มะพร้าวน้ำหอม
วช. เปิดเวทีเสวนา “ทางรอดของเกษตรกรไทยในการผลิตมะพร้าวน้ำหอมเพื่อการส่งออก” จัดโดย ศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยวและแปรรูปผลไม้ ในงาน Thailand Research Expo 2026 ได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม เกษตรกรและผู้ประกอบการมั่นใจ ลู่ทางยังสดใส คาดปัญหาที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปลายปีที่แล้วไม่น่าจะเกิดอีก ที่ห้องโลตัส 11 ชั้น 22 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ / เมื่อ 09.00 น. วันที่ 22 มิถุนายน 2569 รศ.ดร.พีระศักดิ์ ฉายประสาท ผู้บริหารจัดการศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยวและแปรรูปผลไม้ (Hub of Talents) สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) จัดเวทีเสวนา “ทางรอดของเกษตรกรไทยในการผลิตมะพร้าวน้ำหอมเพื่อการส่งออก” ในงานมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2569 ได้รับเกียรติจาก ศ.ดร.กล้าณรงค์ ศรีรอต ประธานคณะกรรมการดำเนินงานสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรมประเด็นเป้าหมายด้านการพัฒนาเศรษฐกิจและการเกษตร วช. เป็นประธานเปิดงาน มีผู้ร่วมเสวนาประกอบด้วย คุณณรงค์ศักดิ์ ชื่นสุชน กรรมการผู้จัดการบริษัท เอ็นซี โคโคนัท จำกัด, คุณนงนุช สุขใจเจริญกิจ กรรมการผู้จัดการบริ
ขอเชิญร่วมการเสวนาพิเศษ “ทางรอดของเกษตรกรไทยในการผลิตมะพร้าวน้ำหอมเพื่อการส่งออก” ในมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2569 เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการผลิต การตลาด และการแปรรูปมะพร้าวน้ำหอมไทยสู่ตลาดโลก สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับภาคีเครือข่ายด้านการเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร เตรียมจัดการเสวนาพิเศษหัวข้อ “ทางรอดของเกษตรกรไทยในการผลิตมะพร้าวน้ำหอมเพื่อการส่งออก” ภายในงาน “มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2569 (Thailand Research Expo 2026)” เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ งานวิจัย เทคโนโลยี และแนวทางการพัฒนาศักยภาพการผลิตมะพร้าวน้ำหอมไทยให้สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างยั่งยืน กิจกรรมดังกล่าวจะจัดขึ้นในวันจันทร์ที่ 22 มิถุนายน 2569 เวลา 09.00–12.00 น. ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพมหานคร เสวนานี้เหมาะสมกับเกษตรกร ผู้ประกอบการ นักวิจัย นักวิชาการ และผู้เกี่ยวข้องในห่วงโซ่อุตสาหกรรมมะพร้าวน้ำหอม การเสวนาครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์ (พิเศษ) ดร.กล้าณรงค์ ศรีรอต ประธานคณะกรรมการด
ท่ามกลางสวนมะพร้าวเขียวชอุ่มของจังหวัดราชบุรี หากใครได้แวะมาเยือน “Gardener House” อาจรู้สึกเหมือนกำลังเดินอยู่ในสวนเกษตรเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยความตั้งใจของเจ้าของสวน มากกว่าจะเป็นเพียงแหล่งผลิตผลไม้ธรรมดา ที่นี่คือสวนมะพร้าวน้ำหอมอินทรีย์ของ คุณโจ–ธราพงษ์ วงศ์วัฒนากิจ เกษตรกรรุ่นใหม่ที่เปลี่ยนเส้นทางชีวิตจากมนุษย์เงินเดือน สู่เจ้าของสวนเกษตรที่ออกแบบทุกอย่างด้วยแนวคิด “ปลอดภัยกับคนกิน ใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่า และแทบไม่เหลือขยะ” ที่เปิดให้ผู้คนได้มาสัมผัสทั้งวิถีเกษตรและบรรยากาศการพักผ่อนแบบสบายใจ เรื่องราวของสวนแห่งนี้ เริ่มต้นจากการตัดสินใจเล็กๆ ของคนทำงานเมืองที่อยากมีเวลาอยู่กับครอบครัวมากขึ้น คุณโจ เล่าว่า หลังแต่งงานและใช้ชีวิตทำงานมาระยะหนึ่ง งานที่ทำอยู่กลับยิ่งพาห่างจากบ้านมากขึ้นเรื่อยๆ จึงเริ่มมองหาอาชีพสักอย่างที่สามารถทำงานอยู่บ้านได้ และยังดูแลครอบครัวไปพร้อมๆ กัน ใช้เวลาคิดอยู่ราว 2 ปี สุดท้ายจึงเลือกเส้นทาง “เกษตรกร” แม้จะเรียนจบวิศวกรรมศาสตร์และไม่มีพื้นฐานด้านเกษตรเลยก็ตาม “ถ้าจะเลือกอาชีพที่ทำที่บ้าน อยู่ต่างจังหวัด และดูแลครอบครัวได้ เกษตรกรคือหนึ่งในตัวเลือกที่ชัดที่สุด”
นายมนตรี แก้วดวง รักษาการผู้อำนวยการ ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมเกษตรสร้างสรรค์ (ศนก.) สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมคณะนักวิจัยจาก ศนก. ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมวัสดุ และศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมอาหารสุขภาพ ร่วมหารือกับคณะผู้แทน บริษัท ซีเอส โกลเด้นไพน์แอปเปิ้ล จำกัด จังหวัดราชบุรี เพื่อแลกเปลี่ยนแนวทางความร่วมมือด้านการจัดการวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร เศษเหลือจากมะพร้าวน้ำหอม เช่น ผล เปลือก ทลาย และการเพิ่มมูลค่าวัสดุเหลือใช้จากกระบวนการผลิตให้เกิดประโยชน์ รวมถึงการต่อยอดไลน์ผลิตการแปรรูปเพิ่มมูลค่าสับปะรดเป็นผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ในวันที่ 22 พฤษภาคม 2569 ณ ห้องประชุม ชั้น 1 อาคาร RD1 วว. เทคโนธานี คลองห้า จังหวัดปทุมธานี ความร่วมมือครั้งนี้มุ่งเน้นการนำองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม (วทน.) มาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาระบบจัดการวัสดุเหลือทิ้งอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งในด้านการแปรรูปเป็นวัสดุชีวภาพ ผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่ม ตลอดจนการต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ซึ่งสอดรับ
ละทิ้งความแออัดจากสังคมเมืองที่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ มากนัก ขับรถมาทางแปดริ้ว ลัดเลาะมาจนถึงแถววัดพระพิฆเนศองค์ใหญ่ (วัดสมานรัตนาราม) ผ่านทางเข้าสวนมะพร้าวน้ำหอมโคโค่คาวบอย สองข้างทางเต็มไปด้วยต้นมะพร้าวน้ำหอมที่มีทั้งออกลูกเต็มต้นและที่กำลังออกลูกมีใบพลิ้วไหว และสีเขียวขจี เป็นสีแห่งการพักสายตาที่ตัดกับร่องน้ำที่ดูแล้วสดชื่น เหมือนได้สูดอากาศสะอาดเข้าไปฟอกปอดยังไงยังงั้น ได้มะพร้าวน้ำหอมแช่เย็นทั้งลูกเฉาะดื่มในยามที่อากาศร้อนและกระหายน้ำ จินตนาการเห็นภาพได้เลยว่า สดชื่น ไม่ว่ายามไหน ยามเหน็ดเหนื่อยก็หายเหนื่อย ยามกระหายแก้ได้เป็นอย่างดี และเชื่อกันว่า มะพร้าวอ่อนนั้นยังมีสารชะลอความแก่ได้ดีอีกด้วย การปลูกมะพร้าวน้ำหอมเป็นอาชีพนั้น ยังไงก็ขายได้ เพราะเป็นผลไม้ที่เก็บได้หลายวัน นำไปประกอบอาหารคาวหวานได้หลากหลาย มะพร้าวน้ำหอมไทย เป็นผลไม้ที่ขึ้นชื่อถึงความหอม เป็นเอกลักษณ์ของคนไทยและมีหลายพันธุ์ แต่ในที่นี้มีสวนมะพร้าวน้ำหอมที่ดูแลโดย ยังสมาร์ทฟาร์มเมอร์ (Young Smart Farmer) หรือมะพร้าวน้ำหอมของเกษตรกรรุ่นใหม่ อย่างสวน โคโค่คาวบอย ทางผู้เขียนได้สัมภาษณ์ น้องส้ม หรือ คุณยอดหญิง พรชัยสิทธิ์ อา
พื้นที่จังหวัดชลบุรี เดิมเป็นแหล่งใหญ่หนึ่งที่มีเกษตรกรทำสวนมะพร้าว ปัจจุบันจำนวนลดลงอย่างต่อเนื่อง เหตุผลจากการขยายตัวของสาธารณูปโภคที่เจริญเติบโตอย่างไม่หยุดยั้ง แม้พื้นที่ปลูกจะน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด แต่ก็ยังมีสวนมะพร้าวที่ดีหลงเหลืออยู่ ปลายปี 2559 ที่ผ่านมา สวนมะพร้าวจำนวนหนึ่งถูกทำลายจากการแพร่ระบาดของหนอนหัวดำมะพร้าวอย่างรุนแรง ทำให้เจ้าหน้าที่จากสำนักงานเกษตรต้องออกมารณรงค์ให้เลี้ยงแตนเบียน เพื่อปล่อยเข้าทำลายหนอนหัวดำมะพร้าว ถามถึงสวนมะพร้าวน้ำหอม ในพื้นที่อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ได้รับการยืนยันจากสำนักงานเกษตรอำเภอบางละมุง ว่า เหลืออยู่เพียง 2 สวนเท่านั้น ที่มีคุณภาพ สวน คุณประวิทย์ ประกอบธรรม ตั้งอยู่หมู่ที่ 1 ตำบลตะเคียนเตี้ย อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี เป็นสวนหนึ่งที่ขึ้นชื่อได้ว่า ผลิตมะพร้าวน้ำหอมได้คุณภาพ คุณประวิทย์ มีพื้นที่สวนรวมกับพื้นที่บ้าน 10 ไร่ และมีพื้นที่สวนมะพร้าว ตั้งอยู่ถัดไปอีกกว่า 10 ไร่ เป็นแปลงที่ไม่ติดกัน แต่ทุกแปลงปลูกมะพร้าวเป็นผลไม้หลักสร้างรายได้ ส่วนผลไม้ชนิดอื่นปลูกไว้รับประทาน “ผมเป็นลูกชาวสวนโดยแท้ พ่อแม่ก็ทำสวนมะพร้าวมาก่อน มาซื้อที่ตรงนี้
สืบเนื่องจาก นางศุภจี สุธรรมพันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้ประชุมมอบนโยบายผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นำโดย นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ห้องประชุมกระทรวงพาณิชย์ เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา เพื่อบูรณาการการทำงานหน่วยงานทั้ง 2 กระทรวงไปในแนวทางเดียวกัน เพื่อเตรียมมาตรการรับมือผลไม้ภาคตะวันออก ที่จะเริ่มออกสู่ตลาดกลางเดือนเมษายนนี้ โดยมุ่งแก้ปัญหาราคามะพร้าวน้ำหอมตกต่ำ ด้วยการสร้าง “ล้งกลาง” ขึ้นมาเพื่อรองรับผลผลิตแทนล้งจีนที่รวมหัวกันกดราคาเหลือแค่ลูกละ 2 บาท พร้อมเร่งหาตลาดใหม่ๆ ไม่หวังพึ่งพาตลาดจีนเพียงอย่างเดียว ส่วนกระแสข่าวที่ว่า สหกรณ์บางแห่งร่วมมือกับล้งจีน ใช้พื้นที่ของสหกรณ์เป็นโรงงานและฟอกขาวขบวนการซื้อขายมะพร้าวด้วยทุนเทาให้ถูกกฎหมายนั้น นายนิรันดร์ มูลธิดา อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ ได้กล่าวชี้แจงว่า ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด เนื่องจากสหกรณ์มีหน้าที่รวบรวมผลผลิตจากสมาชิกเพื่อส่งขายให้กับล้งโดยไม่เกี่ยงว่าจะเป็นล้งไทยหรือล้งจีน ถ้าให้ราคาดีสหกรณ์ก็ขาย กรณีสหกรณ์ฯ บ้านแพ้วส่งขายล้งจีนอย่างเดียว ได้สอบถามผู้จัดการสหกรณ์ฯ
คุณเดี่ยว หรือ “ว่าที่ ร.ต. พิทักษ์ พึ่งพเดช” เกษตรกรรุ่นใหม่ไฟแรงที่ประสบความสำเร็จในเส้นทางอาชีพเกษตรกรรม โดยเริ่มต้นจากนำที่ดินมรดกมาปรับปรุงเป็นสวนมะพร้าวอินทรีย์ ปลูกเอง พัฒนาตลาดเอง เน้นความสด “ปอกปุ๊บดื่มปั๊บ” เน้นขายสินค้าผ่านสื่อออนไลน์ ภายใต้แบรนด์ “เดี่ยว บ้านแพ้ว” กลายเป็นที่รู้จักจดจำของลูกค้า สินค้าเด่น คุณภาพดี ขายเป็น ก็เห็นกำไร โดยไม่ต้องพึ่งพาพ่อค้าคนกลางเหมือนในอดีต เวลาที่คุณเดี่ยวนำสินค้าออกขายงานอีเว้นต์ในแต่ละครั้ง ลูกค้าเข้าคิวยาวเหยียด ขายดิบขายดีจนสินค้าขายหมดในระยะเวลาอันรวดเร็ว จนขึ้นชื่อ “เดี่ยว บ้านแพ้ว” มะพร้าวอินทรีย์ของดีเมืองสมุทรสาครไปแล้ว ส่งผลให้ คุณเดี่ยว บ้านแพ้ว กลายเป็นเกษตรกรต้นแบบ ที่สร้างแรงจูงใจให้หนุ่มสาววัยทำงานหลายๆ คน อยากหวนคืนบ้านเกิด เพื่อไปพลิกฟื้นผืนดินให้เป็นแหล่งทำมาหากินเลี้ยงดูครอบครัวเช่นเดียวกับ “เดี่ยว บ้านแพ้ว” เกษตรกรไอดอลคนดัง สานต่ออาชีพเกษตรจากรุ่นสู่รุ่น ปัจจุบัน คุณเดี่ยว หรือ “ว่าที่ ร.ต. พิทักษ์ พึ่งพเดช” อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 78/1 หมู่ที่ 6 ซอย 1 ถนนยกกระบัตร-หลักสี่ ตำบลยกกระบัตร อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร คุณเดี
สถานการณ์ราคามะพร้าวน้ำหอมในพื้นที่ภาคกลางตอนล่างกำลังเผชิญวิกฤตหนัก หลังราคาผลผลิตดิ่งลงเหลือเพียงลูกละ 2–3 บาท ต่ำสุดในรอบหลายปี จากเดิมที่เคยทำราคาสูงกว่า 30 บาทต่อลูก ส่งผลให้ชาวสวนจำนวนไม่น้อยต้องแบกรับภาวะขาดทุนอย่างรุนแรง ไม่คุ้มค่าต้นทุนการผลิตและค่าแรงที่เพิ่มขึ้น ขณะที่บางรายเริ่มตัดสินใจโค่นต้นมะพร้าวและปรับเปลี่ยนไปปลูกพืชชนิดอื่น เพื่อประคองอาชีพและความอยู่รอดของครอบครัว วันนี้ “เทคโนโลยีชาวบ้าน” ได้ถอดบทสรุปประเด็นสำคัญจากเวทีเสวนา Locals Voice x Rad ri Lab ในหัวข้อ “ล้อมวงพูดคุย : วิกฤตราคามะพร้าวตกต่ำ” ซึ่งเปิดพื้นที่ให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจากหลายภาคส่วนมาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง ไม่ว่าจะเป็นเกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าวจากหลากหลายพื้นที่ ตัวแทนเกษตรกร นายกสมาคมมะพร้าวน้ำหอมไทย คณาจารย์จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ตลอดจนผู้ประกอบการล้ง เพื่อร่วมกันถกปัญหา วิเคราะห์สถานการณ์ และค้นหาคำตอบต่อทางออกของวิกฤตราคามะพร้าวในปัจจุบัน เสียงแรกบนเวที คือเสียงจากเกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าวน้ำหอม ที่เต็มไปด้วยคำถามค้างคาใจ เกษตรกรจากอำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี สะท้อนปัญหาอย่างตรงไปตรงมาว่า วันนี้มะพร
มะพร้าวน้ำหอม พืชเศรษฐกิจปลูกง่าย ใช้ต้นทุนในการผลิตต่ำ ให้ผลตอบแทนต่อเนื่องนานเป็น 10 ปี ปลูกเชิงการค้ายังน่าสนใจ เพียงแต่วิธีการจัดการดูแลอย่างเป็นระบบ และลดต้นทุนในการผลิตให้ได้มากที่สุด ในขณะที่คุณภาพและมาตรฐานก็ต้องดีด้วย ซึ่งการผลิตแบบอินทรีย์ก็ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีสำหรับคนที่สนใจปลูกมะพร้าวน้ำหอมสร้างรายได้อยู่ไม่น้อย คุณปุญณสา ประชุมศรี หรือ พี่ป้อม เจ้าของสวนมะพร้าวน้ำหอมอินทรีย์ อยู่ที่ตำบลบางโตนด อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี เกษตรกรสาวทำสวนแบบตามใจตัวเอง เน้นทำเกษตรอย่างมีความสุข ไม่กดดันตัวเอง ปลูกมะพร้าวน้ำหอมเป็นพืชสร้างรายได้หลัก ทำสวนเกษตรผสมผสานเป็นรายได้เสริม พี่ป้อม เล่าให้ฟังว่า จุดเริ่มต้นของการทำสวนมะพร้าวน้ำหอมของตนเองเกิดจากความไม่ตั้งใจ เนื่องมาจากครอบครัวมีอาชีพทำอิฐมาตั้งแต่ดั้งเดิม จึงซื้อที่ดินเพื่อขุดดินไปทำอิฐ แต่แทนที่จะขุดเป็นบ่อให้เสียพื้นที่ จึงเลือกขุดเป็นร่องสวน และทำพื้นที่ให้เกิดประโยชน์โดยการเลือกปลูกมะพร้าวน้ำหอม เพราะเป็นพืชที่ไม่ต้องดูแลมาก และมองเห็นอนาคตแล้วว่าอีกไม่กี่ปีมะพร้าวที่ปลูกไว้จะกลับมาทำรายได้ให้ไม่มากก็น้อย โดยการยึดหล
