สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ
ในปี 2563 ประเทศไทยสามารถผลิตเมล็ดพันธุ์คุณภาพดีหลากหลายชนิด มูลค่ารวม 1.1 หมื่นล้านบาท เมล็ดพันธุ์ที่ผลิตได้ใช้เพาะปลูกภายในประเทศ 4.3 พันล้านบาท และส่งออก 129 ประเทศ มูลค่า 7.4 พันล้านบาท ตลาดหลักสำคัญอยู่ในกลุ่มประเทศอาเซียนและเอเชียแปซิฟิก คาดว่าในปี 2565 ไทยจะมีมูลค่าส่งออกเมล็ดพันธุ์ไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นล้านบาท ที่ผ่านมา ประเทศไทยมีมูลค่าการส่งออกและจำนวนประเทศคู่ค้าที่สั่งซื้อเมล็ดพันธุ์เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เป็นหลักฐานยืนยันได้ว่า ประเทศไทยมีความก้าวหน้าด้านงานวิจัยพัฒนาเมล็ดพันธุ์ มีศักยภาพการบริหารจัดการเชื้อพันธุกรรม การปรับปรุงพันธุ์พืช การผลิตเมล็ดพันธุ์คุณภาพสูง และการเพิ่มมูลค่าเมล็ดพันธุ์ เนื่องจากบริษัทเมล็ดพันธุ์ของไทยส่วนใหญ่ดำเนินธุรกิจในลักษณะรับจ้างผลิตเมล็ดพันธุ์จากต่างประเทศ มูลค่าการส่งออกเมล็ดพันธุ์ส่วนนี้คือ การขายแรงงานและที่ดินของประเทศในราคาถูก บริษัทต่างชาติที่มาจ้างผลิตมีอำนาจต่อรองราคา มีโอกาสเคลื่อนย้ายฐานการผลิตไปประเทศเพื่อนบ้านในราคาค่าแรงที่ถูกกว่า ดังนั้น รัฐบาลไทยมุ่งขับเคลื่อนประเทศไทยเป็นศูนย์กลางเมล็ดพันธุ์ ตามแผนพัฒนาโมเดล BCG Economy หรือ เศรษฐกิจ
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดตัว “ผลิตภัณฑ์แก้อาการผมร่วงชนิดแอนโดรจินิค – อโลเพเซียจากสารสกัดแสมทะเล” ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่คว้ารางวัลการวิจัยแห่งชาติ ประเภทรางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้น ระดับดีมาก ประจำปี 2564 ในงาน NRCT Talk เปิดบ้านงานวิจัยและนวัตกรรม ครั้งที่ 8 ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. มีภารกิจที่สำคัญในการส่งเสริมและสนับสนุนผลงาน ผลผลิต ผลิตภัณฑ์ กรรมวิธี กระบวนการวิธี มาตรการ หรือระบบตลอดจนวิทยาการต่าง ๆ ที่พิสูจน์แล้วว่าเป็นประโยชน์แก่สังคมและประเทศชาติ ในครั้งนี้ วช. ได้มอบรางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้น ระดับดีมาก ประจำปี 2564 ให้แก่ ศาสตราจารย์ ดร.วันชัย ดีเอกนามกูล แห่งภาควิชาเภสัชเวทและเภสัชพฤกษศาสตร์ คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เนื่องจากเป็นนักวิจัยที่มีความคิดริเริ่มและอุทิศตนเพื่องานวิจัย ได้สร้างองค์ความรู้ทางการวิจัยที่สำคัญ ในการสกัดสมุนไพรจากแสมทะเลมาใช้แก้ปัญหาผมร่วงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ศาสตราจารย์ ดร.วันชัย ดีเอกนามกูล กล่าวว่า “ผลิตภัณฑ์แก้อาการผมร่วงชนิดแอนโดรจ
จากปัญหาความเสื่อมสภาพของร่างกายทำให้ ่ผู้สูงอายุ’ เป็นกลุ่มวัยที่มีความเสี่ยงสูงต่อภาวะขาดสารอาหาร โดยมีสาเหตุมาจากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นปัจจัยด้านร่างกาย เช่น เกิดปัญหาในการเคี้ยวอาหารเพราะฟันไม่แข็งแรง ตุ่มรับรสบริเวณลิ้นทำงานได้ไม่ดี ทำให้รับประทานอาหารแล้วรู้สึกไม่อร่อย หรือด้านจิตใจที่รู้สึกเบื่อหน่าย วิตกกังวล ต้องเผชิญกับโรคซึมเศร้า ซึ่งเป็นผลมาจากฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลง ทำให้ความอยากอาหารลดลง จึงเกิดการเจ็บป่วยได้ง่ายเพราะร่างกายได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เปิดเผยว่า จากผลการศึกษาพบว่ากลุ่มคนที่มีอายุมากกว่า 65 ปี หรือผู้สูงอายุส่วนใหญ่ มักจะประสบปัญหาการรับประทานอาหารที่มีโภชนาการที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจจะนำไปสู่ภาวะของการขาดสารอาหาร หรือภาวะโภชนาการเกิน ประกอบกับผู้สูงอายุส่วนมากมักมีโรคประจำตัว ดังนั้น การได้รับอาหารบางอย่างมากเกินไป หรือน้อยเกินไป อาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรงสำหรับผู้สูงอายุได้ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยา วิจัย และนวัตกรรม (อว.) ให้ความสำคัญกับโภชนาการผู้สูงอายุ ได้สนับสนุนทุน
วันที่ 15 กันยายน 2564 สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดย ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) ร่วมกับ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ส่งมอบ PETE (พีท) เปลความดันลบเคลื่อนย้ายผู้ป่วยโควิด-19 จำนวน 7 ชุด ให้แก่โรงพยาบาล เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานของบุคลากรทางการแพทย์รับมือสถานการณ์การระบาดโรคโควิด-19 โดยมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พร้อมด้วย นางกุลประภา นาวานุเคราะห์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สวทช. และทีมนักวิจัยเอ็มเทค เป็นผู้ส่งมอบฯ ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กล่าวว่า วช. ในฐานะศูนย์ปฏิบัติการด้านนวัตกรรมทางการแพทย์และวิจัยพัฒนา ภายใต้ ศปก.ศบค. ได้มีการนำโจทย์จากประเด็นความสำคัญของประเทศมาดำเนินการผลักดันเพื่อให้เกิดผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่จะช่วยแแก้ไขปัญหาต่างๆ โดยรับโจทย์จากสถานการณ์จริง รวมถึงการส่งเสริมให้กับนักวิจัยและนักวิชาการได้ร่วมกันพัฒนาผลงานวิจัยและนวัตกรรมมาช่วยแก้ปัญหาตั้งแต่เริ่มมีการระบาดจนถึงปัจจุบัน โดยระยะแรกที่อุปกรณ์เครื่องมือทางการแพทย์ และเวชภัณฑ์เริ่มมีการขาดแคลน วช. ไ
เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2564 ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เข้าร่วมอภิปรายในการประชุมผู้บริหารองค์กรให้ทุนวิจัยนานาชาติ ครั้งที่ 11 “The 11th Funding Agency Presidents’ Meeting (FAPM)” ผ่านระบบการประชุมออนไลน์ โดย ดร.วิภารัตน์ฯ ได้นำเสนอบทบาทของ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ในการตอบสนองต่อสถานการณ์ฉุกเฉินของการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 (COVID-19) ในระยะต่าง ๆ ในฐานะผู้ให้ทุนวิจัยของประเทศไทยภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และบทบาทของ วช. ในฐานะหน่วยงานบริหารจัดการทุนของประเทศไทยในการส่งเสริมและสนับสนุนแผนงานหรือโครงการเกี่ยวกับการพัฒนาทักษะของกำลังคนในประเทศเพื่อรองรับการพัฒนาของเทคโนโลยีที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างก้าวกระโดด ซึ่งการประชุม Funding Agency Presidents’ Meeting (FAPM) ครั้งนี้ได้จัดขึ้นติดต่อกันเป็นปีที่ 11 มีผู้บริหารจากองค์กรให้ทุนวิจัยหลักในระดับชาติและนานาชาติ จำนวนถึง 49 หน่วยงาน จาก 35 ประเทศทั่วโลกเข้าร่วมการประชุม โดยในปีนี้มุ่งเน้นหารือร่วมกันในประเด็น “การเตรียมรับภาวะฉุกเฉินครั้ง
“ขยะพลาสติก” เป็นปัญหาระดับโลกที่สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของคนในสังคม ในแต่ละปีทั่วโลกมีการใช้ถุงพลาสติกมากถึง 5 แสนล้านใบ และครึ่งหนึ่งเป็นพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง (Single – use Plastics) สำหรับในประเทศไทยแต่ละปีมีการก่อขยะพลาสติกปริมาณกว่า 2 ล้านตัน โดยมีการใช้ถุงพลาสติกประมาณ 4.5 หมื่นล้านใบต่อปี และมากกว่าร้อยละ 50 เป็นขยะพลาสติกที่มาจากธุรกิจจัดส่งอาหาร ปัญหาขยะพลาสติกในประเทศไทยเริ่มหนักขึ้นและกำลังเข้าสู่ขั้นวิกฤต ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เปิดเผยว่า เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานในการป้องกันและแก้ไขปัญหาขยะพลาสติกที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม คณะรัฐมนตรีจึงมีมติให้มีการ ลด-เลิกใช้พลาสติก (ถุงพลาสติกหูหิ้ว กล่องโฟมบรรจุอาหาร แก้วพลาสติก หลอดพลาสติก ฟิล์มพลาสติก ฯ ) โดยใช้วัสดุทดแทนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หรือพลาสติกชีวภาพแบบ “ร้อยเปอร์เซ็นต์” หรือหมายถึงการยกเลิกใช้อย่างสิ้นเชิง ภายในปี 2565 แต่เนื่องจากการใช้ถุงพลาสติกเป็นภาพสะท้อนความเคยชินในชีวิตประจำวันของคนในสังคม ดังนั้นจึงต้องมีการเตรียมความพร้อมทั้งในส่วนของผู้ผลิ
เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2564 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) จัดกิจกรรม NRCT TALK “เปิดบ้านงานวิจัยและนวัตกรรม By NRCT : รางวัลการวิจัยแห่งชาติ ครั้งที่ 7 โชว์นวัตกรรมการเรียนรู้การพัฒนาระบบซอฟต์แวร์โดรนแปรอักษร หนึ่งในนวัตกรรมที่ได้รับรางวัลการวิจัยแห่งชาติ : รางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้น ระดับดีเด่น ประจำปี 2564 ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เปิดบ้านงานวิจัยและนวัตกรรม By NRCT รางวัลการวิจัยแห่งชาติ ครั้งที่ 7 เพื่อเชิดชูนักประดิษฐ์ที่สร้างสรรค์ผลงานที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติสร้างคุณูปการให้กับวงวิชาการและประเทศชาติ รวมทั้งเป็นรางวัลที่ส่งเสริมการสร้างแรงจูงใจของนักประดิษฐ์ และนักวิจัยในอันที่จะพัฒนานวัตกรรมทางความคิด และภูมิปัญญาที่เป็นประโยชน์ สร้างความก้าวหน้าในศาสตร์แขนงต่าง ๆ โดย วช. ได้มอบรางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้น ระดับดีเด่น ให้กับ“นวัตกรรมการเรียนรู้การพัฒนาระบบซอฟต์แวร์โดรนแปรอักษร” ของ นายพิศิษฐ์ มิตรเกื้อกูล นายกสมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ ซึ่งนวัตกรรมดังกล่าว นักประดิษฐ์ได้อุทิศตนเพื่อประดิษฐ์คิดค้น ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีด้านอากา
ผศ.จีระศักดิ์ เพียรเจริญ และ รศ.ดร.จารุวัฒน์ เจริญจิต จากคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย เผยนำนวัตกรรมเครื่องสกัดน้ำมันหอมระเหยด้วยน้ำและไอน้ำ ลงพื้นที่ ณ ศูนย์การเรียนรู้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ต.บ้านลำ อ.วิหารแดง จ.สระบุรี ภายใต้การสนับสนุนทุนวิจัยจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ในความร่วมมือกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) พร้อมถ่ายทอดองค์ความรู้ สร้างผลิตภัณฑ์ OTOP เพิ่มมูลค่าสมุนไพรในชุมชน ในยุคปัจจุบัน พืชสมุนไพรเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่สำคัญต่อการพัฒนายาและผลิตภัณฑ์สุขภาพ เพื่อรักษา บรรเทาอาการต่าง ๆ ให้ทุเลาลง หรือกระทั่งเพื่อความสวยความงาม และบำบัดจิตใจ โดยเฉพาะประเทศไทย ที่มีจุดแข็งด้านการปลูกและสืบทอดตำรับยาสมุนไพรเป็นภูมิปัญญามาช้านาน กระทั่งได้ขึ้นบัญชียาสมุนไพร เกิดผลิตภัณฑ์และการศึกษาพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อใช้กับมนุษย์และสัตว์ อีกทั้งช่วยสร้างรายได้และการเติบโตทางเศรษฐกิจให้กับประเทศได้อีกด้วย เช่นเดียวกับ ผลิตภัณฑ์น้ำมันหอมระเหยจากพืชสมุนไพรที่มีราคาสูง ผลงานของ ผศ.จีระศั
ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เปิดเผยว่า สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ภายใต้ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) นำคณะนักประดิษฐ์ นักวิจัยไทยจาก 16 หน่วยงานคว้ารางวัลระดับนานาชาติจากงาน “2021 Japan Design, Idea and Invention Expo” (JDIE 2021) ซึ่งกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 18 – 20 สิงหาคม 2564 ที่ผ่านมา ณ กรุงเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นการประกวดและนำเสนอผลงานในรูปแบบออนไลน์ และเป็นที่น่ายินดีที่นักประดิษฐ์ไทยสามารถคว้ารางวัลต่างๆ กว่า 40 รางวัล ประกอบด้วย รางวัลเหรียญทอง จำนวน 25 รางวัล และรางวัลเหรียญเงิน จำนวน 18 รางวัล โดยผลงานจากประเทศไทยที่ได้รับรางวัลเหรียญทอง ได้แก่ เรื่อง “สเปรย์สมุนไพรนาโนสูตรเย็นบรรเทาอาการปวดเมื่อย” โดย นางสาววราภรณ์ โชติสวัสดิ์ และคณะ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เรื่อง “นวัตกรรมนาโนเจลสูตรน้ำสำหรับทดแทนการอาบน้ำสำหรับสัตว์เลี้ยงป่วย หลังทำวัคซีนหรือมีบาดแผลซึ่งห้ามโดนน้ำ” โดย ดร.ธีรพงศ์ ยะทา และคณะแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เรื่อง “SOCIEMO” แพลตฟอร์มการทำงานร่วมกันบนฐานสังคมอารมณ์สำหรับการทำงานในอนาคต” โดย ศาส
วันที่ 3 กันยายน 2564 กองทัพอากาศ รับมอบนวัตกรรมห้อง ICU ความดันลบเคลื่อนที่ พร้อมอุปกรณ์ป้องกันสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ ที่สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) นำมามอบให้โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช กรมแพทย์ทหารอากาศ เพื่อรองรับผู้ป่วยโควิด-19 ในโรงพยาบาลสังกัดกองทัพอากาศ พลอากาศเอก แอร์บูล สุทธิวรรณ ผู้บัญชาการทหารอากาศ รับมอบนวัตกรรมห้อง ICU ความดันลบเคลื่อนที่ พร้อมอุปกรณ์ป้องกันสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ จาก ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ โดยมีพลอากาศโท ฐานัตถ์ จันทร์อำไพ เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารอากาศ ให้การต้อนรับ ณ ห้องรับรองพิเศษ 1 กองบัญชาการกองทัพอากาศ กรุงเทพมหานคร พลอากาศเอก แอร์บูล สุทธิวรรณ ผู้บัญชาการทหารอากาศ กล่าวว่า นวัตกรรมห้อง ICU ความดันลบเคลื่อนที่ ถือว่าเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมากในสถานการณ์ในปัจจุบัน กองทัพอากาศ โดยศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองทัพอากาศ มีภารกิจในการเตรียมการป้องกัน และบรรเทาความเดือนร้อนจากสาธารณภัย ซึ่งใช้ทรัพยากรของกองทัพอากาศที่มีอยู่ และของที่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐและภาคเอกชน ซึ่งใ
