ปุ๋ย
“ไส้เดือน” สิ่งมีชีวิตเล็กๆ ที่เรามักพบเห็นได้ทั่วไปตามธรรมชาติ ตั้งแต่ในป่าใหญ่ไปจนถึงในสวนหลังบ้าน และแม้ว่าสิ่งมีชีวิตเหล่านี้จะตัวเล็กแต่ประโยชน์นั้นกลับไม่ได้เล็กอย่างตัว เพราะไส้เดือนจัดอยู่ในกลุ่มสิ่งมีชีวิตจำพวกผู้ย่อยสลายซากอินทรีย์ในระบบนิเวศ สิ่งมีชีวิตจิ๋วเหล่านี้จึงมีความสามารถในการปรับปรุงโครงสร้างและเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ให้แก่พื้นดิน อีกทั้งยังสามารถใช้เป็นดัชนีวัดความปนเปื้อนของสารพิษในดินได้อีกด้วย ไส้เดือน สามารถแบ่งได้ออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือ ไส้เดือนที่อาศัยอยู่ตามผิวดินหรือใต้ซากอินทรีย์ ซึ่งจะมีความสามารถในการย่อยสารอินทรีย์ในดิน และขยายพันธุ์ด้วยความรวดเร็ว ในขณะที่อีกกลุ่มหนึ่งคือ ไส้เดือนที่อาศัยอยู่ใต้ดินโดยใช้การขุดรู ไส้เดือนในกลุ่มนี้จะมีอายุอยู่ที่ราวๆ 4-10 ปี แต่หากนำไส้เดือนชนิดนี้มาเลี้ยงเพื่อประโยชน์ทางการเกษตรจะมีอายุอยู่ได้เพียง 2 ปีเท่านั้น แล้วประโยชน์ในภาคการเกษตรของไส้เดือนล่ะคืออะไร ? วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้านชวนมาทำความรู้จักสิ่งมีชีวิตตัวจิ๋วและประโยชน์อันหลากหลายของพวกเขาที่
จากสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาพลังงานและต้นทุน “ปุ๋ยเคมี” ในตลาดโลกที่พุ่งสูงขึ้น เพื่อเป็นการเตรียมพร้อมและรับมืออย่างยั่งยืน เทคโนโลยีชาวบ้าน ขอนำเสนอทางออกด้วย “สูตรปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูง” สำหรับสวนไม้ผล ที่ช่วยลดต้นทุนและเพิ่มคุณภาพผลผลิตได้จริง วิธีการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ มีกระบวนการผลิต ดังนี้ 1. วัสดุอุปกรณ์ ประกอบด้วย 1.1 มูลสัตว์แห้งละเอียด 1 ส่วน 1.2 แกลบดำ 1 ส่วน 1.3 อินทรียวัตถุอื่นๆ ที่หาได้ง่าย เช่น แกลบ ชานอ้อย ขี้เลื่อย เปลือกถั่วลิสง เปลือกถั่วเขียว และขุยมะพร้าว เป็นต้น อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือหลายอย่างรวมกัน 3 ส่วน 1.4 รำละเอียด 1 ส่วน 1.5 นำน้ำสกัดชีวภาพ 1 ส่วน+น้ำตาล 1 ส่วน + น้ำ 100 ส่วน คนจนละลายเข้ากันดี 1.6 กระสอบป่านเก่าๆ สำหรับคลุมปุ๋ยที่ผสมแล้ว 1.7 จอบ 1.8 พลั่ว และ 1.9 ฝักบัวรดน้ำ 2. ขั้นตอนการทำ มีดังนี้ 2.1 เตรียมพื้นที่ผสมปุ๋ยบนพื้นซีเมนต์ หรือถ้าเป็นพื้นดินให้ปูผ้ายางเพื่อป้องกันปุ๋ยซึมลงดิน 2.2 นำเอาวัสดุต่างๆ มากองซ้อนกันเป็นชั้นๆ แล้วคลุกเคล้าจนเข้ากันดี 2.3 เอาส่วนผสมของน้ำสกัดชีวภาพ น้ำตาล และอ้อยใส่บัว
นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า และโฆษกกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยระหว่างการแถลงข่าวศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ระบุว่า กระทรวงพาณิชย์ติดตามสถานการณ์ปุ๋ยเคมีอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเป็นสินค้าควบคุมตามกฎหมายว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ โดยกำหนดให้ผู้นำเข้าปุ๋ยรายงานปริมาณนำเข้าทุกเดือน ขณะเดียวกันผู้ผลิต–ผู้จำหน่ายต้องรายงานสต็อกภายในวันที่ 10 ของทุกเดือน เพื่อให้ภาครัฐสามารถติดตามและบริหารจัดการปริมาณสินค้าได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ จากการตรวจสอบสต็อกปุ๋ยที่มีอยู่ เมื่อรวมกับปริมาณที่นำเข้าเพิ่มเติม จะทำให้ประเทศไทยมีปุ๋ยเคมีเพียงพอสำหรับใช้ในภาคเกษตร ไม่น้อยกว่า 5 เดือน ระหว่างนี้จะมีการนำเข้าเติมสต็อกอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ปุ๋ยที่จำหน่ายในตลาดปัจจุบันยังเป็นสต็อกเดิมที่จัดหาก่อนเกิดสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง จึงยังไม่มีการปรับขึ้นราคา โดยกระทรวงพาณิชย์จะติดตามต้นทุนตลาดโลกและกำกับดูแลโครงสร้างราคาอย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้กระทบต่อเกษตรกรมากเกินไป พร้อมกันนี้ ได้สั่งการให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศลงพื้นที่ตรว
วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้าน บอกหมดเปลือก เคล็ดไม่ลับ “สูตรน้ำหมักฮอร์โมนไข่” เร่งดอกให้ติดดอกได้เร็ว ทำให้พืชสามารถดูดซึมไปใช้ประโยชน์ได้ง่าย ช่วยบำรุงดินให้อุดมสมบูรณ์ ออกดอกออกผล เร่งผลผลิตได้รวดเร็วยิ่งขึ้น นิยมใช้บำรุงพืช ควบคู่กับปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก และปุ๋ยเคมี ส่วนระยะเวลาในการให้ฮอร์โมนไข่นั้น ไม่ควรให้ถี่จนเกินไป ควรเว้นช่วงการให้ ฮอร์โมนไข่ คือ การนำไข่ไก่สดมาผสมกับนมเปรี้ยว และน้ำตาล เพื่อให้จุลินทรีย์ในนมเปรี้ยว ย่อยสลายธาตุอาหารในไข่ไก่ ทำให้พืชสามารถดูดซึมไปใช้ประโยชน์ได้ง่าย สูตรนี้จะนิยมใช้ในการบำรุงพืช ออกดอกออกผล เร่งผลผลิตได้รวดเร็ว “ฮอร์โมนไข่” เรียกได้ว่าเป็นปุ๋ยชั้นดีให้แก่พืชผักเลยทีเดียว ในไข่ไก่มีโปรตีนที่มีประโยชน์มาก นอกจากจะเป็นแหล่งโปรตีนสำคัญของมนุษย์แล้ว ยังมีประโยชน์ที่นำมาใช้กับพืชได้อีกด้วย วิธีใช้ : ผสมฮอร์โมนไข่ 2 ช้อนโต๊ะต่อน้ำ 5 ลิตร ฉีดรดต้นไม้ตอนที่ยังไม่ออกดอก และถ้าหากต้นไม้เริ่มออกดอกใช้เพียง 1 ช้อนโต๊ะต่อน้ำ 5 ลิตร หากใช้มากเกินไปจะทำให้ดอกร่วงได้ วิธีการเก็บรักษา : หากใช้ไม่หมด ให้นำไปเก็บไว้ในที่ร่มไม่ให้โดนแสงแดด สามารถเก็บได้นานเป็นปี
ปุ๋ยเคมีก็แพงหันมาใช้ปุ๋ยอินทรีย์กันดีกว่า สัตว์บางตัวที่เลี้ยงไว้ในฟาร์มมีประโยชน์กว่าที่คิด โดยเฉพาะ “ขี้” เป็นธาตุอาหารและยาบำรุงชั้นดีของพืชผัก ที่เกษตรกรบางคนสามารถสร้างรายได้เสริมได้จากการเลี้ยงไส้เดือน วัว หมู และสัตว์ชนิดอื่นๆ สามารถนำมาทำเป็นปุ๋ยคอกได้ ช่วยลดต้นทุนการซื้อปุ๋ยไปได้เยอะ ปุ๋ยคอก เป็นปุ๋ยอินทรีย์ที่ได้มาจากมูลสัตว์ ที่ถูกเลี้ยงเอาไว้ในวงจรของเกษตรผสมผสาน ปุ๋ยคอกที่ใช้อาจเป็นมูลของสัตว์ชนิดไหนก็ได้ ปุ๋ยคอกที่นำมาใช้ประโยชน์ได้ ต้องเป็นมูลสัตว์ที่ผ่านกระบวนการหมักเพื่อย่อยสลายก่อน ถึงจะทำให้พืชสามารดูดซึมธาตุอาหารที่มีไปใช้ประโยชน์ได้ วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้านได้รวบรวมมูลสัตว์ต่างๆ ที่นำมาใช้เป็นปุ๋ยคอก ใช้ยังไงให้ถูกเหมาะสมกับพืชที่ปลูกไปดูกันเลย 🐷มูลหมู มูลหมูเป็นมูลสัตว์ที่มีปริมาณธาตุอาหารสูง โดยเฉพาะฟอสฟอรัสและโพแทสเซียม ธาตุอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืช มูลหมูเป็นปุ๋ยคอกที่ดีสำหรับพืชทุกชนิด โดยเฉพาะพืชที่ต้องการฟอสฟอรัสและโพแทสเซียมสูง การใส่มูลหมูควรพิจารณาจากปริมาณธาตุอาหารที่ต้องการของพืชและสภาพดิน โดยควรใส่มูลหมูที่แห้งสนิทเพื่อป้องกันปัญหาเชื้อโรคแล
“ปุ๋ย” เป็นหนึ่งองค์ประกอบที่มีความสำคัญอย่างยิ่งที่ต่อการเพาะปลูก ไม่ว่าจะเป็นพืชผักสวนครัวหรือพืชต้นใหญ่ในสวน ก็ล้วนแล้วแต่จำเป็นต้องอาศัยสารอาหารจากปุ๋ยชนิดต่าง ๆ ทั้งสิ้น วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้านชวนมาทำความรู้จักปุ๋ย AB ปุ๋ยสองสูตรสุดเจ๋งที่จะช่วยให้การปลูกผักนั้นมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น “ปุ๋ย AB” คือ ปุ๋ยสำหรับการปลูกและบำรุงพืชไฮโดรโปนิกส์ (Hydroponic) หรือ พืชไร้ดิน ในรูปแบบของสารละลาย ซึ่งถือเป็นปุ๋ยเคมีชนิดหนึ่งที่เข้ามาช่วยสร้างอาหารให้กับพืชชนิดต่าง ๆ ทดแทนธาตุอาหารจากได้จากดิน โดยพืชแบบไร้ดินนี่จะได้รับสารอาหารในรูปแบบของสารละลาย ซึ่งพืชสามารถที่จะนำสารอาหารไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ได้ในทันที โดยข้อดีของปุ๋ย AB นั้นอยู่ที่ มีราคาประหยัดและมีสารอาหารครบถ้วนสมบูรณ์สำหรับพชไร้ดิน ประเภทของปุ๋ย AB ในท้องตลาด ในปัจจุบันปุ๋ย AB สามารถหาซื้อได้ตามท้องตลาดทั้งแบบเคมีและแบบอินทรีย์ โดยแบ่งประเภทออกเป็น ปุ๋ย AB สูตรทำเอง อย่างไรก็ตามปุ๋ย AB นี้ไม่จำเป็นต้องหาซื้อเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ปุ๋ย AB ยังสามารถ
วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้าน บอกหมดเปลือก เคล็ดไม่ลับ “สูตรน้ำหมักสมุนไพรไล่แมลง” กำจัดแมลงที่ชอบมากัดกินใบทำให้เป็นรู และเหี่ยวแห้ง แต่ไม่อยากใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช ไร้สารตกค้าง เรียกได้ว่าวัตถุดิบวันนี้หาได้ง่ายๆ สมุนไพรล้วนๆ ที่มีรสเผ็ดร้อนและมีกลิ่นของน้ำมันหอมระเหย ไม่มีสารเคมีปลอดภัยแน่นอน ซึ่งแต่ละชนิดล้วนมีสรรพคุณช่วยขัดขวางการดูดกินอาหารและยับยั้งการเจริญเติบโตของแมลงหลายชนิด และทำให้ไข่แมลงฝ่อ รวมถึงช่วยกำจัดเชื้อราและแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุโรคพืชได้ 🪣วัตถุดิบ กะเพรา โหระพา ตะไคร้ แมงลัก พริก สะระแหน่ ใบมะกรูด กระชาย อย่างละ 1 กำมือ หัวหอม 3 หัว กระเทียม 1 หัว ข่า 1 แง่ง เมล็ดพริกไทยแห้ง 1 ช้อนชา พริกแกงเผ็ด 2 ช้อนโต๊ะ น้ำส้มสายชู 2 ช้อนโต๊ะ น้ำเปล่า 1 ลิตร 💡วิธีทำ หั่นสมุนไพรที่มีขนาดใหญ่ ได้แก่ ข่า กระชาย ตะไคร้ และหัวหอม ให้เป็นชิ้นเล็กๆ จะช่วยตำหรือปั่นได้ง่ายขึ้น นำสมุนไพรทั้งหมดมาตำหรือปั่นรวมกันให้ละเอียด พร้อมคลุกเคล้าให้เข้ากัน ตักส่วนผสมสมุนไพรทั้งหมดใส่ในโหล ใส่พริกแกงและน้ำส้มสายชู เติมน้ำเปล่าแล้วคนให้เข้ากัน จากนั้นปิดฝาให้สนิท หมักทิ้งไว้ 1 คืน กรองเฉพาะน้ำสกัดมาใช้
เรียน คุณหมอเกษตร ทองกวาว ที่นับถือ ผมมีความสงสัยว่า การปลูกต้นไม้จำเป็นต้องใส่ปุ๋ยหรือไม่ ผมเคยดูทีวี เห็นว่าเกษตรกรหลายท่านปลูกพืชผลไม่มีการใส่ปุ๋ยเคมีแต่อย่างใด จะใส่เพียงปุ๋ยคอกและปุ๋ยหมักเท่านั้นก็เพียงพอแล้ว อีกทั้งยังขายได้ราคาดีอีกด้วย คุณหมอเกษตร ในฐานะที่ท่านคร่ำหวอดอยู่ในวงการเกษตร ท่านมีความเห็นอย่างไร ขอคำแนะนำด้วยครับ วรพจน์ วงศ์อำนวย กาญจนบุรี ตอบ คุณวรพจน์ วงศ์อำนวย ปุ๋ย หมายถึงวัสดุที่ใส่ลงในดิน หรือฉีดพ่นที่ใบ แล้วปลดปล่อยธาตุอาหารที่จำเป็นแก่พืช ได้แก่ ธาตุไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียม สามารถทำให้ต้นไม้เจริญเติบโต ให้ผลผลิต และสืบเผ่าพันธุ์ได้อย่างสมบูรณ์ ในธรรมชาติของต้นไม้ วงจรชีวิตเริ่มจากเมล็ด แล้วงอกเป็นต้นกล้า เข้าสู่ระยะเจริญเติบโตเป็นวัยเจริญพันธุ์ และสุกแก่ลงในที่สุด ภายในผลมีเมล็ดอยู่ภายใน ตั้งแต่ 1 เมล็ด ไปจนถึงจำนวน 100 เมล็ด ขึ้นอยู่กับชนิดของพืช การเจริญเติบโตจนถึงระยะสุกแก่ ต้นไม้ต้องผ่านขบวนการสังเคราะห์แสง ที่ใบไม้ที่มีสีเขียวของคลอโรฟีล เป็นโรงงานผลิตแป้งและน้ำตาล หรือคาร์โบไฮเดรต (CHON) แสงแดด เป็นปัจจัยสำคัญอีกปัจจัยหนึ่ง รวมทั้งก๊าซคาร์บอนไดออก
หลายคนอยากปลูกสวนครัวไว้ในบริเวณบ้าน แต่ปลูกเท่าไหร่ก็ไม่งาม อยากปรับปรุงดินโดยวิธีธรรมชาติ ทำได้อย่างไร? ก่อนอื่นต้องเข้าใจว่า “ดินดี” ในอุดมคติ เมื่อหยิบหรือตักขึ้นมา 1 ส่วน หรือ 1 ลิตร หรือ 1 ลูกบาศก์เมตร ก็ตาม สมมติเป็น 100 ส่วน ในทั้งหมดนี้มีส่วนประกอบสำคัญ 4 ส่วน โดยปริมาตร คือ 1. เนื้อดิน เกิดจากการแตกหักจนเป็นชั้นเล็กๆ ตามวิถีของธรรมชาติของหิน จำนวนร้อยละ 45 มีบทบาทเป็นตัวกลางให้รากพืชหยั่งลึกและยึดจนยืนต้นอยู่ได้ หากมีสมบัติไม่เป็นกรดจัดหรือด่างจัดจะยิ่งดี คือควรมีค่าความเป็นกรด-ด่าง อยู่ระหว่าง 5.5-6.5 จะเหมาะสมสำหรับเพาะปลูกพืชที่สุด 2. อินทรียวัตถุ ได้จากการย่อยสลายจากเศษซากพืชหรือสัตว์โดยจุลินทรีย์ และทับถมอยู่ในดิน หากมีปริมาณ ร้อยละ 5 จะถือว่าดีที่สุด ปริมาณดังกล่าวจะพบได้ในป่าที่สมบูรณ์ยังไม่เคยมีการนำมาใช้เพาะปลูก มีเศษใบไม้ร่วงหล่นทับถมและเน่าเปื่อยสลายตัว นอกจากจะมีธาตุอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อพืชแล้วยังช่วยปรับโครงสร้างดินให้ร่วนซุย เป็นแหล่งอาหารของจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์อีกมากมายหลายชนิดที่อาศัยอยู่ในดิน บางชนิดสามารถกำจัดโรคในดินได้ก็มี 3. ความชื้น อ
✨สมุนไพรรสเบื่อเมาที่นำมาสับให้ละเอียด พืชสมุนไพรที่มีรสเบื่อเมาทุกชนิด เช่น ปลีกล้วย เปลือกมังคุด เปลือกฝรั่ง มะยมหวาน ยาสูบ ขอบชะนางแดง-ขาว หนอนตายหยาก หัวกลอย ใบเมล็ดสบู่ดำ ใบน้อยหน่า สลัดได พญาไร้ใบ แสยก เมล็ดมะกล่ำ จะมีฤทธิ์ในการฆ่าหนอน เพลี้ยต่างๆ และแมลงอื่นๆ ใช้ได้ผลดีในนาข้าวและแปลงพืชผักทุกชนิด แต่ที่นำมาใช้ในสูตรนี้จะมีหัวกลอย ใบน้อยหน่า ใบเมล็ดสบู่ดำ แล้วแต่ละพื้นที่ที่สามารถหาวัตถุดิบได้ 🍀วัตถุดิบ สมุนไพรรสเบื่อเมาสับละเอียด 3 กิโลกรัม กากน้ำตาล 1 ลิตร น้ำเปล่า 10 ลิตร 🪴ขั้นตอนการทำ 1. เทน้ำเปล่าใส่ถังพลาสติก จากนั้นเทกากน้ำตาลลงไป และคนจนกากน้ำตาลละลายเป็นเนื้อ เดียวกันกับน้ำ (เคล็ดลับให้คนไปทางเดียวกัน) 2. ใส่สมุนไพรที่สับละเอียดแล้วลงไป คนให้เข้ากันอีกครั้ง ปิดฝาให้สนิทตั้งไว้ในที่ร่ม นาน 3 เดือน สามารถนํามาใช้ประโยชน์ได้ 💡การนำไปใช้ ผสมหัวเชื้อน้ำหมัก 1 ลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นให้ทั่ว ถ้าเป็นพืชผักให้ฉีดพ่นทุกๆ 3 วัน ถ้าเป็นไม้ผลให้ฉีดพ่นทุก 7 วัน ช่วยในการฆ่าเพลี้ย หนอน และแมลง ในพืชผักทุกชนิด 🍃เคล็ดลับในการทำน้ำหมักให้ได้ผลดี 1. ควรเลือกใช้เศษพืชผัก ผลไม้ หรือเศษอาห
