สับปะรด
นครพนม เดินหน้ายกระดับ สับปะรด หนุนเกษตรกรทำแปลงใหญ่-ขึ้นทะเบียน GI ดันราคาสูงถึง กก.ละ 7-8 บาท ไม่หวั่นแม้สับปะรดล้นตลาด-ราคาทรุดฮวบ นายสงกรานต์ พิมพ์ทอง รองประธานและเลขานุการ กลุ่มสับปะรด ต.นาใน อ.โพนสวรรค์ จ.นครพนม ผู้ผลิตสับปะรดแปลงใหญ่มาตรฐาน GI เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า จังหวัดนครพนม โดยเกษตรจังหวัด เกษตรอำเภอ สหกรณ์จังหวัด และพาณิชย์จังหวัด ได้เชิญชวนเกษตรกรผู้ปลูกสับปะรดรวมกลุ่มกันผลิตแปลงใหญ่เพื่อแก้ปัญหาราคาตกต่ำ ซึ่งปัจจุบันมีการดำเนินการทั้งหมด 2 อำเภอ 5 ตำบล ได้แก่ ท่าอุเทนและโพนสวรรค์ มีพื้นที่ปลูก 8,000 ไร่ สมาชิก 400 คน ด้านการผลิตมุ่งเน้นให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน ซึ่งปัจจุบันใช้สารเคมีเพียง 10-15% และอินทรีย์ 85-90% จึงทำให้ได้มาตรฐาน GAP และได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ขณะที่การจัดการตลาดได้กำหนดปริมาณสับปะรดที่จะออกสู่ตลาดในแต่ละเดือน เพื่อป้องกันปัญหาผลผลิตล้นตลาดในช่วงที่พีกของประเทศ ตั้งแต่เมษายน-พฤษภาคม รวมถึงมิถุนายน-กรกฎาคม ที่ผลไม้ทางภาคตะวันออกออกสู่ตลาดมาก โดยเฉลี่ยผลผลิตออกสู่ตลาดประมาณ 100 ตัน/วัน ช่วงพีก 200 ตัน/วัน ซึ่งพาณิชย์จังหวัด
นครพนมเดินหน้ายกระดับสับปะรด หนุนเกษตรกรทำแปลงใหญ่-ขึ้นทะเบียน GI ดันราคาสูงถึง กก.ละ 7-8 บาท ไม่หวั่นแม้สับปะรดล้นตลาด-ราคาทรุดฮวบ นายสงกรานต์ พิมพ์ทอง รองประธานและเลขานุการ กลุ่มสับปะรด ต.นาใน อ.โพนสวรรค์ จ.นครพนม ผู้ผลิตสับปะรดแปลงใหญ่มาตรฐาน GI เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า จังหวัดนครพนม โดยเกษตรจังหวัด เกษตรอำเภอ สหกรณ์จังหวัด และพาณิชย์จังหวัด ได้เชิญชวนเกษตรกรผู้ปลูกสับปะรดรวมกลุ่มกันผลิตแปลงใหญ่เพื่อแก้ปัญหาราคาตกต่ำ ซึ่งปัจจุบันมีการดำเนินการทั้งหมด 2 อำเภอ 5 ตำบล ได้แก่ ท่าอุเทนและโพนสวรรค์ มีพื้นที่ปลูก 8,000 ไร่ สมาชิก 400 คน ด้านการผลิตมุ่งเน้นให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน ซึ่งปัจจุบันใช้สารเคมีเพียง 10-15% และอินทรีย์ 85-90% จึงทำให้ได้มาตรฐาน GAP และได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ขณะที่การจัดการตลาดได้กำหนดปริมาณสับปะรดที่จะออกสู่ตลาดในแต่ละเดือน เพื่อป้องกันปัญหาผลผลิตล้นตลาดในช่วงที่พีกของประเทศ ตั้งแต่เมษายน-พฤษภาคม รวมถึงมิถุนายน-กรกฎาคม ที่ผลไม้ทางภาคตะวันออกออกสู่ตลาดมาก โดยเฉลี่ยผลผลิตออกสู่ตลาดประมาณ 100 ตัน/วัน ช่วงพีก 200 ตัน/วัน ซึ่งพาณิชย์จังหวัดเป
ลุ้นราคาสับปะรดขยับขึ้น หลังพาณิชย์อัดมาตรการดึงซัพพลายส่วนเกินออกจากตลาด นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า มั่นใจว่าต้นเดือนกรกฎาคม 2561 นี้ สถานการณ์สับปะรดจะค่อย ๆ คลี่คลายกลับเข้าสู่ภาวะปกติ เพราะกระทรวงพาณิชย์ซึ่งเป็นฝ่ายคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการพัฒนาและแก้ไขปัญหาด้านการตลาดและการส่งออกสับปะรด โดยขณะนี้ได้เชื่อมโยงและกระจายผลผลิตสับปะรดผลสดออกจากแหล่งผลิต พร้อมสนับสนุนงบประมาณค่าใช้จ่ายรวบรวมผลผลิต คัดคุณภาพ และกระจายไปจังหวัดปลายทางนอกแหล่งผลิตกว่า 2,000 ตัน นอกจากนี้ได้ขอความร่วมมือบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) 890 ตัน บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) รับซื้อ 460 ตัน และลงนาม MOU กับห้าง Lotus, Big C, Makro, The Mall, Tops รับซื้อสับปะรด 2,820 ตัน รวมทั้งกรมปศุสัตว์นำสับปะรดใช้เป็นอาหารเลี้ยงโคนมโคเนื้อ 1,800 ตัน นายสุรัตน์ มุนินทรวงศ์ นายกสมาคมชาวไร่สับปะรดไทย เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า ราคาซื้อขายหน้าโรงงานสับปะรด 10 กว่าโรงในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ยังอยู่ที่ กก.ละ 1.80-2.40 บาท เฉลี่ยรับซื้อที่ กก.ละ 2.30 บาท จากต้นทุนการผ
วันที่ 27 มิถุนายน 2561 ที่วัดโพธิญาณ ต.หัวรอ อ.เมือง จ.พิษณุโลก วันนี้วันพระ ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 พระครูพระครูสุนทรโรจนคุณ เจ้าอาวาสวัดโพธิญาณ ยังคงเดินหน้าช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกสับปะรดใน อ.วังทอง จ.พิษณุโลก อย่างต่อเนื่อง หลังจากที่วันพระสัปดาห์ที่ผ่านมา ช่วยซื้อสับปะรดจาก ต.วังนกแอ่น อ.วังทอง มาแจกชาวบ้านในตำบลหัวรอ จำนวน 5 วัน สำหรับวันพระวันนี้โดยพระวัดโพธิญาณ และญาติโยมตำบลหัวรอ ได้เดินทางไปที่บ้านน้ำพรม ต.วังนกแอ่น อ.วังทอง ไปช่วยเกษตรกร ตัดสับปะรดในไร่ และช่วยซื้อจากหลายๆ ราย รวมจำนวน 11 ตัน มาแจกให้กับชาวบ้านตำบลหัวในรอวันนี้ หลังจากเสร็จพิธีทำบุญบนศาลาการเปรียญ ในเวลา ประมาณ 08.30 น. วัดโพธิญาณ ได้ออกประกาศเสียงตามสายเชิญชวนประชาชนในพื้นที่ ม.4 ม.5 ตำบลหัวรอ ที่อยู่ละแวกใกล้เคียงวัด ให้มาช่วยรับสับปะรดไปแบ่งกันรับประทาน วัดได้ไปช่วยซื้อมาจากเกษตรกรผู้ปลูกสับปะรด จาก ต.วังนกแอ่น อ.วังทอง จ.พิษณุโลก เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบปัญหาราคาตกต่ำ ไม่สามารถขายสับปะรดได้ ต้องปล่อยเน่าคาสวน มีชาวบ้านที่มาทำบุญนำกลับไปคนละ 2-3 หัว อีกจำนวนหนึ่งก็มอบเงินสมทบให้กับเจ้าอาวาสวัดโพธิญาณไปร่
นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานมูลนิธิมัลลิกาเพื่อประชาชน www.mallikafoundation.com เปิดเผยว่า จากความห่วงใยของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี ต่อการแก้ไขปัญหาราคาพืชผลการเกษตรหลายภูมิภาค ล่าสุดปัญหาที่ต้องแก้เฉพาะหน้าคือ การช่วยเหลือเกษตรกรที่ปลูกสับปะรด ซึ่งมีปริมาณล้นตลาดมากกว่า 1,000,000 ตัน จึงให้ประสานงานมูลนิธิองค์กรภาคประชาชนต่างๆ เพื่อให้การช่วยเหลือเกษตรกรเร่งด่วน ซึ่งเป็นอีกส่วนหนึ่งที่คนไทยจะแสดงน้ำใจต่อกัน ดังนั้น ในฐานะตนเป็นผู้ประสานงานได้รับความอนุเคราะห์จากมูลนิธิแพร่น้ำใจ โดย นางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู ร่วมกับ กลุ่มคนไทยช่วยชาวไร่ ดำเนินโครงการเร่งด่วนคือ “โครงการช่วยสับปะรด 2018” รับซื้อมาในราคาพยุงชาวสวนอยู่รอด โดยประสานรับซื้อสับปะรดในราคาพยุง กิโลกรัมละ 4 บาท พร้อมประสานการขนส่ง 2 คันรถสิบล้อ มาแจกจ่ายให้ประชาชน ชาว กทม. ณ ลานจอดรถพรรคประชาธิปัตย์ ถนนเศรษฐศิริ แขวงสามเสนใน เขตพญาไท ใกล้โรงพยาบาลวิชัยยุทธ จำนวน 30 ตัน เป็นล็อตแรก ซึ่งจะเป็นสับปะรดสดจาก ต.เสด็จ อ.เมือง จ.ลำปาง นางมัลลิกา กล่าวว่า ดังนั้นจึงขอเชิญชวน ประชาชนท
เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน ที่หน้าโรงพยาบาลลำปาง นายอธิฐาน วงศ์ใหญ่ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลลำปาง นำสับปะรด จำนวน 10 ตัน จากพื้นที่ปลูกใน ต.บ้านเสด็จ อ.เมือง จ.ลำปาง มาแจกจ่ายให้กับประชาชนที่มารับบริการที่ รพ.ลำปาง และญาติผู้ป่วย โดยใน ต.บ้านเสด็จ และ ต.บ้านแลง อ.เมือง จ.ลำปาง เป็นพื้นที่ปลูกสับปะรดแหล่งใหญ่สุดของ จ.ลำปาง ปลูกทั้งพันธุ์ปัตตาเวียและสายน้ำผึ้ง ซึ่งปีนี้ ราคาโรงงานรับซื้อเพียง กิโลกรัมละ 70 สตางค์ เท่านั้น ทำให้เกษตรกรเร่งนำไปขายตามจุดต่างๆ เพื่อให้ได้ราคาดีขึ้น และเป็นการเร่งกระจายผลผลิตให้ออกสู่ท้องตลาดโดยเร็ว ไม่ให้เกิดการเน่าเสียจากสับปะรดที่สุกเร็ว นายอธิฐาน บอกว่า ได้มีผู้ใจบุญ คือ พ.อ.นายแพทย์ พงศ์ศักดิ์ ตั้งคณา ประธานมูลนิธิจิตเป็นผู้ให้ใจเป็นนิพพาน และยังเป็นนักพูดชื่อดังของเมืองไทย รวมถึง นพ.เทพ เวชวิสิฐ เจ้าของประตูน้ำโพลีคลินิก ต้องการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกใน จ.ลำปาง หลังไปช่วยซื้อที่ จ.เชียงราย มาแล้ว ดังนั้น จึงขอให้ตนช่วยซื้อสับปะรดในพื้นที่ วงเงิน 100,000 บาท นำไปแจกจ่ายให้กับประชาชน เป็นการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกสับปะรดของ จ.ลำปาง โดยวันนี้ได้ซื้อสับปะรดจากเ
เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน ที่บริเวณด้านหลังศาลากลางจังหวัดสุพรรณบุรี นายนิมิต วันไชยธนวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี ได้ร่วมกับจังหวัดแม่ฮ่องสอน นำกระเทียมตัดจุก จำนวน 4,000 กิโลกรัม ตามโครงการเชื่อมโยงการผลิตและการตลาด มอบให้แก่ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน จำหน่ายประชาชนชาวจังหวัดสุพรรณบุรี ในราคากิโลกรัมละ 67 บาท เพื่อเป็นการกระจายผลผลิตกระเทียมแห้งของเกษตรกรจังหวัดแม่ฮ่องสอน จากเกษตรกรสู่ผู้บริโภคโดยตรง โดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง ภายใต้แนวคิด Farm to Kitchen จากนั้น นายมนตรี พันธุ์ภัคดีนุพงษ์ อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 94 ม. 6 ต.อู่ทอง อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี ได้ติดต่อทาง นายนิมิต วันไชยธนวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี นำรถสิบล้อบรรทุกสับปะรด จำนวน 10 ตัน มาจาก จ.ลำปาง เพื่อแจกให้กับประชาชนชาวจังหวัดสุพรรณบุรี โดยมีอำเภอทั้ง 10 อำเภอ ใน จ.สุพรรณบุรี ได้นำรถมาขนสับปะรดเพื่อไปแจกจ่ายประชาชนทั้งจังหวัด และแบ่งให้ประชาชน ข้าราชการ ที่ศาลากลาง นำไปรับประทานกัน นายมนตรี กล่าวว่า ได้ไปรับงานออแกไนซ์ที่ จ.ลำปาง ได้เห็นชาวไร่ชาวสวนนำสับปะรดมาวางขายตามถนนข้างทางเป็นจำนวนมาก และเห็นสับปะรดมีการเน่า เสียห
นายวันชัย จงสุทธนามณี นายกเทศมนตรีนครเชียงราย เปิดเผยว่า ได้นำเงินส่วนตัวมาซื้อสับปะรดพันธุ์ปัตตาเวีย เพื่อแจกจ่ายให้กับพนักงานและเจ้าหน้าที่ของเทศบาลนครเชียงราย ตลอดจนประชาชนที่มาติดต่องานบางส่วน โดยได้จัดซื้อมาจากชาวสวนพื้นที่ตำบลป่าหุ่ง อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย ในราคากิโลกรัมละ 1 บาท โดยซื้อจำนวน 15 ตัน แบ่งนำมาแจกจ่าย วันละ 5 ตัน ทั้งนี้เพื่อช่วยชาวสวน ซึ่งประสบกับปัญหาวิกฤตอย่างหนัก นอกจากราคาสับปะรดจะตกต่ำในรอบหลายปี โดยอยู่ในราคากิโลกรัมเพียง 1-2 บาท แล้วยังไม่มีตลาด ทางจังหวัดจึงจัดโครงการช่วยเหลือสนับสนุนกันช่วยเหลือและช่วยกันบริโภคเอง ให้เกษตรกรมีตลาดจำหน่ายจนกว่าจะหมดช่วงฤดูกาลเก็บเกี่ยว ซึ่งปัจจุบันยังเก็บได้เพียง ร้อยละ 40-50 เท่านั้น นายวันชัย กล่าวว่า ส่วนการช่วยเหลือในระยะยาวทางเทศบาลมีโครงการที่จะก่อสร้างศูนย์พืชผักปลอดภัยจากสารพิษ โดยตั้งอยู่บริเวณสถานที่องค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ หรือ ร.ส.พ. (เก่า) หน้าตลาดสดเทศบาล 2 (ศิริกรณ์) ถนนบรรพปราการ เทศบาลนครเชียงราย เนื้อที่ประมาณ 3 ไร่ เพื่อให้เป็นสถานที่สำหรับตรวจสอบคุณภาพของพืชผลทางการเกษตรโดยเฉพาะ ส่งเสริมให้ได้พื
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันนี้ถึงกรณีการแก้ไขปัญหาสับปะรดนางแล ที่จังหวัดเชียงราย มีราคาตกต่ำ อยู่ที่กิโลกรัมละ 1 บาท ว่า “ที่ผ่านมานั้น ราคาสับปะรด ราคา 10-12 บาท วันนี้เหลือ 2 บาท ก็ต้องไปดูว่า การเพาะปลูกสับปะรดมันมากขึ้นหรือเปล่า เท่าที่สอบถามจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ปริมาณการปลูกสับปะรดเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก มาถึงวันนี้ปริมาณมันล้นมากเกินไป มันก็เกิดปัญหาเรื่องของราคาสินค้า อันนี้เป็นตัวอย่างของทุกผลิตผลทางการเกษตร ถ้าปลูกเกินตามความต้องการ ปลูกมากเกินไป มันก็พาราคาตกไปทั้งหมด” นายกฯ กล่าวและว่า ได้สั่งให้กระทรวงมหาดไทย กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงเกษตรฯ ทำข้อมูลให้ภาคเกษตรกรได้รับทราบถึงทั้งต้นทาง กลางทาง และปลายทางของการเกษตรที่เกี่ยวข้องถึงการบริโภคภายในประเทศ และการส่งออกต่างประเทศ โดยตนต้องการสร้างการรับรู้แบบครบวงจร ซึ่งหวังให้เกษตรกรใช้ข้อมูลเหล่านี้พิจารณาในการเพาะปลูกพืชในฤดูกาลใหม่ที่จะถึง ไม่อย่างนั้นก็จะเกิดปัญหาแบบเดิม “อย่างเช่น การปลูกข้าว ปลูกมัน ปลูกยางต่างๆ พอราคาดีก็
โรคผลเน่าสับปะรด ทำความเสียหายในทางเศรษฐกิจมากมาย เกษตรกรผลผลิตเสียหาย คุณภาพลดลง รายได้ตกต่ำ ตลาดขาดความเชื่อถือ เกษตรอุตรดิตถ์เตือนให้ระวัง หมั่นตรวจสอบแปลงทุกระยะ จัดการกำจัดแมลงที่เป็นตัวนำโรคเข้าสู่แปลงสับปะรด และใช้พันธุ์ต้านทานปลูก เช่น สับปะรดห้วยมุ่น นายอดุลย์ศักดิ์ ไชยราช หัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์และสารสนเทศ สำนักงานเกษตรจังหวัดอุตรดิตถ์ แจ้งเตือนเกษตรกรชาวไร่สับปะรดว่า ให้ระวังโรคผลเน่าสับปะรด ซึ่งมักจะพบระบาดช่วงเก็บเกี่ยว และสภาพแวดล้อม เช่น มีฝนตกบ้าง แดดจัดบ้าง อุณหภูมิเปลี่ยนแปลง เป็นโรคที่ติดมากับแมลงที่มาตอมน้ำหวานของดอก และกัดกินผลทำให้เกิดแผล แนะนำให้กำจัดแมลง ใช้พันธุ์ต้านทาน ถ้าหากจำเป็นจะต้องใช้สารเคมี ให้ใช้อย่างระมัดระวัง แต่ถ้าหลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีได้ หรือใช้สารชีวภัณฑ์ทดแทนได้ ให้ถือปฏิบัติทันที โรคผลเน่าสับปะรด เกิดจากเชื้อรา Thielaviopsis paradoxa ระบาดได้ทั่วไป จะติดต่อมากับแมลงและติดต่อทางบาดแผล แมลงจะมาตอมน้ำหวานของดอกสับปะรดและกัดกินผลทำให้เกิดแผล จะระบาดมากในระยะ 7-10 วัน ก่อนสับปะรดแก่เก็บผลได้ และถ้าสภาพแวดล้อมที่มีฝนตกๆ หยุดๆ ยิ่งจะทำให้เกิดการระบาดม
