เศรษฐกิจพอเพียง
กรมส่งเสริมสหกรณ์หนุนสหกรณ์พื้นที่โครงการหลวง เป็นองค์กรของชุมชนที่ช่วยส่งเสริมอาชีพให้ชาวเขาที่อาศัยอยู่บนพื้นที่สูงใน 11 จังหวัด พร้อมประชุมหารือตัวแทนสหกรณ์โครงการหลวง 46 แห่ง เพื่อร่วมกันกำหนดทิศทางการดำเนินงานและเชื่อมโยงเครือข่ายความร่วมมือระหว่างกัน เพื่อนำไปสู่การสร้างความเข้มแข็งและรายได้ที่มั่นคงของชาวบ้านในพื้นที่ นายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยว่า กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้จัดประชุมเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานส่งเสริมสหกรณ์และตัวแทนสหกรณ์ กลุ่มเกษตรกร และกลุ่มเตรียมการสหกรณ์ในพื้นที่โครงการหลวง ปี 2562 ที่จังหวัดเชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 9-11 กันยายน 2562 เพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกันในการกำหนดทิศทางพัฒนาสหกรณ์ในพื้นที่โครงการหลวง ให้เป็นองค์กรของชุมชนและเป็นศูนย์กลางในการส่งเสริมอาชีพและรายได้ที่มั่นคงให้กับชาวบ้านที่อาศัยอยู่บนพื้นที่สูง รวมถึงเกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และเสริมสร้างความร่วมมือในการดำเนินธุรกิจร่วมกันระหว่างสหกรณ์กับมูลนิธิโครงการหลวง ทั้งนี้ จุดเริ่มต้นของการจัดตั้งสหกรณ์ในพื้นที่โครงการหลวง เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2536 กรมส่งเสริมสหกรณ์ ได้ร่วมกับมูลนิธ
นายจิระ สุวรรณประเสริฐ ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 8 (สวพ.8) กล่าวว่า ในการเดินทางเยี่ยมชมผลงานวิจัยและพัฒนาการแปรรูปกล้วยฉาบน้ำตาลโตนดรำแดง ต.รำแดง อ.สิงหนคร จ.สงขลา ของ พลเอก ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ องคมนตรี เมื่อเร็วๆ นี้ ได้กล่าวชื่นชมกรมวิชาการเกษตรในการขับเคลื่อนโครงการวิจัยและพัฒนาการจัดการผลิตพืชที่ยั่งยืนโดยใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง จนประสบความสำเร็จในเชิงรูปธรรม ในการส่งเสริมให้เกษตรกรในชุมชนนำวัตถุดิบจากท้องถิ่นมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์สร้างรายได้ในครอบครัว พร้อมให้นโยบาย ให้ สวพ.8 เข้าไปแนะนำส่งเสริมตลาดสินค้าให้ชุมชนมากขึ้น เพื่อยกระดับรายได้และความเป็นอยู่ของคนในชุมชน ซึ่ง สวพ.8 พร้อมเดินหน้าในการเร่งดำเนินการนโยบายดังกล่าวอย่างเร่งด่วน ด้าน นายธัชธาวินท์ สะรุโณ ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการผลิตพืชที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง สวพ.8 กล่าวเพิ่มเติมว่า การวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์กล้วยฉาบน้ำตาลโตนด เกิดจาก สวพ.8 ร่วมกับกลุ่มเกษตรกรวิจัยการปลูกพืชตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง พัฒนาผลิตภัณฑ์อัตลักษณ์พื้นถิ่นนำเอากล้วยที่ปลูกบนดินยุคโฮโลซีน เมื่อทะเลยกตัวราว 5,000 ปีมาแล
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) นำนวัตกรรมจัดการกับวัชพืชและผักตบชวา ภายใต้โครงการจิตอาสาพัฒนาสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของประชาชนเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก วช. ได้รับมอบหมายจาก คณะกรรมการจิตอาสาเฉพาะกิจกลุ่มงานโครงการและกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ ให้ดำเนินกิจกรรมภายใต้โครงการจิตอาสาพัฒนาสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของประชาชนเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2562 พลโท ธรรมนูญ วิถี แม่ทัพน้อยที่ 1 ผู้แทนศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน 904 วปร. ได้เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม “การนำนวัตกรรมไปจัดการกับวัชพืชและผักตบชวา เพื่อสร้างรายได้ให้ชุมชน” โดยมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวความเป็นมา และนายสุพจน์ ยศสิงห์คำ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม กล่าวต้อนรับ ณ โรงเรียนวัดท่าพูด ตำบลไร่ขิง อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม โดยครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมฯ ทั้งสิ้น จำนวน 145 คน วช. นำผลงานวิจัยและนวัตกรรม “เครื่องผลิตปุ๋ยหมัก” ของ ดร.ลักขณา เบ็ญจวรรณ์ นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพง
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.)นำนวัตกรรมจัดการวัชพืชและผักตบชวาร่วมโครงการจิตอาสาเฉลิมพระเกียรติ ณ จังหวัดลพบุรี คณะกรรมการจิตอาสาเฉพาะกิจกลุ่มงานโครงการและกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติได้มอบหมายให้ วช. ดำเนินการ “โครงการจิตอาสาพัฒนาสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของประชาชนเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก” และวช.ได้จัดกิจกรรม “การนำนวัตกรรมไปจัดการกับวัชพืชและผักตบชวา เพื่อสร้างรายได้ให้ชุมชน” ครั้งที่ 4 ขึ้น เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2562 ณ ที่ทำการองค์การบริหารส่วนต.บางพึ่ง อ.บ้านหมี่ จ.ลพบุรี โดยมี พลตรี สุรเดช ประเคนรี รองแม่ทัพน้อยที่ 1 ในฐานะผู้แทนศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน 904 วปร.เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม และดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวถึงความสำคัญและเป้าประสงค์ของกิจกรรมฯ พร้อมด้วยนายผดุงศักดิ์ หาญปรีชาสวัสดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี กล่าวต้อนรับ ในการนี้ภาคพื้นที่ นายอนุชิต สังฆสุวรรณ ผู้ตรวจราชการกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น และพันเอก ณรงค์ จันทร์สืบสาย รองเสนาธิการมณฑลทหารบกที่ 13 ร่วมเป็นเกียรติ โดยมีผู้เข้าร่ว
กรมส่งเสริมการเกษตร ลงนามบันทึกความเข้าใจเรื่องการพัฒนาวิชาการด้านการวิจัยและการส่งเสริมการเกษตร ร่วมกับ มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ ร่วมวางแผนพัฒนา 5 ด้านสำคัญ การพัฒนาเยาวชนเกษตร การพัฒนาเทคโนโลยี นวัตกรรม การวิจัยและการผลิตพืช การจัดการโรคและแมลงศัตรูพืช การจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศ และการพัฒนาบุคลากร นายสำราญ สาราบรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวหลังจากการลงนามบันทึกความเข้าใจเรื่องการพัฒนาวิชาการด้านการวิจัยและการส่งเสริมการเกษตร ร่วมกับ มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ ณ มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ จ.นราธิวาส ว่า กรมส่งเสริมการเกษตร ให้ความสำคัญในการนำงานวิจัยไปปฏิบัติมาโดยตลอด จำเป็นต้องมีหน่วยงานสนับสนุนและเกื้อกูลกัน ทั้งนี้กรมฯ วางระบบงานส่งเสริมการเกษตร T & V system (Training and visit System) เป็นระบบฝึกอบรมและเยี่ยมเยียน ที่ได้มีการนำมาปรับปรุงมุ่งให้เกิดการขับเคลื่อนการดำเนินงานของเจ้าหน้าที่ทุกระดับทั่วประเทศ ซึ่งการนำงานวิจัยมาช่วย จะทำให้สามารถปรับปรุงและพัฒนางานส่งเสริมการเกษตรให้เกิดประสิทธิภาพในด้านต่างๆ อย่างครอบคลุม ทั้งการแก้ไขปัญหาให้กับเกษตรกรได้อย่
ขณะที่อากาศยังคงแปรปรวน ฝน ร้อน หนาว มาให้สัมผัสอยู่เนืองๆ แต่ทว่าผืนดินหลายแห่งยังคงได้รับความอุดมสมบูรณ์เอาไว้ เพื่อแลกกับการเจริญเติบโตของต้นไม้ใบหญ้า ก่อนความแห้งแล้งครั้งหน้าจะคืบคลานเข้ามาในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า พืชผักพื้นบ้าน ทั้งผักปลูกใหม่ที่มีวัยของอายุสั้นๆ ต่างรับเอาความชุ่มชื้น สร้างความอวบอ้วนเขียวขจี เหตุผลที่ดีที่สุดในเวลานี้ นั่นคือทำให้มนุษย์ได้บริโภคพืชผักที่อวบอิ่มและราคาถูก ช่วงนี้จะมีอากาศหนาวแม้เบาบาง ก็ทำให้ได้เห็นดอกไม้แรกแย้มหลังการซุกซ่อนตัวเองเพื่อรอคอยห้วงหนึ่งในฤดูกาล และพืชบางสายพันธุ์ได้ออกผลให้ลิ้มลอง อย่างไรก็ตาม หากมนุษย์มีโอกาสและต้นทุนเพียงพอในการสร้างสิ่งที่ทำให้เราสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้โดยไม่ต้องอาศัยปัจจัยภายนอกมากมาย และทำให้ค่าใช้จ่ายลดลง จนเกิดความพอเพียงตามเข้ามาอย่างช้าๆ ในที่สุดเราก็จะสามารถอยู่ได้ด้วยวิถีของเราเอง ผู้ที่มีต้นทุนพื้นฐานจากอดีตในวัยเด็ก ไม่ว่าเติบโตมาแล้วจะอยู่สาขาอาชีพใด หากไม่ลืมต้นทุนพื้นฐานที่ตัวเองมีในครั้งก่อนเก่า ก็จะทำให้ชีวิตอยู่สุขสบายไม่เดือดร้อน หรือขวนขวายหาสิ่งใหม่ๆ ทั้งโลกยุคปัจจุบันพยายามยัดเยียดให้เกิดความอ
ตำราเคลื่อนที่ด้านเศรษฐกิจพอเพียง อย่าง คุณสมศักดิ์ เครือวัลย์ ปราชญ์ของแผ่นดิน จังหวัดระยอง หรือเรียกกันว่า ผู้ใหญ่สมศักดิ์ ในวัย 66 ปี นับเป็นแบบอย่างที่ดีงามสำหรับผู้คนในยุคนี้ ในยุคที่ “พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงเสด็จสู่สวรรคาลัย” เหลือเพียงแต่พระราชปณิธานและพระราชดำริ รวมทั้งพระราชดำรัสอีกจำนวนมาก ให้พสกนิกรชาวไทยได้ปฏิบัติเพื่อความผาสุกและความร่มเย็น ซึ่งผู้ใหญ่สมศักดิ์ได้เดินตามรอยพ่อในทุกมิติ จนประสบความสำเร็จ และมีวันนี้ได้เพราะน้อมนำพระราชดำริ “เศรษฐกิจพอเพียง” มาใช้อย่างจริงจัง ทั้งศึกษาภาคทฤษฎีและปฏิบัติให้รู้อย่างถ่องแท้ เพราะหากนำพระราชดำรัส “เศรษฐกิจพอเพียง” ของในหลวงรัชกาลที่ 9 มาใช้ จะพบว่า “ความรวย” อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม และใครๆ ก็รวยได้ แต่ต้องเริ่มต้นจากตัวเอง โดยผู้ใหญ่สมศักดิ์แนะทางรวยตามวิถีพึ่งพาตนเอง โดยให้เริ่มต้นทำเรื่องของตัวเองก่อน และต้องทำตัวเองให้รอด จึงจะแบ่งปันผู้อื่นได้ “แต่ก่อนจะทำเรื่องของคนอื่น แต่ทำไม่ได้ เพราะเข้าใจไม่ตรงกัน ผลสุดท้ายก็กลับมาทำเรื่องของตัวเอง เอาตัวเองให้รอด พอตัวเองเริ่มรอด แต่กว่าจะรอดก็นาน เพราะมีอะไ
จากปัญหาด้านสุขภาพ ทำให้ คุณสอาด คำทราย จำต้องเกษียณตัวเองออกราชการก่อนกำหนด ทั้งๆ ที่ใจยังรักอยากจะทำงานต่อ แต่เพราะกลัวความเครียดจากการทำงานที่เพิ่มขึ้นตามภาระงานที่ได้รับซึ่งเป็นสาเหตุเร่งเร้าทำให้สุขภาพทรุดโทรม จึงตัดสินใจเกษียณตัวเองจากอดีตเจ้าพนักงานการเกษตร อำลาหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรให้แก่เกษตรกรมา 31 ปี คุณสอาด คำทราย อยู่บ้านเลขที่ 35 หมู่ 6 บ้านปงวัง ตำบลพิชัย อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง สัมผัสชีวิตเกษตรมาโดยตลอด เมื่อเรียนที่วิทยาลัยเกษตรกรรมลำปาง (ปัจจุบัน เป็นมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา จังหวัดลำปาง) ปี พ.ศ. 2520 ในระดับ ปวช. และ ปวส. จบปี พ.ศ. 2524 (ต่อมาจบปริญญาตรี วท.บ. เทคโนโลยีการเกษตร จากมหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง ปี พ.ศ. 2535) ในปี พ.ศ. 2524 ได้บรรจุเป็นเจ้าพนักงานการเกษตรที่อำเภอลอง จังหวัดแพร่ และย้ายมาอยู่จังหวัดลำปางเมื่อปี พ.ศ. 2531 ระหว่างรับราชการอยู่ที่จังหวัดลำปาง ได้ใช้พื้นที่หลังบ้านตนเองประมาณ 400 ตารางเมตร ยกแปลงปลูกผักเป็นแปลงๆ เริ่มปลูกได้ก็แจกจ่ายให้เพื่อนบ้าน เมื่อมีมากขึ้นจึงมีแม่ค้าใกล้เคียงมาซื้อกัน ส่วนใหญ่เป็นผักตามฤดูกาล ในเวลานั้นไม่ได้ปลูกมาก
วันนี้ ได้รับเชิญจาก คุณชาวิช จันทร์เกษ ประธานสหกรณ์การเกษตรผสมผสานสกลนคร จำกัด ทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานเครือข่าย มหาวิทยาลัยชาวนาสกลนครร่วมกันขับเคลื่อนโครงการเกษตรเพื่ออาหารและการท่องเที่ยว โดยมีเกษตรกรรุ่นใหม่ young smart farmer เป็นแกนนำเนื่องจากเป็นคนหนุ่มไฟแรงมีแนวความคิดหัวก้าวหน้าทันต่อโลกในสถานการปัจจุบัน ให้มาร่วมงานเปิด สถาบันพัฒนาเกษตรกร (มหาวิทยาลัยชาวนาสกลนคร) ที่ศูนย์บ่มเพาะเกษตรกรรุ่นใหม่ หรือกลุ่มผสมผสานและเทคโนโลยี กลุ่ม Young Smart Farmer สกลนคร โดยพื้นที่ดังกล่าวเป็นของ คุณสิทธิ์ศักดิ์ พุ้ยมอม อยู่ที่บ้านดอนเชียงบาน หมู่ที่ 3 ตำบลเชียงเครือ อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร อาศัยติดรถร่วมกับ ว่าที่ ร.ต. ประสิทธิชัย บุระเนตร รักษาการสหกรณ์จังหวัดสกลนคร มารับ และออกจากตัวเมืองสกลนคร มุ่งหน้าไปตามถนนสายสกลนคร-นครพนม ใช้เวลาประมาณ 30 นาที หรือราว 30 กม. ผ่านทางเข้า เข้ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และเลยไปอีกราว 3 กม. ก็ถึงบ้านดอนเชียงบาน เป็นสามแยก ไปทางอำเภอนาหว้า จังหวัดนครพนม เลี้ยวซ้ายไปตามถนนดอนเชียงบาน-นาหว้า ราว 2 กม. ก็จะพบกับพื้นที่ของการเปิดงาน “สถาบันพัฒนาเกษตรกร” ว
การทำเกษตรแบบผสมผสาน หรือไร่นาสวนผสม ไม่มีคำจำกัดความ ไม่มีกติกาหรือกฎตายตัว ว่าต้องเป็นพืชชนิดใด เลี้ยงสัตว์ชนิดใด ทั้งนี้ เพราะแต่ละพื้นที่และท้องถิ่นมีสภาพทางธรรมชาติที่แตกต่างกัน เพียงแต่การผสมผสานนี้ขอให้ยึดหลัก สร้างความร่มรื่น แล้วให้พืชหลายชนิดที่ปลูกอยู่ในพื้นที่เดียวกัน มีการเกื้อกูลกันทางธรรมชาติให้มากที่สุด และสำคัญที่สุดคือ ผู้ปลูกต้องได้ประโยชน์มากที่สุด แล้วยังสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืนด้วยเช่นกัน คุณจินดา ฟั่นคำอ้าย อยู่บ้านเลขที่ 43 หมู่ที่ 2 ตำบลผาปัง อำเภอแม่พริก จังหวัดลำปาง อดีตศึกษานิเทศก์ จังหวัดลำปาง เป็นอีกท่านหนึ่งที่สนใจการทำเกษตรผสมผสาน แล้วตั้งใจเดินตามแนวทางนี้ในบั้นปลายชีวิต จึงวางแผนล่วงหน้าก่อนจะเกษียณอายุราชการเมื่อปี 2558 ที่ผ่านมา อดีตศึกษานิเทศก์ท่านนี้ให้เหตุผลที่เลือกแนวทางการทำเกษตรกรรมแบบผสมผสาน เนื่องจากสมัยที่รับราชการได้มีโอกาสเดินทางไปดูงาน ตลอดจนศึกษาหาความรู้ด้านการทำเกษตรหลายแห่ง หลายด้าน ล้วนพบว่าการทำเกษตรกรรมแบบปลูกพืชเชิงเดี่ยวจะเกิดความเสี่ยงต่อความเสียหายมาก เพราะรายได้ของการมีชีวิตแบบชาวไร่ ชาวนา ส่วนใหญ่เกิดจากการทำเกษตรกรรม
