เศรษฐกิจพอเพียง
แม่ฮ่องสอน เป็นจังหวัดที่มีภูมิประเทศสวยงาม ห้อมล้อมด้วยภูเขาเล็ก-ใหญ่มากมาย ส่งผลให้เกิดเป็นเส้นทางสัญจรที่คดเคี้ยวชนิดเซียนขับรถหลายรายชื่นชอบ มีทัศนียภาพจากป่าเขาที่มองเห็นเป็นผืนสีเขียวในหน้าฝน ช่วยให้มีความสุขต่อการพบเห็น ขณะที่ความหนาวเหน็บของอุณหภูมิที่ลดต่ำในหน้าหนาวสร้างบรรยากาศให้ผู้คนเดินทางไปสัมผัสยังสถานที่เที่ยวตามธรรมชาติหลายแห่งกันอย่างคึกคัก “อุทยานแห่งชาติน้ำตกแม่สุรินทร์” นับเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่รวบรวมสุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวไว้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นน้ำตกแม่สุรินทร์ ดอยปุยหลวง และอีกแห่งไฮไลต์สำคัญในช่วงหน้าหนาวสำหรับผู้มาเยือนคือทุ่งดอกบัวตองดอยแม่อูคอ ที่มีลักษณะเป็นทิวเขาเขียวสูงสลับด้วยทิวทุ่งดอกบัวตอง จำนวนกว่า 500 ไร่ เหลืองอร่ามทั่วแนวเขา แล้วมีเพียงปีละครั้ง จากสถานที่เที่ยวเหล่านี้ผลักดันให้เกิดเป็นกิจกรรมท่องเที่ยวในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นที่พักในรูปแบบโฮมสเตย์ การนำพืชผัก ผลไม้ มาขาย มีของที่ระลึกขาย ตลอดจนอาชีพรับจ้างต่างๆ ที่ล้วนสร้างเม็ดเงินจำนวนมากให้ชาวบ้านในพื้นที่มีรายได้ตลอดทั้งปี ‘ที่พักดอยแม่อูคอ บ้านปากาเกอะญอโฮมสเตย์’ เป็นสถานที่พักแนวแบ็คแพ็คตั้
หญ้าแฝก เป็นวัชพืชที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาดินเป็นอย่างยิ่ง พื้นที่ทำการเกษตรส่วนใหญ่ของประเทศมักมีปัญหาเรื่องของ “ดิน” กับ “น้ำ” ถ้าแหล่งน้ำ อุดมสมบูรณ์ก็สามารถพัฒนาปรับปรุงบำรุงดินให้ดีง่ายขึ้น แต่หากขาดน้ำการพัฒนาปรับปรุงดินให้ดีก็ยาก จึงมีการพัฒนาแหล่งน้ำโดยนำหญ้าแฝกเข้ามาช่วยกักเก็บน้ำ หรือป้องกันการพังทลายของหน้าดิน ในพื้นที่ที่ดินไม่กักเก็บน้ำ ปัจจุบันมีการนำหญ้าแฝกเข้าไปปลูกกันมากขึ้น เป็นเครื่องชี้ให้เห็นว่า “หญ้าแฝก” มีความสำคัญต่อการพัฒนาดิน และเกษตรกรก็มองเห็นประโยชน์จากหญ้าแฝกทำให้พื้นที่ไร่นาสวนผสมที่ห่างไกลจากแหล่งน้ำ สามารถทำการเกษตรเอาตัวรอดได้มีตัวอย่างให้เห็นแล้วมากมาย “หญ้าแฝกกับไร่นาสวนผสม” ในพื้นที่ทำกินของ คุณสุเทพ เพ็งแจ้ง ก็เป็นอีกตัวอย่างสำคัญที่ทำให้เห็นว่าหญ้าแฝกมีความสำคัญต่อการพัฒนาดินเป็นอย่างยิ่ง คุณสุเทพ บอกว่า ในที่ดินทำกินของตนมีอยู่ทั้งหมด 20 ไร่ อยู่ในพื้นที่ลุ่มน้ำท่วมถึง ปีหนึ่งทำนาได้ข้าวไร่ละไม่ถึง 10 ถัง สาเหตุเพราะน้ำท่วม พอถึงหน้าแล้งดินก็ไม่ดีไม่กักเก็บน้ำ ต่อมาได้ฟังโครงการเกษตรทฤษฎีใหม่ขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ 9 ก็สนใ
เมื่อวันที่ 8 มกราคม นักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางหลั่งไหลมาเที่ยวชมความงามของทุ่งคอสมอส สวนดอกทานตะวัน และพรรณไม้นานาชนิด รวมไปถึงการมาชิมและซื้อเมล่อนจากสวนสดๆ ที่บ้านวังงูเห่า อ.เสาไห้ จ.สระบุรี ซึ่งจะมีงานตั้งแต่ วันที่ 10-20 มกราคม 2562 นี้ โดยช่วงวันหยุดเสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมา ส่งผลให้ชาวบ้านมีรายได้จากการนำผลิตผล เช่น ผักสด ผลไม้ปลอดสารพิษ มาจำหน่าย รวมไปถึงมาตั้งร้านขายอาหารเครื่องดื่มบริการ รวมไปถึงเมล่อนจากสวนสดๆ 3 สายพันธุ์ ที่ท้าความอร่อยหวานกรอบจากสวน ที่สำคัญสวนเมล่อนที่นี่ไม่ใช้สารเคมีและสารความหวานแต่อย่างใด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สวนแห่งนี้เป็นพื้นที่เกษตรของ นายสำราญ หน่อนาคลำ เกษตรกรที่หันมาตามรอยเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวง รัชกาลที่ 9 ซึ่งประสบความสำเร็จ ดัดแปลงพื้นที่ดินส่วนตัวกว่า 20 ไร่ มาทำเป็นทุ่งดอกไม้นานาชนิด โดยเฉพาะทุ่งดอกคอสมอส และดอกทานตะวัน เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เข้ามาเที่ยวชม ส่วนใครที่กำลังมองหาสถานที่ถ่ายภาพกับทุ่งดอกไม้สวยงาม อย่างทุ่งดอกคอสมอส ดอกทานตะวัน และแปลงผักขนาดใหญ่ รวมกว่า 20 ไร่ หรือไม้ประดับเมืองหนาวหลากสีสันสวยงาม มาที่งาน “ต้นกล้าเกษตรแฟร์” โ
ระยะหลังภาวะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย ทั้งอากาศร้อน ฝนแล้ง โรคแมลงก็เยอะ แถมปลายปีเจอน้ำท่วมซ้ำเติมอีก ใครปลูกพืชเชิงเดี่ยว เสี่ยงต่อการขาดทุนสูงมาก หากปรับแนวคิดจากพืชเชิงเดี่ยวสู่การทำเกษตรผสมผสานที่มีหลากหลายพันธุ์พืชในแปลงเดียวกัน น่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด เพราะช่วยกระจายความเสี่ยง เพิ่มโอกาสสร้างรายได้ เพราะมีผลผลิตหมุนเวียนเข้าตลาดได้เรื่อยๆ พ่อจันทร์ที ประทุมภา ปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน สาขาปราชญ์เกษตร เศรษฐกิจพอเพียงปี 2554 จังหวัดนครราชสีมา หนึ่งในเกษตรกรต้นแบบที่นำความรู้เรื่องเกษตรทฤษฎีใหม่และหลักเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ปลูกพืชแบบผสมผสาน จนประสบความสำเร็จ สามารถปลดหนี้สินก้อนโตได้สำเร็จในปีที่ 5 แถมยังเหลือเงินออม ทำให้พ่อจันทร์ทีได้รับรางวัลชนะเลิศด้านเกษตรทฤษฎีใหม่จากการประกวดผลงานตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงครั้งที่ 1 จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) ล้มเหลวสักกี่ครั้ง ก็สู้ไม่ถอย พ่อจันทร์ที เรียนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ทำงานเป็นช่างซ่อมเครื่องยนต์ ด้วยความขยันหมั่นเพียร สะสมเงินทุน ตั้งตัวได้ในฐานะนักธุรกิจ มีกิจการโรงสี
ศูนย์เกษตรธรรมชาติแม่ออน ของ ครูอินสอน สุริยงค์ ที่ อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่ คือแหล่งเรียนรู้เกษตรทฤษฎีใหม่ เกษตรกรรมธรรมชาติ โดยเฉพาะเรื่องของอินทรีย์ชีวภาพที่แสดงให้เห็นทุกขั้นตอนของการผลิตอาหารพืช อาหารสัตว์ เพื่อการอยู่กับธรรมชาติอย่างสมดุล หลังจากถอดบทเรียนและประสบการณ์การปลูกพืชที่ใช้ทั้งปุ๋ยเคมีและยาฆ่าแมลงอย่างหนักมานานนับสิบปี เคยผิดหวังและล้มเหลวกับการปลูกพืชผัก ไม้ผล โดยเชื่อมั่นในสารเคมีชนิดไม่เปิดใจรับอินทรีย์ชีวภาพจนมีหนี้สินท่วมตัว ก่อนตัดสินใจขายที่ดินแปลงใหญ่เหลือไว้ไม่กี่ไร่และเปลี่ยนแปลงกระบวนการผลิตใหม่ที่ไม่ทำลายทั้งดิน น้ำ ตัวเองและผู้บริโภค ครูอินสอน ตัดสินใจบุกเบิกที่ดินผืนสุดท้ายที่เหลืออยู่ เปลี่ยนเป็นศูนย์เรียนรู้เกษตรอินทรีย์เมื่อปี 2530 หลังจากศึกษา และลงมือปฏิบัติเรื่องจุลินทรีย์จนลึกซึ้ง รวมถึงการแปรความหมายของเกษตรกรทฤษฎีใหม่สู่เกษตรธรรมชาติจนประสบความสำเร็จ และสามารถสร้างเครือข่ายสมาชิกจากการไปอบรมให้ความรู้ทั่วประเทศไม่น้อยกว่า 5 หมื่นคน มีทั้งการให้ความรู้ด้านการศึกษาตามอัธยาศัยผ่านการศึกษานอกโรงเรียน จนถึงให้ความรู้กับเยาวชนที่อยู่ในระบบ และถ่ายทอดความรู
นายสหภูมิ ภูมิธฤติรัฐ ผู้อำนวยการสำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เปิดเผยว่า การจัดมหกรรม “ภูมิพลังแผ่นดิน” ครั้งใหญ่ประจำปี และงานวันดินโลก ระหว่างวันที่ 1 – 7 ธันวาคม 2561 ตั้งแต่เวลา 08.00 – 18.00 น. โดยภายในงานมีการจัดนิทรรศการพระราช กรณียกิจ พระอัจฉริยภาพด้านการพัฒนาดินของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 และนิทรรศการเกี่ยวกับความสำคัญของสถาบันพระมหากษัตริย์กับสังคมไทยในด้านต่างๆ ในนิทรรศการ “พระเจ้าแผ่นดิน” ซึ่งจัดแสดงด้วยสื่อ แสง เสียง และเทคนิครูปแบบต่างๆ นิทรรศการ “ดินโลก ดินเรา” นิทรรศการมีชีวิตถ่ายทอดประสบการณ์การน้อมนำแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ถ่ายทอด โดยจากเครือข่ายพิพิธภัณฑ์เกษตรฯ นำเสนอเรื่องราวพระอัจฉริยภาพด้านการแก้ปัญหาเรื่อง ดิน (ดินดี ดินมีชีวิต) น้ำ (มีน้ำ มีชีวิต) ป่า (ร้อยป่า ร้อยชีวิต) และคน (พัฒนาคน พัฒนาแผ่นดิน) ให้กับพสกนิกรไทย ที่สร้างความอุดมสมบูรณ์ให้ผืนดิน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ และสร้างความเป็นอยู่ที่ดีของคนในชุมชน นิทรรศการนวัตกรรมเกษตรเศรษฐกิจพอเพียง กว่า 50 รูปแบบ นวัตกรรมพลังงาน
“พ่อสอนว่า…” ทฤษฎีใหม่ ยืดหยุ่นได้ และต้องยืดหยุ่น เหมือนชีวิตของเราทุกคน ต้องมียืดหยุ่น “ ศูนย์เรียนรู้สวนเกษตรทฤษฎีใหม่ครูเชาว์โชว์ ตามรอยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ตั้งอยู่บ้านหนำหย่อม เลขที่ 363 หมู่ที่ 2 ตำบลหูล่อง อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็น “ศูนย์รวมปราชญ์ ศาสตร์แห่งภูมิปัญญาไทย” ของ คุณเชาวรัตน์ รักษาพล หรือครูเชาว์ เขาทะลุ ที่ให้ความสำคัญกับน้ำมากที่สุด “น้ำคือหัวใจของเกษตรกรไทย” จากแนวความคิดสู่การปฏิบัติ “เศรษฐกิจพอเพียง” เป็นทางรอดทางเดียวในสังคมปัจจุบัน เพื่อให้พออยู่พอกิน ไม่ฟุ่มเฟือย ไม่หรูหรา พอใจในความต้องการ มีความโลภน้อย ยืนบนขาตนเองได้ พึ่งพาตนเองได้ ชีวิตย่อมมีความสุข โดยมีพื้นฐานมาจากวิถีชีวิตดั้งเดิมของสังคมไทย สามารถนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ได้ และเป็นการมองโลกเชิงระบบที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา มุ่งเน้นการรอดพ้นจากภัยและวิกฤต เพื่อความมั่นคง และความยั่งยืน ของการพัฒนาชุมชนบ้านเกิดของตนเอง จากพื้นฐานดังเดิมของคนในชุมชนลุ่มน้ำปากพนัง พี่น้องส่วนใหญ่มีอาชีพทางด้านการเกษตร พ่
จังหวัดภูเก็ต ในฐานะเมืองท่องเที่ยว ที่ดินมีราคาแพงมาก เพราะเป็นทำเลทองของการท่องเที่ยวในพื้นที่ภาคใต้ แต่ที่นี่ ยังมีการทำนาปลูกข้าวอยู่นะ ชาวบ้านไม้ขาว อำเภอถลาง ชุมชนชายทะเลตอนเหนือของเกาะภูเก็ต ยังคงรักษามรดกวัฒนธรรม วิถีชีวิตกึ่งชนบทได้อย่างดีเยี่ยมภายใต้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง พวกเขาอนุรักษ์วิถีชีวิตการทำนาเช่นเดียวกับรุ่นปู่ย่าตายาย พวกเขาทำเกษตรแบบเรียบง่าย มีความเอื้ออาทรของวิถีชีวิตแบบไทยๆ ที่ต่างชาติเห็นแล้วชื่นชมด้วยความประทับใจ บ้านไม้ขาว อำเภอถลาง “นาผืนสุดท้ายของจังหวัดภูเก็ต” ตั้งอยู่ หมู่ที่ 4 บ้านไม้ขาว ตำบลไม้ขาว อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต ปัจจุบัน มีพื้นที่ประมาณ120 ไร่ มี นายเนตร เดชากุล เป็นผู้ริเริ่มรวบรวมเพื่อนบ้านหันกลับมาทำนาข้าว ซึ่งเดิมเป็นนาร้าง โดยเสนอผ่าน นายมาโนช สายทอง ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 4 ตำบลไม้ขาว อำเภอถลาง จัดทำโครงการเสนอทางจังหวัดภูเก็ต เริ่มทำเป็นโครงการเชิงอนุรักษ์อาชีพชาวนาภูเก็ตอย่างจริงจัง ในปี พ.ศ. 2554 ในช่วงที่ ดร. ปรีชา เรืองจันทร์ เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ถือเป็นจุดเริ่มต้นโครงการ “นาผืนสุดท้ายของจังหวัดภูเก็ต” ที่เน้น “ปลูกวันแม่เก็บเก
การทำไร่นาสวนผสมจะประสบความสำเร็จได้ต้องมีความอดทน วิริยะ อุตสาหะ เพียบพร้อม หากไม่อดทนเสียแต่ต้นมือ ปล่อยให้ความย่อท้อเข้ามาบั่นทอนในจิตใจ ท้ายที่สุดแล้วก็ต้องเลิกราพ่ายแพ้จากไป คุณปราณี และ คุณสมนึก ทิพยะ ทั้งสองทำงานอยู่กรุงเทพฯ ตัดสินใจกลับมาสู่ภาคเกษตร ในที่ดิน 200 ไร่ ที่มีอยู่ในเขตพื้นที่ หมู่ที่ 12 ตำบลวังบ่อ อำเภอหนองบัว จังหวัดนครสวรรค์ คุณปราณี เล่าว่า เดิมทีที่ดินบริเวณนี้เป็นป่ารก ป้ากับลุงปลูกมะม่วงทิ้งไว้แล้วก็อพยพครอบครัวไปอยู่กรุงเทพฯ ให้ลูกๆ ได้เรียนหนังสือกัน ส่วนที่ตรงนี้น้องชายลุงดูแลอยู่ พอน้องชายลุงเสียชีวิตลูกๆ เรียนจบพอดี ก็อพยพครอบครัวกลับมาอยู่บนที่ผืนเดิม “แรกๆ ก็ไม่อยากมา เพราะไม่ชินกับสภาพแบบนี้ อยู่กับป่า ไฟฟ้าก็ไม่มี ความสะดวกสบายไม่มีอะไรเลย แต่พออยู่ไปๆ ก็ชินไปเอง” คุณปราณี เล่าอีกว่า เมื่อแรกมาอยู่ในที่ดิน 200 ไร่ เริ่มเก็บมะม่วงที่ปลูกไว้แต่เดิมขายเอาเงินมาปลูกมะม่วงต้นใหม่ ปลูกมะม่วงเสริมอีก 400 ต้น เดิมมีอยู่แล้ว 300 ต้น จากนั้นก็ปลูกลำไยอีก 500 ต้น กาลเวลาผ่านไป 3 ปี มะม่วงโตลำไยก็เริ่มได้ผล คราวนี้โค่นมะม่วงต้นเก่าทิ้งเอาอ้อยมาปลูกแทน แล้วก็ปลูกม
ทุ่งกุลาร้องไห้ มีดินแดนกว้างใหญ่ไพศาล 2.1 ล้านไร่ ใน 5 จังหวัด คือ จังหวัดยโสธร ศรีสะเกษ สุรินทร์ มหาสารคาม และจังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด ทุ่งกุลราร้องไห้อยู่ในพื้นที่ อำเภอปทุมรัตต์ เกษตรวิสัย สุวรรณภูมิ และอำเภอโพนทราย รวมพื้นที่ 9.7 แสนไร่ คุณอุทัย และ คุณสมคิด สาวแก้ว สามีภรรยา อยู่บ้านเลขที่ 118 ม.7 บ้านทุ่งทรายทอง ต.ทุ่งหลวง อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด 45130 ประสบความสำเร็จในโครงการเกษตรทฤษฎีใหม่ ทีมงานจากสำนักงานเกษตรอำเภอสุวรรณภูมิ เดินทางผ่านทุ่งนาที่เวิ้งว้าง กว้างใหญ่ไพศาล น้ำมันรถยนต์เต็มถัง เครื่องยนต์ดี ยางดี หมู่บ้านอยู่ห่างไกลกันมาก เป็นหมู่บ้านขนาดใหญ่ มี คุณหลวงเกตุ บุญอรัญ เป็น ผญบ. เจ้าของบ้านให้การต้อนรับดีมากๆ พร้อมบอกว่าตนเองทำนาปีละครั้ง นาข้าว 100 ไร่ เป็นพื้นที่ ส.ป.ก. 4-01 นาอาศัยน้ำฝนเพียงอย่างเดียว ฤดูแล้งดินเค็มส่าเกลือระเหิดจากใต้พื้นพสุธา ต้นไม้ที่ขึ้นได้ดีคือ ต้นยูคาลิปตัส ตนเองเป็นสายเลือดของ “ทุ่งกุลาร้องไห้” น้อมนำโครงการเกษตรทฤษฎีใหม่ สู่พื้นที่นาข้าวหลังบ้านพัก 3 ไร่ โดยการส่งเสริมของ คุณวัชรินทร์ เขจรวงศ์ เกษตรอำเภอสุวรรณภูมิ กรมส่งเสริมการเกษ
