งานเกษตรกำแพงแสน
ปลายปี 2568 ใน “งานเกษตรกำแพงแสน” มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ได้เปิดตัวข้าวโพดไร่ลูกผสมเดี่ยวพันธุ์ใหม่ ที่มีศักยภาพการให้ผลผลิตดี คือ “พันธุ์สุวรรณ 6480” เป็นผลงานของ รองศาสตราจารย์ ดร.ชูศักดิ์ จอมพุก ภาควิชาพืชไร่นา คณะเกษตร กำแพงแสน โทรศัพท์ 086-981-8658 E-mail: [email protected] ข้าวโพดไร่ลูกผสมเดี่ยวพันธุ์สุวรรณ 6480 ได้จากการผสมพันธุ์ระหว่างข้าวโพดไร่พันธุ์แท้เกษตรศาสตร์ 66 (Ki 66) กับ พันธุ์แท้เกษตรศาสตร์ 67 (Ki 67) โดยพันธุ์แท้เกษตรศาสตร์ได้รับการปรับปรุงพันธุ์มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2558 และเริ่มทดสอบผลผลิตของคู่ผสมพันธุ์สุวรรณ 6480 ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2562 จนถึงปี พ.ศ. 2566 โดยได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยอย่างต่อเนื่องจากสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ สวก. เป็นเวลา 8 ปี การนำไปใช้ประโยชน์ ข้าวโพดพันธุ์สุวรรณ 6480 จะให้ผลผลิตเฉลี่ย 1,600 กิโลกรัมต่อไร่ แล้วสามารถปลูกในดินนาฤดูแล้ง เพื่อทดแทนการปลูกข้าวนาปรังในพื้นที่ภาคกลางเขตชลประทานได้ด้วย โดยให้ผลผลิตเฉลี่ย 1,450 กิโลกรัมต่อไร่ ซึ่งเป็นเพิ่มผลผลิตข้าวโพดให้เพียงพอต่อความต้องการของภาคอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ภ
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสนได้จัดงานใหญ่แห่งปี “งานเกษตรกำแพงแสน ประจำปี 2568” ภายใต้แนวคิด “เกษตรศาสตร์ กำแพงแสน แหล่งเรียนรู้ศาสตร์แห่งแผ่นดิน ถิ่นนวัตกรรม สร้างสรรค์วิถีปัญญาประดิษฐ์ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม” ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2568 ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม ในปีนี้ คณะวิศวกรรมศาสตร์ กำแพงแสนได้จัดแสดง “เปิดโลกวิศวกรรม’68” โดยรวบรวมนวัตกรรมด้านวิศวกรรมศาสตร์ไว้อย่างน่าสนใจโดยเฉพาะนวัตกรรม “บ้านหนีน้ำท่วม” หรือ บ้านประหยัดพลังงาน Eco-houses ใช้พลังงานตัวเอง (โซล่าเซลล์) เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานให้กับประชาชนและที่สำคัญช่วยแก้ปัญหาอุทกภัยได้อย่างน่าทึ่ง ผู้สนใจสามารถพบบ้านจริง ณ บริเวณถังน้ำ (ตะปู) พิกัด: https://maps.app.goo.gl/fu7J8f7iKBQHTeBB6 ผศ.ดร.วัชมา โพธิ์ทอง หัวหน้าศูนย์ทดสอบประตู หน้าต่าง และระบบผนังกระจกสำหรับงานอาคาร (TDWCB)คณะวิศวกรรมศาสตร์ กำแพงแสน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน กล่าวว่า ทางศูนย์ฯ ได้ร่วมกับเอกชนเพื่อพัฒนาระบบบ้านแบบ Eco-houses
กระเจี๊ยบเขียว เป็นพืชที่ปลูกมากในภาคกลางของไทยเพื่อบริโภคฝักสด เป็นสินค้าส่งออกไปยังประเทศจีนและญี่ปุ่นมากถึง 62,000 ตัน/ปี ทั้งนี้หลังการเก็บเกี่ยว เกษตรกรจะทำการคัดแยกคุณภาพสินค้าที่ได้มาตรฐานส่งออก ส่วนกระเจี๊ยบเขียวตกเกรดที่มีรูปร่าง ขนาด สี ไม่เป็นไปตามมาตรฐานมากถึง 23% โดยที่คุณค่าทางโภชนาการไม่ได้สูญเสียไปเลย ยังอุดมไปด้วยสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพที่สำคัญ เช่น วิตามินC สารต้านอนุมูลอิสระ (ฟลาโวนอยด์ สารประกอบฟินอลิก) และ Superoxide dismutase ที่ช่วยยับยั้งเซลล์มะเร็ง ทีมนักวิจัยรุ่นเยาว์ โครงการ วมว.มก.กำแพงแสน ประกอบด้วย นางสาวอภิญญา ชีววัฒนาพงศ์ นายพุฒิพงศ์ กาญจน์บริรักษ์ นายอีศภัทร เรือนทองดี โดยมี ผศ.ดร.ประภา โซ๊ะสลาม คณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ และ ดร.ฐาปกรณ์ ชุมพล คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน เป็นที่ปรึกษาโครงการ ทีมนักวิจัยได้ศึกษาพบว่า กระเจี๊ยบเขียวตกเกรดที่ทิ้งเป็นขยะจะกลายเป็นก๊าซเรือนกระจกที่ปล่อยออกสู่ชั้นบรรยากาศโลกมากถึง 1.5 ล้านตัน CO,/ปี จึงได้นำกระเจี๊ยบเขียวตกเกรดมาศึกษาแนวทางการแปรรูป 3 วิธี ( ผลสด&nbs
กาแฟอาราบิก้า เจริญเติบโตได้ดีเมื่อปลูกในพื้นที่สูงกว่า 1,000 เมตรจากระดับน้ำทะเลภายใต้สภาพอากาศเย็นและร่มเงาของป่าชุมชน ช่วยรักษาความชุ่มชื้น ป้องกันไฟป่า และลดปัญหาฝุ่น PM 2.5 การปลูกแบบวนเกษตรอินทรีย์สร้างรายได้อย่างยั่งยืนให้เกษตรกร พร้อมรักษาระบบนิเวศ อย่างไรก็ตาม เกษตรกรประสบปัญหาศัตรูกาแฟสำคัญ ได้แก่ ด้วงเมล็ดกาแฟ และมอดเจาะผล กาแฟ ที่ลดคุณภาพเมล็ดกาแฟ ซึ่งกฎหมายกำหนดห้ามมีร่องรอยการทำลาย จากด้วงดังกล่าว ปัจจุบันวิธีควบคุมแมลงที่ใช้กัน เช่น สารรมฟอสฟีน กับดัก หรือความร้อนจากคลื่นวิทยุ มีต้นทุนสูงและใช้แรงงานมาก ภาควิชากีฏวิทยา คณะเกษตร กำแพงแสน ภายใต้การนำของ ดร.ดวงทิพย์ กันฐา และคณะ ประกอบด้วย ดร.นิตยา แก้วแพรก นายจิรา พัฒนวริศและ นางสาวดวงเดือน กิ่งภาร ได้เล็งเห็นปัญหาดังกล่าวจึงได้พัฒนานวัตกรรม QBEANS: สารชีวภาพจากเปลือกหอยแมลงภู่ ผลิตด้วยกระบวนการอุณหภูมิต่ำที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ให้แคลเซียมคาร์บอเนตชีวภาพรูปอราโกไนต์ ปลอดภัยต่อคนและแมลงผสมเกสร QBEANS ช่วยป้องกันและกำจัดแมลงศัตรูกาแฟได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่ใช้สารเคมี เกษตรกรจึงสามารถผลิตเมล็ดกาแฟอินท
ศูนย์วิจัยและพัฒนาพืชผักเขตร้อน ( TVRC )ภาควิชาพืชสวน คณะเกษตรกำแพงแสน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน นับเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ด้านการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช การเก็บเมล็ดพันธุ์ และการปลูกพันธุ์พืชพื้นบ้าน/ทั่วไป รวมทั้งพันธุ์พืชที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจ สร้างความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน โดยกระจายพืชพันธุ์ดี สู่เกษตรกรใช้ในการผลิตอาหาร ให้สามารถพึ่งพาตัวเองได้ สามารถปลูกซ้ำได้ ลดการพึ่งพาพันธุ์พืชจากภายนอก ในงานเกษตรกำแพงแสน ครั้งที่ 28 ประจำปี 2568 ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2568 ศูนย์วิจัยและพัฒนาพืชผักเขตร้อนเตรียมจัดแสดงนิทรรศความหลากหลายของเชื้อพันธุกรรมพืชผักเขตร้อน เช่น พริก มะเขือเทศ กะเพรา พืชตระกูลแตง การใช้ประโยชน์จากเชื้อพันธุกรรมพืชผักด้านต่างๆ รวมทั้งเปิดตัวพืชผักพันธุ์ใหม่ ได้แก่ พริกไม่เผ็ด พันธุ์ Chilli berry ลักษณะประจำพันธุ์ เป็นพริกขี้หนูผลขนาดเล็ก ประเภทพริกขี้หนูสวนหรือพริกขี้นก ผลอ่อนมีสีเขียว และผลสุกมีสีแดงสด มีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ของพริกขี้หนูสวน แต่ไม่มีรสเผ็ด เนื่องจากมีปริมาณสารแคปไซซินน้อยมาก ความเผ็ดอยู่ที
เมื่อวันพุธที่ 12 พฤศจิกายน 2568 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน จัดงานแถลงข่าว “งานเกษตรกำแพงแสน ประจำปี 2568” ภายใต้แนวคิด “เกษตรศาสตร์ กำแพงแสน แหล่งเรียนรู้ ศาสตร์แห่งแผ่นดิน ถิ่นนวัตกรรมล้ำค่าสร้างสรรค์ปัญญาประดิษฐ์ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม” ดร.ดำรงค์ ศรีพระราม รักษาการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในฐานะประธานการแถลงข่าว กล่าวว่า การจัดงาน “ เกษตรกำแพงแสน2568 ” จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นครั้งที่่ 28 เป็นหนึ่งในกิจกรรมเฉลิมฉลองครบรอบ 46 ปี ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน เตรียมจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2568 ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน จังหวัดนครปฐมโดยเปิดโอกาสให้บุคลากร นิสิตได้เผยแพร่ผลงานทางการศึกษา ผลงานทางวิชาการ งานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ นวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์ด้านเทคโนโลยีต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเกษตรทั้งทางตรงและทางอ้อมให้แก่เกษตรกร นักเรียน นิสิต นักศึกษา ตลอดจน ประชาชนทั่วไปที่สนใจ รวมถึงนักวิชาการผู้เชี่ยวชาญหลากหลายสาขาทั้งในประเทศและต่างประเทศ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระเจ้าน้องนาง
