สับปะรด
ของดีจากตำบลห้วยมุ่น อำเภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์ ซึ่งสภาพภูมิประเทศเป็นหุบเขาและเป็นดินทรายเหมาะกับการปลูกสับปะรด จึงมีคุณภาพดีเป็นที่ต้องการของตลาด สับปะรดห้วยมุ่น คือ สับปะรดพันธ์ปัตตาเวีย ที่ถูกนำเข้าไปปลูกในตำบลห้วยมุ่น ประมาณ 50 ปีมาแล้ว (บ้างก็ว่า 100 ปีแล้ว) จนกลายเป็นพันธุ์ท้องถิ่น และมีคุณลักษณะแตกต่างไปจากพันธุ์ดั้งเดิม โดยเฉพาะรสชาติหวานอร่อย เนื้อหนานิ่ม ตาตื้น เนื้อมีสีเหลืองอมน้ำผึ้ง รสชาติหวานฉ่ำ ตาไม่ลึก ทำให้มีส่วนของเนื้อมาก ผลค่อนข้างเล็ก รับประทานแล้วไม่ระคายคอ ช่วงในฤดูเดือนพฤศจิกายน-มกราคม และกลางเดือนเมษายน-กรกฎาคม ราคาถูก เพราะมีผลผลิตมาก ช่วงนอกฤดู เดือนกุมภาพันธ์-เมษายน ราคาแพง ผลผลิตมีน้อย
สับปะรดภูแล เป็นสับปะรดสายพันธุ์ในกลุ่มควีน ลูกเล็กและสามารถปลูกได้ตลอดปี ผล ขนาดเล็ก เนื้อสีทอง กลิ่นหอม แกนสับปะรดกรอบ รับประทานได้ รสชาติหวานปานกลาง แหล่งกำเนิดอยู่ที่ตำบลนางแล ตำบลท่าสุด และตำบลบ้านดู่ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย
สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 8 เผยผลการประชุมข้อมูลคณะทำงานพัฒนาคุณภาพข้อมูลด้านพืช ภาคใต้ ครั้งที่ 2/2560 แจงเนื้อที่เพาะปลูก ผลผลิตใน 4 สินค้าสำคัญ ข้าวนาปี สับปะรดโรงงาน ปาล์มน้ำมัน และยางพารา ของกลุ่มจังหวัดภาคใต้ตอนบน เตรียมชงข้อมูลเสนอต่อคณะอนุกรรมการพัฒนาคุณภาพข้อมูลด้านพืชต่อไป นายคมสัน จำรูญพงษ์ รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงผลประชุมคณะทำงานพัฒนาคุณภาพข้อมูลด้านพืช ภาคใต้ ครั้งที่ 2/2560 เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม ที่ผ่านมา ซึ่งมีผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 8 จังหวัดสุราษฎร์ธานี (นายธรณิศร กลิ่นภักดี) เป็นประธานการประชุม และได้ร่วมกับสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัด สำนักงานเกษตรจังหวัด ศูนย์วิจัยข้าว ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าว สำนักงานพัฒนาการเกษตรที่ 8 การยางแห่งประเทศไทยจังหวัด ศูนย์วิจัยปาล์มน้ำมันกระบี่ ร่วมกันพิจารณาข้อมูลข้าวนา ปี 2559/60 สับปะรดโรงงาน ปาล์มน้ำมัน และยางพารา ปี 2559 ที่ประชุมให้การรับรองข้อมูลข้าวนาปี ปี 2559/60 สับปะรดโรงงาน ปาล์มน้ำมัน และยางพารา ปี 2559 (ข้อมูล ณ วันที่ 16 สิงหาคม 2560) ใน 7 จังหวัดภาคใต้ต
หลังจากเกษียณราชการ ได้ปลูกสับปะรด พันธุ์ MD-2 จากปี 2556 ถึงปัจจุบัน ทั้งขยายหน่อปลูกจากรุ่นแรกซึ่งเริ่มปลูกเพียง 100 ต้น ต่อมาสั่งหน่อจากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อมาปลูกเพิ่มอีกจำนวนหนึ่ง เวลาผ่านไปได้เก็บผลผลิตไป 4 รุ่นแล้ว แม้จำนวนผลจะไม่มาก แต่ก็เห็นว่าสับปะรดพันธุ์นี้มีศักยภาพในเชิงการค้าหรือธุรกิจ จะต่อยอดได้หลายช่องทาง เพราะคุณลักษณะที่โดดเด่นทางพันธุกรรมที่แสดงออกมาให้เห็น (phenotype) ประสบการณ์ 4 ปี กับสับปะรด MD-2 เอาเป็นว่าผมขอแสดงตัวเลขน้ำหนักผลสับปะรดในแต่ละรุ่น ดูครับว่าสภาพที่ปลูกในถุงพลาสติกนั้นยังให้น้ำหนักผลเป็นที่น่าพอใจ ดังนี้ รุ่นที่ 1 เก็บเกี่ยวสับปะรด จำนวน 80 ผล น้ำหนักรวม 103.46 กิโลกรัม เป็นน้ำหนักเฉลี่ย 1.29 กิโลกรัม/ผล รุ่นที่ 2 เก็บเกี่ยวสับปะรด จำนวน 20 ผล น้ำหนักรวม 32.32 กิโลกรัม คิดเป็นน้ำหนักเฉลี่ย 1.61 กิโลกรัม/ผล รุ่นที่ 3 เก็บเกี่ยวสับปะรด จำนวน 100 ผล น้ำหนักรวม 144.25 กิโลกรัม คิดเป็นน้ำหนักเฉลี่ย 1.44 กิโลกรัม/ผล รุ่นที่ 4 เก็บเกี่ยวผลผลิตระหว่าง วันที่ 21 พฤษภาคม-15 มิถุนายน 2560 จำนวน 99 ผล น้ำหนักรวม 132.5 กิโลกรัม น้ำหนักเฉลี่ย 1.33 กิโลกรัม/ผล
สับปะรด พืชเศรษฐกิจสำคัญอันดับต้นๆ ของโลก และของประเทศไทย คนทั่วโลกนิยมบริโภคสับปะรดกันมาก ซึ่งแต่เดิมนั้นมีสับปะรดอยู่หลายพันธุ์ ที่โดดเด่นทั้งแบบกินผลสดและแปรรูปเห็นจะเป็นกลุ่ม Smooth Cayenne หรือพันธุ์ปัตตาเวีย ที่บ้านเรารู้จักกันในชื่อสับปะรดศรีราชา หรือชื่ออื่นๆ จากการที่ใช้ประโยชน์กันมายาวนาน ผู้บริโภคเริ่มแสวงหาความแปลกใหม่ที่มีคุณลักษณะที่ต่างไปจากพันธุ์เดิมๆ โดยเฉพาะความหวาน กลิ่นหอม สีเนื้อ และคุณค่าทางโภชนาการที่สมบูรณ์มากขึ้น ต่อมาเมื่อนักปรับปรุงพันธุ์พืชของสถาบันวิจัยสับปะรดแห่งฮาวาย (Pineapple Research Institute of Hawaii : PRI) ได้พัฒนาสับปะรดพันธุ์ใหม่ๆ ขึ้นมา และหนึ่งในนั้นใช้ชื่อทางการค้าว่า MD-2 ที่สุดฮิตติดตลาดทั้งในยุโรปและสหรัฐอเมริกา ภายในเวลาแค่ 10 ปีกว่าๆ ที่นำเข้าสู่ตลาด ซึ่งปัจจุบันมีส่วนแบ่งการตลาด (market share) มากถึงร้อยละ 95 โดยมีแหล่งผลิตหลักที่อยู่ในเขตอเมริกากลาง โดยเฉพาะประเทศคอสตาริกา ที่เป็นผู้ผลิตรายใหญ่ และครองตลาดโลกด้านสับปะรดผลสดไปเรียบร้อย สำหรับประเทศไทยมีการนำสับปะรด พันธุ์ MD-2 เข้ามาราวๆ สิบกว่าปีก่อน แต่ไม่ค่อยมีการแพร่ขยายพันธุ์ออกไป ส
นายอภิชาติ โตดิลกเวชช์ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เปิดเผยว่า การจัดงานตลาดคลองผดุงกรุงเกษม สุดยอดสินค้า หลากหลายทั่วไทย หาได้ในที่เดียว ซึ่งกระทรวงมหาดไทย โดยกรมการพัฒนาชุมชนเป็นเจ้าภาพจัด 3 เดือน ตั้งแต่วันที่ 4 พ.ค.ที่ผ่านมาถึงวันที่ 24 ก.ค. ซึ่งล่าสุดผ่านมากว่า 2 เดือนแล้ว สามารถสร้างยอดจำหน่ายถึงวันที่ 13 ก.ค. รวมทั้งสิ้น 170,311,339 บาท และมีผู้เยี่ยมชมงาน 271,593 คน นายอภิชาติ กล่าวต่อว่า สำหรับงานธีมงานของเดือนก.ค.นี้ซึ่งเป็นช่วงที่ 3 ธีม “Local Tourism” นอกจากเราเน้นการเสนอผลิตภัณฑ์จากหมู่บ้านท่องเที่ยวโดยชุมชนแล้ว กรมการพัฒนาชุมชนยังได้ร่วมกับบริษัทประชารัฐรักสามัคคีประเทศไทยจำกัด จัดกิจกรรม “ประชารัฐชวนชิมสับปะรดห้วยมุ่นแท้หวานกรอบจากไร่” สุดพิเศษลูกละ 20 บาท เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลุกสับปะรด จ.อุตรดิตถ์ โดยจำหน่ายผ่านห้างสรรพสินค้า เทสโก้โลตัส บิ๊กซี เดอะมอลล์ สยามพารากอน ถือว่าได้ช่วยเกษตรกรในช่วงที่ราคาพืชผลเกษตรตกต่ำอย่างมาก “อย่างไรก็ตามสถานการณ์สับปะรดล้นตลาดทำให้ราคาตกต่ำ บริษัทประชารัฐรักสามัคคี (ประเทศไทย) วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด ได้เข้าไปแก้ไขปัญหาสับปะรดในจ.อุตรดิตถ
นายมงคล จอมพันธ์ เกษตรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้กำหนดแนวทางในการสร้างเสถียรภาพด้านราคาสับปะรดพืชเศรษฐกิจสำคัญของจังหวัดในระยะยาว กรณีผลผลิตล้นตลาดและราคาตกต่ำ เพื่อให้เกษตรกรปลูกสับปะรดรับประทานผลสดทดแทนการปลูกส่งโรงงานแปรรูป ตั้งเป้าหมายปลูกสับปะรดผลสดเพิ่ม 5,000 ไร่ ในปี 2565 หลังจากสำนักงานเกษตรจังหวัดได้จดทะเบียนทางการค้าสับปะรดผลสด พันธุ์เอ็มดีทู ภายใต้ชื่อ “สยามโกลด์” เพื่อให้เป็นแบรนด์ชั้นนำระดับประเทศ คุณภาพสินค้าสามารถแข่งขันกับเอกชนได้ จากนั้นจะส่งเสริมให้มีการรวมกลุ่มเป็นเกษตรแปลงใหญ่เพิ่มพื้นที่ปลูกให้มากขึ้น เนื่องจากปัจจุบันตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดจีน ญี่ปุ่น และตะวันออกกลางมีความต้องการบริโภคสูงมาก สำหรับจุดเด่นของสับปะรด “สยามโกลด์” มีรสหวานหอม วิตามินซีสูงมากถึง 4 เท่า และไม่กัดลิ้น “ล่าสุด เกษตรกรได้นำผลผลิตมาจำหน่ายที่ศาลากลางจังหวัด โดยบรรจุกล่องสวยงามจำหน่ายกล่องละ 50 บาท ซึ่งได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก ทำให้สินค้าไม่พอจำหน่าย สำหรับในปีงบประมาณ 2561 จังหวัดจะจัดสรรงบสนับสนุน โดยภาครัฐจะหาตลาดให้ทั้งในและต่างประเทศ” นายมงคล กล่าว &
นายสำออย วงศ์เณร กรรมการด้านพืชไร่ สภาเกษตรกรแห่งชาติ เปิดเผยถึงกรณีที่ผู้ปลูกสับปะรดในหลายพื้นที่ประสบปัญหาราคาในขณะนี้ว่า เกษตรกรทุกคนที่ปลูกสับปะรดจะทราบถึงสภาวะความเป็นจริงว่าราคาสับปะรดจะขึ้น – ลงในทุกรอบ 3 ปีหรือไม่เกิน 4 ปี สาเหตุที่ราคาสับปะรดลงเพราะในช่วงที่ราคาดีเกษตรกรก็จะปลูกเพิ่มจากพื้นที่ที่เคยปลูก หรือการปลูกใหม่ของเกษตรกรรายใหม่ จนผลผลิตเกินความต้องการของตลาด ซึ่งในตลาดต้องการสับปะรดประมาณ 2 ล้านตัน ถ้าเกินจากนี้เมื่อไหร่ราคาก็จะตกลงมา เป็นวงจรหมุนเวียนเหมือนเขาวงกต มีทางออกแต่เกษตรกรไม่ยอมออกหรือหาทางออกกว่าจะพบหรือไม่พบ บางคนก็ถอดใจทิ้ง สำหรับทางแก้ไขสภาเกษตรกรแห่งชาติมุ่งไปที่การผลิตสับปะรดแบบเกษตรพันธะสัญญาที่ออกเป็นกฎหมายรอการใช้บังคับ โดยความสำคัญอยู่ที่เนื้อหาสาระของสัญญาที่เกษตรกรจำเป็นต้องมีส่วนร่วมในการร่างสัญญาด้วย ซึ่งจะได้เสนอเรื่องนี้ต่อกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ส่วนแนวทางการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าขณะนี้สภาเกษตรกรแห่งชาติได้นำเสนอบอร์ดคณะกรรมการนโยบายและพัฒนาสับปะรดแห่งชาติตามความต้องการของเกษตรกรคือให้มีการรับซื้อสับปะรดโรงงานตามข้อตกลงกันในราคากิโลกร
เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 28 มิถุนายน หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 17 จ.แม่ฮ่องสอน นำสับปะรดบรรทุกโดยรถทหาร จากบ้านห้วยมุ่น อ.น้ำปาด จ.อุตรดิตถ์ จำนวน 1 ตัน เข้ามาที่ จ.แม่ฮ่องสอน เพื่อนำมาจำหน่ายให้ผู้ที่สนใจและชอบรับประทานสับปะรด ในราคา กก.ละ 8 บาท ที่บริเวณหน้าศูนย์ออกกำลังกายอาคารการกีฬาเทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอน บนถนนสาย 108 ก่อนเข้าตัวเมืองแม่ฮ่องสอน ทั้งนี้ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกสับปะรด ซึ่งประสบปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำและสินค้าล้นตลาด โดยประชาชนส่วนหนึ่งได้รับแจ้งข่าวจากสถานีวิทยุว่า ในเวลา 09.00 น. จะมีการจำหน่ายสับปะรด แต่ปรากฏว่ารถบรรทุกเข้าพื้นที่ช้ากว่ากำหนดจึงเลื่อนขายสับปะรดมาในเวลา 12.00 น. โดยมีประชาชนจำนวนมากมารอซื้อ เมื่อถึงเวลาจำหน่ายทุกคนต่างแย่งกันชั่งสับปะรดและขายหมดภายในเวลา 15 นาที บางรายมาไม่ทันก็ต้องผิดหวังกลับไป พร้อมเรียกร้องให้ทหารนำมาจำหน่ายอีก ซึ่งเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารก็รับปากว่าจะติดต่อนำมาจำหน่ายอีกถ้ามีคนต้องการ ซึ่งเป็นการช่วยเหลือทั้งผู้ปลูกและผู้บริโภค เพราะราคาจำหน่ายไม่แพงจนเกินไป ทั้งนี้ จากปัญหาผลผลิตสับปะรดล้นตลาดและราคาตกต่ำ กองทัพภาคที่ 3 จึ
เมื่อวันที่่ 27 มิถุนายน พระอาจารย์พบโชค ติสสะวังโส เจ้าอาวาสวัดห้วยปลากั้ง จังหวัดเชียงราย นำสับปะรดมาแจกให้กับประชาชนที่สัญจรไปมาผ่านบริเวณสี่แยกถนนบรรพปราการ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย โดยมี เจ้าหน้าที่จากวัดห้วยปลากั้ง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สมาคมศิริกรณ์เชียงรายบรรเทาสาธารณะภัยเชียงราย และเจ้าหน้าที่ทหารมณฑลทหารบกที่ 37 ค่ายเม็งรายมหาราช จังหวัดเชียงรายเชียงราย ได้ช่วยกันนำสับปะรดที่ใส่บรรทุกมากับรถของเกษตรกรนำมาบรรจุใส่ถุง ก่อนจะนำมาแจกจ่ายให้กับประชาชนในจังหวัดเชียงรายได้นำไปรับประทานกับแบบฟรีๆไม่เสียเงิน โดยการแจกสับปะรดให้กับประชาชนในครั้งนี้ถือเป็นโครงการของพระอาจารย์พบโชค ติสะสวังโส เจ้าอาวาสวัดห้วยปลากั้ง ตำบลริมกก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย ที่ได้ให้การช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกสับปะรดในพื้นที่จังหวัดเชียงราย ที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก หลังพบว่าราคาของสับปะรดมีราคาตกต่ำ และไม่มีตลาดที่รองรับอย่างเพียงพอ ทางพระอาจารย์พบโชคจึงได้ให้การช่วยเหลือเพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรโดยการรับซื้อสับปะรดมาแจกให้กับประชาชน ซึ่งครั้งนี้ทางพระอาจารย์พบโชคได้รับซื้อสับปะรดจากเกษต
