สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ
วันที่ 22 สิงหาคม 2566 กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดย สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ให้การสนับสนุนทุนวิจัยแก่ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) มหาวิยาลัยราชภัฎวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมน์ ในการดำเนินโครงการวิจัย เรื่อง “การพัฒนาระบบการปลูกเลี้ยงไม้ดอกไม้ประดับในระบบเกษตรปลอดภัยเพื่อการบริโภค” และโครงการ “การพัฒนาและเพิ่มมูลค่าไม้ดอกเขตร้อนในพื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทย” เพื่อนำองค์ความรู้จากงานวิจัยด้านไม้ดอกไม้ประดับ มาถ่ายทอดวิธีการผลิตไม้ดอกไม้ประดับสำหรับการบริโภคอย่างปลอดภัย ตั้งแต่กระบวนการผลิตในระบบเกษตรปลอดภัย การนำผลผลิตไปใช้ประโยชน์ รวมทั้งการยกระดับมาตรฐานการผลิตและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับกลุ่มผู้ประกอบการคลัสเตอร์ไม้ดอกไม้ประดับ ผ่านการจัดงาน“Floral Delights: Edible Flower showcase at Andaman” โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานในพิธีเปิดงาน พร้อมด้วย ศ.(วิจัย) ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย นายดนัย สุนันทารอด รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต และคณะผู้บ
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) จัดพิธีปิดกิจกรรม “บ่มเพาะผู้จัดการโครงการสิ่งประดิษฐ์ Training for Invention Manager : IM สายอาชีวศึกษา ประจำปี 2566” และพิธีมอบเกียรติบัตรผลงานติดดาวผลงานเด่นอาชีวศึกษา จำนวน 17 ผลงาน โดยมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานในพิธีปิดกิจกรรมฯ และมอบรางวัลฯ ณ โรงแรมมารวย การ์เด้น กรุงเทพฯ ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. ภายใต้กระทรวง อว. ได้ร่วม สอศ. จัด กิจกรรมบ่มเพาะ ผู้จัดการโครงการสิ่งประดิษฐ์ Training for Invention Manager: IM สายอาชีวศึกษา ประจําปี 2566 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 21 – 23 สิงหาคม 2566 ณ โรงแรมมารวยการ์เด้นส์ กรุงเทพฯ ได้รับความสนใจและมีสถาบันการอาชีวศึกษาทั้งภาครัฐและภาคเอกชนเป็นจำนวนมาก ซึ่งคาดหมายว่าจะเป็นประโยชน์แก่บุคลากรของสายอาชีวศึกษาจะเป็นประโยชน์แก่บุคลากรของสายอาชีวศึกษาทั้งคณาจารย์และนักศึกษา ที่ร่วมกันเรียนรู้จากการบ่มเพาะจากผู้ทรงคุณวุฒิทุกท่านในที่นี้ตลอ
สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดงาน “มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2566 (Thailand Research Expo 2023) ครั้งที่ 18 จัดโดย สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมกับ หน่วยงานเครือข่ายในระบบวิจัยทั่วประเทศและภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยมี ศ.พิเศษ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรี ศ.ดร.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ผู้บริหารวช. และผู้ทรงคุณวุฒิ วช. เฝ้ารับเสด็จฯ ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ ในการนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานรางวัลถ้วยรางวัล ให้กับนักวิจัยที่ได้รับรางวัลประเภท Platinum Award จำนวน 2 รางวัล ได้แก่ รองศาสตราจารย์ ดร.โฆษิต ศรีภูธร และ ศ. ดร.ธนะเศรษฐ์ ง้าวหิรัญพัฒน์ และ พระราชทาน
“ปลาเม็ง” ภาคกลางเรียกว่า ปลาจีด เป็นปลาน้ำจืดที่ไม่มีเกล็ด ลำตัวมีสีดำ มีความยาวประมาณ 20 เซนติมตร คล้ายกับปลาดุก แต่แตกต่างกันที่ความยาวของฐานครีบหลัง กล่าวคือ ปลาเม็งมีฐานครีบหลังสั้น ส่วนปลาดุกฐานครีบหลังยาวเกือบตลอดลำตัว ปลาเม็งมีถิ่นที่อยู่อาศัยตามแม่น้ำ ลำคลอง หนอง บึง ทั่วไป แพร่กระจายในแถบเอเชีย เช่น ประเทศอินเดีย ศรีลังกา พม่า และประเทศไทย ปลาเม็ง สินค้าขึ้นชื่อ ของจังหวัดสุราษฎร์ธานี ปลาเม็งพบมากในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ถือเป็นปลาประจำท้องถิ่นที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจชนิดหนึ่งในพื้นที่อำเภอบ้านนาเดิม บ้านนาสาร พระแสง และเคียนชา ชาวบ้านนิยมเลี้ยงปลาเม็งกันมากบริเวณริมแม่น้ำตาปีและในร่องสวนปาล์มน้ำมัน ปลาเม็งมีรสชาติอร่อย จึงเป็นที่ต้องการของตลาด ร้านอาหาร และโรงแรมต่างๆ ทำให้ปลาเม็งในแหล่งน้ำธรรมชาติลดจำนวนอย่างรวดเร็วและมีแนวโน้มเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ ปลาเม็งมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวคือ เนื้อเหนียวเป็นเส้น ไม่เปื่อยยุ่ย มีรสชาติหอมหวาน จึงเป็นที่ต้องการของผู้บริโภคจำนวนมาก โดยเฉพาะเมนูยำปลาเม็ง และต้มโคล้งปลาเม็ง ซึ่งเป็นเมนูอาหารขึ้นชื่อของจังหวัดสุราษฎธานี ปัจจุบันเนื้อปลาเม็งสด มีร
วช. – รพ.รามาธิบดี MOU สร้างองค์ความรู้ด้านการบริบาลและดูแลผู้สูงอายุ สู่การใช้ประโยชน์ในพื้นที่เครือข่ายภูมิภาค : ภาคกลาง มุ่งยกระดับการดูแลและบริบาลผู้สูงอายุให้มีสุขภาวะและคุณภาพชีวิตที่ดี เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2566 : กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดย สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ “การนำหลักสูตรการอบรมด้านการบริบาลและดูแลผู้สูงอายุ สู่การใช้ประโยชน์ในพื้นที่เครือข่ายวิจัยภูมิภาค : ภาคกลาง” เพื่อมุ่งยกระดับการดูแลและบริบาลผู้สูงอายุให้มีสุขภาวะและคุณภาพชีวิตที่ดี โดยมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ และ ศ.นพ.ปิยะมิตร ศรีธรา คณบดีคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมลงนาม พร้อมนี้ คณะผู้บริหาร วช. ผู้บริหารคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี คณะกรรมการเครือข่ายวิจัยภูมิภาค เข้าร่วมพิธีฯ และเป็นสักขีพยานการลงนามความร่วมมือในครั้งนี้ ณ เวที Highlight Stage โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ ดร.วิภาร
วช. เชิญ ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา มากล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “แก่นการพัฒนาประเทศบนพื้นฐานเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน” ในมหกรรมวิจัยแห่งชาติ2566 ที่ห้องเวิลด์บอลรูม ชั้น 23 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2566 ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ได้ให้การต้อนรับ ดร. สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา ในโอกาสเดินทางมาร่วมปาฐกถาพิเศษ เนื่องในงาน “มหกรรมวิจัยแห่งชาติ 2566” ในหัวข้อ “แก่นการพัฒนาประเทศบนพื้นฐาน SEP for SDGs” ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา กล่าวว่า ขอขอบคุณ วช. ที่ได้เชิญมาให้ทัศนะเกี่ยวกับเรื่อง การพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญในเรื่องนี้ แต่ได้มีโอกาสเรียนจากปราชญ์ของโลก คือ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยไม่ได้นึกฝัน เป็นเวลา 35 ปี วันนี้จึงขอน้อมนำเรื่อง “เศรษฐกิจพอเพียงกับความยั่งยืน” มาให้ทุกคนได้ทำความเข้าใจอย่างลึกซึ้งเพราะนับตั้งแต่ปี 2542 เราได้พบคำว่า “เศรษฐกิจพอเพียง” แล้วใช้กันเร
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เปิดโอกาสให้นักศึกษาวิศวกรสังคม จากมหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา และมหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ โชว์ผลงานบนเวที Mini Stage ในงานมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ ปี 2566 เพื่อส่งเสริมและพัฒนาให้นักศึกษาวิศวกรสังคมให้มีทักษะ 4 ประการ คือ เป็น นักคิด นักสื่อสาร นักประสานงาน และนักสร้างนวัตกรรม ด้วยการนำองค์ความรู้จากการวิจัยและนวัตกรรมเป็นเครื่องมือในการดำเนินการ ณ เวที Mini Stage ระหว่างห้อง Lotus 10-11 ชั้น 22 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. มีภารกิจสำคัญในการให้ทุนวิจัยและนวัตกรรม ในการส่งเสริมและถ่ายทอดความรู้เพื่อใช้ประโยชน์ รวมถึงการส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาบุคลากรด้านการวิจัยและนวัตกรรม โดยมีเป้าหมายในการพัฒนาประเทศแก้ไขปัญหาสำคัญเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนด้วยวิจัยและนวัตกรรม ทั้งนี้ วช. ได้พิจารณาว่ากระบวนการวิศวกรสังคมเป็นอีกกลไกสำคัญในการบ่มเพาะ
วันที่ 10 สิงหาคม 2566 ณ เวที Highlight Stage โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ : สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จัดพิธีมอบโล่เกียรติคุณผู้ทรงคุณวุฒิ หน่วยงานเครือข่ายด้านการวิจัย (ผู้จัด) และมอบเกียรติบัตรรับรองเป็น “วิทยากรหลักสูตรการ พัฒนานักวิจัย” ภาคบรรยาย โดยมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธาน พร้อมด้วย นายสมปรารถนา สุขทวี ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ คณะผู้บริหาร วช. ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้แทนหน่วยงานเครือข่ายด้านการวิจัย และวิทยากร (แม่ไก่) เข้าร่วมพิธีฯ ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. ภายใต้กระทรวง อว. ขอแสดงความยินดีกับท่านผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้แทนหน่วยงานเครือข่ายด้านการวิจัย (ผู้จัด) “วิทยากรหลักสูตรการพัฒนานักวิจัย” (แม่ไก่) และวิทยากร หรือ “แม่ไก่” ทุกท่านที่ได้รับโล่เกียรติคุณและเกียรติบัตรรับรองเป็น “วิทยากรหลักสูตรการพัฒนานักวิจัย” ภาคบรรยาย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 – 2565 โดยขับเคลื่อนผ่านโครงการฝึกอบรม “สร้าง
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมกับหน่วยงานเครือข่ายในระบบวิจัยทั่วประเทศ จัดงาน มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2566 หรือ Thailand Research Expo 2023 ภายใต้แนวคิด “ขับเคลื่อนงานวิจัย สู่เศรษฐกิจยุคใหม่ สร้างไทยยั่งยืน” นับเป็นหนึ่งในเวทีสำคัญในการนำเสนอผลงานวิจัย สู่สาธารณชนอย่างเป็นทางการ เพื่อใช้ประโยชน์งานวิจัยและนวัตกรรมพัฒนาประเทศในมิติต่างๆ เป็นประจำทุกปี การจัดงานในปีนี้ มีผลงานวิจัยมาร่วมจัดแสดง แบ่งเป็น 6 กลุ่ม ได้แก่ งานวิจัยและนวัตกรรม เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศด้วยโมเดลเศรษฐกิจ BCG งานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจมูลค่าสูง เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม งานวิจัยและนวัตกรรม เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ งานวิจัยและนวัตกรรม เพื่อสร้างสมดุลสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน งานวิจัยและนวัตกรรม เพื่อใช้ประโยชน์ในการพัฒนาศักยภาพชุมชน สำหรับบู๊ทนิทรรศการที่มีผลงานวิจัยโดดเด่น เป็นที่สนใจของนักวิจัย นักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไป ได้แก่ 1.เทคโนโลยีการให้น้ำแบบแม่นยำสำหรับระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ ผลงานวิจัยของ สถาบันวิจัยเกษตร
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ประกาศผลทีมสายอุดมศึกษาผู้พิชิตรางวัลในกิจกรรม “การประกวดผลงานนวัตกรรมสายอุดมศึกษา ประจำปี 2566”ภายในงานมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2566 (Thailand Research Expo 2023) ครั้งที่ 18 ในปีนี้มีผลงานจากนักประดิษฐ์ระดับชั้นอุดมศึกษา จัดแสดงจำนวน 154 ผลงาน ได้รับความสนใจจากผู้มาเยี่ยมชมงานจำนวนมาก ซึ่งผลงานที่ได้รับรางวัล จะได้รับเงินรางวัลพร้อมเกียรติบัตร จาก ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นผู้มอบรางวัล ณ เวที Highlight Stage โรงแรมเซ็นทาราและบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพมหานคร ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวชื่นชมคณะอาจารย์ นิสิต นักศึกษา รวมไปถึงผู้บริหารหน่วยงานที่ให้การสนับสนุน และส่งเสริมกระบวนการสร้างสรรค์ หรือองค์ความรู้การวิจัย และนวัตกรรม เพื่อเป็นฐานความรู้ในการนำไปพัฒนาประเทศ โดยกิจกรรมประกวดผลงานนวัตกรรมสายอุดมศึกษาครั้งนี้ ถือเป็นกิจกรรมสำคัญหนึ่ง ภายในงาน “มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2566” หรือ “Thailand Research Expo 2023” ซึ่งจ
