กรมส่งเสริมสหกรณ์
กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้ฤกษ์คิกออฟนำลองกอง ไม้ผลขึ้นชื่อของจังหวัดอุตรดิตถ์ที่กำลังให้ผลผลิตออกสู่ตลาด กระจายจากศูนย์กระจายสินค้าสหกรณ์การเกษตรลับแล จำกัด สู่ผู้บริโภคใน กทม. กว่า 600 กิโลกรัม ผ่านบริษัท ขนส่ง จำกัด ที่ได้ลงนาม MOU กับกรมส่งเสริมสหกรณ์ก่อนหน้านี้ เมื่อเวลา 08.00 น. ณ ศูนย์กระจายสินค้า สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (หมอชิต) นายณฤทธิ์ บุญชัย รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ พร้อมด้วยผู้บริหารบริษัท ขนส่ง จำกัด ร่วมเป็นประธานในพิธีเปิดการเชื่อมเครือข่ายโลจิสติกส์ขนส่งผลผลิตลองกอง ผลไม้ขึ้นขื่อของจังหวัดอุตรดิตถ์สู่ผู้บริโภคใน กทม. กว่า 600 กิโลกรัม โดยการขนส่งลองกองครั้งนี้เป็นการร่วมมือระหว่างกรมส่งเสริมสหกรณ์ โดยสำนักงานสหกรณ์จังหวัดอุตรดิตถ์ ศูนย์กระจายสินค้าสหกรณ์ (CDC) สหกรณ์การเกษตรเมืองลับแล จำกัด ซึ่งเป็นแหล่งผลิตจากต้นทาง บริษัท ขนส่ง จำกัด ซึ่งจะรับผิดชอบด้านโลจิสติกส์ขนส่งผลผลิต และชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด ชุมนุมร้านสหกรณ์แห่งประเทศไทย จำกัด รับหน้าที่กระจายผลผลิตปลายทางถึงมือผู้บริโภค นายณฤทธิ์ กล่าวว่า ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่กรมส่งเสริมสหกรณ์ร่วมกับบริษัท ข
อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ “นิรันดร์ มูลธิดา” เตรียมถอดแบบสหกรณ์ญี่ปุ่นมาทดลองใช้กับสหกรณ์ไทยตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ ผนึก CDC ควบคู่ร้านค้าสหกรณ์วางจำหน่ายสินค้าสมาชิกทั้งในและต่างประเทศอย่างเป็นระบบครบวงจร เพื่อสู่ความมั่นคงยั่งยืนของเกษตรกรสมาชิก คาดเริ่มดำเนินการได้ในปี 2571 นายนิรันดร์ มูลธิดา อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวภายหลังการนำคณะผู้บริหารฯ เดินทางไปตรวจเยี่ยมและติดตามผลการฝึกงานของเยาวชนเกษตรไทยในโครงการฝึกงานผู้นำเยาวชนเกษตรไทย ประจำปี 2569 ที่จังหวัดไซตามะ ประเทศญี่ปุ่น เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ หวังนำประสบการณ์มาปรับใช้ในภาคการเกษตรไทย พร้อมกันนี้ยังได้เข้าเยี่ยมชมขั้นตอนการดำเนินงานของสหกรณ์การเกษตรประเทศญี่ปุ่น ในจังหวัดไซตามะ ซึ่งดำเนินธุรกิจตั้งแต่เศรษฐกิจระดับฐานรากจนถึงการนำเข้าส่งออกต่างประเทศ ปัจจุบันประเทศไทยก็มีสินค้าสหกรณ์เกรดพรีเมียมที่หลากหลาย พร้อมส่งออกไปยังประเทศญี่ปุ่น “จริงๆ เราก็มองอนาคต เรามีสินค้าหลากหลายที่จะเสนอให้ทางญี่ปุ่นพิจารณาสินค้าสหกรณ์ไทย ซึ่งทางญี่ปุ่นค่อนข้างที่จะตอบรับมาดี แต่ติดที่เรื่องคุณภาพและปริมาณที่มีไม่มากพอ เราจำเป็นต้องพัฒนาให้ตรงตา
1 ตุลาคม 2569 กรมส่งเสริมสหกรณ์ ครบ 54 ปี พร้อมขับเคลื่อนงานตามนโยบายรัฐบาล เดินหน้าพัฒนาศักยภาพสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร เป็นกลไกสำคัญในการสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจฐานราก และยกระดับคุณภาพชีวิตของสมาชิกและเกษตรกร ภายใต้นโยบาย DRIVE+S พัฒนาสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรให้มีความเข้มแข็ง มีธรรมาภิบาล สามารถปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง และเติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในงานวันคล้ายวันสถาปนากรมส่งเสริมสหกรณ์ ครบ 54 ปี โดยมีพิธีสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกรมส่งเสริมสหกรณ์ พิธีสงฆ์ พิธีรับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และอ่านสารรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ในโอกาสครบรอบ 54 ปีของกรมส่งเสริมสหกรณ์ ได้มอบแนวทางการปฏิบัติงานขอให้ร่วมกันพัฒนาสหกรณ์ทั่วประเทศให้เข้มแข็ง ในส่วนของการทำงานต้องทำแบบเชิงบูรณาการร่วมกับหน่วยงานภายในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อให้สหกรณ์มีศักยภาพในการแข่งขันจนเป็นที่ยอมรับ สร้างความเชื่อมั่นให้แก่สมาชิกและ
นายนิรันดร์ มูลธิดา อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ มอบหมายให้สำนักงานสหกรณ์จังหวัดอุตรดิตถ์ กระจายผลผลิตลองกองออกนอกแหล่งผลิต ผ่านศูนย์กระจายสินค้าสหกรณ์ (Cooperative Distribution Center : CDC) เชื่อมโยงตลาดสู่เครือข่ายสหกรณ์จังหวัดร้อยเอ็ด เพื่อช่วยระบายผลผลิตและบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์ราคาตกต่ำ การดำเนินงานครั้งนี้เป็นความร่วมมือระหว่างสหกรณ์การเกษตรเมืองลับแล จำกัด จังหวัดอุตรดิตถ์ และสหกรณ์การเกษตรวิสัย จำกัด จังหวัดร้อยเอ็ด โดยสหกรณ์การเกษตรเมืองลับแล จำกัด รับซื้อลองกองแบบคัดช่อคุณภาพจากสมาชิกสหกรณ์และเกษตรกรในพื้นที่อำเภอลับแล รวมปริมาณ 5.4 ตัน ก่อนขนส่งไปยังสหกรณ์การเกษตรวิสัย จำกัด เพื่อกระจายสู่เครือข่ายสหกรณ์ในจังหวัดร้อยเอ็ด ช่วยเพิ่มช่องทางการตลาดและสนับสนุนการยกระดับราคาผลผลิตให้แก่เกษตรกร ทั้งนี้ ศูนย์กระจายสินค้าสหกรณ์ของสหกรณ์การเกษตรเมืองลับแล จำกัด จัดตั้งขึ้นโดยการสนับสนุนของกรมส่งเสริมสหกรณ์ ทำหน้าที่รวบรวม คัดคุณภาพ และเชื่อมโยงการกระจายสินค้าจากแหล่งผลิตสู่ผู้บริโภคทั้งภายในจังหวัดและภูมิภาคอื่น เพื่อเพิ่มความรวดเร็วในการระบายสินค้าเกษตร ลดปัญหาผลผลิตล้นตลาด และส่งเสริ
กรมส่งเสริมสหกรณ์เร่งช่วยเหลือสมาชิกสหกรณ์ กลุ่มเกษตรกร และประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล จัดตั้งศูนย์ติดตามและให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย พร้อมตั้งโรงครัวจัดทำอาหารและน้ำดื่มส่งถึงพื้นที่ประสบภัย ผนึกกำลังเครือข่ายสหกรณ์ทั่วประเทศร่วมสนับสนุนสิ่งของจำเป็น ขณะที่สหกรณ์การเกษตรเกษตรวิสัย จำกัด สนับสนุนข้าวสาร 6 ตัน ร่วมบรรเทาความเดือดร้อน นายนิรันดร์ มูลธิดา อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดอุทกภัยในหลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ประชาชน รวมถึงสมาชิกสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรได้รับผลกระทบและประสบความเดือดร้อน กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้รับข้อสั่งการจาก นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้หน่วยงานในสังกัดที่มีความพร้อมเร่งเตรียมมาตรการให้ความช่วยเหลือประชาชน จัดตั้งโรงครัวสนับสนุนอาหารและน้ำดื่ม รวมถึงเตรียมแนวทางเยียวยาและบรรเทาความเดือดร้อนแก่เกษตรกร สมาชิกสหกรณ์ และกลุ่มเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบอย่างเร่งด่วน โดยได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค พร้อมปร
“อธิบดีนิรันดร์” เตรียมเงิน กพส. กว่า 500 ล้านบาท ปี 70 ยกระดับศูนย์ CDC เป็น ”ฮับ” แต่ละภูมิภาค 1-2 แห่ง พร้อมจับมือสมาคมขนส่งทางบกฯ คิดค่าบริการขนส่งในอัตราพิเศษ หวังกระจายสินค้าสหกรณ์สู่ผู้บริโภคโดยเร็วที่สุด ตั้งเป้าสิ้นปี 69 ยอดขายสินค้าของสหกรณ์ผ่าน CDC จะพุ่งถึง 5,000 ล้านบาท หลังประสบความสำเร็จการกระจายสินค้า โดยศูนย์กระจายสินค้าสหกรณ์หรือศูนย์ CDC ที่เริ่มดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีสหกรณ์ที่ทำหน้าที่เป็นศูนย์กระจายสินค้าสหกรณ์ จำนวน 125 ศูนย์กระจายอยู่ในจังหวัดต่างๆ อย่างน้อยจังหวัดละ 1 แห่ง ภายใต้การขับคลื่อนนโยบาย CPD DRIVE-S ของกรมส่งเสริมส่งเสริมสหกรณ์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ล่าสุด นายนิรันดร์ มูลธิดา อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เผยความคืบหน้าการดำเนินงานศูนย์ดังกล่าว โดยระบุว่าขณะนี้กรมส่งเสริมสหกรณ์เตรียมยกระดับศูนย์กระจายสินค้าสหกรณ์ CDC ที่มีความพร้อมให้เป็น ”ฮับ” ของแต่ละภูมิภาค ซึ่งเป็นไปตามข้อสั่งการของ นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อให้การกระจายสินค้าสหกรณ์ถึงมือผู้บริโภคโดยเร็วและได้รับความเสียหายน้อยที่สุด โดยเฉพาะผลไม
เชื่อว่าสายเนื้อไม่มีใครไม่รู้จัก “เนื้อโพนยางคำ” สุดยอดผลิตภัณฑ์เนื้อโคขุน ผลผลิตชั้นยอด จากแหล่งผลิตฟาร์มเกษตรกรสมาชิกสหกรณ์การเลี้ยงปศุสัตว์ กรป.กลางโพนยางคำ จำกัด สู่โต๊ะอาหารภัตตาคารทั่วไทยมากว่า 47 ปี ถือเป็นสหกรณ์การเลี้ยงสัตว์และแปรรูปเนื้อโคระดับแนวหน้าของประเทศ มีชื่อเสียงด้านการผลิตเนื้อโคขุนคุณภาพสูง ภายใต้แบรนด์ “เนื้อโพนยางคำ” สหกรณ์แห่งนี้เริ่มต้นเมื่อปี 2523 ที่บ้านโพนยางคำ ต.โนนหอม อ.เมือง จ.สกลนคร โดยความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลฝรั่งเศส เพื่อส่งเสริมและพัฒนาสายพันธุ์โคเนื้อในพื้นที่ โดยการนำแม่พันธุ์โคพื้นเมืองไทยมาผสมกับพ่อพันธุ์สายพันธุ์แท้จากต่างประเทศ ได้แก่ ชาโรเลส์และลิมูชิน จากประเทศฝรั่งเศส รวมถึงสายพันธุ์อื่นๆ เพื่อให้ได้โคที่โตไว เนื้อนุ่ม มีไขมันแทรกที่ดีเยี่ยม ปัจจุบันสหกรณ์การเลี้ยงปศุสัตว์ กรป.กลางโพนยางคำ จำกัด มีสมาชิก 6,210 ราย ครอบคลุมเกษตรกรผู้เลี้ยงโคขุนในพื้นที่ จ.สกลนคร นครพนม และจังหวัดใกล้เคียง โดยมีมูลค่าการสร้างรายได้จากการจำหน่ายโคเนื้อและผลิตภัณฑ์แปรรูปเฉลี่ยประมาณ 400-500 ล้านบาทต่อปี โดยมีปริมาณการผลิตโคขุนเพื่อเข้าสู่กระบวนก
นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ประธานกรรมการ คณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าตรวจเยี่ยมกรมส่งเสริมสหกรณ์ ประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ครั้งที่ 14/2569 โดยมี นายนิรันดร์ มูลธิดา อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ คณะผู้บริหารกรมส่งเสริมสหกรณ์ ผู้บริหารหน่วยงานในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมประชุม ณ ห้องประชุม 226 กรมส่งเสริมสหกรณ์ เทเวศร์ กรุงเทพมหานคร นายสมศักดิ์ เปิดเผยว่า สำหรับการมาตรวจเยี่ยมกรมส่งเสริมสหกรณ์ในวันนี้ เป็นการหารือกรอบแนวคิดและการเสนอข้อคิดเห็นถึงแนวทางการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยมุ่งเน้นการยกระดับเศรษฐกิจภาคการเกษตร การเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร และการสร้างความเข้มแข็งอย่างยั่งยืนให้แก่เกษตรกรทั่วประเทศ รวมถึงติดตามการขับเคลื่อนงานและโครงการสำคัญในภาพรวมของกรมส่งเสริมสหกรณ์ และความก้าวหน้าการดำเนินการของคณะอนุกรรมการฯ ภายใต้คณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ใน 3 ประเด็น ดังนี้ 1) แนวคิดการบริหารจัดการในพื้นที่ลุ่มน้ำยม เพื่อลดความเสียห
ผืนดินผืนเดียวกัน อาจสร้างชีวิตที่แตกต่างกันได้ ขึ้นอยู่กับว่าเรามองเห็นโอกาสจากผืนดินนั้นมากแค่ไหน สำหรับเกษตรกรจำนวนไม่น้อย รายได้ยังคงผูกอยู่กับฤดูกาล การทำนาหรือทำไร่จึงเป็นทั้งอาชีพหลักและความหวังเดียวของครอบครัว แต่เมื่อฝนไม่มาตามเวลา หรือมาในวันที่ไม่ควรมา รายได้ที่รออยู่ปลายฤดูกาลก็อาจหายไปพร้อมกับผลผลิตที่ตั้งตารอ ความท้าทายจึงไม่ได้อยู่ที่การทำเกษตรให้ได้ผลผลิตเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การทำอย่างไรให้ผืนดินสามารถสร้างรายได้ที่แน่นอน และดูแลครอบครัวได้อย่างต่อเนื่อง นิคมสหกรณ์พนา จังหวัดอำนาจเจริญ จึงไม่ได้มองการพัฒนาสมาชิกเพียงในมิติของการเพิ่มผลผลิต แต่พยายามมองไปถึง “อาชีพ” และ “รายได้” ที่เกิดขึ้นจริงในชีวิตประจำวัน พื้นที่แห่งนี้มีประมาณ 45,000 ไร่ และจัดสรรให้สมาชิกนิคมทำกินประมาณ 30,000 ไร่ โดยแต่ละครอบครัวได้รับการจัดสรรพื้นที่ไม่เกิน 50 ไร่ สมาชิกส่วนใหญ่ยังคงประกอบอาชีพทำนาและทำไร่เป็นหลัก ขณะที่โจทย์สำคัญคือทำอย่างไรจะให้พื้นที่แห่งนี้ต้องสร้างรายได้มากกว่าหนึ่งทาง นิคมสหกรณ์พนา เติมอาชีพเสริม หนุนปลูกผักปลอดภัย สร้างรายได้ตลอดปี คุณวาสนา คำบุตร ผู้อำนวยการนิคมสหกรณ
การทำเกษตรในวันนี้ ไม่ได้มีโจทย์เพียงว่าจะปลูกอะไรให้ได้ผลผลิตดี แต่ยังต้องตอบให้ได้ว่า “ปลูกแล้วขายที่ไหน” และทำอย่างไรให้มีรายได้เพียงพอกับค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นตลอดทั้งปี เพราะขณะที่รายได้จากพืชไร่ที่เป็นรายได้หลักอาจเข้ามาเป็นช่วงๆ ส่วนค่าใช้จ่ายของครัวเรือนกลับเกิดขึ้นทุกวัน ด้วยเหตุนี้ สำนักงานสหกรณ์จังหวัดสุโขทัย จึงเข้ามามีบทบาทในการสนับสนุนสมาชิกสหกรณ์ให้มีทางเลือกด้านอาชีพมากขึ้น โดยเฉพาะการส่งเสริมการปลูกพืชผัก เป็นพืชที่สามารถวางแผนการผลิตให้มีผลผลิตออกสู่ตลาดได้ทั้งรายวัน รายสัปดาห์ และรายเดือน พร้อมกับเชื่อมโยงเกษตรกรเข้ากับตลาด เพื่อให้การผลิตไม่ได้เริ่มจากคำถามว่า “อยากปลูกอะไร” เพียงอย่างเดียว แต่เริ่มจากการรู้ด้วยว่า “ตลาดต้องการอะไร” สหกรณ์เชื่อมตลาด หนุนปลูกผักตามถนัด สร้างรายได้ต่อเนื่อง คุณวีรภัทร เณรศาสตร์ สหกรณ์จังหวัดสุโขทัย เผยว่า จากการสำรวจอาชีพของสมาชิกสหกรณ์ในพื้นที่ พบทั้งมีการทำนา ปลูกอ้อย และปลูกพืชผัก แต่เมื่อพิจารณารายได้ของเกษตรกรแล้ว การทำเกษตรเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ จึงมองว่าสหกรณ์ควรเข้าไปทำหน้าที่สนับสนุนอยู่เบื้องหลัง เพื่อเปิดทางเลือกให้สมา
