สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.)
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จัดกิจกรรม Global Project-Based Learning (gPBL) ระหว่างวันที่ 7–8 มกราคม 2569 ภายในงาน “วันนักประดิษฐ์ ประจำปี 2569” โดยมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย รองศาสตราจารย์ ดร.อนรรฆ ขันธะชวนะ ศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์และวัสดุการแพทย์ชนิดบุกรุกน้อย กล่าวรายงาน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้เชิงปฏิบัติการที่มุ่งเน้นการทำงานเป็นทีม การคิดเชิงออกแบบ (Design Thinking) และการแก้ปัญหาในบริบทจริง โดยเชื่อมโยงองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เข้ากับการทำงานร่วมกันในระดับนานาชาติ ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา ดร.วิภารัตน์ กล่าวว่า โครงการ Global Project-Based Learning ประกอบด้วยผู้เข้าร่วมจากหลากหลายระดับ ตั้งแต่นักเรียนระดับมัธยมศึกษาจนถึงนักศึกษาระดับปริญญาโท จากสถาบัน สาขาวิชา และสัญชาติต่างๆ ซึ่งความหลากหลายดังกล่าวเป็นจุดเด่นสำคัญที่เอื้อให้เกิดการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และมุมมองในการทำงานเป็นทีม การเรียนรู้ร่วมกัน และการพัฒ
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ในฐานะหน่วยงานหลักด้านการบริหารจัดการทุนวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ เดินหน้าส่งเสริมและพัฒนากำลังคนด้านการวิจัยและนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งสร้างแรงจูงใจและเปิดโอกาสให้เยาวชนไทยได้แสดงศักยภาพด้านการประดิษฐ์คิดค้นและนวัตกรรม พร้อมผลักดันผลงานให้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริงในหลากหลายมิติ ซึ่งจัดขึ้นในงาน “วันนักประดิษฐ์ 2569” (Thailand Inventors’ Day 2026) ภายใต้แนวคิด “ปลดล็อกประเทศไทยด้วยพลังของสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรม Unlock Thailand – Power of Invention and Innovation” ณ Event Hall 102–103 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพมหานคร โครงการประกวดสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมระดับเยาวชน “Thailand New Gen Inventors Award 2026 (I – New Gen Award 2026)” เป็นเวทีสำคัญในการค้นหา บ่มเพาะ และพัฒนาเยาวชนคนรุ่นใหม่ให้ก้าวสู่การเป็นนักวิจัยและนวัตกรในอนาคต อันเป็นการขยายฐานบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พัฒนากำลังคนรองรับศตวรรษที่ 21 และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน ในปี
เมื่อวันที่ 5 มกราคม 2569 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการบูรณาการการสำรวจข้อมูลค่าใช้จ่ายและบุคลากรด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) ร่วมกับ สำนักงานสถิติแห่งชาติ (สสช.) และสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) โดยมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ดร.เอกพงษ์ หริ่มเจริญ ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ นางสาวนภัสชล ทองสมจิตร ที่ปรึกษาด้านนโยบายและแผนงานสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นผู้ลงนาม MOU ซึ่งจัดขึ้นในงาน “วันนักประดิษฐ์ 2569 (Thailand Inventors’ Day 2026) ภายใต้แนวคิด “ปลดล็อกประเทศไทยด้วยพลังของสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรม Unlock Thailand – Power of Invention and Innovation” ณ เวทีกลาง Event Hall 102-103 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพมหานคร ดร.วิภารัตน์ กล่าวว่า วช. มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในครั้งนี้ ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับระบบบริหารจัดการและบูรณาการข้อมูลค่าใช้จ่ายและบุคลากรด้
เมื่อวันที่ 5 มกราคม 2568 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จัดการเสวนาในหัวข้อ เรื่อง “ยกระดับคุณภาพการศึกษาไทยกับการเรียนรู้ตลอดชีวิต: พลวัต โอกาส และความท้าทาย” ภายในงาน “วันนักประดิษฐ์” ประจำปี 2569 (Thailand Inventor’s Day 2026) โดยได้รับเกียรติจาก ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี รองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, ดร.รุ่งอรุณ ไสยโสภณ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านส่งเสริมมาตรฐานการศึกษานอกโรงเรียน กรมส่งเสริมการเรียนรู้ ร่วมเสวนาในครั้งนี้ และดำเนินรายการโดย รองศาสตราจารย์ ดร.ณัฐดนัย หาญการสุจริต มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ณ เวทีกลาง Event Hall 100-104 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพมหานคร ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ กล่าวว่า ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างเต็มรูปแบบ ส่งผลให้จำนวนผู้เรียนในระดับมัธยมศึกษาและอุดมศึกษาลดลง ระบบการศึกษาจึงจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนไปสู่การเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยเปิดโอกาสให้ทุกช่วงวัยสามารถพัฒนาทักษะใหม่ๆ ได้อย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ในการเรียนรู้และการทำง
เมื่อวันที่ 5 มกราคม 2569 กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ในฐานะหน่วยงานกลางด้านการวิจัยและการประดิษฐ์ ร่วมกับ หน่วยงานภาครัฐภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และองค์กรด้านการวิจัยและการประดิษฐ์คิดค้นนานาชาติ จัดงาน “วันนักประดิษฐ์ ประจำปี 2569 (Thailand Inventors’ Day 2026)” ครั้งที่ 27 ภายใต้แนวคิด “ปลดล็อกประเทศไทยด้วยพลังของสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรม (Unlock Thailand–Power of Invention and Innovation)” ระหว่างวันที่ 5-9 มกราคม 2569 ณ Event Hall 100-104 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพฯ โดยงานในครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อน้อมรำลึกถึงวันประวัติศาสตร์ การทูลเกล้าฯ ถวายสิทธิบัตรการประดิษฐ์ “กังหันน้ำชัยพัฒนา” แด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร “พระบิดาแห่งการประดิษฐ์ไทย” ภายในงานได้รับเกียรติจาก นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธานในพิธีและปาฐกถาพิเศษ โดยมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ก
เมื่อวันที่ 5 มกราคม 2569 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมกับ กรมป่าไม้ สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) (สพภ.) และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จัดเสวนาในหัวข้อ “ไม้มีค่า สร้างป่า สร้างคน ชุมชนยั่งยืน” และพิธีมอบประกาศเกียรติคุณ “ชุมชนไม้มีค่า” ระดับประเทศ ครั้งที่ 3 ประจำปี 2568 โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวแสดงความยินดีแก่ชุมชนที่ได้รับประกาศเกียรติคุณ พร้อมด้วย ดร.ธีรภัทร ประยูรสิทธ ประธานคณะกรรมการโครงการประกาศเกียรติคุณ “ชุมชนไม้มีค่า” ระดับประเทศ กล่าวถึงความเป็นมาของโครงการ ศาสตราจารย์ ดร.สนิท อักษรแก้ว ประธานคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนโครงการชุมชนไม้มีค่า กล่าวถึงภาพรวมการขับเคลื่อนโครงการชุมชนไม้มีค่า ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพฯ ดร.วิภารัตน์ กล่าวว่า วช. มีความยินดีที่ได้ร่วมบูรณาการขับเคลื่อนโครงการชุมชนไม้มีค่า ซึ่งโครงการประกาศเกียรติคุณ “ชุมชนไม้มีค่า” ระดับประเทศ เป็นกิจกรรมสำคัญที่ วช. ดำเนินการอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 เพื่อเสริมสร้าง
เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2568 ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธานในพิธีแถลงข่าวการจัดงาน “วันนักประดิษฐ์” ประจำปี 2569 และรางวัลการวิจัยแห่งชาติ: รางวัลนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ รางวัลผลงานวิจัย รางวัลวิทยานิพนธ์ และรางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้น ประจำปีงบประมาณ 2569 พร้อมด้วยนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติใน 9 สาขา และคณะผู้บริหาร วช. เข้าร่วมกิจกรรม ณ ศูนย์ส่งเสริมการวิจัยเพื่อมรดกทางวัฒนธรรม อาคาร วช.8 ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า การประกาศเกียรติคุณและเชิดชูนักวิจัยและหน่วยงานด้านการวิจัยและนวัตกรรมที่มีผลงานโดดเด่นและสร้างคุณูปการต่อวงวิชาการและประเทศชาติ เป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญตามพันธกิจของ วช. สำหรับรางวัลการวิจัยแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ 2569 นี้ วช. ได้อนุมัติให้รางวัลรวมทั้งสิ้น 185 รางวัล ใน 4 ประเภท ดังนี้ 1) รางวัลนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ จำนวน 15 ท่าน ใน 9 สาขาวิชาการ 2) รางวัลผลงานวิจัย จำนวน 57 รางวัล ใน 12 สาขาวิชาการ 3) รางวัลวิทยานิพนธ์ จำนวน 51 รางวัล
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จัดงานแถลงข่าวผลงานสิ่งประดิษฐ์ไทยที่ได้รับรางวัลจากเวที “2025 Seoul International Invention Fair” (SIIF 2025) โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสํานักงานการวิจัยแห่งชาติ ให้เกียรติเป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย ผู้บริหารและบุคลากร วช. นักประดิษฐ์ นักวิจัย และสื่อมวลชนให้การต้อนรับ ณ ศูนย์ส่งเสริมการวิจัยเพื่อมรดกทางวัฒนธรรม สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสํานักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า การแถลงข่าวครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ความสำเร็จของนักประดิษฐ์ไทยที่เข้าร่วมประกวดในเวที “2025 Seoul International Invention Fair” (SIIF 2025) ซึ่ง วช. ภายใต้กระทรวง อว. ทำหน้าที่เปิดรับสมัคร พิจารณา และกลั่นกรองผลงานสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมของไทย เพื่อเข้าร่วมประกวดในนามประเทศไทย ซึ่งกระบวนการดังกล่าวได้เปิดโอกาสให้เกิดการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน และสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพและความคิดสร้างสรรค์ของนักประดิษฐ์ไทยในการยกระดับสร้างมาตรฐานผลงานและผลักดันนวัตกรรมสู่เวทีสากล โดยปีนี้มีผลงานไทยก
ผลกระทบจากภาวะโลกรวน ทำให้อุณหภูมิโลกสูงขึ้น ลมฟ้าอากาศและฤดูกาลเปลี่ยนแปลงไป ทำให้ปีนี้ผลไม้หลายชนิด เช่น ลิ้นจี่ มะม่วง ลำไย มะละกอ เงาะ มังคุดฯลฯ ออกมาพร้อมกันทำให้ผู้บริโภคมีทางเลือกในการรับประทานผลไม้อื่นๆ ประกอบกับปีนี้ มะม่วงออกลูกดกมากจนล้นตลาด ส่งผลให้ มะม่วงน้ำดอกไม้ ที่เคยขายได้ในราคาสูง ก็ปรับราคาลดลง บางแผงในตลาดไท ตั้งราคาขายถูกมาก เฉลี่ย กก.ละ 1-2 บาทเท่านั้น ทำให้เกษตรกรต่างขาดทุนกันทั่วหน้า เพิ่มมูลค่าด้วยนวัตกรรม “ เจลลี่มะม่วงมหาชนก ” ท่ามกลางวิกฤตผลไม้ล้นตลาด ราคาตกต่ำ มะม่วงส่วนใหญ่แทบขายไม่ได้ราคา แต่ มะม่วงมหาชนกกลับรอดได้เพราะมีนวัตกรรม“ เจลลี่มะม่วงมหาชนก ” หรือกัมมี่มะม่วง เป็นตัวช่วยยกระดับราคา “ ย้อนกลับไปเมื่อ 4-5ปีก่อน มะม่วงมหาชนกเป็นมะม่วงที่ไม่มีใครสนใจเลย ราคาต่ำมากแค่กก.ละ5-10 บาท แต่ราคาหน้าโรงงานในปีนี้ อยู่ที่ กก ละ 50 บาท เพราะมีนวัตกรรมสร้างมูลค่าเพิ่มมะม่วงในรูปแบบ “ เจลลี่มะม่วงมหาชนก ” เราถ่ายทอดนวัตกรรมให้บริษัทคันนา จำกัด นำไปผลิตและจำหน่าย ปรากฎว่า สินค้าขายดีทั้งในไทยและต่างประเทศ จนต้องเพิ่มกำลังการผลิตอย่างต
ดอกเบญจมาศ เป็นไม้ดอกที่เกษตรกรนิยมปลูกและเป็นไม้เศรษฐกิจ มีมูลค่าการผลิตติดอันดับ 1 ใน 4 อันดับแรกของไม้ตัดดอกมียอดการซื้อขายทั่วโลกปีละหลายพันล้านบาท สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) หรือ TISTR. และสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ได้เล็งเห็นความสำคัญและปัญหาการเพาะพันธุ์ไม้ดอกเบญจมาศ ที่มีการใช้ต้นพันธุ์เก่ามาเป็นระยะเวลานาน ทำให้ต้นเบญจมาศมีความอ่อนแอต่อโรคและแมลง จึงได้ปรับปรุงพันธุ์ดอกเบญจมาศให้ปลอดโรค พบว่า ดอกเบญจมาศมีความแข็งแรง สามารถลดต้นทุนด้านปุ๋ยและยาและสร้างรายได้ได้มากขึ้น 20 – 70% ปลูกซ้ำที่เดิมเสี่ยงต่อปัญหาโรคทางดิน เชื้อก่อโรคทางดิน (soilborne pathogen) สร้างความเสียหายให้กับภาคการเกษตรด้วยการทำให้ผลผลิตลดลงและเสียค่าใช้จ่ายในการกำจัด การเพาะปลูกพืชบนพื้นที่เดิมอย่างต่อเนื่องอาจประสบปัญหาโรคทางดิน เช่น โรคเหี่ยวจากฟิวชาเรียม ซึ่งเป็นโรคที่สำคัญของเบญจมาศ มีสาเหตุมาจากเชื้อรา Fusonimm oxysporum ที่มีชีวิตอยู่ในดินหรือเศษชากพืชหลายปี โดยเชื้อราเข้าสู่ต้นพืชทางรากและเจริญเติบโตอยู่ในเนื้อเยื่อท่อลำเสียงและลำต้นต้นพืชที่ติดเชื้อจะแส
