อาชีพเสริม
บุรีรัมย์ – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวบ้านบ้านหนองหว้า หมู่ที่ 10 ตำบลหนองขมาร อำเภอคูเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ กว่า 50 ครัวเรือน ได้ปรับพื้นที่นาหลังเสร็จจากการเก็บเกี่ยวข้าว ลงทุนปลูกข้าวโพดพันธุ์หวานและข้าวโพดข้าวเหนียว ซึ่งเป็นพืชอายุสั้นและใช้น้ำน้อย ใช้ระยะเวลาเพียง 2 เดือนเศษ ก็สามารถเก็บผลผลิตได้ จากนั้นนำผลผลิตไปต้มสุกและวางขายสดตามเพิงริมถนนสายคูเมือง-พุทไธสง ให้กับประชาชนที่ขับรถสัญจรผ่านไปมา ในราคาถุงละ 20 บาท 3 ถุง 50 บาท ทั้งขายส่งให้กับแม่ค้าที่มารับซื้อไปขายต่อตามตลาดในราคา กิโลกรัมละ 13 บาท อีกด้วย ถือเป็นอาชีพเสริมให้กับชาวบ้านได้เป็นอย่างดี ชาวบ้านมีรายได้จากการปลูกข้าวโพดขาย เฉลี่ยวันละ 1,000-2,000 บาท ซึ่งแต่ละปีสามารถปลูกได้ 2 ครั้ง ช่วงเดือนพฤศจิกายน-เมษายน ทำให้ชาวบ้านที่หันมาปลูกข้าวโพดขายหลังฤดูทำนามีรายได้เสริม ครั้งละ 3-4 หมื่นบาท นางพวย เจริญยิ่ง และ นายวิชัย ปวงศิริ ชาวบ้านบ้านหนองหว้า บอกว่า หลังเสร็จจากการเก็บเกี่ยวข้าว จะปรับพื้นที่นาปลูกข้าวโพดทั้งสายพันธุ์หวานและข้าวโพดข้าวเหนียว เพราะเป็นพืชอายุสั้นและใช้น้ำน้อย ส่วนน้ำที่หล่อเลี้ยงต้นข้าวโพด อาศัยน้ำจากแ
เมื่อวันที่ 9 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวบ้านหัวเข่า ต.คาละแมะ อ.ศีขรภูมิ จ.สุรินทร์ ดำรงชีวิตแบบพึ่งพาตนเองและสิ่งแวดล้อม หลังจากการเก็บเกี่ยวข้าว ก็จะมีวิถีชีวิตในการดำรงชีพแบบอาศัยธรรมชาติใกล้ตัว เป็นแหล่งหาอาหารทั้งนำมาประกอบอาหารรับประทานในครัวเรือน และเหลือจากนั้นก็จะนำไปขาย มีรายได้พอเลี้ยงชีวิต อย่างเช่น นายพันธ์ มณี อายุ 49 ปี บ้านเลขที่ 49 หมู่ที่ 3 บ้านหัวเข่า ต.คาละแมะ อ.ศีขรภูมิ จ.สุรินทร์ พร้อมภรรยา และเพื่อนบ้านเดียวกันอีก 4-5 คน ชักชวนกันออกหากบ เขียด ตามท้องทุ่งนา ที่ขุดรูทำหลุมอยู่ตามทุ่งนา ใต้กองฟางที่เกี่ยวข้าวแล้ว เพื่อนำมาประกอบเป็นอาหารบ้าง บางส่วนเก็บไว้ขายบ้าง อุปกรณ์ที่นำไปหากบ เขียด ก็มีเคียวเกี่ยวข้าว เสียม ถุงตาข่าย พร้อมทั้งห่อข้าวและน้ำดื่มไปด้วย เมื่อยามที่หิวข้าวก็จะได้กินที่ทุ่งนาเลย ส่วนที่ต้องนำเคียวเกี่ยวข้าวไปด้วยเพราะจะสะดวกในการเขี่ยเกี่ยวฟางข้าวหากบหาเขียด เมื่อเจอรูกบ รูเขียด หากพบเป็นดินนูนๆชาวบ้านจะรู้เลยว่า มีกบอยู่ใต้ดินนูน เมื่อเปิดดินออกจะเห็นตัวกบซ่อนตัวอยู่หลุม หรือบางทีก็อยู่ในหลุมลึกลงไปเล็กน้อย ซึ่งกบจะทำดินปิดปากรูหลุมเอาไว้ ชาวบ้
เวลา 08.00 น.วันที่ 15 พ.ย.2559 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่าพระที่สำนักสงฆ์ทุ่งนาทอง หมู่ที่ 7 ต.บ้านโสก อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ได้ร่วมกับชาวบ้านทำการปลูกพืชผักขายเป็นรายได้นำเงินไปเป็นค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงและพัฒนาสำนักสงฆ์และนอกจากนั้นยังสอนให้ชาวบ้านอยู่แบบพอเพียงพึ่งพาตนเองให้มากที่สุดรวมทั้งให้รวมกลุ่มกันทำงานหรือที่เรียกว่าลงแขกโดยที่แทบไม่ต้องจ้างแรงงานเลย จึงเดินทางไปตรวจสอบพบชาวบ้านส่วนหนึ่งกำลังเก็บผักบุ้งและอีกส่วนหนึ่งก็กำลังช่วยกันมัดและชั่งบรรจุถุงเพื่อนำไปส่งให้กับแม่ค้าที่ตลาดในตัวอำเภอหล่มสัก พระจรูญ ยโสธโร หรือพระอาจารย์ไก่ เจ้าสำนักสงฆ์ทุ่งนาทองเปิดเผยว่าเดิมสถานที่แห่งนี้เป็นป่าช้าเก่าและเป็นป่าชุมชนอยู่กลางทุ่งนาเนื้อที่ประมาณ 10 ไร่ ตนเห็นว่าเป็นสถานที่สงบเงียบเหมาะที่จะเป็นที่ปฏิบัติธรรมจึงได้ชวนชาวบ้านพัฒนาและสร้างศาลารวมทั้งที่พักสงฆ์เพื่อให้พระสงฆ์ได้อยู่อาศัย จนสามารถใช้เป็นที่ปฏิบัติธรรมสำหรับชาวบ้านที่อยู่ใกล้เคียงได้ สำหรับชาวบ้านบริเวณใกล้เคียงประกอบอาชีพทำนาและปลูกผักและส่วนมากก็จะใช้วิธีจ้างแรงงานซึ่งค่อนข้างแพงตนจึงเห็นว่าหากทุกคนร่วมแรงร่วมใจและช่วยกันทำงา
