สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.)
ขอเชิญร่วมการเสวนาพิเศษ “ทางรอดของเกษตรกรไทยในการผลิตมะพร้าวน้ำหอมเพื่อการส่งออก” ในมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2569 เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการผลิต การตลาด และการแปรรูปมะพร้าวน้ำหอมไทยสู่ตลาดโลก สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับภาคีเครือข่ายด้านการเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร เตรียมจัดการเสวนาพิเศษหัวข้อ “ทางรอดของเกษตรกรไทยในการผลิตมะพร้าวน้ำหอมเพื่อการส่งออก” ภายในงาน “มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2569 (Thailand Research Expo 2026)” เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ งานวิจัย เทคโนโลยี และแนวทางการพัฒนาศักยภาพการผลิตมะพร้าวน้ำหอมไทยให้สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างยั่งยืน กิจกรรมดังกล่าวจะจัดขึ้นในวันจันทร์ที่ 22 มิถุนายน 2569 เวลา 09.00–12.00 น. ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพมหานคร เสวนานี้เหมาะสมกับเกษตรกร ผู้ประกอบการ นักวิจัย นักวิชาการ และผู้เกี่ยวข้องในห่วงโซ่อุตสาหกรรมมะพร้าวน้ำหอม การเสวนาครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์ (พิเศษ) ดร.กล้าณรงค์ ศรีรอต ประธานคณะกรรมการด
วันที่ 8 มิถุนายน 2569 ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.อว. เป็นประธานในพิธีการลงนาม MOU ระหว่างสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมกับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เพื่อการอนุรักษ์และฟื้นฟูแนวปะการังอย่างยั่งยืนด้วยวิจัยและนวัตกรรม ในระหว่างกิจกรรมการตรวจเยี่ยม “การขับเคลื่อนผลงานวิจัยนวัตกรรมเพื่อการยกระดับเศรษฐกิจฐานราก” โดยในพิธี มี ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง อว. ทพญ.ศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ ที่ปรึกษา รมว.อว. นายฉัตริน จันทร์หอม เลขานุการ รมว.อว. พร้อมนี้ ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ และ ผศ.ดร.นิวัติ แก้วประดับ อธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ร่วมลงนามความร่วมมือ ณ อุทยานวิทยาศาสตร์ภาคใต้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จ.สงขลา ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า บันทึกข้อตกลงฯ ฉบับนี้ เป็นมากกว่าความร่วมมือเชิงวิชาการ แต่คือ ‘หมุดหมายสำคัญ’ ที่สะท้อนเจตนารมณ์ของกระทรวง อว. ในการนำองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมจากงานวิจัย มาเปลี่ยนผ่านสู่การปฏิบัติที่จับต้องได้จริง โดยกระทรวง อว. พร้อมให้การสนับสนุนทั
วันที่ 23 พฤษภาคม 2569 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมกับ จังหวัดเชียงใหม่ จัดเวทีเสวนา “นวัตกรรมเพื่ออากาศสะอาดและสายน้ำมั่นคง” โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานในพิธีเปิด ซึ่งมีผู้บริหาร นักวิจัย และหน่วยงานเครือข่าย เข้าร่วม ณ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ ดร.วิภารัตน์ กล่าวว่า วช. ในฐานะหน่วยงานบริหารจัดการทุนวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ ภายใต้กระทรวง อว. ได้ให้ความสำคัญกับการสนับสนุนงานวิจัยและนวัตกรรมที่สามารถตอบโจทย์ปัญหาของประเทศ และสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ในระดับพื้นที่ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน กิจกรรมในวันนี้ จึงนับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการนำองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมที่สามารถประยุกต์นำไปใช้ในการจัดการปัญหาฝุ่น PM 2.5 การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ และการรับมือภัยพิบัติอย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนี้ ยังมีการจัดแสดงนิทรรศการและผลงานนวัตกรรมที่น่าสนใจ อาทิ “ห้องลดฝุ่นแรงดันบวก” ซึ่งช่วยลดผลกระทบจากฝุ่น PM 2.5 และยกระดับคุณภาพอากาศภายในอาคาร รวมถึงนวัตกรรม “FloodBo
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จัดกิจกรรม NRCT x THAIFEX-ANUGA ASIA 2026 InnoFood, Healthy Choice (นวัตกรรมอาหาร… สุขภาพที่เลือกได้) โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วย ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) และ รองศาสตราจารย์ ดร.สุทธิพันธุ์ แก้วสมพงษ์ คณบดีคณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวในฐานะพันธมิตรที่ร่วมผนึกกำลังในการผลักดันผู้ประกอบการ MSME ด้านอาหาร และ นางสาวพิมพ์ภิดา วิชญพิมพ์จุฬา ผู้บริหารจัดการศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านอุตสาหกรรมอาหารเพื่อสุขภาพและความยั่งยืนตลอดโซ่คุณค่า กล่าวรายงาน ณ ห้องศูนย์ส่งเสริมการวิจัยเพื่อมรดกทางวัฒนธรรม ชั้น 2 อาคาร วช. 8 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เพื่อส่งเสริมและผลักดันผู้ประกอบการ MSME ด้านอาหารให้สามารถนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมต่อยอดสู่โอกาสทางการตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศได้อย่างเป็นรูปธรรม ดร.วิภารัตน์ กล่าวว่า วช. มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้จัดกิจกรรมเชิญชมผลงานวิจัยและนวัตกรรมของผลิตภัณฑ์อ
ตำบลบางพลีใหญ่ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ได้รับอิทธิพลของน้ำขึ้นน้ำลงทำให้เกิดระบบนิเวศ.3.น้ำ คือ น้ำเค็ม น้ำจืด และน้ำกร่อย และมีแหล่งดินที่มีแร่ธาตุอาหารอุดมสมบูรณ์เอื้อต่อการปลูกมะม่วงน้ำดอกไม้ซึ่งเป็นไม้ผลอัตลักษณ์ของจังหวัดสมุทรปราการพัฒนาสู่การรับรอง GI รู้จัก มะม่วงน้ำดอกไม้สมุทรปราการ “มะม่วงน้ำดอกไม้สมุทรปราการ” เป็นมะม่วงน้ำดอกไม้พันธุ์น้ำดอกไม้เบอร์ 4 รสชาติหวานละมุน ไม่หวานแหลม มีกลิ่นหอม เปลือกบาง เนื้อสีเหลืองอมส้ม เนื้อละเอียด ไม่มีเสี้ยน เม็ดเล็กแบนลีบ มีผลทรงรี ด้านขั้วผลมีขนาดใหญ่และเล็กลงที่ท้ายผลหรือปลายแหลม ผลสุกมีผิวสีเหลืองเข้ม หรือเหลืองทอง มีรสอร่อยและโดดเด่นกว่ามะม่วงจากแหล่งผลิตอื่นๆ สร้างรายได้ให้เกษตรกรในจังหวัดสมุทรปราการกว่า 42,000,000 บาทต่อปี ที่ผ่านมา จังหวัดสมุทรปราการได้ดำเนินการส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกรชาวสวนมะม่วง โดยการรวมกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกมะม่วงในรูปแบบแปลงใหญ่ เพื่อกระตุ้นและปลูกจิตสำนึกการอนุรักษ์มะม่วงน้ำดอกไม้ให้คงอยู่คู่จังหวัดสมุทรปราการ ส่งเสริมให้มีการฟื้นฟู บำรุงรักษาสวนมะม่วงให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ พัฒนาการผลิตให้มีคุณภาพที่ดี และเ
วันที่ 15 พฤษภาคม 2569 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ส่งเสริมและสนับสนุนมหาวิทยาลัยสวนดุสิต จัดการประชุมเผยแพร่แผนงานวิจัย “การประยุกต์ใช้ระบบการจัดการต่อต้านการติดสินบนตามกรอบมาตรฐาน ISO 37001 เพื่อเสริมสร้างความโปร่งใสในองค์การบริหารส่วนตำบล” โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ มอบหมายให้ นางสาวสตตกมล เกียรติพานิช ผู้อำนวยการกองบริหารทุนวิจัยและนวัตกรรม 2 เป็นประธานเปิดงานประชุม พร้อมด้วย ศ.พล.ต.ต.หญิง ดร.พัชรา สินลอยมา ประธานคณะผู้ตรวจสอบทางวิชาการ แผนงานเสริมสร้างธรรมาภิบาล และแก้ไขปัญหาคอร์รัปชัน ของ วช. กล่าวถึงผลสำเร็จของโครงการวิจัย โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.ธนภัทร ปัจฉิมม์ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต หัวหน้าโครงการกล่าวสรุปผลการดำเนินงาน ณ โรงแรมรอยัล ริเวอร์ กรุงเทพฯ นางสาวสตตกมล กล่าวว่า ปัญหาการทุจริตเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความเชื่อมั่นของประชาชน วช. จึงให้การสนับสนุนทุนวิจัยแก่มหาวิทยาลัยสวนดุสิต โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนากลไก และเครื่องมือเชิงรุก ได้แก่ การใช้มาตรฐานสากล ISO 37001 ซึ่งเป็นระบบที่เกี่
นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พัฒนานวัตกรรม “DUSTBOY ระบบเฝ้าระวังและแจ้งเตือนคุณภาพอากาศระดับชุมชนด้วยเครือข่ายเครื่องตรวจวัดระบบเซ็นเซอร์” และ “DustGirl ระบบตรวจวัดคุณภาพอากาศภายในห้องและควบคุมการทำงานเครื่องเติมอากาศเพื่อจัดทำห้องปลอดฝุ่นแรงดันบวก” โดยได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ในโครงการ “ห้องลดฝุ่นแรงดันบวกควบคู่ระบบเฝ้าระวังอัจฉริยะด้วยเซ็นเซอร์สำหรับกลุ่มเปราะบางในภาคเหนือ” โดยมี ศาสตราจารย์ปฏิบัติ ดร.เศรษฐ์ สัมภัตตะกุล ภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ เป็นหัวหน้าโครงการวิจัย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. ได้สนับสนุนงานวิจัยและนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 หลากหลายด้าน ตั้งแต่ด้านการพัฒนานวัตกรรมข้อมูลเพื่อการตัดสินใจ ด้านการลดการเผาในภาคเกษตร ด้านการจัดการไฟป่า ผ่านการใช้เทคโนโลยีและการมีส่วนร่วมของชุมชน พร้อมเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน สถาบันการศึกษา และชุมชน เพื่อสร้างระบบบริหารจัดการอากาศ โดยเป้าหมายสำคัญคือการย
วันที่ 24 เมษายน 2569 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมกับ STS forum จัดพิธีนำเข้าสู่งาน STS forum Japan–Thailand Symposium 2026 ภายใต้หัวขัอ The Great Convergence: AI-Driven Health, Environment and Bio-Economy พร้อมแถลงประกาศเจตนารมณ์ความร่วมมือระหว่างทั้งสองหน่วยงาน โดยมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ และ Prof. Sadayuki Tsuchiya, Executive Director of STS forum ร่วมเป็นประธานในพิธี ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมระหว่างประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่น โดยมุ่งเน้นบทบาทของเทคโนโลยี โดยเฉพาะปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการรับมือกับความท้าทายระดับโลก ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สุขภาพ พลังงาน และสิ่งแวดล้อม ภายใต้แนวคิด “The Great Convergence” ซึ่งบูรณาการองค์ความรู้ด้านสุขภาพ สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจชีวภาพ เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืน ในโอกาสนี้ ทั้งส
ปัจจุบันหลายจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง แม้กระทั่งพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล ประสบปัญหา PM2.5 สูง ทำให้เกิดมลพิษทางอากาศ ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนรวมทั้งสิ่งแวดล้อม ซึ่งแอปพลิเคชัน “ตามรอยเผา”เป็นหนึ่งในนวัตกรรมที่ถูกนำมาใช้ติดตามร่องรอยการเผาไหม้ที่เกิดจากไฟป่าและการเผาชีวมวลในพื้นที่โล่ง เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ใช้เป็นหลักฐานหลังการดับของไฟ ที่ทิ้งร่อยรอยคาร์บอนเอาไว้ในรอยเผาไหม้ (burn scar) ของพื้นที่เกษตรที่ใช้วิธีเผาในขั้นตอนการเตรียมแปลงปลูกข้าว ข้าวโพดและอ้อย แทนการไถกลบที่เพิ่มค่าใช้จ่ายการผลิต ที่ผ่านมา ประเทศไทยควบคุมแหล่งกำเนิดการเผาที่โล่งโดยยึดดัชนีจุดความร้อน ( Hotspot) เป็นเครื่องมือชี้วัดขนาดและการปัญหามลพิษ PM2.5 แต่ยังไม่ครอบคลุมและมีช่องโหว่ เพราะบางรายหัวใสเผาพื้นที่การเกษตร โดยหลบเลี่ยงดาวเทียมเพื่อไม่ให้เกิดจุดความร้อนได้ ปัจจุบัน หลายหน่วยงานเช่น กรมส่งเสริมการเกษตร กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จึงเพิ่มยุทธวิธีต่อสู้กับวิกฤติมลพิษอากาศฝุ่นละอองขนาดเล็ก โดยอาศัยแอปพลิเคชัน “ตามรอยเผา”ที่ใช้ดาวเทียมท
วันที่ 8 เมษายน 2569 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมกับ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ จัดการประชุมเผยแพร่ผลการวิจัยสู่สาธารณะ ภายใต้หัวข้อ “Safe-Reforest : ยกระดับการจัดการป่าไม้ไทย สู่ความโปร่งใสและการมีส่วนร่วม” โดยมี ศ.พล.ต.ต.ดร.ชัชนันท์ ลีระเติมพงษ์ รองผู้บัญชาการโรงเรียนนายร้อยตำรวจ เป็นประธานเปิดการประชุม โดยผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ นักวิจัย และภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม เพื่อขับเคลื่อนการนำผลงานวิจัยไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ณ ห้องบุษบงกช เอ ชั้น 2 โรงแรมรอยัล ริเวอร์ กรุงเทพฯ ศ.พล.ต.ต.ดร.ชัชนันท์ ลีระเติมพงษ์ รองผู้บัญชาการโรงเรียนนายร้อยตำรวจ กล่าวเปิดการประชุม โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการนำองค์ความรู้จากงานวิจัยมาใช้เป็นเครื่องมือในการยกระดับธรรมาภิบาลในโครงการภาครัฐ โดยเฉพาะการป้องกันความเสี่ยงจากการทุจริตในโครงการปลูกป่า ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของประชาชนและการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน ด้าน รศ.พ.ต.อ.สุรัตน์ สาเรือง คณบดีคณะนิติวิทยาศาสตร์ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ หัวหน้าโครงการวิจัย ได้นำเสนอผ
