เยาวชนเกษตร
“ดอกดาหลา” เป็นไม้ดอกที่เราๆ ท่านๆ เห็นกันอยู่ทั่วไป ปลูกได้ในทุกภาค ส่วนใหญ่ผู้คนในภาคใต้มักจะนำดอกดาหลามาใส่ในเมนูต่างๆ อย่างเช่น ขนมจีน หรือข้าวยำ บ้างก็นำมาทำเป็นน้ำดอกดาหลา แต่เพิ่งเคยเห็นน้ำพริกดอกดาหลา โดยใช้ชื่อว่า น้ำพริกดาหลาสวรรค์ อันเป็นผลงานของนักเรียนและคณะครูอาจารย์โรงเรียนเทศบาล 2 (บ้านกาแป๊ะกอตอ) อำเภอเบตง จังหวัดยะลา ที่มี นางจุไรลี่ สาและ เป็นผู้อำนวยการ ซึ่งเมื่อไปตั้งโชว์ที่ไหนก็ได้รับความสนใจ ขณะที่แม่บ้านบางคนซื้อไปหลายกระปุก เน้นแปรรูป สร้างรายได้ นางจุไรลี่ เล่าที่มาที่ไปของการทำน้ำพริกดอกดาหลาให้ฟังว่า ด้วยความที่เป็นโรงเรียนต้นแบบด้านการน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวง รัชกาลที่ 9 ระดับดีเยี่ยมของจังหวัดยะลา โดยเน้นกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนเรื่องการส่งเสริมด้านเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งมีกิจกรรมต่างๆ อาทิ ด้านการประมง ด้านปศุสัตว์ การปลูกผัก เพาะเห็ด ทำปุ๋ย สหกรณ์ และการแปรรูป เป็นกิจกรรมที่เด็กต้องทำเป็นประจำทุกวัน เพื่อจะส่งเสริมคุณลักษณะและปลูกฝังเรื่องปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ทั้งนี้ กลุ่มแปรรูปเป็นกลุ่มหนึ่งที่อยู่ในกลุ่มเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งเด็กๆ จะนำผลผลิตต่
เป็นเรื่องน่ายินดีที่เยาวชนไทย สามารถประดิษฐ์คิดค้นอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการเกษตร ช่วยพัฒนาและต่อยอดให้การทำการเกษตรราบรื่นรวดเร็วและประหยัดเวลารวมถึงแรงงาน ที่ปัจจุบันแรงงานในภาคเกษตรเหลือน้อย จนเรียกได้ว่า หายาก และเข้าขั้นวิกฤต ในงานประกวดสิ่งประดิษฐ์ของคนรุ่นใหม่ ที่จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ประจำปีการศึกษา 2559 ที่ผ่านมา มีรางวัลหนึ่งที่เป็นสิ่งประดิษฐ์ด้านการประกอบอาชีพ ซึ่งตรงกับกระดูกสันหลังของชาติมากที่สุด เครื่องมือตอนจุกสับปะรด เป็นสิ่งประดิษฐ์โดยเยาวชนของชาติ จากนักศึกษาของวิทยาลัยการอาชีพบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่ได้รับรางวัลแบบคุณลักษณะ “สุดยอดนวัตกรรมอาชีวศึกษา” ระดับภาคกลาง ประเภทที่ 2 คือ สิ่งประดิษฐ์ด้านการประกอบอาชีพ อันที่จริง การคิดค้นสิ่งประดิษฐ์โดยนักศึกษาของวิทยาลัยการอาชีพแต่ละแห่งทั่วประเทศ มีขึ้นเป็นประจำอยู่แล้ว การจัดการประกวดก็เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนแนวคิดของนักศึกษาหรือเยาวชน ให้ชัดเจนและเป็นไปไม่ได้ ไม่ได้เป็นเพียงกระดาษหรือโครงงานที่เก็บไว้ในตู้หนังสือ สิ่งประดิษฐ์ ชื่อ เครื่องมือตอนจุกสับปะรด เป็นฝีมือและแนวคิด
อีกหนึ่งผลงาน ศิลปะประดิษฐ์ “เครื่องแขวนไทยจากฟางข้าว” ผลงานจากนักศึกษาสาขาเทคโนโลยีงานประดิษฐ์สร้างสรรค์ คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี การสร้างสรรค์ศิลปะประดิษฐ์ สู่นวัตกรรมชุมชน อาจารย์วิจิตร สนหอม อาจารย์ประจำหลักสูตรศิลปะประดิษฐ์ในงานคหกรรมศาสตร์ คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ เล่าว่า เครื่องแขวนไทยเป็นศิลปะเชิงช่างดอกไม้ของคนไทยมาช้านาน มีการนำดอกไม้ของไทยที่มีกลิ่นหอมประดิษฐ์เป็นรูปแบบตามประเภทของเครื่องแขวน เช่น วิมาน ระย้า โคม เพื่อใช้ประดับตกแต่งช่องประตูหน้าต่าง อาคาร บ้านเรือน เพื่อให้เกิดความเพลิดเพลินเมื่อได้มองเห็น และได้รับกลิ่นหอมจากดอกไม้ เป็นการบำบัดให้รู้สึกผ่อนคลายจากการเรียนการสอนในรายวิชาเครื่องแขวนไทย ของหลักสูตรศิลปะประดิษฐ์ในงานคหกรรมศาสตร์ สาขาวิชาคหกรรมศาสตร์ คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ ได้นำเอาผลงานกระดาษฟางข้าวของกลุ่มผู้สูงอายุบ้านกระแชง อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี จากการบริการวิชาการของคณะให้กับชุมชน มาบูรณาการเข้ากับรายวิชาเครื่องแขวนไทย เป็นการนำนวัตกรรมทางความคิดในการผสมผสานงานวัสดุงานประดิษฐ์ที่มีกระดาษฟางข้าวเป็นวัสดุหลัก
กรมส่งเสริมการเกษตร ลงนามบันทึกความเข้าใจเรื่องการพัฒนาวิชาการด้านการวิจัยและการส่งเสริมการเกษตร ร่วมกับ มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ ร่วมวางแผนพัฒนา 5 ด้านสำคัญ การพัฒนาเยาวชนเกษตร การพัฒนาเทคโนโลยี นวัตกรรม การวิจัยและการผลิตพืช การจัดการโรคและแมลงศัตรูพืช การจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศ และการพัฒนาบุคลากร นายสำราญ สาราบรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวหลังจากการลงนามบันทึกความเข้าใจเรื่องการพัฒนาวิชาการด้านการวิจัยและการส่งเสริมการเกษตร ร่วมกับ มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ ณ มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ จ.นราธิวาส ว่า กรมส่งเสริมการเกษตร ให้ความสำคัญในการนำงานวิจัยไปปฏิบัติมาโดยตลอด จำเป็นต้องมีหน่วยงานสนับสนุนและเกื้อกูลกัน ทั้งนี้กรมฯ วางระบบงานส่งเสริมการเกษตร T & V system (Training and visit System) เป็นระบบฝึกอบรมและเยี่ยมเยียน ที่ได้มีการนำมาปรับปรุงมุ่งให้เกิดการขับเคลื่อนการดำเนินงานของเจ้าหน้าที่ทุกระดับทั่วประเทศ ซึ่งการนำงานวิจัยมาช่วย จะทำให้สามารถปรับปรุงและพัฒนางานส่งเสริมการเกษตรให้เกิดประสิทธิภาพในด้านต่างๆ อย่างครอบคลุม ทั้งการแก้ไขปัญหาให้กับเกษตรกรได้อย่
โรงเรียนที่เปิดรองรับนักเรียนเข้าศึกษาในพื้นที่อำเภอปากพนัง เป็นโรงเรียนระดับประถมศึกษา ปัจจุบันมีหลายแห่ง แต่ถ้าเป็นโรงเรียนเทศบาลที่ก่อตั้งมานานและอยู่ในความดูแลของรัฐบาล มีไม่กี่แห่ง และโรงเรียนเทศบาลปากพนัง 1 ก็เป็นหนึ่งในหลายโรงเรียนที่สามารถปลูกฝังนักเรียนให้มีความรู้ ความสามารถ ไม่น้อยไปกว่าโรงเรียนเอกชนแห่งอื่นในพื้นที่อำเภอปากพนัง โรงเรียนหลายแห่งในอำเภอปากพนัง มีการแข่งขันในเชิงวิชาการค่อนข้างสูง โรงเรียนเทศบาลปากพนัง 1 ก็เช่นกัน แต่ในการแข่งขันในเชิงวิชาการ โรงเรียนเทศบาลปากพนัง 1 ก็มีมุมของการส่งเสริมการเรียนรู้ในทุกๆ ด้านอย่างพอเพียงไปพร้อมกัน ดร. สุชาติ เอียดวงศ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนเทศบาลปากพนัง 1 บอกว่า คำว่า “พอเพียง” ในรัชกาลที่ 9 ไม่ได้นำมาใช้เฉพาะกับงานเกษตร แต่สามารถนำไปใช้ได้กับทุกด้านในชีวิต โดยนำมาส่งเสริมให้เข้ากับแต่ละวิชา ซึ่งอาจารย์แต่ละสาขาวิชาที่มีอยู่ 77 คน ก็เข้าใจในสิ่งที่ต้องถ่ายทอดให้กับลูกศิษย์ให้เข้าใจไปในทิศทางเดียวกันให้ได้ เพื่อนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน และแทรกซึมเข้าไปในการดำรงชีวิตทุกๆ ด้าน มุ่งหวังให้ลูกศิษย์นำไปใช้ได้จริง โรงเรียนเทศบาลปากพนัง 1
โรงเรียนระดับประถมศึกษา เกือบทุกแห่ง เลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องมีแปลงสำหรับปลูกผักสวนครัว เพราะเกษตร เป็นหนึ่งในการเรียนการสอนวิชาการงานพื้นฐานอาชีพ สำหรับโรงเรียนบ้านหนองสะแก หมู่ที่ 5 ตำบลวังศาลา อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี แล้ว ก็มีพื้นที่สำหรับการเกษตรเช่นกัน แต่ไม่ได้มีการเรียนการสอนเฉพาะระดับประถมศึกษา แต่เป็นโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา เปิดสอนถึงระดับมัธยมศึกษาตอนต้นด้วย นักเรียนทั้งหมด 155 คน มีบุคลากรผู้สอน รวม 19 คน ตั้งอยู่บนพื้นที่ 37 ไร่ จากพื้นที่ทั้งหมดกว่า 40 ไร่ แต่แบ่งให้กับหน่วยงานราชการในพื้นที่ใช้ประโยชน์ อาจารย์อาติม เค้าฉิม รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านหนองสะแก บอกว่า จำนวนบุคลากรของโรงเรียนมี 19 คน แต่ก็ไม่เพียงพอต่อการเรียนการสอน เพราะอาจารย์หลายท่านไม่ได้อยู่ในตำแหน่งผู้สอน และต้องดูแลงานด้านอื่นของโรงเรียน แต่อาจารย์ที่มีก็ช่วยกันดูแลการเรียนการสอนให้นักเรียนอย่างมีประสิทธิภาพไม่น้อยหน้าโรงเรียนในระดับเดียวกันแห่งอื่น แม้จะเป็นโรงเรียนขยายโอกาส แต่ก็ไม่มีงบประมาณมากพอจะจัดสรรกิจกรรมทางการเกษตรได้มากพอ หากไม่ให้ความสำคัญ พื้นที่ทำการเกษตรอาจมีเพียงเล
ไม่น่าเป็นเรื่องแปลก หากโรงเรียนหลายแห่งเปิดหลักสูตรเกษตรกรรม เพื่อสอนนักเรียน โดยมีเป้าหมายให้เป็นหนึ่งในทางเลือกของอาชีพ ไว้รองรับนักเรียนที่มีโอกาสศึกษาต่อไม่มากนัก ที่โรงเรียนบ้านโคกสวาสดิ์หนองสองห้องดอนแดง หมู่ 9 บ้านโคกสวาสดิ์ ตำบลนาผือ อำเภอเมือง จังหวัดอำนาจเจริญ มีหลักสูตรที่ได้รับการรับรองและเขียนขึ้นโดยความเห็นจากครูหลายท่านของโรงเรียน เป็นหลักสูตรการเลี้ยงผึ้ง ซึ่งมั่นใจได้ว่ามีเพียงไม่กี่โรงเรียนในประเทศที่มีหลักสูตรการเลี้ยงผึ้งสอน เท่าที่ทราบ โรงเรียนบ้านโคกสวาสดิ์หนองสองห้องดอนแดง มีหลักสูตรนี้ขึ้น ก็เพราะดร.สมพงษ์ สุรารักษ์ ผู้อำนวยการโรงเรียน เป็นผู้ริเริ่ม ซึ่งที่ผ่านมาดร.สมพงษ์ เคยริเริ่มหลักสูตรนี้ เมื่อครั้งยังสอนอยู่สถานศึกษาแห่งอื่น ตั้งแต่ปีพ.ศ.2528 เพื่อหวังให้เป็นต้นแบบและสานต่อเจตนารมย์ให้เด็กนักเรียนมีทางเลือกในสายอาชีพเพิ่มมากขึ้น เมื่อดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านโคกสวาสดิ์หนองสองห้องดอนแดง ในปีพ.ศ.2548 จึงนำแนวคิดนี้มาดำเนินการอีกครั้ง โดยดร.สมพงษ์ บอกว่า แม้จะเคยเริ่มดำเนินการในโรงเรียนแห่งอื่นมาก่อน แต่เมื่อย้ายไปยังโรงเรียนอื่น ก็จะถ่ายทอดให้กับค
“เมืองพระชนกจักรี ปลาแรดรสดี ประเพณีเทโว ส้มโอบ้านน้ำตก มรดกโลกห้วยขาแข้ง แหล่งต้นน้ำสะแกกรัง ตลาดนัดดังโคกระบือ” คำขวัญ จังหวัดอุทัยธานี แสดงให้เห็นถึงประเพณีวัฒนธรรมของท้องถิ่น ที่ยังคงมายาวนาน และสังเกตได้ว่าในทุกคำขวัญ เรื่องของเกษตรกรรม อันเป็นรากฐานในการดำรงชีวิตจะแทรกอยู่ในคำขวัญนั้นๆ ด้วยเสมอ เกษตรกรรม จึงพบได้และมีอยู่ในทุกที่ของประเทศไทย โดยเฉพาะในโรงเรียน ที่มีเยาวชน ซึ่งควรได้รับการปลูกฝังเรื่องของเกษตรกรรมให้เป็นพื้นฐานสำหรับการดำรงชีวิต โรงเรียนอุทัยธานีวิทยาคม เป็นโรงเรียนระดับมัธยมศึกษา มีการเรียนการสอนในระดับมัธยมศึกษาตอนต้นและมัธยมศึกษาตอนปลาย ซึ่งโดยปกติทั่วไปเท่าที่ผู้เขียนทราบ โรงเรียนระดับมัธยมศึกษาจะมุ่งเน้นและให้ความสำคัญพุ่งตรงไปที่หลักการสอนในเชิงวิชาการ เพื่อส่งต่อนักเรียนไปยังระดับอุดมศึกษาที่มีคุณภาพ แต่สำหรับโรงเรียนอุทัยธานีวิทยาคมแห่งนี้ นอกเหนือจากหลักการสอนในเชิงวิชาการที่ละทิ้งไม่ได้แล้ว ยังน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มาแทรกเข้าไว้ในเนื้อหาของการเรียนการสอน เพื่อให้เด็กนักเรียนมีความรู้ในเชิงวิชาชีพ โดยเฉพาะเกษตรกรรม อันเป็นรากฐานของการดำรง
เกือบครบ 10 ทศวรรษ ของการก่อตั้งโรงเรียนเล็กๆ ที่ตั้งอยู่กลางทุ่ง ในพื้นที่ตำบลอุทัยใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานี และถึงปัจจุบัน ก็ยังคงเป็นโรงเรียนเล็กๆ อยู่เช่นเดิม เพราะมีการเรียนการสอนในระดับปฐมวัย และ ระดับประถมศึกษาเท่านั้น อาจารย์วนิดา พิพัฒน์วัฒนะกุล ผู้อำนวยการสถานศึกษา โรงเรียนเทศบาลวัดอมฤตวารี ผู้ดูแลความเป็นระเบียบเรียบร้อยและการเรียนการสอนทั้งหมดของโรงเรียน พานักเรียนจำนวนหลายสิบคนให้การต้อนรับ พร้อมกับน้ำกระเจี๊ยบ ฝีมือนักเรียน จากวิชาเรียนการงานพื้นฐานอาชีพ มาเสิร์ฟคลายร้อน นักเรียนทั้งหมดของโรงเรียน มีทั้งสิ้น 231 คน มีบุคลากรทางการศึกษา 18 คน เมื่อเปรียบเทียบพื้นที่โรงเรียนที่มีอยู่ไม่มากนัก กับ จำนวนนักเรียนและบุคลากร ก็ถือว่าเหมาะสม ซึ่งพื้นที่โดยรอบถูกบริหารจัดการเป็นอาคารเรียนส่วนใหญ่ รองลงมาเป็นอาคารอเนกประสงค์ โรงอาหาร และมีสนามหญ้าเล็กๆ พื้นที่ที่เหลือนอกจากนั้นเป็นพื้นปูนซีเมนต์ แต่ถึงอย่างนั้นโรงเรียนก็ยังให้ความสำคัญกับการเกษตร ยังคงทำแปลงผักสวนครัวและปลูกไม้ผล เลี้ยงปลา ไว้ในพื้นที่ส่วนหนึ่ง อาจารย์วนิดา บอกว่า โรงเรียนก่อตั้งมานาน บุคลากรไม่มาก และไม่มีค
ฟาร์มกลางเมือง ที่ได้รับการกล่าวขานถึง มีไม่กี่แห่ง แห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ไม่ถึงกับกลางเมืองเสียทีเดียว ออกจะขยับไปชานเมือง แต่ก็เป็นฟาร์มที่เรียกได้ว่า ดึงดูดผู้คนเข้าไปหาได้ไม่น้อย คือ “เฟรชวิลล์ ฟาร์ม” ของ คุณสัมพันธ์ พิพัฒน์วรการ ตั้งอยู่ที่ซอยรามคำแหง 118 เขตสะพานสูง กรุงเทพฯ ที่ได้รับการขนานนามถึง น่าจะเป็นประเด็นที่คุณสัมพันธ์ สร้างตู้เห็ดอัจฉริยะขึ้นมา โดยอาศัยความรู้พื้นฐานที่มีอยู่กับตัวทางด้านวิศวกรรมที่ร่ำเรียนมา ผนวกกับความสนใจด้านเกษตรกรรม และตู้เห็ดอัจฉริยะนี่เอง ที่สร้างเม็ดเงินและสร้างชื่อเสียงให้กับคุณสัมพันธ์จนเป็นที่รู้จักมาถึงวันนี้ คุณสัมพันธ์ เรียก เฟรชวิลล์ ฟาร์ม ว่า เป็นฟาร์มเกษตรสมัยใหม่ เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่มกราคม พ.ศ. 2546 นับถึงวันนี้ก็อีก 1 เดือน ครบ 10 ปี “ผมรวมเอาแนวคิดสามอย่างมารวมกันไว้ นั่นคือ งานวิจัยทางวิศวกรรม งานเกษตรกรรม งานสถาปัตยกรรม เกิดเป็นฟาร์มต้นแบบสมัยใหม่กลางเมือง ให้การทำเกษตร เป็นเรื่องง่ายสำหรับคนเมือง รูปแบบของเฟรชวิลล์ ฟาร์ม เป็นเกษตรปลอดสารพิษ ที่มีฟาร์มผักไร้ดิน ฟาร์มเห็ดอัตโนมัติ เป็นตัวชูโรงเป็นทางเลือกของคนรักสุขภาพและคนที่ต้องก
