เห็ด
เว็บไซต์เซี่ยงไฮ้อิสต์ของจีนรายงานว่า เกษตรวัย 80 ปี ค้นพบเห็ดขนาดมหึมา โดยมีความยาว 83.5 ซม. จากพื้นดิน และน้ำหนักราว 50 ก.ก. ในพื้นที่ชนบท เทศมณฑลเถินจง มณฑลยูนนาน ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน เมื่อวันที่ 20 ต.ค. หลังค้นพบไม่นาน ชาวบ้านจากหมู่บ้านใกล้เคียงต่างแห่กันมาดูเห็ดยักษ์ต้นนี้ เซาธ์ไชน่ามอร์นิ่งโพสต์รายงานว่า ชาวบ้านเรียกว่าเห็ดยักษ์ว่าเป็น “ราชาแห่งเห็ด” และหวังว่าจะได้รับการบันทึกในกินเนสส์ บุ๊ก ออฟ เวิลด์ เรคคอร์ดส์ ซึ่งมีเคยบันทึกเห็ดขนาดยาวที่สุดในโลกและกินได้ เป็นเห็ดขนาดยาว 59 ซ.ม. ปลูกโดยบริษัทวิจัยในญี่ปุ่น นักวิจัยจากสำนักวิทยาศาสตร์แห่งประเทศจีนยืนยันว่า เห็ดยักษ์ชนิดนี้กินได้ แต่ชาวบ้านไม่คิดว่าจะกิน แต่จะนำรั้วมาล้อมรอบเพื่อป้องกันไม่ให้คนมาตัดไปกิน ที่มา : ข่าวสดออนไลน์
ถังเช่า เป็นสมุนไพรที่หลายท่านนิยมรับประทานเป็นอาหารเสริมสุขภาพ เนื่องจากมีสารออกฤทธิ์ที่สำคัญที่มีคุณค่ามากมาย อาทิ ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกัน ลดระดับน้ำตาลในเลือด มีฤทธิ์บำรุงไต เพิ่มประสิทธิภาพการไหลเวียนของโลหิต ปรับสมดุลในร่างกาย และอื่นๆ จากหลากหลายสรรพคุณนี้เอง จึงทำให้ถังเช่ามีราคาแพงมาก ถังเช่าหรืออาจจะเรียกว่าหญ้าหนอน ในธรรมชาติเชื้อเห็ดกลุ่มนี้เป็นเชื้อราที่เจริญเติบโตภายในตัวแมลง โดยสร้างเส้นใยรวมตัวกันเกิดเป็นดอกเห็ด ชาวทิเบตเรียก ชูคาบู ชาวจีนเรียก ชูเช่า หรือ ตังถังเช่า ชาวทิเบตใช้เป็นสมุนไพรตำรับทิเบต แก้ไตบกพร่อง บำรุงกำลังในช่วงพักฟื้นไข้ การเพาะเห็ดถังเช่าด้วยการใช้ดักแด้ไหม เริ่มศึกษาวิจัยมาตั้งแต่ปลายปี 2558 กรมหม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ โดย คุณวิโรจน์ แก้วเรือง ผู้เชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์ไหม กรมหม่อนไหม และ ผช.ดร. รวิวรรณ วงศ์ภูมิชัย ภาควิชาชีวเคมี คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ด้วยเหตุผลที่ว่า ดักแด้ไหมไทยเป็นแหล่งธาตุอาหารโปรตีนที่อาจนำมาใช้เสริมอาหารโปรตีนจากสัตว์และพืชที่เป็นอาหารได้ อีกทั้งดักแด้ของไหมนั้นคนไทยใช้บริโภคเป็นอาหารมานานแล้ว ประกอบกับปัจจุบันนี้คนไทยเ
คำว่า “เห็ด” หรือ “ดอกเห็ด” ประกอบด้วย ก้าน (stipe) และหมวก (pileus) ใต้หมวกอาจเป็นครีบ หรือเป็นท่อ (tube) อันเป็นที่เกิด “สปอร์ (spore)” ซึ่งสปอร์นี้มีขนาดเล็กมากเรียกว่าจุล ขนาดต้องใช้กล้องจุลทรรศน์ช่วยให้มองเห็น ปัจจุบัน ได้มีการจำแนก “เห็ด” แล้วกว่า 30,000 ชนิด มีทั้งที่เป็น “เห็ดกินได้”, “เห็ดกินไม่ได้”, “เห็ดพิษ” บางชนิดกินแล้วเกิดประสาทหลอน บางชนิดกินแล้วถึงแก่ชีวิต แต่ในครั้งนี้เราจะพูดถึงประโยชน์ของเห็ดว่าสามารถนำมาทำอะไรบ้าง หลายท่านคงรู้จักและเข้าใจกันดีว่าเห็ดกินแล้วมีประโยชน์ หรือส่วนใหญ่ก็เข้าใจกันว่าเห็ดเป็นแค่ผักชนิดหนึ่ง ที่นำมาประกอบอาหารได้เพียงเท่านั้น แต่จะมีสักกี่ท่านที่รู้และเข้าใจว่า จริงๆ แล้วเห็ดนั้นเป็นยา สามารถนำมาสร้างประโยชน์ รักษาโรคภัยได้มากมาย คำว่า “เห็ดเป็นยา” คืออะไร วันนี้นิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้านมีคำตอบจากผู้เชี่ยวชาญเรื่องเห็ดมาให้ความรู้ ซึ่งอาจารย์ท่านนี้ท่านได้ทำงานและศึกษาเรื่องเห็ดมาแล้วทั่วโลก ดร. อานนท์ เอื้อตระกูล ผู้เชี่ยวชาญอาวุโส (เห็ด) องค์การสหประชาชาติ ปี 2524-2548 อยู่ที่ ตำบลคลองสองอำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี บอกว่า เห็ดเป็นยา ดร.
เห็ดกระถินพิมาน (Phellinus linteus) เป็นไม้ยืนต้นขนาดย่อม สูงประมาณ 8-10 เมตร มักขึ้นตามป่าละเมาะ หรือป่าเบญจพรรณที่แห้งแล้ง ในประเทศไทยก็พบมากในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ลักษณะทั่วไปของ “เห็ดกระถินพิมาน” จะมีลำต้นเป็นสีน้ำตาล ดอกเห็ดมีลักษณะแข็งเหมือนเนื้อไม้ ไม่มีก้าน และเจริญออกมาจากลำต้นไม้ในลักษณะคล้ายเปลือกหอย สรรพคุณทางยา ช่วยรักษาโรคเบาหวาน สร้างเม็ดเลือด รักษาแผลผุพอง ภูมิแพ้ ไข้หวัดใหญ่ แผลผื่นคัน ไข้ข้ออักเสบได้
นายเสน่ห์ วิชัยวงษ์ รองเลขาธิการสภาเกษตรกรแห่งชาติ กล่าวว่า ตามที่ครม.ได้มีมติเห็นชอบแผนแม่บทเพื่อพัฒนาเกษตรกรรม พ.ศ.2560 – 2564 ที่สภาเกษตรกรแห่งชาติเสนอ ในมติได้บอกให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นหน่วยงานประสานบูรณาการกับก ระทรวงต่างๆที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงมหาดไทย กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นต้น ซึ่งกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีได้ร่วมขับเคลื่อนแผนแม่บทเพื่อพัฒนาเกษตรกรรมเป็นกระทรวงแรกร่วมกับสภาเกษตรกรแห่งชาติในโครงการพัฒนาเกษตรกรด้วยวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรม เป้าหมายพัฒนาร่วมกันกับกลุ่มองค์กรเกษตรกรที่สภาเกษตรกรฯได้ขึ้นทะเบียนไว้รวมทั้งลูกค้าของธกส. โดยทำแผนระยะยาว 4 ปีที่จะพัฒนา จำนวน 15,000 กลุ่ม เพื่อให้กลุ่มองค์กรเกษตรกรกลายเป็นผู้ประกอบการโดยใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีนวัตกรรมในด้านการผลิต,การแปรรูป,การตลาด การให้ความรู้แก่เกษตรกรเรื่องวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป้าหมาย 260,000 คน สร้างชุมชนทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกับสภาเกษตรกรแห่งชาติ ได้ทำ MOU. เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2560 และได้ดำเนินการโครงก
ช่วงฤดูแล้งของทุกปี พื้นที่ภาคเหนือ โดยเฉพาะจังหวัดเชียงราย ประสบปัญหาไฟป่าและหมอกควันเกิดขึ้นเป็นประจำ ส่งผลกระทบต่อชีวิตประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ และประชาชนที่ต้องทำงานกลางแจ้งอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทำให้หน่วยงานทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ท้องถิ่น และประชาชนมีความตื่นตัว ร่วมกันวางแนวทางป้องกัน และแก้ปัญหาอย่างต่อเนื่อง โดยทำกิจกรรมป้องกัน ตลอดจนรณรงค์ลดการเผา ซึ่งเป็นวิถีของชาวบ้านที่เชื่อกันว่า “การเผา” ทำให้ขี้เถ้ากลายเป็นปุ๋ยและป่าใหม่ ทำให้พืชพันธุ์อุดมสมบูรณ์ แต่ผลที่เกิดขึ้นในทางตรงกันข้าม คือการทำลายป่าไม้และผืนดินให้เสื่อมโทรม จากแนวทางป้องกันและรณรงค์กันในทุกหมู่บ้าน ทำให้ปีนี้ประสบความสำเร็จ สามารถลดค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กในอากาศต่ำกว่า 10 ไมครอน ไม่ให้เกินค่ามาตรฐานที่ 120 ไมโครกรัม ต่อลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ได้เกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ ทำให้สถิติมีฝุ่นละอองเกินมาตรฐาน 3 วันเพียงครั้งเดียว โดยเฉพาะพื้นที่ อำเภอแม่สรวย ที่ไม่พบจุดฮอตสปอตแม้แต่ครั้งเดียว จากเดิมทุกปีค่าฝุ่นละอองเกินมาตรฐานมากกว่า 10 ครั้ง แต่ละครั้งนานเกินสัปดาห์ “บ้านหัวดอย” หมู่ที่
นางศิริกานต์ ธาตุมณี ส.อบต.บ้านว่าน และเกษตรกรบ้านโพนธาตุ หมู่ 6 ต.บ้านว่าน อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย ผู้ผลิตดินปลูกต้นไม้ภายใต้ชื่อ “ศิริกานต์” ดินปลูกนานาพันธุ์ไม้ และ “ศิริชัย” ดินปลูกนานาพันธุ์ไม้ ที่มียอดจำหน่ายกว่า 20,000 ถุง/เดือน กล่าวถึงความเป็นมาของการทำดินปลูกต้นว่า เริ่มทำดินปลูกต้นไม้เมื่อปี 2555 โดยวัตถุดิบที่นำมาทำดินปลูกต้นไม้นั้น เป็นมูลเห็ดหรือมูลดินที่เหลือใช้จากการเพาะเห็ดฟางในโรงเรือน เนื่องจากเพาะเห็ดจำหน่ายมาตั้งแต่ปี 2547 จาก 3 โรงเรือน จนกระทั่งขณะนี้มี 9 โรงเรือน ทำให้ดินที่เหลือจากการเพาะเห็ดมีจำนวนมากจนไม่รู้จะเอาไปทำอะไร จึงทดลองนำไปใส่อ้อย ข้าว แล้วได้ผลดี ขณะเดียวกันมีแนวคิดว่าจะทำยังไงให้เพิ่มมูลค่าจากของที่เหลือใช้ได้ จึงลองผิดลองถูกจนได้สูตรที่ลงตัวและได้ผลดีมากที่สุด นางศิริกานต์กล่าวว่า หลังจากนั้นเริ่มนำดินที่ได้ไปส่งขายตามร้านที่ขายพันธุ์ไม้ แต่บางร้านยังเกิดคำถามถามว่าดินที่เอามาจะดีหรือไม่ จึงทำการตลาดด้วยการให้ไปทดลองใช้ก่อน 10 ถุง ถ้าใช้แล้วมันดี พืชผักโตเร็ว ใบเขียวนาน ค่อยโทรติดต่อกลับมา พร้อมแจกนามบัตรตามร้านไว้ทุกร้านในเขตอ
เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม ที่จ.พิษณุโลก หลังเข้าสู่ช่วงฤดูฝนฃ ชาวบ้านหลายพื้นที่เดินทางขึ้นภูเขาไปหาของป่า พืชผลที่ผลิดอกออกหน่อในฤดูฝนนำออกมาขายกันจำนวนมาก เนื่องจากตามป่าเขาในเขต อ.วังทอง มีความชุ่มชื้นจากฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะที่บ้านวังดินสอ ต.วังนกแอ่น อ.วังทอง จ.พิษณุโลก ชาวบ้านใช้เวลาว่างหลังจากทำนาแล้ว ขึ้นภูเขาไปหาหน่อไม้ป่า เห็ดต่างๆจากเขาห้วยฟอง- ซำประดู่ ซึ่งเป็นเขาที่อยู่ติดหมู่บ้านลงมาขายตามเพิงขายของริมถนนสาย 12 พิษณุโลก-หล่มสัก หมู่ที่ 1 ต.วังแอ่น อ.วังทอง จ.พิษณุโลก ได้รับความสนใจจากประชาชน นักท่องเที่ยวที่ผ่านทางอุดหนุนสินค้าสดๆจากป่าสร้างรายได้งาม โดยเฉพาะเห็ดโคน มีราคากิโลกรัมละ 200-300 บาท ขณะที่หน่อไม้ขายดีถึงกิโลกรัมละ40 บาท นางปรียา ลองแก้ว อายุ 43 ปี ชาวบ้านบ้านวังดินสอ อ.วังทอง ที่นำของป่ามาวางขาย กล่าวว่า หลังว่างจากการทำนา ตนและเพื่อนบ้าน จะขึ้นเขาไปหาของป่า ทั้งเห็ดโคน หน่อไม้ ยอดผักต่างๆ ลงมาวางขายหมุนเวียนกันไปเพื่อสร้างรายได้เสริม โดยช่วงเดือนนี้หน่อไม้ป่ากำลังแตกหน่อ จึงขึ้นไปขุดหาหน่อไม้ที่เขาห้วยฟอง-ซำประดู่ ลงมาขายในกิโลกรัมละ 40 บาทแม้ขนาดไม่
เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน นพ. สุขุม กาญจนพิมาย อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า แต่ละปีห้องปฏิบัติการพิษวิทยา สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข กรมวิทยาศาสตร์ฯ ได้รับตัวอย่างเห็ดพิษจากทั่วประเทศเป็นจำนวนมาก แต่ยังไม่สามารถแยกความแตกต่างของเห็ดพิษได้จากลักษณะภายนอก เพราะเห็ดพิษและเห็ดกินได้บางชนิดคล้ายคลึงกันมาก โดยเฉพาะระยะดอกอ่อน ขณะที่จากการประเมินสถานการณ์กินเห็ดพิษในประเทศไทยในรอบ 10 ปี (พ.ศ. 2551-2560) พบอุบัติการณ์ดังกล่าวมากในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเห็ดพิษที่กิน อาทิ เห็ดระโงกหิน เห็ดหัวกรวดครีบเขียว เห็ดขี้วัว เห็ดน้ำหมึก เป็นต้น “การตรวจเห็ดว่ามีพิษหรือไม่นั้น ต้องอาศัยเทคนิคการตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการ ขณะนี้ห้องปฏิบัติการพิษวิทยาได้พัฒนาวิธีการตรวจจำแนกชนิด (species) ของเห็ด โดยใช้ดีเอ็นเอ บาร์โค้ด ซึ่งมีลักษณะจำเพาะของการเรียงตัวของลำดับนิวคลีโอไทด์ทั้งเห็ดพิษและเห็ดกินได้ เนื่องจากให้ผลวิเคราะห์ที่มีความจำเพาะ (specificity) และความไว (sensitivity) สูง อีกทั้งยังช่วยค้นพบสายพันธุ์เห็ดพิษที่ไม่เคยมีรายงานการพบในประเทศไทย ทำให้
นายแพทย์ขจร วินัยพานิช สาธารณสุขจังหวัดพะเยา เปิดเผยว่า การเก็บข้อมูลผู้บริโภคเห็ดที่ออกตามป่าเขาในห้วงฤดูฝน ของทุกปีและในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา พะเยามีผู้ป่วยที่รับสารพิษจากจำนวน 142 ราย เฉลี่ยแล้วปีละไม่น้อยกว่า 28 ราย พบผู้ป่วยมากที่สุดในปี 2555 รวม 39 ราย นอกจากนั้นแต่ละปีลดลงมาตามลำดับ จากการส่งตัวอย่างเห็ดไปตรวจหาสารพิษจากห้องแล็บ และเห็ดที่พบสารพิษเจือปนคือเห็ดระโงกและเห็ดไข่ห่าน ซึ่งมีพิษค่อนข้างรุนแรง แล้วสังเกตเห็ดที่มีพิษจะมีสะเก็ดบนหมวกเห็ด,เปลือกที่หุ้มคาดอยู่บนหมวก ส่วนจุดสังเกตอีกอย่างเช่นจะมีวงแหวนอยู่ข้างในใต้เปลือก และเห็ดพิษบางชนิดก็ไม่มีวงแหวนอาจสังเกตได้ยาก น.พ.ขจร กล่าวอีกว่า ในปี 2560 มีผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาตัวที่บริโภคเห็ดพิษ ที่ไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลเชียงคำรวม 2 ราย เป็นเห็ดพิษที่ไม่มีต้นป่อกที่โคน เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภคเห็ดทาง สสจ. ขอแจ้งเตือนให้ประชาชน เลือกซื้อเห็ดที่คุ้นเคยเป็นประจำเช่นเห็ดฟาง- เห็ดโคน- เห็ดนางฟ้าและเห็ดหูหนู แล้วให้สังเกตหากรับประทานเห็ดผ่านไป 4-6 ชั่วโมง ถ้ามีอาการปวดท้อง-คลื่นไส้- อาเจียนหรือเริ่มท้องเสีย ให้สงสัยกินเห็ดเป็นพิษไว้ก่
