เทคโนโลยีชาวบ้าน
“กลิ่นคอกหมู” คือหนึ่งในปัญหาใหญ่ที่เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรต้องเผชิญ ไม่เพียงสร้างความรบกวนให้กับผู้อยู่อาศัยโดยรอบ แต่ยังส่งผลต่อสุขภาพของทั้งคนและสัตว์ในฟาร์ม หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่จัดการอย่างเหมาะสม อาจกลายเป็นปัญหาสะสมที่ยากต่อการแก้ไข ในขณะที่หลายฟาร์มเลือกใช้สารเคมีเพื่อควบคุมกลิ่น แต่ก็ต้องแลกมาด้วยต้นทุนที่สูง และความเสี่ยงต่อสิ่งแวดล้อม วันนี้มีอีกหนึ่งทางเลือกที่ทั้ง “ประหยัด ปลอดภัย และได้ผลจริง” นั่นคือ “น้ำหมักมะเฟือง” สูตรธรรมชาติที่เกษตรกรหลายพื้นที่นำมาใช้แก้ปัญหากลิ่นคอกหมูได้อย่างมีประสิทธิภาพ ใครมีปัญหาคอกหมูมีกลิ่น ไม่ว่าจะคอกดินหรือคอกปูน ล้างเท่าไหร่กลิ่นก็ยังเหม็น🍃 วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้านขอนำเสนอ “สูตรน้ำหมักมะเฟือง” สูตรที่ใช้ให้หมูกินเพื่อความแข็งแรงและลดปัญหากลิ่นเหม็นในคอกหมู วิธีทำง่ายมากๆ สามารถนำไปทำตามกันได้ ทำไมคอกหมูถึงมีกลิ่นแรง? กลิ่นเหม็นในคอกหมูส่วนใหญ่เกิดจากการย่อยสลายของมูลสัตว์และเศษอาหารที่ตกค้าง โดยเฉพาะในสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นสูงและการระบายอากาศไม่ดี จะทำให้เกิดก๊าซ เช่น แอมโมเนีย และก๊าซไข่เน่า (ไฮโดรเจนซัลไฟด์) ซึ่งเป็นต้นเหตุของก
สวนฝรั่งสายพันธุ์แดงอโยธยาเบอร์ 3 ผลงานพัฒนาและทดลองของเกษตรกรรุ่นใหม่ ซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิก Young Smart Farmer ของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เขาได้ศึกษาการทำเกษตรด้วยตนเองจากก้าวเล็กๆ สู่ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่เพาะต้นพันธุ์ขายส่งออกต่างประเทศรายได้ปีหนึ่งเกือบ 7 หลัก! คุณเมธาพล คุณาไทย หรือ คุณต้น เจ้าของสวนคุณาไทยเกษตรผสมผสาน และเจ้าของสายพันธุ์แท้แดงอโยธยาเบอร์ 3 จากอดีตพนักงานออฟฟิศที่ทำงานมากว่า 10 ปี ก่อนจะผันตัวมาทำสวนผลไม้จนประสบความสำเร็จ จุดเริ่มต้นของสายพันธุ์แดงอโยธยาเบอร์ 3 ต้องเล่าย้อนกลับไปเมื่อ 5 ปีก่อน คุณต้นได้เริ่มปลูกฝรั่งไต้หวัน ซึ่งในตอนนั้นมันจะมีด้วยกันหลักๆ อยู่ 2 สายพันธุ์ คือ “หงเป่าสือ” กับ “ซีกัวปาล่า” หากถามว่าฝรั่งทั้ง 2 มีความแตกต่างกันอย่างไร? “ต้องเล่าอย่างนี้ครับคือ ตัวของซีกัวปาล่าจะมีความดก ข้อเสียคือ มีเมล็ดเยอะ ส่วนหงเป่าสือ ข้อดีคือ มีรสชาติที่อร่อยมาก แต่ข้อเสียของหงเป่าสือคือ ติดผลยาก” คุณต้นเลยเกิดความคิดขึ้นมาว่า “เราจะทำยังไงให้ฝรั่งมันดกแล้วอร่อย” จึงเกิดการทดลองนำ 2 สายพันธุ์ที่สวนปลูกไว้มาผสมกันโดยใช้วิธีการผสมเกสร และได้เพาะเมล็ดออกมาหลายร
เก้ากลิ่น ได้เริ่มต้นจากการคัดสรรดอกไม้คุณภาพ 9 ชนิดมาปรุงแต่ง จนเป็นกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว เพื่อนำมาปรุงผลิตภัณฑ์สมุนไพรต่างๆ ภายใต้ แบรนด์เก้ากลิ่น ให้มีกลิ่นหอมและสรรพคุณที่มีประสิทธิภาพ โดยมุ่งเน้นให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถใช้ได้ทุกเพศทุกวัย วัตถุดิบธรรมชาติคุณภาพคัดพิเศษจากแหล่งธรรมชาติ และผ่านกระบวนการผลิตสมัยใหม่ที่มีคุณภาพและมาตรฐานรับรองเพื่อให้ผู้บริโภควางใจถึงความปลอดภัยและประสิทธิภาพในการใช้งาน คุณจันทนา วิชัย เจ้าของแบรนด์เก้ากลิ่น เล่าว่า อดีตเป็นอาจารย์สอนทางด้านเครื่องหอมที่วิทยาลัยอาชีวศึกษาพระนครศรีอยุธยา มีความสามารถในการทำน้ำอบไทย น้ำปรุง แป้งร่ำ ชุดเครื่องหอมราชสำนักกรุงเก่า และเป็นผู้คิดค้นปรับปรุงสูตรน้ำปรุง น้ำอบไทยต่างๆ เพื่อพัฒนางานภูมิปัญญาไทยให้มีคุณภาพ ปัจจุบันได้รับการจดอนุสิทธิบัตร เรื่องน้ำหอมจากมะกรูดไทย โดยกรมทรัพย์สินทางปัญญา วัตถุดิบที่เลือกใช้ในผลิตภัณฑ์เก้ากลิ่นเป็นเกรดพรีเมียมที่ได้รับการรับรองเท่านั้น เพราะเชื่อว่าวัตถุดิบที่ดีจะนำมาซึ่งผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและประสิทธิภาพ ตำนานเครื่องหอมเก้ากลิ่นอยุธยา เป็นสิ่งที่นำมาประกอบกันทำให้เกิดกลิ่นห
เลี้ยงสัตว์ 8 ชนิดเป็นอาชีพเสริม สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ ใครกำลังมองหาอาชีพเสริม การเลี้ยงสัตว์ก็เป็นอีกหนึ่งอาชีพที่น่าสนใจ ที่ควรศึกษา เพื่อสร้างอาชีพเป็นธุรกิจได้ บางคนอาจจะเริ่มจากสิ่งที่ชอบ จากสิ่งที่รัก ให้กลายเป็นอาชีพที่มีรายได้มากกว่างานประจำที่ทำก็เป็นได้ไม่ยาก เพียงแค่ลุย ลงมือทำ ก็สามารถประสบความสำเร็จได้ไม่ช้า วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้าน ได้รวบรวม “เลี้ยงสัตว์ 8 ชนิดเป็นอาชีพเสริม สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ” มาเป็นไอเดียให้สำหรับคนที่อยากเริ่มต้นเลี้ยงสัตว์สร้างรายได้ แต่ไม่รู้จะเลี้ยงอะไรดี ลองเอาไอเดียเหล่านี้ไปศึกษาการเลี้ยงเพิ่มเติม ทุกการเริ่มต้นอาจจะยากสำหรับมือใหม่ ปูนา หากใครอยากเลี้ยงปูนาให้ตัวเบิ้มๆ ตัวอวบ แข็งแรง ต้องเริ่มจากการเข้าใจพฤติกรรมของปูนา อาหารที่ใช้เลี้ยง รวมถึงสภาพแวดล้อมที่ใช้เลี้ยงปูนาเองก็สำคัญ เพราะสภาพแวดล้อมเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้ปูนาเจริญเติบโตได้อย่างสมบูรณ์ การเพาะเลี้ยงนั้น จะเลี้ยงในบ่อปูนซีเมนต์ มีการใส่ดินเพื่อป้องกันการหลุดของขาปู รวมทั้งควรมีที่หลบภัยเนื่องจากช่วงที่ปูลอกคราบปูมักจะกินกันเอง และต้องมีคอกป้องกันปูไต่หนี ส่วนอาหารจะให้เป็นอาห
วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้าน บอกหมดเปลือก เคล็ดไม่ลับ “สูตรน้ำหมักปลา” เป็นแหล่งสารอาหารสำหรับจุลินทรีย์ดิน บำรุงต้น ช่วยให้ออกดอกเร็ว บำรุงต้นก่อนออกดอกช่วยให้ออกดอกเร็ว เก็บผลผลิตได้เร็ว ซึ่งการใส่น้ำหมักปลาลงดินจะช่วยให้จุลินทรีย์ในดินย่อยสลายซากพืชซากสัตว์ได้เร็วยิ่งขึ้น ทำให้ปลดปล่อยธาตุอาหารที่มีประโยชน์ต่อพืชมากขึ้น ได้ผลผลิตปริมาณที่มากขึ้นและมีคุณภาพดี ช่วยให้ช่อดอกมีความยาวเพิ่มขึ้นและช่วยในการแตกยอดใหม่ของพืช แต่ถ้าใช้ในอัตราเข้มข้นก็จะทำหน้าที่ปราบศัตรูพืชได้ รวมถึงพืชสามารถใช้กรดอะมิโนในการผลิตฮอร์โมนพืชในกลุ่มออกซินได้ วิธีสังเกตว่าจะนำน้ำหมักมาใช้ได้ ระยะที่ 1 สังเกตน้ำหมักจะออกเข้มข้นเป็นฟองใหญ่ไม่แตกง่าย ระยะที่ 2 ฟองจะค่อยๆ เล็กและแตกง่ายจะมีกลิ่นหอม ระยะที่ 3 ฟองจะค่อยๆ เล็กลงมากมีกลิ่นน้ำส้มคล้ายกลิ่นแอลกอฮอล์และฟองจะละเอียดมากขึ้น วิธีใช้ : พ่นทางใบ ใช้ปุ๋ยน้ำ 1 ลิตรต่อน้ำ 100-150 ลิตร ปริมาณการพ่น 7-10 วันต่อครั้ง และใช้ราดลงดิน ราดโคน ใช้ปุ๋ยน้ำ 1 ลิตรต่อน้ำ 50 ลิตร ปริมาณการใช้อย่างน้อยปีละ 3-4 ครั้ง หรือ 30-40 วันต่อครั้ง ข้อแนะนำ : กรณีใช้ปลาทะเล ก่อนหมักให้ล้างปลาด
พลิกวิกฤตเป็นโอกาสของคุณพ่อศิริ โดยก่อนหน้านี้คุณพ่อศิริมีปัญหาทางด้านสุขภาพ ป่วยเป็นโรคถุงลมโป่งพองจากการสูบบุหรี่ แต่เมื่อคุณพ่อศิริได้ทานสมุนไพรมะม่วงหาว มะนาวโห่เป็นประจำอย่างต่อเนื่อง จนอาการดีขึ้น จึงเป็นจุดเริ่มต้นรวบรวมสายพันธุ์นำมาปลูกที่สมุทรสงคราม จนกลายเป็นธุรกิจครบวงจรของเกษตรกรยุคใหม่ เป็นศูนย์การเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยงเชิงเกษตร คุณทสม์ เจริญช่าง เจ้าของสวนมะนาวโห่ลุงศิริ ต่อจากรุ่นคุณพ่อ คุณทสม์ เล่าว่า “ถ้ามองย้อนไปในช่วง 12 ปีก่อน ขณะที่คุณทสม์ยังศึกษาปริญญาโทบริหารธุรกิจอยู่นั้น ได้ทำวิจัยเกี่ยวกับเรื่องการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงเกษตร จึงใช้สวนมะนาวโห่ของคุณพ่อเป็นกรณีศึกษา จึงได้เริ่มปรับปรุงและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จนปัจจุบันสวนของครอบครัวพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร และปลูกมะม่วงหาว มะนาวโห่ แบบเกษตรอินทรีย์ บนพื้นที่กว่า 40 ไร่ ตั้งอยู่ที่ตำบลบางนกแขวก อำเภอบางคนที จังหวัดสมุทรสงคราม ผลไม้ชนิดนี้มีชื่อว่า “มะม่วงหาว มะนาวโห่” เรียกได้ว่ามีหลากหลายชื่อเลยทีเดียว บางคนก็เรียกว่า “หนามแดง” บ้างก็เรียกว่า “มะม่วงไม่รู้หาว มะนาวไม่รู้โห่” ซึ่งหลายๆ คนอาจจะได้ยินเร
ในยุคปัจจุบันต้องยอมรับเลยว่าผู้บริโภคหันมาใส่ใจ “สุขภาพ” กันมากขึ้น คำนึงถึงต้นทางของแหล่งวัตถุดิบ ว่าแท้จริงแล้ววัตถุดิบแต่ละอย่างนั้น มีจุดเริ่มต้นมาจากที่ใด และการดูแลนั้นผ่านกระบวนการอะไรมาบ้าง เพราะเหตุนี้ทำให้กระแสสุขภาพที่มาแรงอย่างต่อเนื่อง ทำให้ตลาดออร์แกนิก เติบโตอย่างรวดเร็วมากกว่าในอดีตที่ผ่านๆ มา ออร์แกนิก คือผลผลิตจากการเกษตร ที่ได้ผ่านกระบวนการผลิตทางเกษตรที่ปลอดสารเคมีทุกชนิดที่จะเป็นอันตรายต่อมนุษย์ สัตว์ และสิ่งแวดล้อม ตลอดจนกระบวนการเลี้ยง การปลูก ต้องมีการดูแลอย่างพิถีพิถัน คุณอังคนา ก้อนเพรช หรือ คุณแก้ม ชาวตำบลตะเคียน อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ เกษตรกรปลูกเม็ดมะม่วงหิมพานต์ และทำการเกษตรผสมผสาน คุณอังคนาเป็นหนึ่งในเกษตรกรรุ่นใหม่ ที่เมื่อเรียนจบการศึกษาปริญญาตรีแล้ว ก็ได้มีแนวคิดกลับมาพัฒนาการเกษตรบ้านเกิด และเพิ่มมูลค่าให้กับผลผลิตทางการเกษตรของทางครอบครัว คุณอังคนา เล่าว่า จุดเริ่มต้นของสวนมะม่วงหิมพานต์แห่งนี้ เกิดขึ้นบนที่ดินจำนวน 4 ไร่ ของคุณตา คุณตา เล่าว่า ในอดีตพื้นที่แห่งนี้เป็นพื้นที่รกร้าง แต่ได้มีหน่วยงานของภาครัฐเข้ามาให้ความรู้แก่เกษตรกร มีการแนะน
การปลูกผักเป็นกิจกรรมของครอบครัวที่ทำให้มีความสุขแม้ในพื้นที่อันน้อยนิดก็สามารถนำมาเป็นพื้นที่ปลูกผักได้ ดังที่เราได้นำเสนอเรื่องการปลูกผักในเมืองไว้หลายฉบับ ซึ่งสามารถเป็นแรงบันดาลใจได้ไม่มากก็น้อย ฉบับนี้เรานำเสนอ คุณแจ่มศรี และ คุณอโนเชาว์ พจนาธารงพงศ์ ซึ่งเป็นชนเผ่าปกากะญอ จากจังหวัดแม่ฮ่องสอน ทั้งสองท่านจบปริญญาตรี ด้านบัญชีและด้านภาษาอังกฤษ ทำงานเป็นพนักงานอยู่ในหน่วยงานระหว่างประเทศที่ไม่แสวงหาผลกำไร มีเวลาว่างเพียงแค่เสาร์อาทิตย์ ก็เจียดเวลามาปลูกผักเพราะต้องการบริโภคผักปลอดสารพิษ ในบ้านจัดสรร 100 ตารางวา ที่แบ่งพื้นที่ 25 ตารางวา เป็นพื้นที่ปลูกผัก ในตำบลหนองแฝก อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ คุณแจ่มศรี เล่าให้ฟังว่า เริ่มต้นตั้งแต่ปี 2560 เมื่อ 6 ปีที่แล้วเราสองคนซึ่งเป็นมนุษย์เงินเดือนทำงานวันจันทร์ถึงศุกร์ ได้ซื้อบ้านจัดสรรเล็กๆ หลังหนึ่งที่มีพื้นที่เล็กๆ ข้างบ้าน ประมาณ 50 ตารางวา ตั้งใจจะทำสนามหญ้าและสวนผักเล็กๆ โดยการเริ่มต้นจากการไม่มีงบประมาณเลย เพราะทุ่มไปกับการซื้อบ้านหมดเเล้ว เราจึงค่อยๆ ทำไปทีละน้อยเรื่อยๆ โดยไม่มีกฎเกณฑ์ ทำแบบตามใจฉัน ชอบแบบไหนก็ปลูกแบบนั้น เราตั้งใจ
เมื่อราวหลายปีก่อน ผมเคยมาแนะนำชักชวนให้รู้จัก และลองทำกับข้าวจากเครือเขือง หรือชื่ออื่นที่คนเรียกกันก็คือ ประเปร๊อะ, เถายั้งดง, กำลังควายถึก ฯลฯ ในตำราพฤกษศาสตร์ระบุว่า มันเป็นไม้เถายืนต้นรอเลื้อย ขึ้นได้ดีทั้งป่าโปร่งแห้งแล้งหรือที่ลุ่มชุ่มชื้นริมน้ำ ตอนนั้นจำได้ว่าลองชวนทำแกงแบบแกงหน่อไม้ใส่น้ำคั้นใบย่านาง โดยที่ผมเองก็ยังไม่เคยเห็นตัวจริงๆ ของเถาเครือเขืองมาก่อนเลย เห็นแต่ภาพจากหนังสือพืชผักสมุนไพรเท่านั้น ที่พูดถึงขึ้นมาในเวลานั้น เพราะผมมีข้อสันนิษฐานอยู่ว่า การที่มีคนเขมรอีสานเด็ดเอายอดและใบอ่อนของเครือเขือง ซึ่งภาษาพื้นถิ่นของชาวบ้านทมอ อำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์ เรียก “ประเปร๊อะ” นั้น อาจเป็นเค้าที่มาของชื่อ “แกงเปรอะ” ที่คนภาคกลางเรียก แกงหน่อไม้ใส่น้ำคั้นใบย่านาง พริกตำหอมแดงข้าวเบือ ตะไคร้ทุบ ใบแมงลัก ก็เป็นได้ เพราะแกงประเปร๊อะของชาวบ้านทมอเขาก็แกงแบบนี้ เพียงแต่ใส่ยอดประเปร๊อะเพิ่มเข้าไป คำเรียกนี้อาจกร่อนเหลือแค่แกง “เปรอะ” ซึ่งคนต่างถิ่นย่อมหานิยามความหมายไม่ได้ เนื่องจากประเปร๊อะเป็นชื่อภาษาเขมรที่ไม่ใคร่เป็นที่รู้จัก ตลอดจนเดี๋ยวนี้ก็ดูจะมีคนกินเป็นกันน้อยลงมากแล้ว ท
“กาแฟ-โกโก้-วานิลลา” กำลังถูกจับตาในฐานะ 3 พืชศักยภาพสูง ท่ามกลางความผันผวนของราคาพืชผลในตลาดโลก และแรงกดดันจากต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้น การมองหาพืชทางเลือกที่มี “มูลค่าสูง” และมีดีมานด์มั่นคง จึงเป็นโจทย์สำคัญของเกษตรกรไทยในยุคใหม่ ภายใต้บริบทดังกล่าว “เทคโนโลยีชาวบ้าน” เตรียมจัดงานสัมมนาแห่งปีในหัวข้อ “กาแฟ-โกโก้-วานิลลา พิชิตตลาดโลก HIGH-VALUE AGRI FUTURE 2026” ในวันศุกร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 10.30-16.20 น. ณ ห้องประชุม อาคารหนังสือพิมพ์ข่าวสด เพื่อถอดรหัสโอกาสของพืชเศรษฐกิจมูลค่าสูงที่กำลังทรงอิทธิพลในตลาดโลก พืชมูลค่าสูง กับจังหวะเวลาที่โลกกำลังต้องการ ปัจจุบัน “กาแฟ โกโก้ และวานิลลา” ไม่ได้เป็นเพียงสินค้าโภคภัณฑ์ทั่วไป แต่กำลังถูกยกระดับเป็นวัตถุดิบพรีเมียมที่สอดคล้องกับเทรนด์ Wellness & Functional Food ผู้บริโภคทั่วโลกให้ความสำคัญกับคุณภาพ แหล่งที่มา และคุณประโยชน์เชิงเภสัชโภชนา มากกว่าปริมาณ เมื่อความต้องการวัตถุดิบธรรมชาติเพิ่มสูงขึ้น ขณะที่หลายประเทศผู้ผลิตเผชิญปัญหาสภาพภูมิอากาศผันผวน ส่งผลให้ผลผลิตลดลง สินค้าในกลุ่มนี้จึงมีแนวโน้มมูลค่าสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และ
