เห็ด
ในยุคนี้ปฏิเสธไม่ได้ว่าโซเชียลมีเดียและเทคโนโลยีเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ครองเมืองไปทั่วทุกพื้นที่ โดยมีการนำนวัตกรรมใหม่ๆ มาเป็นเครื่องทุ่นแรง เพื่อช่วยในการทำงานทั้งภาคการเกษตรและภาคอุตสาหกรรม ซึ่งในช่วงแรกของการลงทุนอาจจะดูเหมือนเป็นการใช้เงินที่มหาศาล แต่เมื่อมองไปถึงระยะยาวถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าของการนำเทคโนโลยีต่างๆ มาปรับใช้ให้การผลิตสินค้ามีคุณภาพที่แน่นอนมากขึ้น ซึ่งในขณะนี้สังเกตเห็นว่า การทำฟาร์มเห็ดกำลังได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางมากขึ้น เพราะเห็ดมีคุณค่าทางโภชนาการและมีความอร่อยเฉพาะตัว จึงทำให้เห็ดหลายชนิดเป็นที่ต้องการของตลาด แต่ด้วยสภาพอากาศที่ไม่แน่นอน มีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ รวมถึงเรื่องของโรคและแมลงที่ก่อให้เกิดความเสียหายกับเห็ด ส่งผลให้เกษตรกรบางรายที่เพาะเห็ดได้ผลผลิตไม่เต็มที่ มีจำนวนไม่มากพอต่อความต้องการของตลาด ทำให้ส่งจำหน่ายได้ไม่ต่อเนื่อง เป็นเหตุให้สูญเสียโอกาสหลายด้านในการค้าขาย คุณพัชรพล โพธิ์พันธุ์ เจ้าของฟาร์มเห็ด “จาวา” ตั้งอยู่เลขที่ 60/7 หมู่ที่ 8 ตำบลแพรกศรีราชา อำเภอสรรคบุรี จังหวัดชัยนาท เป็นคลื่นลูกใหม่ไฟแรงที่มองว่าอาชีพทางการเกษตรหากนำมาพัฒนาและ
ปัจจุบันผู้คนส่วนใหญ่หันมาให้ความสำคัญและใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น ด้วยเหตุนี้จึงมีผู้ที่รักสุขภาพจำนวนไม่น้อยสนใจอยากที่จะปลูกผักเพื่อสุขภาพไว้ทานเองที่บ้าน แต่ต้องประสบปัญหาในเรื่องของพื้นที่ ที่มีอย่างจำกัด ครั้งนี้ผู้เขียนได้มีโอกาสได้พูดคุยกับคุณเขมจิรา เกษตรกรโครงการสมาร์ทฟาร์มเมอร์ ได้แนะนำวิธีการเพาะเห็ดที่แสนง่าย มีเงินลงทุนเพียงหลักร้อย ใช้พื้นที่ประมาณ 1 เมตร ก็สามารถเพาะเห็ดได้ ส่วนวิธีการเพาะ การดูแล ก็ทำได้ไม่ยาก งานนี้ได้ทั้งสุขภาพและราคาที่ดีต่อใจ คุณเขมจิรา กิตติสิทธิการ อยู่บ้านเลขที่ 60 ม.10 ต.ธวัชบุรี อ.ธวัชบุรี จ.ร้อยเอ็ด โทรศัพท์ 085-7514837 บ้านสวนเห็ดคุณยาย แนะนำถึงอุปกรณ์และขั้นตอนการเพาะเห็ดในท่อซีเมนต์ว่า อุปกรณ์เพาะเห็ดในท่อซีเมนต์ 1.ท่อซีเมนต์ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 60 เซนติเมตร ราคา 60 บาท ผ้าสแลน หรือผ้ากระสอบป่าน ไว้คลุมก้อนเห็ด 3.ก้อนเห็ด 11 ก้อน ก้อนละ 9 บาท 4.ไม้ไผ่ ทำเป็นที่วางก้อนเห็ด ขั้นตอนการเพาะเห็ดในท่อซีเมนต์ 1.วางท่อซีเมนต์พิงกำแพง ผนัง ในลักษณะตะแคง เพื่อเก็บความชื้นได้ดี 2.วางไม้กระดานที่ด้านในท่อซีเมนต์ 3.นำก้อนเชื้อเห็ดวางเรียงในวงบ่อเป็น
เมื่อวันที่ 28 พ.ค. แพทย์หญิงนภาพร เกียรติดำรง รองผู้อำนวยการด้านบริการปฐมภูม รพ.อำนาจเจริญ เปิดเผยว่า ขณะนี้หลายพื้นที่เริ่มมีฝนตก ทำให้เริ่มมีเห็ดชนิดต่างๆ ออกดอกเป็นจำนวนมาก และเป็นที่นิยมของประชาชนในการเก็บมาบริโภคด้วยการปรุงเป็นอาหารประเภทต่างๆ โดยที่เห็ดนั่นมีทั้งเห็ดที่รับประทานได้ และเห็ดพิษหรือเห็ดเมา มีลักษณะใกล้เคียงกับเห็ดที่รับประทานได้ ทำให้ประชาชนเข้าใจผิดเก็บมารับประทาน จนเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต จึงอยากย้ำเตือนให้ประชาชนเลือกบริโภคเฉพาะเห็ดที่รู้จักจริงๆ เท่านั้น ไม่ว่าจะโดยการเก็บหรือซื้อมารับประทานก็ตาม หากไม่แน่ใจห้ามรับประทานอย่างเด็ดขาด โดยจากสถิติย้อนหลัง 3-4 ปี ก็เคยมีผู้ป่วยที่เข้ารับมารักษาที่ รพ.อำนาจเจริญ จากการรับประทานเห็ดพิษบ่อยที่สุด โดยเฉลี่ยแล้วพบมีผู้ป่วยที่มารับการรักษาจากการรับประทานเห็ดพิษ 16-20 ราย ต่อปี แต่ก็ไม่เคยถึงขั้นเสียชีวิต จนตอนนี้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 1 ราย จากการกินเห็ดพิษ ซึ่งเป็นชายวัย 58 ปี ที่มาเข้ารับการรักษาที่ รพ.อำนาจเจริญ เมื่อช่วงวันที่ 24 พ.ค.ที่ผ่านมา ตลาดขายเห็ดป่า จากการตรวจเลือดพิสูจน์พบว่า ผู้เสียชีวิตมีอาการตับและไตไม่ทำงาน
วันที่ 21 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่ ร.พ.ทุ่งหว้า อ.ทุ่งหว้า จ.สตูล ได้รับผู้ป่วยจากการรับประทานแกงเห็ดทั้งหมด 13 ราย มีอาการคลื่นไส้อาเจียน กระสับกระส่าย เวียนหัว ซึม มี 3 รายต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ เนื่องจากหายใจลำบากติดขัด ซึม ท้องเสีย และมีอากาทางเดินหายใจ ก่อนนำส่งต่อที่ ร.พ.สตูล นอนรักษาตัวที่ ร.พ.ทุ่งหว้า 4 ราย ส่วนที่เหลือกลับบ้านได้ จากนั้น นายแพทย์สาธารสุขจังหวัดสตูล จึงได้ให้เจ้าหน้าที่เข้าสอบสวนโรคพบมีผู้ป่วยจากการรับประทานเห็ดมีพิษครั้งนี้มีทั้งหมดรวม 17 ราย ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ค้นหาผู้ป่วยเพิ่มเติมและยังไม่พบผู้เสียชีวิตแต่อย่างใด หลังจากนั้นนายแพทย์สมบัติ ผดุงวิทย์วัฒนา นายแพทย์สาธารณสุข จ.สตูล ได้ประกาศเตือน ว่าช่วงหน้าฝนเก็บเห็ดป่ามากินอาจเป็นเห็ดพิษ เนื่องจากประชาชนนิยมเห็ดป่าที่ขึ้นเองตามธรรมชาติ ซึ่งเห็ดป่ามีทั้งกินได้และเห็ดพิษที่มีลักษณะใกล้เคียงกัน ทำให้ประชาชนเข้าใจผิด สำหรับจังหวัดสตูลที่ อ.ทุ่งหว้า จ.สตูล พบผู้ป่วยจากการรับประทานเห็ดมีพิษแล้วเมื่อวันที่ 20 พ.ค. อาการหลังจากกินเห็ดพิษแล้วจะทำให้คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้องหรือถ่ายอุจจาระเหลว ไม่ควรซื้อยากินเองหรือไ
นายไพศาล สังข์มงคล ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 1 จังหวัดชัยนาท กล่าวว่า การดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาลในเรื่องการพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ ด้วยการพัฒนาและสร้างคนรุ่นใหม่เข้าสู่ภาคการเกษตรนั้น ถือเป็นอีกหนึ่งภารกิจสำคัญที่ สสก.1 มีการดำเนินงานมาอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง โดยเฉพาะการพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ที่เน้นใช้องค์ความรู้ในเรื่องของเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการประกอบอาชีพนั้น ถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งที่จะช่วยยกระดับพัฒนาการทำเกษตรในยุคปัจจุบันให้ก้าวไปสู่การทำเกษตรยุค 4.0 ได้อย่างแท้จริง ประกอบการส่งเสริมให้มีการบริหารจัดการและขับเคลื่อนชุมชนโดยคนในชุมชนเองนั้น ส่งผลให้เกิดการพัฒนาเป็นไปตามความต้องการของชุมชนอย่างแท้จริง สำหรับการดำเนินการทั้งหมดนี้ก็มุ่งหวังให้คนรุ่นใหม่มีความรู้ความสามารถในการทำการเกษตร ก่อให้เกิดความยั่งยืนในการประกอบอาชีพการเกษตร การพึ่งพาตนเอง และการแข่งขันทางการค้าในอนาคต โดยการพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ให้เป็น Young Smart Farmer เพื่อนำความรู้ที่ได้มาพัฒนาตนเอง เชื่อมโยงจนเกิดเครือข่าย Young Smart Farmer ทุกภาคของประเทศต่อไป โดยในส่วนของ สสก.เขต 1 ซึ่งรับผิดชอบ 9
วันที่ 3 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ จ.นครพนม ในช่วงนี้สภาพอากาศยังคงแปรปรวน บางวันมีถึงสามฤดู ทั้งร้อนจัด มีฝนตก และอากาศเย็นช่วงเช้า ถึงแม้จะมีบางพื้นที่ได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศแปรปรวน ทำให้เกิดพายุฤดูร้อน แต่กับเป็นผลดีกับเกษตรกรที่กำลังประสบปัญหาภัยแล้ง ขาดแคลนน้ำทำการเกษตร นอกจากจะสามารถทำเกษตรสร้างรายได้เสริม ยังเป็นผลดีต่อเกษตรกรในพื้นที่ มีอาชีพหาของป่าขาย หลังมีฝนตกลงมา บวกกับสภาพอากาศร้อนอบอ้าว ทำให้เห็ดป่าออกดอกจำนวนมากกว่าทุกปี อาทิ เห็ดเผาะป่า เห็ดโคน เห็ดดิน เห็ดปลวก รวมถึงเห็ดกินได้นานาชนิด โดยเฉพาะเห็ดเผาะ เห็ดปลวก ถือเป็นเห็ดที่นิยม มีรสชาติอร่อย ทำให้มีราคาแพง นำไปปรุงเป็นเมนูเด็ด ทำให้เกษตรกรต่างพากันหันไปยึดอาชีพเก็บเห็ด มาขายสร้างรายได้เสริม ช่วงรอฤดูกาลทำนาปี ส่งผลให้ตามตลาดต่างๆ รวมไปถึงริมถนนเส้นทางสายหลักในพื้นที่ จ.นครพนม มีบรรดา พ่อค้า แม่ค้า นำเห็ดป่าออกมาวางขายกันคึกคัก จากการสอบถามบรรดาแม่ค้า มาขายริมทางถนน 212 ท่าอุเทน-นครพนม บริเวณทางเข้าบ้านน้อยชลประทาน ทราบว่า ในช่วงนี้ถือเป็นโอกาสทองของชาวบ้านหาของป่า มีรายได้จำนวนมาก เพราะอากาศร้อนสลับฝนจะทำให้
วันที่ 5 ก.พ. ผู้สื่อข่าว”ข่าวสด”ประจำจังหวัดยโสธร เดินทางไปพบ นายยิ่ง พิจารณ์ รองผอ.โรงเรียนบ้านโคกพระเจ้าโนนรัง และนางนวลจันทร์ พิจารณ์ ข้าราชการครูโรงเรียนบ้านโคกพระเจ้า ต.กระจาย อ.ป่าติ้ว จ.ยโสธร หลังทราบเรื่องรางของครอบครัวข้าราชการครูครอบครัวหนึ่งที่ใช้เวลาว่างหลังเลิกเรียนและช่วงวันหยุด หารายได้เสริม ด้วยการเพาะเห็ดนางฟ้าภูฐานและเห็ดขอนขาวในโรงเรือนขาย โดยเฉลี่ยแล้วสามารถขายได้ประมาณ 60 กิโลกรัมต่อวัน โดยอาศัยที่ดินกลางทุ่งนาของตนเอง ทำโรงเรือน 5 หลัง แต่ละหลังสามารถบรรจุก้อนเชื้อเห็ด ได้ประมาณ 6,000-8,000 ก้อน นายยิ่ง เปิดเผยว่า ที่เลือกปลูกเห็ดนางฟ้าภูฐานและเห็นขอนขาวนั้น เพราะว่า เห็นทั้ง 2 ชนิดเป็นเห็ดที่ดูแลง่าย โตเร็ว เป็นที่ต้องการของตลาดและผู้บริโภคเป็นอย่างมาก ที่สำคัญเห็ดทั้งสองชนิดขายได้ราคาดี ส่วนผสมนั้นก็คือขี้เลื้อยจากยางพารา ภูไมล์ ปูนโตโลไมท์ ยิบชัม ดีเกลือ รำอ่อน แป้งข้าวเหนียว นำทั้งหมดมาผสมเข้าด้วยกัน รดน้ำให้ความชื้น อัดก้อนนึ่งไว้ 3 ชั่วโมง แล้วจัดการหยอดเชื้อเห็ดลงไปในก้อนเชื้อเห็ด ใช้เวลาในการบ่มก้อนเชื้อเห็ดในโรงเรือน เพียง 30-45 วัน จึงจะดึงจุกสำลีออก น
“เห็ดหอม” เป็นอาหารที่มีคุณค่าด้วยสารอาหารมากมาย อุดมไปด้วยแร่ธาตุและกรดอะมิโนจำเป็นต่อร่างกายและมีสรรพคุณเป็นยาอายุวัฒนะ บริโภคได้ทั้งดอกสดและดอกแห้ง คนไทยบางคนบริโภคเห็ดหอมจากต่างประเทศ แต่ในประเทศไทยก็ผลิตได้แล้ว ผู้เขียนได้ไปชมกิจการการเพาะเห็ดหอมที่จังหวัดลำปาง จึงใคร่เชิญชวนให้คนไทยสนับสนุนและบริโภคเห็ดหอมที่ผลิตโดยเกษตรกรไทยให้มากขึ้นครับ บ้านปางมะโอ หมู่บ้านเห็ดหอม แห่งเดียวในจังหวัดลำปาง บ้านปางมะโอ อำเภอแม่ทะ จังหวัดลำปาง มีพื้นที่เพียง 21 ตารางกิโลเมตร ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของจังหวัดลำปาง ระยะทางห่างจากตัวจังหวัดลำปาง ตามเส้นทาง สายลำปาง-เด่นชัย 39 กิโลเมตร ก่อนเข้าเขตบ้านปางมะโอ สองข้างทางจะพบเห็นเพิงร้านขายสินค้าเกษตร ทั้งของป่าจำพวก ผักหวานป่า เห็ดป่า และสินค้าเกษตรที่เกษตรกรผลิตขึ้นจากแปลงเกษตร ได้แก่ หน่อหวาย หน่อไม้ เห็ดหอม ฯลฯ ลักษณะภูมิประเทศของบ้านปางมะโอ ตั้งอยู่บนที่สูงล้อมรอบด้วยแนวเขาทั้งสี่ด้าน ติดเขตอุทยานแห่งชาติเวียงโกศัย สภาพอากาศจึงเย็นสบาย อุณหภูมิโดยเฉลี่ย 25-28 องศาเซลเซียส ลักษณะภูมิสังคม เป็นชุมชนที่มีความสามัคคีร่วมมือกันในทุกกิจกรรม มีวิถีชี
ชาวบ้านพันดอน หมู่ที่ 9 ตำบลบ้านพร้าว อำเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลำภู ส่วนใหญ่มีอาชีพรับจ้าง มีที่ดินเป็นของตนเองน้อย รายได้ไม่แน่นอน ขึ้นอยู่กับผู้จ้าง บางรายจึงเพาะเห็ดฟางแบบกองเตี้ย โดยใช้ที่ของเพื่อนบ้าน ย้ายที่เพาะไปเรื่อยๆ แต่เมื่อมีโครงการ 9101 ตามรอยเท้าพ่อ ภายใต้ร่มพระบารมี เพื่อการพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืน โดยการเปิดโอกาสให้ชุมชนเสนอโครงการตามความต้องการ ทำให้ชาวบ้านพันดอนแห่งนี้ได้มีอาชีพที่มั่นคง ทำรายได้ในระดับน่าพอใจ แรงบันดาลใจ คุณสมเดช ศิริวงศ์ (ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 9) โทร. (087) 214-6499 ประธานกลุ่มเพาะเห็ดฟางในโรงเรือนบ้านพันดอน เล่าให้ฟังว่า ชาวบ้านพันดอน มีพื้นที่ทำการเกษตรเป็นของตนเอง ประมาณ 35 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งประกอบอาชีพทำไร่อ้อยและนาข้าว อีกราว 65 เปอร์เซ็นต์ มีอาชีพรับจ้าง (ผู้สูงวัยเลี้ยงหลาน วัยแรงงานรับจ้างต่างจังหวัด บางส่วนรับจ้างในพื้นที่) ต่อมาเมื่อประมาณ 5 ปี ที่ผ่านมา ได้เริ่มนำเห็ดฟางแบบกองเตี้ยมาเพาะในหมู่บ้าน จึงมีชาวบ้านให้ความสนใจเพาะ เนื่องจากอายุสั้น ให้ผลผลิตเร็ว ประมาณ 2 สัปดาห์ ก็ทำเงินได้แล้ว แต่มีปัญหาคือ การเพาะเห็ดฟางแบบกองเตี้ย ต้องย้ายที่ใ
จากการศึกษาข้อมูลและวิจัยกรรมวิธีการเพาะเห็ดให้ได้ผลผลิตที่ดีแก่ผู้เพาะปลูก โดย อาจารย์พิทักษ์ สถิตวรรธนะ อาจารย์ประจำสาขาวิศวกรรมไฟฟ้า คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ศรีวิชัย ได้เริ่มต้นการวิจัยจากการเพาะเห็ดในโอ่ง ตามวิถีของชาวบ้านจากแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง แต่การเพาะเห็ดนั้น จะต้องดูแลรดน้ำให้เห็ด 3-4 ครั้ง ต่อวัน และการเพาะเห็ดในโอ่งนั้น สามารถเพาะได้เพียง 20-40 ก้อน ต่อโอ่ง จากการลงพื้นที่ชุมชน หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบบ้านควนเสม็ด หมู่ที่ 10 ตำบลปริก อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา ทางชุมชนมีความต้องการส่งเสริมให้การเพาะเห็ดเป็นอาชีพของคนในชุมชน จึงได้สร้างตู้เพาะเห็ดอัตโนมัติ ทดแทนการเพาะในโอ่งดิน โดยออกแบบระบบโรงเรือนเพาะเห็ดให้มีขนาดเล็ก แต่สามารถบรรจุก้อนเห็ดได้ถึง 140 ก้อน ออกแบบการจัดเรียงเห็ดให้หันปากถุงเข้าหากันในรูปตัวยู (U-Shape) ซึ่งตู้เพาะเห็ดประกอบด้วยโครงตู้เพาะเห็ด ที่สามารถถอดประกอบได้ หลังคาตู้เพาะเห็ดที่สามารถเปิดออกได้ โดยด้านบนมีฉนวนกันความร้อนทำจากวัสดุพลาสติก หนาไม่น้อยกว่า 10 มิลลิเมตร ปิดทับอยู่ มีกล่องควบคุมอัตโนมัติ ควบคุมชุดรดน้ำ ซึ่งมีเ
