จังหวัดตรัง
บริเวณท่าเรือปากคลองบ้านควนล้อน หมู่ที่ 9 ต.หาดสำราญ อ.หาดสำราญ จ.ตรังเป็นที่มาของอาชีพดำน้ำเก็บสาหร่ายออกขาย สร้างรายได้หลักแสน หลักล้านต่อครอบครัวต่อปี สาหร่ายขนนกสามารถเก็บเกี่ยวได้ปีละ 8 เดือน ตั้งแต่ช่วงเดือน พฤศจิกายน จนถึงเดือนมิถุนายน ของทุกปี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับฝนฟ้าอากาศด้วย หากปีไหนฝนตกเยอะ ชาวบ้านสามารถเก็บสาหร่ายได้ 6 เดือนเท่านั้น บริเวณท่าเรือปากคลองบ้านควนล้อน หมู่ที่ 9 ต.หาดสำราญ อ.หาดสำราญ จ.ตรัง ชาวบ้านกำลังดำน้ำเก็บสาหร่ายขนนกที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ตามแนวป่าโกงกางบนพื้นที่ กว่า 200 ไร่ นับได้ว่าเป็นป่าโกงกางที่มีความอุดมสมบูรณ์มากที่สุด ทั้งนี้พื้นที่อำเภอหาดสำราญ เป็นอำเภอเดียวของจังหวัดตรัง ที่ไม่มีโรงงานอุตสาหกรรม และเป็นพื้นที่ที่มีอากาศดีที่สุดของจังหวัด ส่งผลให้สภาพสิ่งแวดล้อม รวมทั้งระบบนิเวศทางทะเลมีความอุดมสมบูรณ์ไปด้วย ทำให้ สาหร่ายขนนก เจริญเติบโตได้ดี สามารถเพิ่มปริมาณเป็นจำนวนมาก โดยทั่วไป ชาวบ้านจะใช้เรือพลีส (เรือท้องแบนขนาดเล็กหัวเรือเรียวแหลม)เป็นพาหนะในการเดินทางไปดำน้ำเก็บสาหร่ายที่งอกขึ้นมาใหม่ ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวอยู่ห่างจากท่าเรือประมาณ 3 กม.ช
การปลูกพริกไทยพุ่มแซมยางพารา คุณสมนึก ฉิมปลอด บ้านเลขที่ 58 หมู่ที่ 6 ตำบลช่อง อำเภอนาโยง จังหวัดตรัง เกษตรกรผู้ปลูกพริกไทย เล่าว่า พริกไทยที่ปลูกอยู่ในปัจจุบัน เป็นพืชที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติอยู่ที่บริเวณเทือกเขาบรรทัด เกษตรกรเมื่อเข้าป่าไปหาของป่าพบเจอเข้า ได้นำมาปลูกในพื้นที่ของตนและขยายพันธุ์แพร่หลายมากขึ้น และปลูกในลักษณะสวนหลังบ้านมาหลายชั่วอายุคนจนถึงปัจจุบัน ต่อมามีความสนใจการปลูกพริกไทยเพื่อเป็นอาชีพมากขึ้นจึงเริ่มมีการขยายพันธุ์และปลูกกันทั่วไปในอำเภอนาโยง โดยตนเองได้ปลูกพริกไทยซึ่งมีเนื้อที่ปลูกประมาณ 1 ไร่ โดยปลูกทั้งแบบสวนเดี่ยวและแซมในสวนยาง วิธีปลูกพริกไทยของอำเภอนาโยง มี 2 วิธี คือ การปลูกพริกไทยค้าง เกษตรกรปลูกให้ต้นพริกไทยเลื้อยขึ้นไปบนเสาปูน หรือไม้แก่น หรือต้นยอ ซึ่งผลผลิตจะออก 1 ครั้ง ต่อปี ในช่วงฤดูแล้ง การปลูกพริกไทยพุ่ม เกษตรกรคัดเลือกกิ่งแขนงมาขยายพันธุ์ มักใช้วิธีเสียบยอดโดยใช้ต้นตอเป็นต้นโคโลบีนั่ม แล้วนำไปปลูกลงดิน หรือปลูกในภาชนะ เช่น ตะกร้า วิธีนี้เกษตรกรสามารถลดต้นทุนค่าค้างพริกลงไปได้ สามารถปลูกแซมในสวนอื่นๆ เช่น สวนยางพารา หรือสวนไม้ผลต่างๆ ได้ และกา
“ตรัง” เป็นจังหวัดแรกที่ส่งเสริมให้คนไทยปลูกยางพารา ทุกวันนี้จังหวัดตรังเป็นแหล่งปลูกยางพาราที่สำคัญของภาคใต้ และมีพื้นที่ปลูกยางพารามากที่สุดเป็นอันดับ 4 ของประเทศ (พื้นที่สวนยางพารา 1.5 ล้านไร่) ยางพาราจึงเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของจังหวัดตรัง และมีอุตสาหกรรมแปรรูปยางพาราแบบครบวงจรในท้องถิ่น เช่น สหกรณ์กองทุนสวนยางวังคีรี ที่มีผลงานแปรรูปยางแผ่นรมควันเกรดพรีเมียมที่มีคุณภาพสูง และชุมนุมสหกรณ์ตรัง ผู้นำด้านการแปรรูปยางอัดก้อนจำหน่ายทั้งในและส่งออก อย่างไรก็ตาม ปัญหาวิกฤตราคายางพาราตกต่ำที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องส่งผลกระทบต่ออาชีพและรายได้ของเกษตรกรชาวสวนยางพาราจำนวนมาก รัฐบาลจึงวางเป้าหมายพัฒนาอาชีพชาวสวนยางรายย่อยเพื่อความยั่งยืน ส่งเสริมการลดพื้นที่ปลูกยาง โดยการโค่นสวนยางเดิมและส่งเสริมให้ผู้ปลูกยางพาราปรับเปลี่ยนไปประกอบอาชีพเกษตรกรรมใหม่ เช่น การเลี้ยงสัตว์ หรือการปลูกพืชผัก ผลไม้ ทั้งนี้ รัฐบาลจะมอบทุนอุดหนุนแก่เกษตรกรชาวสวนยาง ที่สมัครเข้าร่วมโครงการพัฒนาอาชีพชาวสวนยางรายย่อยเพื่อความยั่งยืน ไร่ละ 10,000 บาท รายละไม่เกิน 10 ไร่ เพื่อพัฒนาอาชีพเกษตรกรรมใหม่ทดแทนการทำสวนยาง ถือเป็น
ผ้าขาวม้าทอมือ ผลงานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผ้าทอ ตำบลนาหมื่นศรี อำเภอนาโยง นับเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของจังหวัดตรัง ที่ได้รับความนิยมในกลุ่มนักท่องเที่ยวและหน่วยงานต่างๆ เพื่อใช้เป็นของฝาก ของขวัญในช่วงเทศกาลต่างๆ รวมทั้งเทศกาลสงกรานต์ในปีนี้ โดยผ้าขาวม้าทอมือตำบลนาหมื่นศรี มีตั้งแต่ราคาผืนละ 100-400 บาท แล้วแต่ลวดลาย และความยากง่าย . เดิมที ชาวบ้านภาคใต้ ที่นิยมมีผ้าขาวม้าไว้ติดประจำตัว สำหรับใช้เอนกประสงค์ ซึ่งผ้าขาวม้าของนาหมื่นศรีผ้าขาวม้า มีเอกลักษณ์โดดเด่นเฉพาะตัวถูกใจคนซื้อ เนื่องจากผ้าขาวม้าของในชุมชนแห่งนี้ ทอจากฝ้าย มีขนาดใหญ่กว่าผ้าขาวม้าทั่วไป สามารถใช้เป็นผ้าห่มและผ้าห้อยไหล่ของคนเฒ่าคนแก่ขณะไปงานพิธีต่างๆ แล้ว ยังมีความประณีตงดงามโดยส่วนกลางผืนจะทอสลับสีเป็นลายราชวัตรที่ละเอียดประณีต (ผ้าขาวม้าลายราชวัตร) มีลายยกสลับเป็นเชิงคั่นก่อนถึงชายหรือเชิงผ้าซึ่งทอเป็นริ้ว ขอบริมผ้านิยมใช้สีแดง ที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรีมีมติให้ผ้าขาวม้า เป็นผ้าอเนกประสงค์ในวิถีชีวิตไทย ขึ้นทะเบียนเป็นรายการตัวแทนมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติต่อองค์การยูเนสโกในปี 2566 ยิ่งทำให้ความต้องการผ้าขาวม้าม
” ต๊ะเสะ” เป็นอำเภอหนึ่งของอำเภอหาดสำราญ จังหวัดตรัง ที่นี่รายล้อมไปด้วยป่าโกงกางที่มีความอุดมสมบูรณ์และเป็นที่อาศัยของปูแสมจำนวนมาก ชาวบ้านนิยมจับปูแสมมาทำปูเค็มสร้างรายได้เลี้ยงครอบครัวได้อย่างสบาย เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2566 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านเลขที่ 9/7 หมู่4 ตำบลตะเสะ อำเภอหาดสำราญ จังหวัดตรัง ซึ่งเป็นบ้านของนายซอและห์ ลาโยด หรือบังอูฐ อายุ 43 ปี ซึ่งเป็นจุดรับซื้อและแปรรูปปูแสม หรือปูเปี้ยวที่ชาวบ้าน และชาวประมงพื้นบ้านกว่า 20 ครัวเรือนเดินเท้าเข้าป่าโกงกางไปจับปูแสมหรือปูเปี้ยวตัวเป็นๆ มาขาย ให้กับบังอูฐไม่กว่าวันละ 300-400 กิโลกรัม เพื่อนำมาแปรรูปเป็นปูเค็ม ปูดองส่งขายให้กับแม่ค้าในตลาดสดเมืองตรัง และส่งไปขายจังหวัดสตูล นครศรีธรรมราช พัทลุง และสงขลา เดิมบังอูฐและครอบครัวเคยทำธุรกิจท่องเที่ยวที่กรุงเทพฯ ต่อมามีลูกและได้รับผลกระทบจากการท่องเที่ยวจึงย้ายครอบครัวกลับมาตั้งหลักที่ตำบลตะเสะ และทำอาชีพขายส่งปลาสด เวลาไปส่งปลา แม่ค้ามักถามว่า มีปูดองหรือปูเค็มขายมั้ย ทำให้บังอูฐเกิดความสนใจที่จะทำปูเค็มปูดองส่งขายให้แม่ค้า บังอูฐได้รับซื้อปูแสมหรือปูเปี้ยวจากชาวบ้าน
บริษัท ชิโน ไทย ซิงกวาง โกโก้ โปรดัก จำกัด และสหพัฒนาทองมี สร้างความเชื่อมโยงตลาดรวบรวมผลผลิตโกโก้ ผ่านสหกรรณ์และวิสาหกิจชุมชน เพื่อแก้ไขปัญหาไม่มีผู้รับซื้อโกโก้ของเกษตรกรในจังหวัดตรัง ภายใต้ความร่วมมือระหว่างภาคเอกชน ภาครัฐ และสหกรณ์ เนื่องจากปัจจุบันตลาดโกโก้และช็อกโกแลตกำลังเติบโตอย่างมาก มีการนำเข้าผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงกว่า 9 พันล้านบาท การรับซื้อโกโก้จากเกษตรกรสามารถลดการนำเข้าได้อย่างมาก และเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรได้อีกทางหนึ่ง เมื่อเร็วๆ นี้ นายทรงกลด สว่างวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง เป็นประธานในการจัดประชุมสัมมนา “อนาคตโกโก้ประเทศไทย” จัดขึ้นโดย บริษัท ชิโน ไทย ซิงกวาง โกโก้ โปรดัก จำกัด และสหพัฒนาทองมี ณ โรงแรมเรือรัษฎา อ.เมืองตรัง จ.ตรัง การประชุมสัมมนาดังกล่าว เกิดจากความร่วมมือระหว่างบริษัท ชิโน ไทย ซิงกวาง โกโก้ โปรดัก จำกัด, กลุ่มสหพัฒนาทองมี, กลุ่มสหกรณ์และวิสาหกิจ ชุมชนในจังหวัดตรัง และส่วนราชการในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ภายใต้การนำของเกษตรและสหกรณ์จังหวัดตรัง พร้อมด้วยหน่วยงานสำคัญ ได้แก่ สภาเกษตรกรจังหวัดตรัง , สำนักงานสหกรณ์จังหวัดตรัง, สำนักงานเกษตรจังหวัดตรั
เกษตรกรสองสามีภรรยาชาวอำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง เปิดสวนลำไยพันธุ์เพชรเวียงพิงค์เนื้อที่เกือบ 25 ไร่ ให้ลูกค้าชมและชิมฟรีจนอิ่ม หลังผลผลิตลำไยปลอดสารที่มีเครื่องหมาย GAP ออกนอกฤดูกาล ขายหน้าสวนกิโลกรัมละ 70 บาท สวนลำไยมารวย ตั้งอยู่หมู่ที่ 1 ตำบลปะเหลียน อำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง เจ้าของสวนคือ นายยงศักดิ์ เก้าเอี้ยน อายุ 67 ปี และ นางบัวน้อย เก้าเอี้ยน อายุ 69 ปี สองสามีภรรยา ได้เปิดสวนลำไยพันธุ์เพชรเวียงพิงค์ที่ปลูกไว้กว่า 750 ต้น บนเนื้อที่เกือบ 25 ไร่ เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เข้าไปชมและชิมฟรี หรือจะเลือกตัดลำไยเองกับมือ เนื่องจากลำไยพันธุ์เพชรเวียงพิงค์เป็นลำไยที่มี 2 รุ่น เก็บผลผลิต น้ำหนักไม่ต่ำกว่า 10 ตัน สร้างรายได้กว่า 700,000 บาท ส่วนรุ่นที่ 2 เก็บผลผลิตน้ำหนักไม่ต่ำกว่า 15 ตัน รายได้กว่า 1 ล้านบาท และเป็นลำไยนอกฤดูกาล ขายหน้าสวนกิโลกรัมละ 70 บาท เป็นลำไยปลอดสาร ใช้ตาข่ายและกาวดักแมลงด้วยวิธีธรรมชาติ จนได้รับเครื่องหมาย GAP จากกรมส่งเสริมการเกษตร และได้รับรางวัลเกษตรกรดีเด่นมาแล้วในปี 2557 ทำให้ลูกค้าเกิดความมั่นใจมากขึ้น ที่นี่ยังเป็นสวนลำไยแห่งแรกและแห่งเดียวในจังหวัดตรัง ท
เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2567 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังวัดธาตุสุขสำราญ บ้านนาไม้ไผ่ หมู่ที่ 2 ตำบลบ้าหวี อำเภอสำราญ จังหวัดตรัง พบกับ พระฉัตราวุธ ปิยธมฺโม (หลวงฉัตร) อายุ 40 ปี พรรษา 18 ซึ่งเป็นหัวหน้าสงฆ์ วัดธาตุสุขสำราญ ลักษณะทั่วไปของวัดเป็นวัดป่าที่ตั้งอยู่บนเนินสูง มีศาลาปฏิบัติธรรม ที่ให้นักเรียน นักศึกษา ญาติโยมมาปฏิบัติธรรม มีพระอาจารย์มาให้ความรู้ และมีการขุดพบหินลักษณะคล้ายพระพิฆเนศ มีการก่อสร้างพระพุทธรูป เมื่อเดินขึ้นไปบนยอดเนินก็จะพบกับรูปปั้นหลวงปู่ทวดให้ญาติโยมได้กราบไหว้ และตรงจุดนี้ เป็นจุดชมวิว 360 องศา มองเห็น 3 อำเภอในจังหวัดตรัง ทั้งเกาะเหลาเหลียง อำเภอปะเหลียน วิวทะเลหาดสำราญ อำเภอหาดสำราญ และเกาะลิบง อำเภอกันตัง และอากาศที่เย็นสบายตลอดทั้งวัน และขณะนี้ทางวัดกำลังก่อสร้างศาลาปฏิบัติธรรมบนยอดเนินเพื่อเป็นการขยายพื้นที่รองรับการมาปฏิบัติธรรมแทนหลังเก่า ที่จุญาติโยมได้ 100 คน ส่วนที่กำลังก่อสร้างศาลาปฏิบัติธรรมหลังใหม่ “ศาลาสุขสำราญ” จุคนได้ประมาณ 300 คน สามารถร่วมบุญได้ที่ พระฉัตราวุธ ปิยธมฺโม (หลวงฉัตร) หมายเลขโทรศัพท์ 082-235-1711 จุดไฮไลต์สำคัญของวัด คือการขุดพบหิ
ทุเรียนดินภูเขาไฟหนึ่งเดียวในภาคใต้ที่ได้รับเครื่องหมาย GAP มีลูกค้าสั่งจองกันมาตั้งแต่ปี 2566 กว่า 300 ราย ทำลูกค้าเก่า-ใหม่รู้ข่าว แห่จองจนมีไม่พอขาย ประกอบกับปีนี้ร้อนจัด ทำให้ทุเรียนติดผลน้อยลง แต่โกยรายได้ทะลุหลักล้าน นางสายหยุด จันทร์สว่าง อดีตข้าราชการสำนักงานเกษตรจ.ตรัง ที่หันมาทำเกษตรหลังเกษียณ ในชื่อ สวนป้าสายหยุด หมู่ที่ 1 ต.นาข้าวเสีย อ.นาโยง จ.ตรัง โดยปลูกทุเรียนดินภูเขาไฟ เจ้าแรกเจ้าเดียวในภาคใต้ บนเนื้อที่กว่า 15 ไร่ ที่ได้รับเครื่องหมาย GAP จากกรมส่งเสริมการเกษตร การันตีให้เป็นสวนทุเรียนที่ปลอดภัยจากการใช้สารเคมี ซึ่งทุเรียนที่ปลูกไว้มีทั้งหมดจำนวน 220 ต้น ทั้งหมอนทอง ชะนี ก้านยาว นกกระจิบ หลงลับแล กระดุมและพวงมณี สล็อต นางสายหยุด กล่าวว่า ผลกระทบจากปัญหาภัยแล้ง ทำให้ผลผลิตลดลงร้อยละ 30 โดยในปี 2567 มีต้นทุเรียนติดลูกเพียง 130 กว่าต้น ป้าสายหยุดได้เริ่มตัดทุเรียนหมอนทองมีดแรกเมื่อวันที่ 24 มิ.ย. 67 ได้ผลผลิตน้ำหนักเฉลี่ยลูกละ 3-6 กิโลกรัม ขายในราคากิโลละ 230 บาท โดยมียอดสั่งจองมาตั้งแต่ปี 2566 กว่า 300 ราย เพราะเป็นทุเรียนภูเขาไฟ เนื้อเนียนเหมือนครีม รสนัว หอมหวานมัน เป
ชวนมาเดินชมสะพานแขวน แลยอดไม้รับออกซิเจนเต็มปอดในป่ากลางเมืองตรัง นั่งพักคาเฟ่ลับจิบกาแฟเอสเพรสโซ่ทุเรียนหมอนทอง ชาไทยทุเรียนหมอนทอง ห้ามพลาด กินคู่กับพิซซ่าหน้าทุเรียนหมอนทองเมนูซิกเนเจอร์ของทางร้าน สวนพฤกษศาสตร์ทุ่งค่าย ตำบลทุ่งค่าย อำเภอย่านตาขาว เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดตรัง ผู้สนใจท่องเที่ยวระบบนิเวศวิทยา ธรรมชาติ และพืชพันธุ์ไม้ต่างๆ ภายในสวนแห่งนี้ ที่มีหลายโซน อาทิ สวนเฟิร์น พืชกินแมลง พืชวงศ์ปาล์ม พืชวงศ์ยาง รวมทั้งเป็นแหล่งรวบรวมพันธุ์พืชทางภาคใต้อีกหลายชนิด มีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติโดยรอบ แต่ละเส้นทางตัดผ่านป่าดิบและป่าพรุ นอกจากนี้ ยังมีเส้นทางสำหรับสะพานศึกษาธรรมชาติ ที่เรียกกันติดปากว่า สะพานแดง ให้นักท่องเที่ยวเดินชมธรรมชาติสัมผัสยอดไม้ได้อย่างใกล้ชิด สะพานแดงมีความยาว 175 เมตร ความสูง 10-18 เมตร มีจำนวน 6 หอคอย รองรับน้ำหนักได้ 200 กิโลกรัมต่อตารางเมตร เพื่อความปลอดภัย เจ้าหน้าที่จะให้ผู้ใช้บริการเดินสะพานได้ครั้งละไม่เกิน 3 คนต่อ 1 ช่วงสะพานเท่านั้น ด้าน นายกอบศักดิ์ เพ็ญนุกูล หัวหน้าสวนพฤกษศาสตร์ทุ่งค่าย กล่าวว่า สวนพฤกษศาสตร์ทุ่งค่าย สามารถเก็บกักค
