พืชสมุนไพร
“พุทธรักษา” เป็นพันธุ์ไม้ที่มีชื่อนามเป็นมงคล แปลว่า พระพุทธเจ้าทรงปกป้องคุ้มครองให้มีแต่ความสงบสุขร่มเย็นเมื่อปลูกต้นพุทธรักษาในทางทิศตะวันตกของบ้าน จะช่วยปกป้องคุ้มครองบ้านเรือนให้อยู่เย็นเป็นสุข เนื่องจาก“พุทธรักษา” มี “สีเหลือง” ตรงกับสีประจำวันพระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 จึงกำหนดให้พุทธรักษาดอกสีเหลือง เป็นดอกไม้สัญลักษณ์ประจำวันพ่อแห่งชาติ ตั้งแต่ในปี พ.ศ.2523 เป็นต้นมา “พุทธรักษา” มีถิ่นกำเนิดในหมู่เกาะฮาวาย มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Canna indica L. ชื่อวงศ์ Cannaceae มีชื่อเรียกแตกต่างกันไปในแต่ละท้องถิ่น เช่น สาคูมอญ (ภาคกลาง), พุทธรักษากินหัว(กรุงเทพฯ), พุทธสร(ภาคเหนือ), สาคูหัวข่า(ภาคตะวันออกเฉียงใต้), บัวละวง(ลพบุรี , ลำปาง) มุยหยิ่งเจีย, กวงอิมเกีย, เซียวปาเจีย, (จีน) ลักษณะทั่วไป “พุทธรักษา” เป็นไม้ล้มลุก ลำต้นใต้ดินเป็นเหง้า เนื้ออ่อนอวบน้ำ แตกกอขึ้นเหนือพื้นดิน กาบใบเรียงอัดซ้อนกันแน่นตั้งตรงเป็นลำต้นเทียน ใบเดี่ยวเรียงเวียนสลับ ใบรูปรีถึงรูปไข่ ยาว 30-60 ซ.ม. ปลายแห
วันที่ 31 มกราคม 2569 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ พร้อมด้วย นางสาวศิรินทร์พร เดียวตระกูล รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ, ศาสตราจารย์ ดร.สนอง เอกสิทธิ์ และคณะผู้ทรงคุณวุฒิ วช. ลงพื้นที่เยี่ยมชมการดำเนินงานของ ศูนย์วนเกษตร–พฤกษเภสัช มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา น่าน ซึ่งเป็นพื้นที่ต้นแบบการปลูกพืชยามูลค่าสูงในระบบวนเกษตร ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา น่าน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา วิทยาเขตน่าน ร่วมกับมูลนิธิกสิกรไทย และสถาบันเค-อะโกร-อินโนเวท ได้จัดตั้งศูนย์วนเกษตร–พฤกษเภสัช (PAD) เพื่อบูรณาการองค์ความรู้ด้านเกษต และเภสัชศาสตร์ในการพัฒนาและแปรรูปพืชสมุนไพร โดยมีเป้าหมายสำคัญในการสร้างนวัตกรรมเพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและเศรษฐกิจชุมชนอย่างยั่งยืน ศูนย์ PAD ทำหน้าที่วิจัยและพัฒนาการปลูกพืชสมุนไพรใต้ร่มเงาป่า มุ่งหาสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม มีการจัดตั้งศูนย์แปรรูปพฤกษเภสัช (PPC) เพื่อแปรรูปวัตถุดิบสมุนไพร เพิ่มมูลค่าและสร้างผลิตภัณฑ์คุณภาพ ภายใต้โ
เคยมีหลายคนถามมาว่า ทำไมคนใต้ถึงกินอาหารที่เผ็ดร้อนมากได้ วัฒนธรรมการกินอาหารของคนใต้ ที่นิยมรสชาติเผ็ดร้อน คงเป็นเพราะว่า ภาคใต้ของไทยเรามีอากาศที่เย็น ความชื้นสูง แบบที่เรียกว่า “ฝนแปดแดดสี่” ร่างกายจึงต้องการพลังงานความร้อนสูง จึงเกิดองค์ประกอบที่เกี่ยวข้องสัมพันธ์กับอาหารการกิน คือ พืชผัก โดยเฉพาะผักพื้นบ้าน ภาคใต้มีจำนวนมากชนิดกว่าภาคอื่นๆ มีมากกว่า 150 ชนิด ผักพื้นบ้านถูกนำมาเป็นผักเคียง หรือผักเหนาะ กับอาหารรสเผ็ดร้อน เช่น น้ำพริกสารพัดอย่าง แกงเผ็ด แกงเหลือง แกงไตปลา อาหารทุกอย่างจะต้องมีผักเคียงอยู่เสมอไม่ว่าจะเป็น สะตอ ผักเหรียง เหมียง ยอดมะม่วงหิมพานต์ ยอดต้นแค ขมิ้นขาว ชะอม กระถิน แมงดาต้น หรือทำมัง และแม้แต่ ยอดมันปู “มันปู” เป็นไม้พุ่มขนาดใหญ่ สูงกว่า 15 เมตร ในวงศ์ EUPHORBIACEAE มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Glochidion wallichianum Muell.Arg. เป็นพรรณไม้ธรรมชาติ ที่พบขึ้นในป่าดิบชื้น หรือที่ราบแถบเชิงเขา ป่าน้ำกร่อย ป่าพรุ มีการนำเอามาปลูกในสวนหลังบ้าน ประดับหน้าบ้านก็มี ใบเป็นใบเดี่ยว ก้านใบสั้นเพียงครึ่งเซนติเมตร ออกแบบสลับ 2 ข้างกิ่ง ปลายกิ่งมักห้อยย้อยลง ใบรูปร่างไข่ ขอบใบเรี
คัดเค้า จัดอยู่ในพันธุ์ไม้ดอกหอม ให้กลิ่นหอมแรงในตอนกลางคืน ถิ่นกำเนิดอยู่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กระจายพันธุ์ถึงอาฟริกาเขตร้อน นิยมนำมาปลูกเป็นไม้ประดับทั่วไป การปลูกคัดเค้าให้สวยงามต้องคอยตัดแต่งทรงพุ่มสม่ำเสมอ เนื่องจากเป็นไม้ที่มีการแตกกิ่งก้านสาขามาก และไม่มีรูปทรงที่แน่นอน มีคุณค่าทางสมุนไพร ลำต้น มีรสเฝื่อนฝาด แก้เสมหะ แก้ไข้ เปลือกต้น รสฝาด ปิดธาตุแก้เสมหะ แก้โลหิตซ่าน ส่วนใบ มีรสเฝื่อนเมา ดอก รสขมหอม แก้โลหิตในกองกำเดา ด้านผล มีรสเฝื่อนปร่า ขับโลหิตประจำเดือนเสีย บำรุงโลหิต บำรุงผิวให้ผ่องใส และราก มีรสฝาด แก้ไข้ แก้ท้องเสีย แก้เลือดออกตามไรฟัน คัดเค้า มากคุณค่า นอกจากนี้ ดอกสวย มีกลิ่นหอมแล้ว คัดเค้ายังมีข้อดีอื่นๆ ได้แก่ 1.เป็นพันธุ์ไม้ที่มีหนามแหลมคมมาก สามารถใช้ปลูกเป็นแถวเพื่อทำรั้วป้องกันคนหรือสัตว์ผ่านได้ 2.ดอกมีกลิ่นหอมแรงและออกดอกพร้อมๆ กันเกือบทั้งต้น เวลาออกดอกจะสวยงามมาก 3.ต้องการน้ำไม่มากในการเจริญเติบโต 4.เป็นพันธุ์ไม้ที่ปลูกได้ดีทั้งที่มีแดดจัดเต็มวัน และแดดปานกลาง (ครึ่งวัน) ได้ดีชนิดหนึ่ง. …………..
นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายสมุนไพรแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2569 โดยมี นพ.ศักดา อัลภาชน์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ดร.นพ.พงศธร พอกเพิ่มดี อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก พร้อมด้วยผู้บริหารและผู้แทนจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เข้าร่วม นายพัฒนา กล่าวว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบยุทธศาสตร์สมุนไพรไทย ปี 2569 ภายใต้แนวคิด “Herb of the Year” ยกระดับสมุนไพรหลัก 3 ชนิด สู่ “สมุนไพรพรีเมียม” ตั้งเป้าสร้างมูลค่าเศรษฐกิจให้ประเทศ กว่า 2,000 ล้านบาท ประกอบด้วย 1.ขมิ้นชัน ชูจุดเด่นด้านสุขภาพ ผลักดันผลิตภัณฑ์ช่วยคงระดับน้ำตาลในเลือดสำหรับกลุ่มเสี่ยงเบาหวาน และผลิตภัณฑ์ความงามกลุ่มชะลอวัย เพื่อสร้างการรับรู้แบรนด์ T-beauty คาดสร้างมูลค่ารวมกว่า 800 ล้านบาท 2.ไพล สมุนไพรหลักในการนวดและ Wellness บุกตลาดสปาและเวชศาสตร์การกีฬา ควบคู่กับการวิจัยสร้างความเชื่อมั่นการใช้ในระบบบริการสุขภาพ สร้างมูลค่า 500 ล้านบาทต่อปี 3.กระชายดำ หรือ “โสมไทย” จุดเด่นด้านการลดไขมันในช่องท
ปัจจุบัน ความต้องการใช้พืชสมุนไพรไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งใช้ประกอบอาหาร เป็นวัตถุดิบสำหรับแปรรูปผลิตภัณฑ์บำรุงดูแลสุขภาพ และเป็นผลิตภัณฑ์เวชสำอาง พืชสมุนไพรกลายเป็นพืชทำเงินที่ช่วยสร้างอาชีพและรายได้ให้เกษตรกรได้อย่างดี บ้านห้วยร่องคำ หมู่ที่ 10 ตำบลกุดปลาดุก อำเภอเมืองอำนาจเจริญ จังหวัดอำนาจเจริญ เป็นกลุ่มวิสาหกิจ “ต้นแบบการผลิตสมุนไพร” ที่มีศักยภาพในพื้นที่ มีระบบบริหารจัดการแปลงที่ดี มีการวางแผนด้านการผลิตเพื่อเป็นไปตามความต้องการของตลาด รวมถึงการพัฒนาสินค้าและผลิตภัณฑ์จากวัสดุเหลือใช้จากสมุนไพร วิสาหกิจชุมชนกลุ่มเศรษฐกิจชุมชนบ้านห้วยร่องคำ เริ่มดำเนินการเมื่อปี 2559 โดยมี นางละอองฉัตร คูตะพันธุ์ เป็นประธานกลุ่ม ซึ่งกลุ่มวิสาหกิจเกิดจากการรวมตัวของเกษตรกรผู้ปลูกสมุนไพรในพื้นที่ มีสมาชิกเกษตรกรและเครือข่ายรวม 55 ราย พื้นที่ปลูกรวม 105 ไร่ เนื้อที่ปลูกเฉลี่ย 1.9 ไร่ต่อครัวเรือน โดยมีรายได้จากการปลูกสมุนไพรหมุนเวียนอยู่ที่เดือนละ 120,000 บาท คิดเป็นรายได้รวมทั้งปีประมาณ 1,440,000 บาท ทางกลุ่มมีการปลูกสมุนไพรที่ผ่านการรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตรปลอดภัย (GAP) โดยสมุนไพรที่สร้างรายได้
“ มะหาด ” พืชสมุนไพรทำเงินที่น่าสนใจ เพราะสารสกัดจากแก่นมะหาด มีสาร Oxyresvertarol ช่วยยับยั้งการสร้างเอนไซม์ Tyrosinase ช่วยลดการสร้างเมลามิน ลดความเข้มของเซลล์เม็ดสีใต้ผิวหนัง ทำให้ผิวดูขาวกระจ่างใส คุณประโยชน์ดีกว่าวิตามิน C ถึง 4 เท่า ยับยั้ง Tyrosinaase ได้มากกว่า Resvertarol ถึง 20 เท่า ที่ผ่านมา ผงมะหาดจึงถูกนำมาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ขัดผิวลดริ้วรอยฝ้า กระ จุดด่างดำ ที่สาวๆ นิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย รู้จักต้นมะหาด ต้นมะหาด เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงใหญ่ สูง 30-40 เมตร ทรงพุ่มกว้าง ใบดกทึบ ตามยอด กิ่งอ่อนมีขนสีน้ำตาลปกคลุม เปลือกต้นสีน้ำตาลแก่ อมดำ ตัดกิ่งทำฟืนได้ แก่นก็ทำยาได้ แก่นมะหาดอายุมากๆ ชาวอีสานนิยมใช้ทำเป็นลูกโปงลางเพราะให้เสียงใส ปนทุ้ม ดังกังวานไพเราะเสนาะหูกว่าไม้ชนิดอื่น ดอกสีขาวอมเหลือง ออกตามซอกกิ่ง ช่วงประมาณเดือนมีนาคม-มิถุนายน ติดผลช่วงปลายเดือนพฤษภาคม-กรกฎาคม ผลดิบสีเขียวกลมๆ รีๆ ผิวขรุขระ ผลสุกเปลี่ยนเป็นสีเหลืองส้มอมแดง รสชาติเปรี้ยวอมหวานอร่อยดี ในป่า ช่วงผลมะหาดสุก นก หนู กา กระรอก เก้ง กวาง หมูป่า จะมารุมโคนต้นรอกินผลมะหาดสุกร่วงเต็มไปหมด ต้นมะหาดมีประโยชน์แ
“กุ่มบก” เป็นต้นไม้ในพุทธประวัติ โดยมีเรื่องเล่าว่า พระพุทธองค์เสด็จไปซักผ้าบังสุกุลผ้าห่อศพนางบุณณทาสี ในป่าช้าผีดิบ (อามกสุสาน) ทรงนำมาซักเพื่อจะทำเป็นจีวร เสร็จแล้วทรงมองหาที่จะตากให้แห้ง ณ เวลานั้นเอง รุกขเทวาประจำต้นกุ่มบก ก็ได้น้อมกิ่งแห่งต้น กักกุธะ นั้นลงมาเพื่อให้พระพุทธองค์ได้ทรงใช้เป็นที่พาด ตากผึ่งจีวร “กุ่มบก” เป็นไม้ยืนต้นมีถิ่นกำเนิดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และแอฟริกาใต้ มีลำต้นสวยสง่างดงาม กิ่งก้านคดโค้งพลิ้วไหวตามธรรมชาติ เปลือกสีเทาอมน้ำตาล ใบประกอบย่อยชนิด 3 ใบ ดอกเป็นกระจุกออกตามปลายกิ่ง สีขาวอมเหลือง ปนชมพู เหลือบม่วงอ่อน ต้นกุ่มบก ถือเป็นไม้มงคลและเป็นพืชสมุนไพรที่มีประโยชน์มาก นิยมปลูกไว้ประจำบ้านเพื่อช่วยให้ลูกหลานอยู่กันเป็นปึกแผ่น แต่อย่าปลูกใกล้ตัวบ้านเรือนมากไปก็แล้วกัน เพราะกิ่งเปราะ ฉีกขาดหักง่ายเวลาโดนลมแรงๆ คำว่า “กุ่ม” มาจากภาษาไทยใหญ่ แปลว่า คุ้มครอง-คุ้มโรค คุ้มภัยอันตราย คุ้มครองตลอดปี ในงานพิธีขึ้นบ้านใหม่ งานแต่งงาน งานมงคล หรือโดยเฉพาะอย่างยิ่งงานบวชลูกแก้ว (ปอยส่างลอง) จะต้องมีดอก ยอดผักกุ่ม สำหรับประเพณีการกินผักกุ่มดอง ในเดือน 4 ขึ้น 15 ค่ำ ของ
. “ใบโหระพา” หรือ ฮุ้ง-เก๊ว เป็นหนึ่งในพืชผักสมุนไพรยอดนิยมของประเทศเวียดนาม สามารถพบได้ในเมนูอาหารหลายชนิดตามภูมิภาคต่างๆ ไม่ว่าจะใช้เป็นส่วนผสมหรือใช้ทานแบบสด ด้วยกลิ่นที่หอมและรสชาติของใบโหระพา ยังช่วยเสริมรสชาติอาหารให้เผ็ดร้อน กลมกล่อม มีกลิ่นหอม น่าทานมากยิ่งขึ้น .โหระพา เป็นพืชที่ปลูกง่าย เติบโตได้ดีในดินร่วนซุยที่ระบายน้ำได้ดี ดูแลง่าย ทนโรค ทนสภาพแวดล้อม มีผลผลิตทั้งปี นอกจากนี้ โหระพายังเป็นพืชสมุนไพรที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ถือว่าเป็นแหล่งเบต้าแคโรทีน มีส่วนสำคัญในการป้องกันโรค เช่น โรคหัวใจขาดเลือดและมะเร็ง .ใบสดของโหระพามีสรรพคุณแก้ท้องอืด เฟ้อ ขับลมจากลำไส้ ต้มดื่มแก้ลมวิงเวียน ช่วยย่อยอาหาร ใช้ตำพอกหรือประคบแก้ไขข้ออักเสบ แผลอักเสบ ในวงการแพทย์แผนปัจจุบัน หันมาสนใจพืชสมุนไพรชนิดนี้กันอย่างแพร่หลายเนื่องจากโหระพา มีสารเบต้าแคโรทีนในปริมาณที่สูงมาก ช่วยป้องกันการเกิดโรคหัวใจได้ นอกจากนี้หากนำมาสกัดเป็นน้ำมันหอมระเหย จะช่วยสร้างความกระปรี้กระเปร่า ผ่อนคลายอาการเหนื่อยล้า บรรเทาอาการทางจิตใจ สามารถ บรรเทาอาการปวดหัว อาการปวดประจำเดือน ปวดกล้ามเนื้อ ไขข้อต่างๆ ช่วยบร
มะตาด หรือแอปเปิ้ลมอญ เป็นไม้ยืนต้นประเภทหนึ่งที่คนไทยเชื้อสายมอญต่างรู้จักกันมาเนิ่นนาน นิยมปลูกกันแทบทุกหลังคาเรือนในแหล่งชุมชนชาวมอญ ส่วนที่มาของชื่อ แอปเปิ้ลมอญ เนื่องจากผู้เฒ่าผู้แก่เห็นว่า ผลมะตาดสวยและมีรสเปรี้ยว ในเมื่อมีแอปเปิ้ลฝรั่งแล้วก็ต้องมีแอปเปิ้ลมอญนั่นเอง มะตาด (matat) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Dillenia indica Linn. เป็นพืชที่เจริญได้ในป่าดิบชื้น หรือป่าฝนเขตร้อนใกล้แม่น้ำ ป่าพรุ ในภาคใต้ของไทย เรียกว่า ” แส้น ” พบในจังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ตรัง และพังงา และมีชื่อเรียกแตกต่างกันในแต่ละท้องถิ่นว่า ส้านกวาง ส้านท่า ส้านใหญ่ ส้มปรุ และ ส้าน สำหรับภาคเหนือ เรียกว่า ส้านป้าว (จังหวัดเชียงใหม่) ภาคกลางพบในจังหวัดปทุมธานี กาญจนบุรี และปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี นอกจากนี้ยังพบการกระจายตัวของ มะตาดในประเทศอินเดีย ศรีลังกา พม่า ยูนนาน ชวา คาบสมุทรมาลายู ลาว เวียดนาม กัมพูชา ฯลฯ ลักษณะทั่วไป ต้นมะตาด เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง สูง 10-15 เมตร ใบใหญ่ สีขาว ออกเป็นดอกเดี่ยวๆ ตามง่ามใบก้านดอก ลำต้นมักคดงอ เปลือกหนาสีเทา หรือน้ำตาลแดง ลอกเป็น ยาว 3-5 เซน
