สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ
วันนี้ (20ตุลาคม 2564) สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับจังหวัดชุมพร นำโดย นายสัมฤทธิ กองเงิน รองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร นำทีมนักวิจัย จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง “โครงการชุดโรงงานพร้อมเครื่องจักรแปรรูปผลไม้ตัวต่อเพื่อธนาคารผลไม้เคลื่อนที่” และ “โครงการนวัตกรรมแปรรูปเพิ่มมูลค่ามังคุดสำหรับเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน : บทเรียนต้นแบบจากชุมชนลุ่มน้ำหลังสวน” ลงพื้นที่ อ.หลังสวน จ.ชุมพร ผนึกการทำงานกับภาครัฐ เอกชน และกลุ่มชาวสวนมังคุด เพื่อขับเคลื่อนการแปรรูปผลไม้เพิ่มมูลค่า บรรเทาผลผลิตล้นตลาด กระตุ้นการจ้างงาน ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในประเทศไทย วช. ตระหนักถึงปัญหา และผลกระทบในหลายมิติ โดยเฉพาะเศรษฐกิจฐานราก จึงได้วางเป้าหมายการวิจัยและพัฒนา ให้สอดรับกับแผนพัฒนาประเทศ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เพื่อเสริมสร้างเศรษฐกิจของประเทศให้เข้มแข็ง โดยส่งเสริมให้ “นวัตกรรมขับเคลื่อนเศรษฐกิจ” ภายใต้แนวคิดหลัก คือ เปลี่ย
ปัญหาอุทกภัยในปี 2564 ช่วงเดือนกันยายนถึงปัจจุบัน เกิดจากปริมาณฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ช่วงวันที่ 8-11 กันยายน 2564 ภาคกลาง ภาคตะวันออกและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ได้รับอิทธิพลของพายุโซนร้อน “ไลออนร็อก”(Lion Rock ) ช่วงวันที่ 11-13 กันยายน 2564 ได้รับอิทธิพลของหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง อ่อนกำลังลงจากพายุดีเปรสชัน “โกนเซิน” (Con Son) ช่วงวันที่ 13-14 ตุลาคม 2564 ได้รับอิทธิพลของพายุโซนร้อน “คมปาซุ”(Kompasu) ร่วมกับร่องมรสุมพาดผ่าน วันที่ 14-24 กันยายน 2564 ได้รับอิทธิพลของร่องมรสุมพาดผ่าน และช่วงวันที่ 24-26 กันยายน 2564 ได้รับอิทธิพลพายุดีเปรสชัน “เตี้ยนหมู่”ทำให้ปริมาณฝนสะสมช่วงเวลาดังกล่าว เฉลี่ยมากกว่า 400 มิลลิลิตร ทำให้ในช่วงแรกของเดือนกันยายน ที่ผ่านมา พื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาหลายพื้นที่มีน้ำท่วมขัง เช่น จังหวัดชัยนาท อ่างทอง และสุพรรณบุรี และในช่วงหลังของเดือน เกิดอุทกภัยจากปริมาณฝนร่วมกับน้ำล้นตลิ่งตามมา ในพื้นที่จังหวัดอ่างทอง ชัยนาท สุพรรณบุรี สิงห์บุรี ลพบุรี และพระนครศรีอยุธยา ผศ.ดร.ไชยาพงษ์ เทพประสิทธิ์ หัวหน้าภาควิชาวิศวกรรมชลประทาน คณะวิศวกรรมศาสตร์ กำแพงแสน ม
วันที่ 12 ตุลาคม 2564 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จัดแถลงข่าว “ NRCT talk : เปิดบ้านการวิจัย By NRCT” เปิดตัว รางวัลการวิจัยแห่งชาติ ประจำปี 2564 รางวัลสิ่งประดิษฐ์คิดค้น ผลงาน “เครื่องกำจัดขยะอินทรีย์ภายในครัวเรือนเพื่อความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม ” ของ ดร.นรินทร์ บุญตานนท์ แห่ง คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เผยต้นทุนการจัดการต่ำ หนุนชุมชนมีส่วนร่วม สร้างสุขลักษณะที่เป็นมิตร ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า กิจกรรม NRCT talk ได้จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 10 เพื่อเป็นเวทีให้นักวิจัยได้นำเสนอผลงาน ภายใต้บทบาทของ วช. ในการให้ทุนวิจัยและนวัตกรรม รวมทั้งการให้รางวัล ประกาศเกียรติคุณ ยกย่องบุคคลหรือหน่วยงานด้านการวิจัยและนวัตกรรม ที่สร้างสรรค์ผลงานที่มีคุณค่า เพื่อสร้างแรงจูงใจ และกระตุ้นให้นักวิจัย นักประดิษฐ์ผลิตผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่มีคุณภาพ ผลักดันไปใช้ประโยชน์ได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยในปี 2564 นี้ วช. ได้มอบรางวัลการวิจัยแห่งชาติ ประเภทผลงานประดิษฐ์คิดค้น ระดับดี สาขาสังคมวิทยา ใ
วันนี้ (11 ตุลาคม 2564) นักวิจัย มหาวิทยาลัยมหิดล โครงการวิจัยเข็มมุ่งการบริหารจัดการแผนงานยุทธศาสตร์เป้าหมายด้านสังคม แผนงานการบริหารจัดการน้ำ ระยะที่ 2 โดยสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) วิเคราะห์สถานการณ์น้ำจากพายุเตี้ยนหมู่ ในเดือนตุลาคมนี้ เผยสถานการณ์น้ำท่วมในลุ่มน้ำเจ้าพระยาใหญ่ช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมาแนวโน้มดีขึ้น แต่ภาคกลางตอนล่าง และตะวันออกมีโอกาสรับอิทธิพลน้ำไหลหลากจากตอนบนสูงขึ้น ปริมาณน้ำไหลเข้าทุกเขื่อนแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยาใหญ่ยังคงระบายน้ำขั้นต่ำ ลดผลกระทบ ย้ำติดตาม อิทธิพลพายุและหย่อมความกดอากาศต่ำแถบมหาสมุทรแปซิฟิก จากกรมอุตุฯ คาดพาดผ่านบางภูมิภาคของไทยเร็วๆ นี้ ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา สถานการณ์น้ำในหลายๆ พื้นที่ของประเทศไทยยังคงอยู่ในขั้นวิกฤต หน่วยงานหลายภาคส่วนยังคง ระดมสรรพกำลังเร่งแก้ปัญหาการบริหารจัดการน้ำ เพื่อบรรเทาความเสียหาย หลังพายุเตี้ยนหมู่ (Dianmu) พัดพาดผ่านเมื่อวันที่ 23 กันยายน 2564 ทำให้เกิดฝนตกหนักเป็นบริเวณกว้าง และเกิดวิกฤติน้ำท่วมตามมาในหลายจังหวัดทางภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลางของประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่มน้ำเ
“อ้อย” เป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศไทยโดยใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตน้ำตาลในประเทศและส่งออกสร้างรายได้เข้าสู่ประเทศนับหมื่นล้านบาท การนำอ้อยมาใช้ประโยชน์ต่างๆ จำเป็นต้องผ่านกระบวนการเก็บเกี่ยวผลผลิตอ้อย 2 วิธี คือ ใช้แรงงานคนและใช้รถตัดอ้อย หลังเก็บเกี่ยวอ้อยเข้าโรงงานน้ำตาล มักมีเศษซากใบอ้อยที่ประกอบด้วยส่วนของใบ กาบใบ และยอดอ้อยที่เหลือจากการมัดอ้อยอยู่ประมาณ 1-2 ตันต่อไร่ ที่ผ่านมาเกษตรกรนิยมเผาใบอ้อยและซากอ้อยก่อนเก็บเกี่ยว เพื่อให้การเตรียมดินปลูกอ้อยในรอบต่อไปทำได้ง่าย วช. ให้ทุนวิจัย “มทร.พระนคร” แปรรูปใบอ้อยแทนการเผา สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ตระหนักถึงปัญหาการเผาอ้อย ก่อให้เกิดปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) รุนแรงขึ้นในช่วงอากาศแล้งและมีปริมาณฝนน้อย เนื่องจากการชะล้างฝุ่นละอองเป็นไปอย่างจำกัด ซึ่งการเผาเศษอ้อย 1 ตันก่อให้เกิดฝุ่นละออง 2-14 กิโลกรัม และก๊าซพิษอื่นๆ อีกหลายชนิด ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและสุขอนามัยของประชาชน รวมทั้งส่งผลต่อเศรษฐกิจของประเทศเป็นอย่างมาก วช. ในฐานะหน่วยงานบริหารงานวิจัยของประเทศ จึงสนับสนุนทุนวิจัยโครงการท้าทายไทยเพื่อจัดการความรู้เพื่อใช้ประโยชน
“อ้อย” เป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศไทยโดยใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตน้ำตาลในประเทศและส่งออกสร้างรายได้เข้าสู่ประเทศนับหมื่นล้านบาท การนำอ้อยมาใช้ประโยชน์ต่างๆ จำเป็นต้องผ่านกระบวนการเก็บเกี่ยวผลผลิตอ้อย 2 วิธี คือ ใช้แรงงานคนและใช้รถตัดอ้อย หลังเก็บเกี่ยวอ้อยเข้าโรงงานน้ำตาล มักมีเศษซากใบอ้อยที่ประกอบด้วยส่วนของใบ กาบใบ และยอดอ้อยที่เหลือจากการมัดอ้อยอยู่ประมาณ 1-2 ตันต่อไร่ ที่ผ่านมาเกษตรกรนิยมเผาใบอ้อยและซากอ้อยก่อนเก็บเกี่ยว เพื่อให้การเตรียมดินปลูกอ้อยในรอบต่อไปทำได้ง่าย วช. ให้ทุนวิจัย “มทร.พระนคร” แปรรูปใบอ้อยแทนการเผา สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ตระหนักถึงปัญหาการเผาอ้อย ก่อให้เกิดปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) รุนแรงขึ้นในช่วงอากาศแล้งและมีปริมาณฝนน้อย เนื่องจากการชะล้างฝุ่นละอองเป็นไปอย่างจำกัด ซึ่งการเผาเศษอ้อย 1 ตันก่อให้เกิดฝุ่นละออง 2-14 กิโลกรัม และก๊าซพิษอื่นๆ อีกหลายชนิด ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและสุขอนามัยของประชาชน รวมทั้งส่งผลต่อเศรษฐกิจของประเทศเป็นอย่างมาก วช. ในฐานะหน่วยงานบริหารงานวิจัยของประเทศ จึงสนับสนุนทุนวิจัยโครงการท้าทายไทยเพื่อจัดการความรู้เพื่อใช้ประโยชน
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ร่วมกับ สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) และมูลนิธิธรรมิกชน พัฒนาอุปกรณ์สิ่งอำนวยความสะดวก (Assistive Technology) สำหรับผู้พิการทางสายตา โดยใช้เทคโนโลยีแสงซินโครตรอน ผลิตเครื่องแสดงผลอักษรเบรลล์ เสริมสร้างการดำรงชีวิตของผู้พิการทางสายตา ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ภาครัฐได้ส่งเสริมสวัสดิการแก่ผู้พิการและผู้สูงอายุในหลายภาคส่วน ภายใต้การนำชุดข้อมูลจากการวิจัยมาใช้สนับสนุน ที่ผ่านมา วช. และหน่วยงานพันธมิตร ได้ร่วมกันจดบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เพื่อให้เกิดการกำหนดนโยบาย วางแผนการพัฒนางานวิจัย นวัตกรรมและเทคโนโลยีสำหรับคนพิการและผู้สูงอายุ ส่งเสริมและสนับสนุนให้คนพิการและผู้อายุให้ได้รับการบริการด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ทันสมัย โดยการนำองค์ความรู้ต่าง ๆ ขับเคลื่อนผลงานวิจัย นวัตกรรมและเทคโนโลยี ขยายผลสู่กลุ่มเป้าหมาย ให้เกิดการใช้ประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม รวมทั้งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานของเจ้าหน้าที่ ลดภาระงานของหน่วยงานรัฐ เพื่อดูแลและส่งเสริมคุณภาพชีวิตผู้พิการและผู้สูงอายุให้ม
นับตั้งแต่เกิดวิกฤติโควิด-19 อัตราการว่างงานในประเทศไทยได้เพิ่มขึ้นทวีคูณ กระทบโดยตรงต่อการดำรงชีวิตประจำวัน กิจกรรมในภาคเศรษฐกิจลดลงอย่างรุนแรง การว่างงานเพิ่มขึ้น และรายได้จากการทำงานลดลง แรงงานที่ได้รับผลกระทบจากการถูกเลิกจ้างส่วนใหญ่เดินทางกลับภูมิลำเนาในต่างจังหวัดเปลี่ยนไปประกอบอาชีพเกษตรกรรมมากขึ้น แต่จากอุปสรรคในการพัฒนาจึงทำให้การเติบโตของเศรษฐกิจฐานรากยังไม่บรรลุเป้าหมาย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เปิดเผยว่า จากความเหลื่อมล้ำทางสังคม ส่งผลให้ในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมาเศรษฐกิจในชนบท ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมอยู่ในสภาพที่ไม่เข้มแข็งมากนัก เพราะขาดการพัฒนาในหลาย ๆ ด้าน ทำให้ภาคเกษตรกรรมไม่สามารถรองรับแรงงานที่อพยพคืนถิ่น และตอบโจทย์ในการสร้างความมั่นคง ยั่งยืนในการประกอบอาชีพได้ จำเป็นต้องให้การสนับสนุนอย่างครบวงจร สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เห็นความสำคัญของการวิจัยพัฒนาเศรษฐกิจระดับฐานราก เพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น ขณะเดียวกันก็เป็นการสร้างความมั่นคงในการปร
แพะ ถือเป็นสัตว์เศรษฐกิจชนิดหนึ่งที่นิยมเลี้ยงในปัจจุบัน โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เนื่องจากคนส่วนใหญ่ที่อาศัยในพื้นที่เป็นคนไทยอิสลาม จึงทำให้แพะเป็นที่ต้องการเพราะใช้ประกอบพิธีทางศาสนาและเพื่อการบริโภคในครัวเรือน เนื่องจากแพะเป็นสัตว์เลี้ยงง่าย ค่าใช้จ่ายไม่สูง สามารถหากินใบไม้ใบหญ้าได้เอง ทั้งยังให้ผลผลิตเนื้อและนม เนื้อแพะเป็นอาหารที่มีโปรตีนที่ย่อยได้ในระดับสูงกว่าเนื้อวัว หมู และไก่ มีไขมันในระดับต่ำกว่าเนื้อสัตว์ชนิดอื่น ๆ นมแพะมีคุณค่าทางอาหารสูง ใกล้เคียงหรือสูงกว่านมโค กระบือ ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กล่าวว่า วช. เล็งเห็นความสำคัญ และประโยชน์ของการเลี้ยงแพะในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ จึงส่งเสริมและสนับสนุนทุนให้ แผนงานวิจัยและพัฒนาขับเคลื่อนการเลี้ยงแพะของภาคใต้ โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ไชยวรรณ วัฒนจันทร์ รองผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยอุตสาหกรรมและชุมชน สำนักวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ลงพื้นที่ไปสำรวจปัญหาจากเกษตรกร และผู้ประกอบการ เพื่อนำมากำหนดเป็นแนวทางในการขับเคลื่อนงานวิจัยและพัฒนาด้านแพะ ให้เลี้ยงแพะของภาคใต้กลาย
ในแต่ละปี สังคมไทยสร้างขยะมูลฝอยและของเสียอันตรายมากกว่า 27.93 ล้านตันต่อปี ประเมินกันว่ามีเพียงร้้อยละ 26 หรือประมาณ 10.85 ล้านตัน ที่ถูกกำจัดอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการโดยมีบางส่วนถูกนำไปแปรรูปนำกลับมาใช้ใหม่ ส่วนที่เหลือส่วนใหญ่ไม่ได้รับการจัดการ หรือถูกทิ้งกองเป็นขยะมูลฝอยตกค้างซึ่งมีปริมาณเพิ่มขึ้นทุกปี ทำให้เกิดปัญหาต่าง ๆ ตามมามากมาย เช่น ไฟไหม้บ่อขยะ ปัญหาเรื่องกลิ่น สร้างผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน ในขณะที่พื้นที่ที่จะใช้ในการฝังกลบขยะกลับหายากขึ้นเพราะถูกต่อต้านจากชุมชน ขยะมูลฝอยจึงเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมที่รอการแก้ไขอย่างเร่งด่วน ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เปิดเผยว่า ในช่วงสิบกว่าปีที่ผ่านมา แนวคิดเกี่ยวกับการจัดการขยะมูลฝอยได้เปลี่ยนแปลงไป โดยมองว่าขยะมูลฝอยสามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ และสามารถเพิ่มรายได้ให้กับประชาชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้ “เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) จึงเป็นทางออกที่ดีที่สุด ในการหมุนเวียนนำทรัพยากรกลับมาใช้ใหม่เพื่อลดปริมาณขยะ เพื่อให้เกิดการจัดการขยะมูลฝอยอย่างยั่งยืน สำนักงาน
