วมปลูกต้นไม้เฉลิมพระเกียรติ “ต้นมหาพรหมสิรินธร” พร้อมเปิดตัวเว็บไซต์ “rspg.nrct.go.th” คลังความรู้การวิจัยและพัฒนาการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช อันเนื่องมาจากพระราชดำริ “กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ” เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเจริญพระชนมายุครบ 69 พรรษา 2 เมษายน 2567 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จัดพิธีถวายพระพรชัยมงคล และลงนามถวายพระพร ผ่านระบบออนไลน์ พร้อมทั้งร่วมกับโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (อพ.สธ.) แถลงข่าวเปิดตัวเว็บไซต์ rspg.nrct.go.th โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานในพิธี โดยมี นายวรรณศักดิ์ รุ่งโรจน์วณิชย์ ผู้ตรวจสอบทางวิชาการโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี นางสาวรัชนีเพ็ญ เพ็ญสิทธิ์ ผู้อำนวยการศูนย์การบรรจุหีบห่อไทย ผู้แทนจากสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และ
“ไลอ้อน ประเทศไทย” หนุน “ผักโมโรเฮยะ” ราชาแห่งผัก ดันเป็นพืชอัตลักษณ์จากภูมิปัญญาท้องถิ่น นำมาพัฒนาสารสกัดวัตถุดิบ ออกมาเป็นผลิตภัณฑ์คุณภาพเพื่อคนไทย เล็งขยายพื้นที่การเพาะปลูกเพิ่ม รองรับการขยายกำลังการผลิตในอนาคต นายชูชีพ อภิรักษ์ ผู้จัดการส่วนวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคเพื่อคนไทย มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจ พัฒนาสินค้านวัตกรรมเพื่อสุขภาวะที่ดีของผู้บริโภค สังคม และสิ่งแวดล้อมมาอย่างต่อเนื่อง เปิดเผยว่า ไลอ้อน ประเทศไทย ยังคงเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมเพื่อสุขภาวะที่ดีอย่างต่อเนื่อง ให้สอดรับกับพฤติกรรมและช่วงวัยของผู้บริโภค โดยเล็งเห็นความสำคัญของพืชพื้นถิ่น ไม่ว่าจะเป็น สารสกัดตรีผลาจากสมอไทยและสมอเทศ สารสกัดมะไฟจีน และสารสกัดผักโมโรเฮยะ เป็นต้น โดยดึงประโยชน์จากพืชพื้นถิ่น นำมาพัฒนาสารสกัดจนนำไปสู่ผลิตภัณฑ์คุณภาพเพื่อคนไทย ทั้งยังสร้างประโยชน์สูงสุดต่อชุมชน สิ่งแวดล้อมและสังคม (Sustainable R&D Direction) “ผักโมโรเฮยะ ถูกขนานนามว่า เป็นพระราชาแห่งผัก ด้วยคุณประโยชน์ที่โดดเด่น มีสารพรีไบโอติกสูง สามารถสกัดนำมาใช้ในผลิตภัณฑ์ไลอ้อน
