พืชสมุนไพร
การเลี้ยงไก่นอกจากเรื่องของอาหารที่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษแล้ว การป้องกันโรคต่างๆ โดยไม่ใช้ยาปฏิชีวนะเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ต้องใส่ใจ ซึ่งพืชสมุนไพรเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่เกษตรกรในหลายพื้นที่นำมาผสมกับอาหารให้ไก่กิน เพราะนอกจากจะหาง่ายแล้ว ยังเป็นตัวช่วยแบบประหยัดต้นทุนให้กับเกษตรกร วันนี้จะพามารู้จักกับพืชสมุนไพร 5 ชนิด ที่นิยมนำมาผสมอาหารให้กับไก่ที่เลี้ยงกิน มีดังนี้ ฟ้าทะลายโจร เป็นสมุนไพรพื้นบ้านของไทยที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก ด้วยสรรพคุณทางยาที่หลากหลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่มีการระบาดของโรคติดเชื้อต่างๆ เช่น โควิด-19 ทำให้ฟ้าทะลายโจรกลายเป็นสมุนไพรที่ได้รับความสนใจและถูกนำมาศึกษาอย่างแพร่หลาย ลักษณะของฟ้าทะลายโจร การนำฟ้าทะลายโจรมาใช้กับไก่นั้นเป็นที่นิยมในหมู่เกษตรกรและผู้เลี้ยงไก่ เนื่องจากมีสรรพคุณทางยาที่หลากหลายและสามารถช่วยป้องกันโรคในไก่ได้หลายชนิด สรรพคุณของฟ้าทะลายโจรเมื่อใช้กับไก่ ต้านเชื้อแบคทีเรียช่วยป้องกันและรักษาโรคที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย เช่น โรคท้องเสีย ต้านการอักเสบช่วยลดอาการอักเสบในระบบทางเดินอาหารและระบบหายใจ เสริมสร้างภูมิคุ้มกันช่วยให้ไก่แข็งแรงและต้า
ในประเทศไทยมีความต้องการ “ว่านน้ำ” เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมยาแผนปัจจุบันและแผนโบราณ รวมทั้งในการสกัดน้ำมันว่านน้ำในอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม โดยนำ ว่านน้ำ มาแปรรูปเป็นน้ำมันหอมระเหยใช้แต่งกลิ่นเบียร์และเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ โดยอาศัยไกโคลไซด์ที่ทำให้เกิดรสขม และใช้ในป้องกันและกำจัดศัตรูพืชได้หลายชนิด ว่านน้ำ มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Acorus calamus Linn. ชื่อสามัญ Mytle Grass, Sweet Flag จัดอยู่ในวงศ์ Araceae มีชื่ออื่นคือ คงเจี้ยงจี้ ผมผา ส้มชื่น ฮางคาวน้ำ ฮางคาวบ้าน (ภาคเหนือ) ตะไคร้น้ำ (เพชรบุรี) ทิสีปุตอ (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน) ว่านน้ำ ว่านน้ำเล็ก ฮางคาวผา (เชียงใหม่) ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ ว่านน้ำมีลำต้นเป็นเหง้าอยู่ใต้ดิน ลักษณะเป็นแท่งค่อนข้างแบน ยาวประมาณ 5-20 เซนติเมตร เป็นพืชที่มีอายุหลายปี มีใบแข็งตั้งตรง รูปร่างแบนเรียวยาวคล้ายใบดาบฝรั่ง ปลายใบแหลม แตกใบเรียงสลับซ้ายขวาเป็นแผง ใบค่อนข้างฉ่ำน้ำ ดอกมีสีเขียวมีขนาดเล็กออกเป็นช่อ มีจำนวนมากอัดกันแน่นเป็นแท่งรูปทรงกระบอก มีก้านช่อดอกลักษณะคล้ายใบ ทั้งใบ เหง้า และรากมีกลิ่นหอมฉุน ชอบขึ้นตามที่น้ำขัง หรือที่ชื้นแฉะ สามารถพบว่านน้ำ ได้ตามร่อ
“คุณเมือง หรือ คุณอภิจิตต์ ชาวเขา” เจ้าของสวนม่อนเมืองมุก และเป็นประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนพืชผักสมุนไพรบูรไฮไทภู อำเภอดงหลวง จังหวัดมุกดาหาร กล่าวว่า ปัจจุบันสมาชิกกลุ่ม จำนวน 13 คนใช้พื้นที่ว่างกลางร่องสวนยางพารามาปลูกต้นคอนแคน เพื่อจำหน่ายต้นพันธุ์ พร้อมเก็บยอดอ่อนและดอกจำหน่ายในลักษณะผักสดให้แก่ผู้สนใจ และนำใบต้นคอนแคนมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ใบชาเพื่อสุขภาพ สร้างรายได้ปีละไม่ต่ำกว่า 30,000 บาท นอกจากนี้ ทางกลุ่มยังได้ส่งเสริมเครือข่ายเกษตรกรในพื้นที่บ้านปากช่อง ตำบลกกตูม อำเภอดงหลวง จังหวัดมุกดาหาร มากกว่า 50 คน โดยปลูกสมุนไพรคอนแคนส่งขายให้กับกลุ่ม สร้างรายได้เฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 1.5 หมื่นบาทต่อครัวเรือนต่อปีแล้ว ทุกวันนี้ ต้นคอนแคน จากสมุนไพรท้องถิ่น จังหวัดมุกดาหาร กำลังกลายเป็นพืชเศรษฐกิจทางเลือกตัวใหม่ที่สร้างอาชีพและรายได้ให้แก่เกษตรกรที่เป็นสมาชิกกลุ่มแล้ว ยังกลายเป็นแหล่งศึกษาดูงานของหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนจำนวนมาก ส่งผลให้กลุ่มแห่งนี้ได้รับรางวัลกลุ่มวิสากิจชุมชนดีเด่นระดับจังหวัดในช่วงที่ผ่านมาด้วย รู้จัก “ต้นคอนแคน” คุณเมืองกล่าวว่า ต้นคอนแคน
“ผักเป็นยา” เป็นแนวคิดที่เชื่อว่าผักสามารถนำมาใช้ในการบำรุงร่างกายและรักษาโรคต่างๆ ได้ เนื่องจากผักมีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ ซึ่งมีทั้งวิตามิน แร่ธาตุ และสารต้านอนุมูลอิสระ เทคโนโลยีชาวบ้านจึงได้รวบรวมพืชสมุนไพร ผักกินได้ ใกล้ตัว ที่มีสรรพคุณช่วยบำรุงร่างกายกว่า 10 ชนิดมาฝาก อันดับ 1 ขิง สมุนไพรที่ใช้ทำอาหาร และมีสรรพคุณในการรักษาโรค ซึ่งสามารถช่วยรักษาอาการท้องอืด อาหารไม่ย่อย และช่วยบรรเทาอาการไมเกรนลดความเจ็บปวดจากการปวดหัวได้ อันดับ 2 กระสัง พืชมนต์ขลัง ยาดีไม่มีลืมเลือน ผักที่เป็นอาหารและเป็นยา มีประโยชน์และคุณค่าทางอาหารช่วยในเรื่องของระบบย่อยอาหาร ใช้เป็นยาสมุนไพรนำใบมาต้ม ใช้ล้างหน้ารักษาสิว และทำให้ผิวหน้าใส อันดับ 3 หูเสือ สมุนไพรประจำบ้าน ช่วยแก้หวัด ซึ่งเป็นพืชผักสมุนไพรมาใช้รักษาบรรเทาอาการไอ แก้หวัดคัดจมูกได้อย่างยอดเยี่ยม อันดับ 4 ตดหมู ตดหมา(พาโหม) สมุนไพรที่ใช้ลดน้ำตาล-ไขมันในเลือด ทั้งยาบำรุงที่ดี เป็นยาอายุวัฒนะ โดยเชื่อว่าการรับประทานเป็นประจำ สามารถเพิ่มกำลัง เพิ่มสมรรถภาพทางเพศ ช่วยทำให้กระดูกที่หักติดกันง่าย ช่วยทำให้สีผิวเงางาม ช่วยกำจั
“มะรุม” เป็นพืชผักพื้นบ้านที่ปลูกกันแพร่หลายทั่วไป การปลูกมะรุมไว้ที่บ้านเมื่อก่อนโบราณเขาถือ เชื่อว่าถ้าปลูกจะเกิดปัญหาวุ่นวาย ความยุ่งยากมารุมมาตุ้ม จึงนำไปปลูกไว้ริมรั้ว สมัยนี้เห็นมีปลูกกันในบ้านเยอะแยะ เป็นไม้ที่มีเสน่ห์มาก เพราะคนทั่วไปรู้คุณค่า คุณประโยชน์ที่มีมากมายในมะรุม บ้านเราตอนนี้ มีผักพื้นบ้านหลายชนิดที่ชาวบ้านได้เรียนรู้และเข้าใจธรรมชาติของพืชผักต่างๆ มาอย่างแท้จริง มีการใช้ประโยชน์จากผักมากมายหลายมิติทั้งทางนิเวศและวัฒนธรรม ด้านอาหาร ด้านยารักษาโรค ด้านประโยชน์ใช้สอย ด้านประเพณีพิธีกรรมความเชื่อ และด้านเศรษฐกิจ สิ่งแรกที่มนุษย์ให้ความสำคัญคงหนีไม่พ้นเรื่อง อาหารการกิน เรื่องกินเรื่องใหญ่ มนุษย์อยู่รอดทุกวันนี้เจริญเติบใหญ่ก็เพราะกินอาหาร พืชผักถูกใช้ปรุงเป็นอาหารหรือกินสดๆ เมื่อกินเข้าไปในร่างกายก็จะเกิดประโยชน์ทางโภชนาการเป็นยาสมุนไพร ให้ใยอาหาร เป็นต้น ผักพื้นบ้าน หมายถึง พรรณพืชผักพื้นบ้านหรือพรรณไม้พื้นเมืองท้องถิ่นที่ชาวบ้านนำมาบริโภคเป็นผัก ตามวัฒนธรรมการบริโภคของท้องถิ่นมีอยู่ในแหล่งธรรมชาติป่าเขา ริมน้ำ ริมห้วย หนอง คลอง บึง ในสวนนาไร่ หรือนำมาปลูกไว้ใกล้บ้านแล
“มะตาด” เป็นพันธุ์ไม้ยืนต้นที่คนไทยเชื้อสายมอญต่างรู้จักกันมาเนิ่นนาน สมัยรุ่นพ่อรุ่นแม่ บางคนเรียกลูกมะตาดว่า แอปเปิ้ลมอญ เพราะผลสวยและมีรสเปรี้ยวๆ คล้ายแอปเปิ้ลฝรั่ง จนเรียกกันติดปากว่า “มะตาด คือ แอปเปิ้ลมอญ” นั่นเอง มะตาด (matat) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Dillenia indica Linn. สามารถพบตามภาคต่างๆ ของไทย ภาคเหนือพบที่เชียงใหม่ เรียกว่า ส้านป้าว อีสานพบที่สุรินทร์ ภาคกลางพบในจังหวัดปทุมธานี กาญจนบุรี และปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ภาคใต้พบในจังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ตรัง และพังงา เรียกว่า แส้น นอกจากนี้ มะตาด ยังมีชื่อเรียกตามพื้นเมืองว่า ส้านกวาง ส้านท่า ส้านใหญ่ ส้มปรุ และชื่อทั่วๆ ไป เรียกว่า ส้าน มะตาดเป็นพืชที่เติบโตได้ดีในป่าดิบชื้นหรือป่าฝนเขตร้อนใกล้แม่น้ำ ป่าพรุ ในภาคใต้ของไทย นอกจากนี้ ยังการกระจายตัวของต้นมะตาดอยู่ในประเทศต่างๆ ได้แก่ อินเดีย ศรีลังกา พม่า ยูนนาน คาบสมุทรมลายู ลาว เวียดนาม กัมพูชา ชวา ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ มะตาดเป็นไม้ไม่ผลัดใบ เป็นไม้พุ่มขนาดใหญ่หรือไม้ยืนต้นขนาดเล็กถึงขนาดกลาง สูง 15 เมตร ใบยาว 15-36 เซนติเมตร เส้นใบเห็นเด่นชัด ดอกมีขนาดใหญ่ มีเส้นผ่านศูนย
“พุทธรักษา” เป็นพันธุ์ไม้ที่มีชื่อนามเป็นมงคล แปลว่า พระพุทธเจ้าทรงปกป้องคุ้มครองให้มีแต่ความสงบสุขร่มเย็นเมื่อปลูกต้นพุทธรักษาในทางทิศตะวันตกของบ้าน จะช่วยปกป้องคุ้มครองบ้านเรือนให้อยู่เย็นเป็นสุข เนื่องจาก“พุทธรักษา” มี “สีเหลือง” ตรงกับสีประจำวันพระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 จึงกำหนดให้พุทธรักษาดอกสีเหลือง เป็นดอกไม้สัญลักษณ์ประจำวันพ่อแห่งชาติ ตั้งแต่ในปี พ.ศ.2523 เป็นต้นมา “พุทธรักษา” มีถิ่นกำเนิดในหมู่เกาะฮาวาย มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Canna indica L. ชื่อวงศ์ Cannaceae มีชื่อเรียกแตกต่างกันไปในแต่ละท้องถิ่น เช่น สาคูมอญ (ภาคกลาง), พุทธรักษากินหัว(กรุงเทพฯ), พุทธสร(ภาคเหนือ), สาคูหัวข่า(ภาคตะวันออกเฉียงใต้), บัวละวง(ลพบุรี , ลำปาง) มุยหยิ่งเจีย, กวงอิมเกีย, เซียวปาเจีย, (จีน) ลักษณะทั่วไป “พุทธรักษา” เป็นไม้ล้มลุก ลำต้นใต้ดินเป็นเหง้า เนื้ออ่อนอวบน้ำ แตกกอขึ้นเหนือพื้นดิน กาบใบเรียงอัดซ้อนกันแน่นตั้งตรงเป็นลำต้นเทียน ใบเดี่ยวเรียงเวียนสลับ ใบรูปรีถึงรูปไข่ ยาว 30-60 ซ.ม. ปลายแห
วันที่ 31 มกราคม 2569 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ พร้อมด้วย นางสาวศิรินทร์พร เดียวตระกูล รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ, ศาสตราจารย์ ดร.สนอง เอกสิทธิ์ และคณะผู้ทรงคุณวุฒิ วช. ลงพื้นที่เยี่ยมชมการดำเนินงานของ ศูนย์วนเกษตร–พฤกษเภสัช มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา น่าน ซึ่งเป็นพื้นที่ต้นแบบการปลูกพืชยามูลค่าสูงในระบบวนเกษตร ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา น่าน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา วิทยาเขตน่าน ร่วมกับมูลนิธิกสิกรไทย และสถาบันเค-อะโกร-อินโนเวท ได้จัดตั้งศูนย์วนเกษตร–พฤกษเภสัช (PAD) เพื่อบูรณาการองค์ความรู้ด้านเกษต และเภสัชศาสตร์ในการพัฒนาและแปรรูปพืชสมุนไพร โดยมีเป้าหมายสำคัญในการสร้างนวัตกรรมเพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและเศรษฐกิจชุมชนอย่างยั่งยืน ศูนย์ PAD ทำหน้าที่วิจัยและพัฒนาการปลูกพืชสมุนไพรใต้ร่มเงาป่า มุ่งหาสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม มีการจัดตั้งศูนย์แปรรูปพฤกษเภสัช (PPC) เพื่อแปรรูปวัตถุดิบสมุนไพร เพิ่มมูลค่าและสร้างผลิตภัณฑ์คุณภาพ ภายใต้โ
เคยมีหลายคนถามมาว่า ทำไมคนใต้ถึงกินอาหารที่เผ็ดร้อนมากได้ วัฒนธรรมการกินอาหารของคนใต้ ที่นิยมรสชาติเผ็ดร้อน คงเป็นเพราะว่า ภาคใต้ของไทยเรามีอากาศที่เย็น ความชื้นสูง แบบที่เรียกว่า “ฝนแปดแดดสี่” ร่างกายจึงต้องการพลังงานความร้อนสูง จึงเกิดองค์ประกอบที่เกี่ยวข้องสัมพันธ์กับอาหารการกิน คือ พืชผัก โดยเฉพาะผักพื้นบ้าน ภาคใต้มีจำนวนมากชนิดกว่าภาคอื่นๆ มีมากกว่า 150 ชนิด ผักพื้นบ้านถูกนำมาเป็นผักเคียง หรือผักเหนาะ กับอาหารรสเผ็ดร้อน เช่น น้ำพริกสารพัดอย่าง แกงเผ็ด แกงเหลือง แกงไตปลา อาหารทุกอย่างจะต้องมีผักเคียงอยู่เสมอไม่ว่าจะเป็น สะตอ ผักเหรียง เหมียง ยอดมะม่วงหิมพานต์ ยอดต้นแค ขมิ้นขาว ชะอม กระถิน แมงดาต้น หรือทำมัง และแม้แต่ ยอดมันปู “มันปู” เป็นไม้พุ่มขนาดใหญ่ สูงกว่า 15 เมตร ในวงศ์ EUPHORBIACEAE มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Glochidion wallichianum Muell.Arg. เป็นพรรณไม้ธรรมชาติ ที่พบขึ้นในป่าดิบชื้น หรือที่ราบแถบเชิงเขา ป่าน้ำกร่อย ป่าพรุ มีการนำเอามาปลูกในสวนหลังบ้าน ประดับหน้าบ้านก็มี ใบเป็นใบเดี่ยว ก้านใบสั้นเพียงครึ่งเซนติเมตร ออกแบบสลับ 2 ข้างกิ่ง ปลายกิ่งมักห้อยย้อยลง ใบรูปร่างไข่ ขอบใบเรี
คัดเค้า จัดอยู่ในพันธุ์ไม้ดอกหอม ให้กลิ่นหอมแรงในตอนกลางคืน ถิ่นกำเนิดอยู่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กระจายพันธุ์ถึงอาฟริกาเขตร้อน นิยมนำมาปลูกเป็นไม้ประดับทั่วไป การปลูกคัดเค้าให้สวยงามต้องคอยตัดแต่งทรงพุ่มสม่ำเสมอ เนื่องจากเป็นไม้ที่มีการแตกกิ่งก้านสาขามาก และไม่มีรูปทรงที่แน่นอน มีคุณค่าทางสมุนไพร ลำต้น มีรสเฝื่อนฝาด แก้เสมหะ แก้ไข้ เปลือกต้น รสฝาด ปิดธาตุแก้เสมหะ แก้โลหิตซ่าน ส่วนใบ มีรสเฝื่อนเมา ดอก รสขมหอม แก้โลหิตในกองกำเดา ด้านผล มีรสเฝื่อนปร่า ขับโลหิตประจำเดือนเสีย บำรุงโลหิต บำรุงผิวให้ผ่องใส และราก มีรสฝาด แก้ไข้ แก้ท้องเสีย แก้เลือดออกตามไรฟัน คัดเค้า มากคุณค่า นอกจากนี้ ดอกสวย มีกลิ่นหอมแล้ว คัดเค้ายังมีข้อดีอื่นๆ ได้แก่ 1.เป็นพันธุ์ไม้ที่มีหนามแหลมคมมาก สามารถใช้ปลูกเป็นแถวเพื่อทำรั้วป้องกันคนหรือสัตว์ผ่านได้ 2.ดอกมีกลิ่นหอมแรงและออกดอกพร้อมๆ กันเกือบทั้งต้น เวลาออกดอกจะสวยงามมาก 3.ต้องการน้ำไม่มากในการเจริญเติบโต 4.เป็นพันธุ์ไม้ที่ปลูกได้ดีทั้งที่มีแดดจัดเต็มวัน และแดดปานกลาง (ครึ่งวัน) ได้ดีชนิดหนึ่ง. …………..
