สับปะรด
ออเดอร์จากลูกค้าต่อวัน 3,000 ตัน ไม่นับรวมจำนวนที่ลูกค้าออเดอร์มามากกว่านั้น แต่ไม่สามารถจัดหาสับปะรดภูแลส่งให้กับลูกค้าได้ เพราะการผลิตสับปะรดภูแลในพื้นที่ ยังได้ผลผลิตไม่เพียงพอต่อความต้องการทั้งในประเทศและต่างประเทศ แม้ 2 ปีที่ผ่านมา เกิดปัญหาสับปะรดราคาตกต่ำ เกษตรกรเทขายเป็นกอง แต่สับปะรดภูแลเป็นสับปะรดที่ไม่ได้ถูกนับรวมไปกับปัญหานั้น เพราะมีลักษณะเด่นเฉพาะ มีตลาดเฉพาะ ที่ปัญหาราคาสับปะรดตกต่ำไม่ได้ส่งผลกระทบเลย ผู้ใหญ่สมชาติ วรรณคำ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 18 บ้านโป่งพระบาท ตำบลบ้านดู่ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย ยืนยันด้วยตนเองและน่าเชื่อถือ เพราะเป็นพ่อหลวงหรือผู้ใหญ่บ้านที่ชุมชนให้ความเคารพ ทั้งยังเปรียบเสมือนล้งรายใหญ่รับซื้อสับปะรดภูแลจากเกษตรกรในพื้นที่ เพื่อส่งขายตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ ราว 12 ปีก่อน ผู้ใหญ่สมชาติ ก็เป็นลูกจ้างทำงานในเมืองเช่นเดียวกับวัยรุ่นทั่วๆ ไป เมื่อถึงวัยที่เริ่มตั้งหลักฐานให้กับชีวิต ก็กลับสู่ภูมิลำเนา กลับสู่เกษตรกรรม อาชีพของบรรพบุรุษ และด้วยลักษณะการเป็นผู้นำในตัวของผู้ใหญ่สมชาติ ทำให้ได้รับความไว้วางใจให้ทำงานเป็นผู้นำหลายอย่าง แต่ก็ยังมีเวลาให้กั
จากลักษณะที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ของจังหวัดตราด ที่อยู่ปลายสุดแผ่นดินของประเทศไทย และมีพื้นที่ด้านหนึ่งติดฝั่งทะเลตะวันออกของอ่าวไทย ทำให้สภาพของอากาศ ความชื้นและสภาพดินเหมาะสมกับการเจริญเติบโตของพืชกลุ่มไม้ผล เช่น ทุเรียน เงาะ มังคุด และลองกอง เกษตรกรที่นี่จึงทำสวนไม้ผลกันมายาวนานตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน โดยมีสับปะรดตราดสีทองที่เป็นพืชเศรษฐกิจอันดับต้นๆ ของเกษตรกรจังหวัดตราด เป็นพืชที่สร้างรายได้ให้เกษตรกรค่อนของสูง มีการปลูกและเก็บเกี่ยวผลผลิตตลอดปี ผลผลิตเป็นที่ต้องการของตลาดทั้งภายในและต่างประเทศ จัดเป็นสับปะรดบริโภคผลสดพันธุ์เดียวของไทย ที่ผลผลิตไม่เพียงพอกับความต้องการของตลาด ด้วยลักษณะเด่นที่รูปทรงผล สีผิวเหลืองส้ม รสชาติหวานมาก เนื้อเหลืองทองสม่ำเสมอ เนื้อแห้งกรอบและมีกลิ่นหอมกว่าสับปะรดทุกสายพันธุ์ จุดเด่นสับปะรดตราดสีทอง ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ของสับปะรดพันธุ์นี้ จัดเป็นสับปะรดกลุ่มควีน (Queen) ลักษณะเด่นภายนอก คือ ขอบใบที่ต้นและขอบใบที่จุกผลมีหนามสั้นๆ แหลมคม ทรงโค้งสีน้ำตาลแดง ผลเป็นรูปทรงกระบอก ผิวเปลือกเมื่อแก่สุกเปลี่ยนเป็นสีเหลืองเข้มหรือเหลืองส้ม ตาใหญ่ ร่องตาลึก เปลือกหนาตาลึก
“สับปะรด” ผลไม้รสชาติหวานอมเปรี้ยวนิดๆ นับเป็นผลไม้มหัศจรรย์มากคุณค่าอย่างคาดไม่ถึง สับปะรดเป็นผลไม้ที่ดีสำหรับดวงตา เพราะมีวิตามินมากมาย สารเบต้าแคโรทีนในสับปะรดช่วยทำให้ดวงตามีสุขภาพดีขึ้น หากใครรู้สึกอ่อนเพลีย ขอแนะนำให้กินสับปะรดสักชิ้น เพราะเนื้อสับปะรด มีน้ำตาลจากธรรมชาติ ช่วยเพิ่มระดับพลังงานแล้ว เนื้อสับปะรดยังมีปริมาณเส้นใยสูง ช่วยย่อยอาหาร ลดระดับคอเลสเตอรอล ช่วยลดน้ำหนักอีกด้วย สับปะรด อยู่ในกลุ่มพืชใบเลี้ยงเดี่ยว สามารถทนต่อสภาพแวดล้อมต่างๆ ได้ดี เมื่อเจริญเป็นผลแล้วจะเจริญต่อไปโดยตาที่ลำต้นจะเติบโตเป็นต้นใหม่ได้อีก และสามารถดัดแปลงเป็นไม้ประดับได้อีกด้วย ปัจจุบัน สับปะรด ที่ใช้บริโภคในปัจจุบันมีระบบรากหาอาหารอยู่ในดิน จัดเป็นไม้ดิน แต่ยังคงลักษณะบางประการของไม้อากาศเอาไว้ คือสามารถเก็บน้ำไว้ตามซอกใบได้เล็กน้อย มีเซลล์พิเศษสำหรับเก็บน้ำเอาไว้ในใบ ทำให้ทนทานในช่วงแล้งได้ พันธุ์สับปะรดที่ปลูกในประเทศไทยมีหลากหลายสายพันธุ์ ส่วนใหญ่ที่นิยมปลูกเชิงการค้า คือ “พันธุ์ปัตตาเวีย” เรียกว่า สับปะรดศรีราชา นิยมปลูกทั่วไป ผลใหญ่ ฉ่ำน้ำ เนื้อสีเหลืองอ่อน “พันธุ์ภูเก็ต หรือ พันธุ์สวี” นิย
ม่อนแก้วภูแล เชียงราย บุกตลาดสับปะรดภูแล แปรรูปขายส่งต่างประเทศ ใครที่ได้ชิมสับปะรดภูแลแล้วแทบไม่เชื่อเลยว่า ผลเล็กๆ เช่นนั้นจะมีความหวาน กรอบ ไม่แสบลิ้น จนเป็นที่โปรดปรานของหลายคน ถ้าได้ผ่าผลออกเป็นชิ้นเหลือก้านไว้เพื่อให้จับได้สะดวกแล้วแช่เย็นนำไปรับประทานเหมือนไอติมก็ยิ่งเป็นที่ถูกใจของทุกเพศทุกวัย ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ภูแลเป็นสับปะรดของเชียงรายที่ได้รับความนิยมมาก นับเป็นไม้ผลเศรษฐกิจที่ส่งไปขายต่างประเทศ สร้างรายได้ เปลี่ยนฐานะความเป็นอยู่ของชาวบ้านในพื้นที่ แต่เดิมเชียงรายมีสับปะรดนางแลที่มีชื่อเสียงโด่งดัง มีหลายคนเข้าใจผิดคิดว่าสับปะรดภูแลเป็นผลพวงของสับปะรดภูเก็ตกับนางแล ความจริงไม่เกี่ยวข้องกันเลย เพียงแต่เป็นการผสมชื่อระหว่าง ตำบลนางแล กับสับปะรดภูเก็ตเท่านั้น เนื่องจากผู้ที่เริ่มปลูกนำพันธุ์ภูเก็ตมาปลูกที่ตำบลนางแล จึงเกิดการกลายพันธุ์ขึ้น ถึงแม้ภูแลจะเป็นสับปะรดน้องใหม่ที่สร้างชื่อเสียงให้แก่จังหวัด แต่ความอร่อยของพันธุ์นี้ก็ใช่ว่าจะปลูกได้ทุกแห่ง เนื่องจากลักษณะทางกายภาพพื้นที่ตลอดจนสภาพอากาศ ดิน น้ำ ดังนั้น จึงมีเพียง 3 ตำบล คือ นางแล ท่าสุด และบ้านดู่ ที่ปลูกสับปะรดภูแลได
เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ที่วัดพุทธวนาราม ( วัดป่าวังน้ำเย็น) ต.เกิ้ง อ.เมือง จ.มหาสารคาม พระครูภาวนาชยานุสิฐ หรือพระอาจารย์ สุริยันต์ โฆสปัญโญประธานสงฆ์วัดป่าวังน้ำเย็น แจกสับปะรด ให้กับญาติโยมที่เดินทางมาทำบุญไหว้พระ หลังจากมีญาติธรรมนำสับปะรดที่ซื้อจากชาวสวน ที่ จ.ชัยภูมิ มาถวาย จำนวน 702 กิโลกรัม เนื่องจากราคาสับปะรดที่ตกต่ำ โดยมีประชาชนที่มาไหว้พระทำบุญที่วัด มารับแจกสัปปะรดเป็นจำนวนมาก พระครูภาวนาชยานุสิฐ หรือพระอาจารย์ สุริยันต์ โฆสปัญโญประธานสงฆ์วัดป่าวังน้ำเย็น กล่าวว่า สัปปะรดจำนวน 702 กิโลกรัม ที่นำมาแจกนี้ มีญาติโยมที่เดินทางมาจาก จ.ชัยภูมิ เพื่อมาทำบุญ ไหว้พระที่วัด นำมาถวายให้ โดยญาติโยมที่นำสับปะรดมาถวายบอกว่า ได้เหมาสับปะรดทั้งหมดมาจากพ่อค้าเร่ ที่ขายสับปะรดอยู่ริมทาง ดูท่าทางแล้วน่าจะขายไม่ดี เพราะช่วงนี้ราคาสับปะรดตกต่ำ จึงได้เหมาสับปะรดทั้งหมดมาบริจาคให้กับทางวัด เพื่อให้แจกญาติโยมสาธุชนที่มาทำบุญที่วัดต่อไป ซึ่งมีชาวบ้านที่ทราบข่าวต่างเดินทางมารับบริจาคจำนวนมาก ทั้งนี้วัดพุทธวนาราม ( วัดป่าวังน้ำเย็น) เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม มีถาวรวัตถุหลายอย่าง อาทิ ศาลาปฏิ
แนะเอาอย่าง! ใยสับปะรดชุมชน แปรรูปตามเทรนด์นอก สามารถทำเงินสูงอีกเท่าตัว นางสาวบรรจงจิตต์ อังศุสิงห์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมอยู่ระหว่างการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการในระดับชุมชนพัฒนาสินค้าให้มีคุณภาพและมีมาตรฐาน ตามนโยบายของ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ได้กำหนดนโยบายในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในชุมชนและการสร้างงานสร้างรายได้แก่ประชาชนในพื้นที่ โดยกลุ่มผู้ผลิตเสื้อผ้าจากใยสับปะรด ถือเป็นอีกหนึ่งต้นแบบของสินค้าท้องถิ่นที่มีการดัดแปลงจนสามารถผลักดันให้กลายเป็นสินค้าส่งออกสู่ตลาดต่างประเทศ สร้างมูลค่าเพิ่มแก่ผู้ผลิต และสร้างรายได้แก่ชาวสวนผู้ปลูกสับปะรด เนื่องจากผลิตภัณฑ์จากเส้นใยสับปะรดมีความหลากหลาย เช่น ผ้ารองจาน พรม กระเป๋า รองเท้า เสื้อผ้า เป็นต้น ซึ่งคุณสมบัติที่โดดเด่นของใยสับปะรด คือความเหนียว ทนทาน สามารถนำมาผลิตเป็นสินค้าคุณภาพดี อีกทั้งเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม นางสาวบรรจงจิตต์ กล่าวอีกว่า สินค้าที่ผลิตจากเส้นใยสับปะรด จะช่วยลดมลพิษของเสียจากวัตถุดิบเหลือทิ้งทางการเกษตร ซึ่งเป็นเทรนด์ที่ทั่วโลกกำลังตื่นตัวแล
เรียน คุณหมอเกษตร ทองกวาว ที่นับถือ ผมปลูกสับปะรดไว้ 1 แปลง การเจริญเติบโตอยู่ในเกณฑ์ดี แต่การติดผลทยอยออกไม่พร้อมกัน ผมต้องปฏิบัติอย่างไร ตันสับปะรดของผมจึงจะออกดอกพร้อมกัน และเคยมีข่าวว่า หากใส่ปุ๋ยไม่ถูกวิธี เมื่อนำไปบรรจุกระป๋องจะทำให้เคลือบในกระป๋องมีสีดำคล้ำ ส่งออกไปขายยังต่างประเทศไม่ได้ เราจะมีวิธีป้องกันอย่างไร ขอให้คุณหมอเกษตรไขข้อข้องใจให้ด้วยครับ ขอแสดงความนับถือ นิวัฒน์ ปทุมวงศาโรจน์ กาญจนบุรี ตอบคุณนิวัฒน์ ปทุมวงศาโรจน์ วิธีการบังคับให้สับปะรดออกดอกพร้อมกัน ประการสำคัญต้องบำรุงต้นให้มีน้ำหนัก 2.5-2.8 ด้วยวิธีสุ่มตัวอย่าง นำขึ้นมาชั่งน้ำหนัก แต่ถ้าหากเกษตรกรที่ปลูกมานานสามารถประมาณการได้ จากนั้นใช้สารที่เรียกว่า เอทธิฟอน 39.5 เปอร์เซ็นต์ อัตรา 8 มิลลิกรัม และปุ๋ยยูเรียหรือปุ๋ยน้ำตาลทรายก็เรียกกัน 300 กรัม ละลายในน้ำสะอาด 1 ปี๊บ คนให้เข้ากันแล้วหยอดหรือราดที่ยอดสับปะรด 2 ครั้ง ทิ้งช่วงห่างกัน 4-7 วัน เวลาที่หยอดสารควรเป็นเวลาเย็นได้ผลดีที่สุด อีก 2-4 สัปดาห์ จะมีดอกปรากฏให้เห็น ส่วนสาเหตุทำให้เคลือบกระป๋องด้านในมีสีดำ เกิดจากมีไนเตรตตกค้างในเนื้อสับปะรดเกินมาตรฐาน ป้องกันได
กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดย สำนักส่งเสริมและถ่ายทอดเทคโนโลยี สำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประสบความสำเร็จในการพัฒนาต้นแบบเครื่องปอกเปลือกสับปะรด ซึ่งเป็นการสนับสนุนงบประมาณภายใต้ โครงการพัฒนาสร้างเครื่องจักรต้นแบบด้วยกระบวนการวิศวกรรมเพื่อการสร้างสรรค์คุณค่า ประจำปีงบประมาณ 2560 โดยมีศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ เป็นหน่วยงานบริหารจัดการโครงการ ร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และสถานประกอบการที่เข้าร่วมโครงการ คือ บริษัท พี วี ที ฟู้ดส์ อินดัสตรีส์ จำกัด ในการพัฒนาต้นแบบเครื่องปอกเปลือกสับปะรด ซึ่งเป็นเครื่องมือและเครื่องจักรกลที่สามารถช่วยให้กระบวนการผลิตสินค้าด้านการเกษตรแปรรูปมีความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ณ บริษัท พี วี ที ฟู้ดส์ อินดัสตรีส์ จำกัด ตำบลนาเริก อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี นางวนิดา บุญนาคค้า ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมและถ่ายทอดเทคโนโลยี สำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้กล่าวถึงความสำเร็จในครั้งนี้ว่า ความร่วมมือระหว่างกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์นั้น มุ
ไทย เป็นประเทศที่มีการส่งออกสับปะรดแปรรูปบรรจุกระป๋องมาก เป็นอันดับ 1 ของโลก มีส่วนแบ่งของตลาดสับปะรดกระป๋องมากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ ของตลาดโลก สายพันธุ์สับปะรดที่ปลูกเข้าสู่อุตสาหกรรมสับปะรดกระป๋อง นั้นคือ สายพันธุ์ “ปัตตาเวีย” ซึ่งมีพื้นที่ปลูกเป็นจำนวนมากกว่าครึ่งหนึ่งของประเทศ อยู่ที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และพื้นที่อื่นๆ กระจายอยู่ที่จังหวัดระยอง จังหวัดจันทบุรี จังหวัดชลบุรี จังหวัดเพชรบุรี และจังหวัดชุมพร เป็นต้น ปัจจุบัน จากข้อมูลพบว่าผลผลิตสับปะรดที่ปลูกได้ในประเทศไทย 70-80 เปอร์เซ็นต์ ปลูกเพื่อส่งเข้าโรงงานอุตสาหกรรมผลิตเป็นสับปะรดกระป๋องและผลิตภัณฑ์ต่างๆ จากสับปะรด เช่น น้ำสับปะรดเข้มข้น สับปะรดกวน และสับปะรดสดแช่แข็ง เป็นต้น ส่วนที่เหลืออีก 20-30 เปอร์เซ็นต์ เป็นการใช้เพื่อบริโภคสดภายในประเทศ ประเทศไทยนั้นเป็น อันดับ 1 ในการผลิตและส่งออกสับปะรดกระป๋องเท่านั้น แต่ถ้าพูดถึงการส่งออกสับปะรดในรูปสับปะรดผลสดนั้น ถือว่าไทยเรามีการส่งออกน้อยมาก เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศคู่แข่งของไทย อย่างประเทศฟิลิปปินส์ ที่สามารถส่งออกสับปะรดผลสดได้ปีละกว่าแสนตันต่อปี หรือแม้แต่ไต้หวันซึ่งมีพื้นที่
ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) เป็นประธานในพิธีเปิด “โรงคัดบรรจุสับปะรด” ภายใต้โครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีการเพิ่มผลิตภาพและมูลค่าพืชไร่ชุมชน ณ ตำบลอ่าวน้อย อำเภอเมือง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ผลงานการบูรณการความร่วมมือระหว่างสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) และจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มุ่งนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม (วทน.) แก้ไขปัญหา “สับปะรด” ตลอดห่วงโซ่อุปทานตั้งแต่ต้นทาง กลางทาง ปลายทาง…ใช้เทคโนโลยีชีวภาพปรับปรุงสายพันธุ์ จัดสร้างโรงคัดบรรจุมาตรฐาน/เทคโนโลยีทำความสะอาดผลสับปะรดสด วิจัย/ถ่ายทอดเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยวแก้ปัญหาอาการไส้ดำในสับปะรด ถ่ายทอดเทคโนโลยีการแปรรูปผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มจากสับปะรดพร้อมดื่ม พัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสมสำหรับการจำหน่ายทั้งในและต่างประเทศ ระบุเป็นตัวอย่างความสำเร็จของใช้วิทยาศาสตร์ฯ แก้ปัญหาผลิตผลทางการเกษตรเพื่อการส่งออก ยกระดับคุณภาพเกษตรกรและวิสาหกิจชุมชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการะทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) กล่าวว่า จากการที่กระทรวงวิ
