เทคโนโลยีชาวบ้าน
“เราทำแบรนด์นี้ขึ้นมา โดยเปรียบแนวคิดว่ามันคือ เมล็ดพันธุ์ที่จะขยายต่อ เพราะเราเชื่อว่าทุกสรรพสิ่งก่อเกิดมาจากเมล็ดพันธุ์ ตัวเราเองก็เหมือนกัน ถ้าเราหว่านอะไรที่มันดีลงไป เมล็ดพันธุ์ที่ดี ก็น่าจะนำพาสิ่งดีๆ แผ่กระจายสิ่งดีๆ ออกไป” คุณอัจฉราวรรณ วงศ์สาธิตกุล (อ๋อย) กล่าว วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้านขอพาทุกคนไปรู้จักกับแบรนด์ไทย ที่ใช้ข้าวไทยมาทำเป็นผลิตภัณฑ์สำหรับดูแลใบหน้าโดยการนำภูมิปัญญามาปรับให้เข้ากับยุคสมัยอย่าง “Bija Herbal” ผงล้างหน้าจากแป้งข้าว เน้นพกพาง่าย แต่คุณภาพอัดแน่น Bija Herbal อ่านว่า บี – จา ซึ่งเป็นภาษาสันสกฤตแปลว่า เมล็ดพืช, เมล็ดพรรณ, แหล่งกำเนิด คุณอัจฉราวรรณ วงศ์สาธิตกุล (อ๋อย) เจ้าของแบรนด์ Bija Herbal ได้บอกเล่าถึงที่มาที่ไปของชื่อว่า เธอเป็นหนึ่งคนที่มีความตั้งใจอยากสร้างแบรนด์ขึ้นมาให้มันเหมือนเมล็ดพันธุ์ที่จะขยายส่งต่อสิ่งดีๆ เหมือนกับแบรนด์นี้ที่เธออยากทำของที่มีคุณภาพให้ผู้บริโภคได้ใช้ โดยเน้นพกพาง่าย และใช้ของดีอย่าง “ข้าวไทย” มาแปรรูปต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ เพราะชอบแบบไหน จึงอยากทำของแบบนั้น มันเริ่มมาจากการที่คุณอัจฉราวรรณชื่นชอบในเรื่องของการรักสุขภาพและกา
ผมจำได้ว่า เพิ่งปีที่แล้วนี้เองครับ ที่ได้มาเล่าถึงดอกแคนา หรือแคทุ่ง (Trumpet tree) ไม้ยืนต้นตามไร่นาป่าเขา ซึ่งกลายมาเป็นไม้ประดับยอดนิยมตามสวนสาธารณะ หมู่บ้านจัดสรร หรือสถานที่ราชการ ให้เราพบเห็นทั่วไป ทั้งยังสามารถเก็บดอกทรงปากแตร สีขาวสวยงาม กลิ่นหอมอ่อนๆ นั้น มาลวกจิ้มน้ำพริก หั่นหนาๆ ผัดเผ็ด คั่วแห้ง หรือจะตากแห้งไว้ต้มกระดูกหมู กินต่างหน่อไม้แห้งในแกงหองแบบโบราณก็ยังได้ มาถึงกลางเดือนมีนาคมต่อเมษายน ดอกแคนาตามที่ต่างๆ ก็เริ่มบานให้เห็นอีกแล้วนะครับ ดอกสีขาวของมันร่วงเป็นผืนพรมละลานตาเต็มพื้นโคนต้น ผมนั้นแอบหวังเสมอว่า จำนวนพรมสีขาวนี้จะค่อยๆ ลดลง จากการที่มีคนเก็บเอาไปทำกับข้าวกินแล้วติดใจ จนพากันมาเก็บมากขึ้นเรื่อยๆ ก็ได้แต่หวังไว้ว่าอย่างนั้นแหละครับ เพราะว่าดอกแคนานี้ จะบานและร่วงในช่วงเวลาชั่วคืนจนถึงเช้ามืดเท่านั้นเอง สมมุติถ้าตอนเย็นๆ เราไปเดินดู จะไม่มีดอกบานบนต้นเลยนะครับ แต่ครั้นถึงเช้าตรู่ จะเห็นร่วงนับเป็นร้อยๆ ดอกทีเดียว โดยเฉพาะต้นที่มีอายุมากหน่อย ซึ่งก็นับว่าน่าเสียดายนัก ถ้าจะปล่อยให้แห้งเหี่ยวผุพังไปเปล่าๆ ปราศจากประโยชน์ พอดีว่า ช่วงเกือบ 1 ปีมานี้ ผมพบวิธีทำก
CHOM hand craft ผลิตภัณฑ์จากผักตบชวา สำหรับประเทศไทยมีการริเริ่มสร้างสรรค์มานานกว่า 30 ปี จากเดิมมีเพียงกลุ่มที่ทำงานด้านนี้ไม่มากนัก และหนึ่งในที่ที่ขึ้นชื่อก็คือจังหวัดชัยนาท ด้วยภูมิประเทศที่เป็นพื้นที่ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา จึงมีผักตบชวาอย่างมากมาย ตลอดเวลาผักตบชวาได้ถูกนำมาสร้างสรรค์เป็นสินค้าจักสานที่ได้รับความนิยมอย่างสม่ำเสมอ แต่ที่สุดแล้วก็ยังพัฒนาไปได้ไม่ไกลนัก CHOM hand craft นำโดย คุณแม่ชม รอดรัตน์ ผู้ซึ่งอยู่ในอุตสาหกรรมจักสานผักตบชวามาตั้งแต่เริ่ม ซึ่งวันหนึ่งลูกๆ ซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ได้มีแนวคิดว่า “ทำไมงานฝีมืออย่างจักสานผักตบชวาโดยเฉพาะผู้ผลิต จึงไม่สามารถมีตัวตนในฐานะผู้สร้างสรรค์ได้” จึงร่วมกันสร้างแบรนด์ CHOM hand craft เพื่อใช้ความรู้ความสามารถที่สะสมมาอย่างยาวนาน สร้างผลงานที่ร่วมสมัย ด้วยแนวคิดที่ว่าเป็น “ผลงานของศิลปิน” ดังนั้น CHOM hand craft จึงคิดค้นออกแบบงานในรูปแบบใหม่ๆ เสมอ ไม่ว่าจะเป็นเทคนิค ลวดลาย หรือชิ้นงานที่ไม่จำกัดเพียงกระเป๋า ที่คุ้นเคยกันมานาน และสิ่งหนึ่งที่ทำให้ CHOM hand craft เป็นที่สนใจนั่นคือเราทำงานร่วมกับลูกค้าของเรา ด้วยการที่เราเป็นงาน Custom
ในช่วงอากาศร้อน เหงื่อตก ร่างกายต้องการน้ำ ถ้าได้มะพร้าวน้ำหอมสักหนึ่งลูก คงจะดีไม่ใช่น้อย แต่การที่จะหามะพร้าวน้ำหอมที่มีรสชาติหอมหวานนุ่มนวล อร่อย อุดมด้วยแร่ธาตุนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย หากกล่าวถึงมะพร้าวน้ำหอม หลายท่านต้องนึกถึงพื้นที่ของจังหวัดราชบุรี เพราะที่นี่ถือได้ว่าเป็นแหล่งปลูกมะพร้าวน้ำหอมรสชาติชั้นดี ที่ใครได้ลิ้มลองต่างพากันติดใจอย่างแน่นอน ปัจจุบันมะพร้าวน้ำหอมยังคงเป็นสินค้าที่มีการขยายตัวของตลาดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะตลาดที่ผู้คนนิยมบริโภคมะพร้าวน้ำหอมอย่างในประเทศจีน ประเทศสหรัฐอเมริกา เพราะด้วยคุณประโยชน์นานาชนิดที่มีอยู่ในมะพร้าวน้ำหอม จึงทำให้เหล่าแฟนตัวยงของมะพร้าวน้ำหอมต่างปฏิเสธไม่ลง ในพื้นที่จังหวัดราชบุรีมีเกษตรกรที่ทำการปลูกมะพร้าวน้ำหอมในพื้นที่จำนวนมาก มีพื้นที่ปลูกมะพร้าวหลักแสนไร่ สามารถสร้างมูลค่าผลผลิตได้เกือบหลักหมื่นล้านบาทต่อปี เป็นหนึ่งในสินค้าที่ได้รับรองการขึ้นทะเบียน GI มีกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐาน ปลอดภัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มะพร้าวน้ำหอมที่ผลิตในพื้นที่ 7 อำเภอของจังหวัดราชบุรี ได้แก่ อำเภอดำเนินสะดวก วัดเพลง บ้านโป่ง เมืองราชบุรี บางแพ ปา
มะพูด เป็นผลไม้โบราณที่ค่อนข้างหาทานยากในปัจจุบัน ทำให้คนรุ่นใหม่อาจจะไม่รู้จักผลไม้ชนิดนี้ มะพูด มีชื่อท้องถิ่นที่หลากหลาย เช่น ไข่จระเข้ ตะพูด ส้มปอง ส้มม่วง (จันทบุรี), พะวาใบใหญ่ (จันทบุรี, ชลบุรี), ปะหูด (ภาคเหนือ), ปะหูด มะหูด (ภาคอีสาน), จำพูด มะพูด (ภาคกลาง), ตะพูด พะวา ประหูด ประโหด ประโฮด มะนู (เขมร) เป็นต้น ต้นมะพูด เป็นพันธุ์ไม้ที่มีถิ่นกำเนิดในเอเชียเขตร้อน จัดเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง มีความสูงของต้นประมาณ 7-10 เมตร (บ้างว่ามีความสูงประมาณ 15 เมตร) เป็นไม้ทรงพุ่มแน่นทึบ ลำต้นตั้งตรง และอาจมีร่องรอยของแผลเป็น มีลักษณะเป็นปุ่มปมตะปุ่มตะป่ำ ซึ่งเกิดจากการหลุดร่วงของกิ่งก้านทั่วไป โดยจะแตกกิ่งก้านต่ำเป็นพุ่มโปร่ง ก้านจะแตกออกจากลำต้นค่อนข้างถี่ และเปลือกลำต้นเป็นสีน้ำตาลเข้ม เรียบ และแตกเป็นร่องตื้นๆ ตามยาวของลำต้น เมื่อเปลือกต้นเกิดบาดแผล จะมียางสีขาวแล้วเปลี่ยนเป็นสีเหลืองไหลซึมออกมา มีเขตการกระจายพันธุ์ในป่าดิบชื้น และตามชายห้วยหรือพื้นที่ริมน้ำในป่าเบญจพรรณ โดยจะพบมากทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ และในพื้นที่แถบชายแดนจังหวัดสุรินทร์และจังหวัดศรีสะเกษ ส่วนในต่างประเทศสามารถพ
วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้าน บอกหมดเปลือก เคล็ดไม่ลับ “สูตรน้ำหมักฮอร์โมนไข่” เร่งดอกให้ติดดอกได้เร็ว ทำให้พืชสามารถดูดซึมไปใช้ประโยชน์ได้ง่าย ช่วยบำรุงดินให้อุดมสมบูรณ์ ออกดอกออกผล เร่งผลผลิตได้รวดเร็วยิ่งขึ้น นิยมใช้บำรุงพืช ควบคู่กับปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก และปุ๋ยเคมี ส่วนระยะเวลาในการให้ฮอร์โมนไข่นั้น ไม่ควรให้ถี่จนเกินไป ควรเว้นช่วงการให้ ฮอร์โมนไข่ คือ การนำไข่ไก่สดมาผสมกับนมเปรี้ยว และน้ำตาล เพื่อให้จุลินทรีย์ในนมเปรี้ยว ย่อยสลายธาตุอาหารในไข่ไก่ ทำให้พืชสามารถดูดซึมไปใช้ประโยชน์ได้ง่าย สูตรนี้จะนิยมใช้ในการบำรุงพืช ออกดอกออกผล เร่งผลผลิตได้รวดเร็ว “ฮอร์โมนไข่” เรียกได้ว่าเป็นปุ๋ยชั้นดีให้แก่พืชผักเลยทีเดียว ในไข่ไก่มีโปรตีนที่มีประโยชน์มาก นอกจากจะเป็นแหล่งโปรตีนสำคัญของมนุษย์แล้ว ยังมีประโยชน์ที่นำมาใช้กับพืชได้อีกด้วย วิธีใช้ : ผสมฮอร์โมนไข่ 2 ช้อนโต๊ะต่อน้ำ 5 ลิตร ฉีดรดต้นไม้ตอนที่ยังไม่ออกดอก และถ้าหากต้นไม้เริ่มออกดอกใช้เพียง 1 ช้อนโต๊ะต่อน้ำ 5 ลิตร หากใช้มากเกินไปจะทำให้ดอกร่วงได้ วิธีการเก็บรักษา : หากใช้ไม่หมด ให้นำไปเก็บไว้ในที่ร่มไม่ให้โดนแสงแดด สามารถเก็บได้นานเป็นปี
ในเมื่อโลกเราทุกวันนี้ โรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ที่เป็นปัญหากับคน คนผู้ที่คิดว่าตนเองเป็นเจ้าของโลกนี้ สารพัดสิ่งที่เป็นภัยคุกคามชีวิตความเป็นอยู่ โรคภัยมันมาจากไหน จากดิน จากหินผา จากน้ำ จากอากาศ หรือจากสิ่งมีชีวิตที่อาศัยร่วมโลกเดียวกันนี้ คน สัตว์ พืช จุลชีพจุลินทรีย์ทั้งหลาย การดำรงชีวิตของมนุษย์ สัตว์ พืช มีความจำเป็นต้องมี อาหาร น้ำ ที่อยู่ เครื่องห่อหุ้มคลุมปิด และยารักษาโรค ซึ่งก็มีอยู่บนโลกใบนี้เช่นกัน พึ่งพาอาศัย ใช้งานกันไปมา “คนกินสัตว์ สัตว์กินพืช พืชกินดิน ดินกลืนกินพืช กินสัตว์ และกินคน” เวียนวนกันอยู่เช่นนี้ ถ้าจะแจงนับเอาสิ่งมีชีวิต ที่เป็นเพื่อนคู่มิตรชิดใกล้กับคนเราแล้ว “พืช” เป็นสิ่งมีชีวิตที่ใกล้ชิดมาก ได้พึ่งพาอาศัย และทำลายล้างกันมาตลอด พบพืชชนิดหนึ่งที่ใกล้ชิดคนเรามานาน ใบคล้ายใบมะเขือขื่น มีหนามเหมือนมะเขือพวง มีลูกออกมาเป็นช่อ ช่อพวงละหลายลูก มีขนปกคลุมทั่วผล ตอนผลสุกแก่จะดูสวยงาม สวยกว่าผลของพืชอื่น แต่ถ้าจะดูให้น่ากลัว ก็น่าหวาดกลัวอยู่ มันมีขนปุกปุยรอบผล เหมือนขนของตัวบุ้งร่าน ที่พร้อมจะใช้เป็นอาวุธทำร้าย หรือป้องกันคนที่จะเข้าไปเด็ดดอม และกันสัตว์ที่จะเข้าไปกัดก
พริกเป็นพืชในเขตร้อนหรือกึ่งร้อนที่ทนความแห้งแล้งได้ดีพอควร และสามารถปลูกในดินได้แทบทุกชนิด แต่ดินที่เหมาะสมที่สุดคือ ดินร่วนปนทราย เพราะมีการระบายน้ำดี น้ำไม่ท่วมขังหรือชื้นแฉะซึ่งจะทำให้รากเน่าและตายได้ ใครปลูกพริกแล้วเจอปัญหาเหล่านี้ “พริกไม่ดก ใบเหลือง” ไม่รู้จะแก้ยังไงดี วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้านมีสูตรบำรุงต้นพริกทางใบ ที่ใครๆ ก็ทำได้ วัตถุดิบหาง่าย ใช้งบน้อย ติดดอก ติดผลเต็มต้น ในสูตรบำรุงมีส่วนประกอบของเครื่องดื่มชูกำลัง ซึ่งในเครื่องดื่มชูกำลังมีวิตามินจำนวนมาก บำรุงพืชทางใบได้ผลดี และมีส่วนประกอบของยาพารา ซึ่งยาชนิดนี้ไม่ได้ช่วยรักษาโรคของคนเท่านั้น แต่ยังช่วยกำจัดเชื้อราในดินและบำรุงให้พืชผักเจริญเติบโต แข็งแรงอีกด้วย หากใครเจอปัญหาต้นพริกที่ไม่ค่อยออกดอก ติดผล ลองนำสูตรนี้ไปใช้กันได้ ทำตามได้ง่ายๆ วัตถุดิบ ยาพาราเซตามอล 1 เม็ด ถุงแกงหรือถุงพลาสติก 1 ใบ เครื่องดื่มชูกำลัง (ยี่ห้อไหนก็ได้) 1 ฝา น้ำเปล่า 1 ลิตร กระบอกฉีดน้ำฟ็อกกี้ วิธีการทำ 1. นำเม็ดพาราใส่ถุงแกง ทุบให้แตกละเอียด 2. หลังจากนั้นใส่เครื่องดื่มชูกำลัง 1 ฝา ผสมกับยาพาราที่ทุบไว้ให้เข้ากัน เสร็จแล้วจะได้หัวเชื้อบำรุง
รวม 10 ดอกไม้รับประทานได้ แถมช่วยเพิ่มสีสันความสวยงามให้กับจานอาหารของเราอีกด้วย ซึ่งดอกไม้บางชนิดสามารถนำมาทำได้ทั้งอาหาร และเครื่องดื่มสีสันหวาน หอม คุณประโยชน์จัดเต็ม ซึ่งดอกไม้ที่สามารถรับประทานได้จะมีอะไรบ้างไปดูกันเลย! 🌼ดอกเก๊กฮวย นิยมนำมาใช้ทำเป็นเครื่องดื่มช่วยดื่มแก้กระหาย เพราะประโยชน์ของเจ้าดอกไม้สีเหลืองเล็กๆ ดอกนี้ช่วยบำรุงร่างกายแก้ร้อนใน มีฤทธิ์เย็นช่วยเพิ่มความสดชื่น 🪻ดอกอัญชัน ต่อด้วยดอกไม้สีน้ำเงินเข้ม แต่ที่เราเห็นว่าน้ำกลายเป็นสีม่วงซึ่งเกิดจากสารแอนโธไซยานินไปทำปฏิกิริยาเมื่อโดนกรด โดยประโยชน์ของเขาคือ อุดมไปด้วยสารอนุมูลอิสระจากธรรมชาติ และช่วยบำรุงสายตา 🌼ดอกดาวกระจาย ดอกไม้ที่เรามักคุ้นชินว่าเป็นดอกไม้สวยงามปลูกตามริมรั้ว แท้จริงแล้วดอกไม้ชนิดนี้สามารถรับประทานได้ ดอกดาวกระจายมีสรรพคุณช่วยบรรเทาการอักเสบ และใบสดของดอกดาวกระจายยังขึ้นคือว่าเป็น “ราชาแห่งสลัด” อีกด้วย 🌸ดอกพวงชมพู อีกหนึ่งดอกไม้ที่นิยมปลูกไว้ประดับริมรั้ว เพราะด้วยความน่ารักของเจ้าดอกเล็กๆ สีชมพู ซึ่งแน่นอนว่าพวงชมพูสามารถรับประทานได้! แถมใช้เป็นวัตถุดิบในการทำข้าวยำอีกด้วย สรรพคุณของพวงชมพูคือ ช่วย
“หนอนแมลงวันลาย” ดูแลง่าย เป็นแหล่งอาหารจากขยะอินทรีย์สู่อาหารโปรตีนชั้นเลิศ เป็นแมลงที่ไม่เป็นพาหะนำโรค ไม่เป็นศัตรูพืช และไม่ก่อให้เกิดความรำคาญต่อชุมชน พบได้บริเวณพุ่มไม้ทั่วไปในธรรมชาติ กินน้ำและน้ำหวานเป็นอาหาร หนอนแมลงวันลายจึงเป็นอาหารโปรตีนคุณภาพสูงสำหรับสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะสัตว์เศรษฐกิจที่เป็นสัตว์สวยงาม เช่น ปลาคาร์พ ปลาสวยงาม เป็นต้น เปรียบเทียบโปรตีนในแมลงต่างๆ หนอนแมลงวันน้ำหนักแห้ง 100 กรัม จะให้โปรตีนประมาณ 9-65 กรัม วงจรชีวิตหนอนแมลงวันลาย ขึ้นอยู่กับการเลี้ยง ถ้าอาหารที่ให้หนอนกินมีโปรตีนสูงวงจรชีวิตหนอนจะสั้น การเลี้ยงเพื่อไปทำอาหารให้สัตว์ ไข่หนอน 1 กรัม ระยะเวลาเลี้ยง 10 วัน จะได้หนอนสีขาว 3 กิโลกรัม หนอนอนุบาล 1 กรัม ระยะเวลาเลี้ยง 10-14 วัน เพื่อให้เป็นดักแด้ จะได้หนอนดักแด้หรือตัวดำ 3-5 กิโลกรัม สามารถนำหนอนที่ระยะเป็นสีขาวไปให้ไก่ เป็ด และปลา ภายในฟาร์มก็จะหมุนอาหารนี้ให้เป็นแหล่งโปรตีนสะอาดมาเลี้ยงสัตว์ในฟาร์มเพื่อลดต้นทุน แล้วก็จะได้ปุ๋ยจากมูลหนอนมาปลูกผักอินทรีย์ เนื่องจากหนอนแมลงวันลาย หรือหนอนแม่โจ้ ตัวโตเต็มวัยมีไขมัน 30 เปอร์เซ็นต์ โปรตีน 40 เปอร์เซ็นต์ โ
