บุคลากรและนักศึกษา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรี
การบริจาคโลหิตเป็นเรื่องที่ดี เพราะเลือดที่นำไปบริ
บุคลากรและนักศึกษา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรี
การบริจาคโลหิตเป็นเรื่องที่ดี เพราะเลือดที่นำไปบริ
การปลูกมะนาวนอกฤดูในวงบ่อซีเมนต์ เป็นเทคนิคการผลิตมะนาวนอกฤดูแบบไม่ใช้สารควบคุมการเจริญเติบโตของพืช สามารถบังคับมะนาวออกดอกติดผลนอกฤดูได้เกือบ 100% ปลูกได้เกือบทุกพื้นที่ ซึ่งเป็นที่โล่งแจ้ง ให้ผลตอบแทนสูงและคืนทุนได้เร็ว หากใครสนใจปลูกมะนาวด้วยวิธีนี้ ภาควิชาพืชสวน คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ แนะนำ 12 ขั้นตอนการผลิตมะนาวนอกฤดูในวงบ่อซีเมนต์ ดังนี้ 1. การคัดเลือกพันธุ์ : มะนาวที่ปลูกในวงบ่อซีเมนต์ใช้ได้ทุกพันธุ์ สำคัญต้องเป็นพันธุ์ที่ตลาดต้องการ ติดผลง่าย ให้ผลดก ผลมีขนาดใหญ่เปลือกบาง มีน้ำมาก มีกลิ่นหอมและทนทานต่อโรคและแมลง พันธุ์ที่ตลาดนิยม ได้แก่ พันธุ์แป้นรำไพ แป้นจริยา พันธุ์พิจิตร เป็นต้น 2. การเตรียมวงบ่อซีเมนต์ : ควรใช้บ่อซีเมนต์ที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 80-100 เซนติเมตร สูง 40-60 เซนติเมตร ก้นบ่อควรมีฝาซีเมนต์วงกลมรองรับอยู่ด้านล่าง เพื่อป้องกันไม่ให้รากมะนาวหยั่งลงดินนอกก้นบ่อ บังคับออกผลนอกฤดูได้ยาก 3. การวางบ่อซีเมนต์ : เพื่อความสะดวกในการปฏิบัติงานควรวางวงบ่อเป็นแถวเป็นแนว ถ้ามีพื้นที่จำกัดควรวางแถวเดี่ยวระยะระหว่างต้น 2 เมตร แต่ถ้ามีพื้นที่มาก ควรวางวงท่อแบบแถ
“ผมล้างหนี้ 10 ล้านได้ เพราะรายได้จากฟาร์มเห็ดนี่แหละ เห็ดเป็นพืชเศรษฐกิจที่สร้างอาชีพและทำเงินดีมาก” เรื่องเล่าจากประสบการณ์ตรงของ คุณศักดิ์ชัย พลชัย เจ้าของสวนเห็ดตระการ อำเภอตระการพืชผล จังหวัดอุบลราชธานี เห็ด พืชเศรษฐกิจทำเงิน คุณศักดิ์ชัยเล่าให้ฟังว่า ผมเป็นคนนครปฐมทำไร่ทำนาเป็นหลัก ต่อมาหันมาทำฟาร์มเห็ด สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ จึงนำผลกำไรจากธุรกิจฟาร์มเห็ดไปต่อยอดธุรกิจหลายอย่าง ลงทุนทำธุรกิจใหม่ด้วยความไม่ชำนาญ ทำให้ธุรกิจล้มเหลว มีภาระหนี้สินก้อนโตถึง 10 ล้านบาทในปี 2539 จึงตัดสินใจย้ายถิ่น มาทำมาหากินที่จังหวัดอุบลราชธานี ด้วยเงินทุนติดกระเป๋า 500 บาทกับรถเก๋งเก่าๆ 1 คัน คุณศักดิ์ชัยใช้เงินทุนหลักร้อยทำธุรกิจซื้อมาขายไป สะสมผลกำไรไปเรื่อยๆ ช่วงปี 2541-2542 ตัดสินใจทำธุรกิจฟาร์มเห็ดอีกครั้งโดยใช้พื้นที่เล็กๆ ข้างบ้านเป็นโรงเรือนเพาะเห็ดนางฟ้า เห็ดนางรม จำนวน 1,000 ก้อน ขายเห็ดในชุมชนรอบบ้านเป็นหลัก ต่อมาเพิ่มสินค้าตัวใหม่คือ เห็ดขอนขาว ฟาร์มแห่งนี้ขายเห็ดสดคุณภาพดี เป็นที่ต้องการของตลาด กิจการก้าวหน้า มีรายได้หลักแสนในระยะเวลา 4-5 ปีต่อมา ทุกวันนี้ สวนเห็ดตระการดำเนินธุรกิจแ
พื้นที่ 10 ไร่ ที่ดอนสูง คุณคงศักดิ์ นาคคุ้ม เกษตรกรหัวไวใจสู้ นำโอ่งขนาดใหญ่ หรือชาวภาคอีสานเรียกว่า “โอ่งแดง” ตั้งเรียงยาว แถวละ 10 ลูก 3 แถว ต่อท่อน้ำให้เชื่อมกันจากนั้นสูบน้ำใต้ดินให้เต็มโอ่งเพื่อเป็นการให้ความชื้นแก่พืชที่ปลูกแบบผสมผสานโดยใช้ฝรั่งกิมจูเป็นหลัก คุณคงศักดิ์ อยู่บ้านเลขที่ 547 หมู่ที่ 5 บ้านนิคม ตำบลนิเวศน์ อำเภอธวัชบุรี จังหวัดร้อยเอ็ด จบการศึกษาจากช่างกลอุเทนถวาย สาขาช่างก่อสร้าง ทำงานภาคเอกชน มีภรรยาที่ร้อยเอ็ด จึงปักหลักที่ “ร้อยเอ็ดเพชรอีสาน พลาญชัยบึงงาม เรืองนามพระสูงใหญ่ ผ้าไหมชั้นดี สตรีโสภา ทุ่งกุลาสดใส งานใหญ่บุญผะเหวด” แม้จะเปลี่ยนมาเป็น “สิบเอ็ดประตูเมืองงาม เรืองนามพระสูงใหญ่ ผ้าไหมสาเกต บุญผะเหวดประเพณี มหาเจดีย์ชัยมงคล งามน่ายลบึงพลาญชัย เขตกว้างไกลทุ่งกุลา โลกลือชาข้าวหอมมะลิ” เขาก็รักร้อยเอ็ด เพราะเป็นเมืองน่าอยู่ ผู้คนน่ารัก ฟูมฟักตำนานเมือง มาวันนี้ ชายวัย 69 ปีแล้วครับ 1 ไร่ ได้แสน คือ แสนสุขใจ แสนสุขใจ แสนร่าเริง รายได้เป็นแสน คุณคงศักดิ์ บอกว่า ตนเองไม่ได้จบการศึกษาทางการเกษตร “ใจรักชอบศึกษา” การเกษตรอินทรีย์ ระบบน้ำหยด การให้น้ำแบบประหยัด ตนเ
ชันโรง หรือ ผึ้งจิ๋ว คือแมลงผสมเกสรที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อระบบนิเวศ เนื่องจากชันโรงไวต่อสิ่งแวดล้อมและสารเคมีกำจัดศัตรูพืช การพบชันโรงในพื้นที่จึงเป็นดัชนีชี้วัดความอุดมสมบูรณ์และความปลอดภัยของธรรมชาติรอบตัวได้เป็นอย่างดี นอกจากบทบาทผู้ช่วยธรรมชาติ ชันโรงยังเป็น “สัตว์เศรษฐกิจสร้างรายได้ครบวงจร” ที่ช่วยยกระดับผลผลิตในแปลงเกษตร ทั้งไม้ผล พืชผัก และไม้ดอก ให้ติดผลดกและมีคุณภาพดียิ่งขึ้น ที่สำคัญ ผลิตภัณฑ์จากชันโรงยังสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้หลากหลายช่องทาง คุณป๋อง-พิพัฒพงษ์ ตาแก้ว เจ้าของ “จงใจฟาร์มชันโรง” ตั้งอยู่ที่ ต.หนองธง อ.ป่าบอน จ.พัทลุง เล่าถึงจุดเปลี่ยนจากเกษตรกรสวนไม้ผลสู่ผู้เชี่ยวชาญด้านชันโรงว่า เดิมทีที่บ้านทำสวนผลไม้ โดยมี “สละ” เป็นพืชสร้างรายได้หลัก แต่ช่วงหลายปีหลังประสบวิกฤตทั้งปัญหาราคาตกต่ำและโรคระบาด จึงต้องมองหาทางรอดและอาชีพเสริมเพื่อสร้างรายได้ใหม่ พี่ป๋องเริ่มเลี้ยงชันโรงมาตั้งแต่ปี 2555 แต่ในช่วงแรกเน้นเลี้ยงไว้ช่วยผสมเกสรพืชผักและไม้ผลภายในสวนเท่านั้น จนกระทั่งเมื่อพืชหลักเริ่มไม่ทำกำไร จึงหันมาศึกษาและเอาจริงเอาจังกับการเลี้ยงชันโรงสร้างรายได้ “เมื่อก่อนตลา
กรมส่งเสริมการเกษตรเร่งช่วยเหลือเกษตรกรจังหวัดน่านที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย เปิดบริการ ซ่อมแซมเครื่องจักรกลเกษตรฟรี เพื่อฟื้นฟูเครื่องมือทำกิน ลดภาระค่าใช้จ่ายและต้นทุนการผลิต พร้อมสนับสนุนให้เกษตรกรสามารถนำเครื่องจักรกลกลับมาใช้ประกอบอาชีพได้โดยเร็ว โดยกำหนดพื้นที่ให้บริการระหว่างวันที่ 12–15 กันยายน 2569 ในพื้นที่อำเภอปัว อำเภอท่าวังผา และอำเภอเมืองน่าน ตั้งเป้าซ่อมแซมเครื่องจักรกลเกษตรไม่น้อยกว่า 200 เครื่อง นางสาวปิยะรัชฐย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า จากสถานการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่องในจังหวัดน่านช่วงวันที่ 19–21 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม และดินสไลด์ในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะอำเภอบ่อเกลือ อำเภอท่าวังผา อำเภอเมืองน่าน และพื้นที่อื่น ๆ ส่งผลกระทบต่อประชาชนและพื้นที่การเกษตร รวมถึงเครื่องจักรกลการเกษตร ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการประกอบอาชีพของเกษตรกร เมื่อสถานการณ์คลี่คลาย เกษตรกรจำเป็นต้องเร่งฟื้นฟูพื้นที่และเตรียมความพร้อมสำหรับการผลิตในฤดูกาลใหม่ การที่เครื่องจักรกลได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม
วันนี้ 3 ก.ย.69 ที่ห้องประชุมสถลสถานพิทักษ์ การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) สำนักงานใหญ่ — นายเบญจพล นาคประเสริฐ ประธานกรรมการ กยท. เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการ กยท. กรณีพิเศษ โดยมี รศ.ดร.วีริศ อัมระปาล กรรมการ กยท. รักษาการแทนผู้ว่าการ กยท. พร้อมด้วย นายศันสนะ สุริยะโยธิน, นายวรสัณฑ์ บูรณากาญจน์, นายชุติวัต ชัยดรุน, นายนพชัย ภู่จิรเกษม, นางรุ้งพร ภักดีพันดอน, นายนวนิตย์ พลเคน ในฐานะ กรรมการ กยท. เข้าร่วมประชุม โดยมีวาระเพื่อพิจารณาอนุมัติงบประมาณเพิ่มเติม รวมเป็นวงเงิน 7.5 ล้านบาท เพื่อดำเนินกิจกรรมการจัดงาน “มหกรรมพืชสวนโลก” จังหวัดอุดรธานีซึ่งกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 พ.ย. 2569 – 14 มี.ค. 2570 ทั้งนี้ ที่ประชุมได้แสดงความคิดเห็นกันอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะข้อห่วงใยเรื่องกรอบระยะเวลาการดำเนินงานที่กระชั้นชิด พร้อมกันนี้ ยังได้กำชับถึงความปลอดภัยต่างๆ และขอให้เตรียมการรับมือ กรณีหากมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้นทั้งระหว่างก่อสร้างและระหว่างการจัดงาน เพื่อลดความเสี่ยงกับความเสียหายที่จะเกิดขึ้น ภายหลังการประชุม นายเบญจพล เปิดเผยว่า บอร์ด กยท. ยินดีจะสนับสนุนงานทุกอย่างเพื่อให้การดำเนินการเ
ฟิวร์เจอร์ สกาย แถลงข่าวทวงถามเงินค่าจ้างที่กรมการจัดหางานค้างจ่ายมากว่า 10 เดือน พร้อมย้ำทำทุกอย่าง เพื่อให้โครงการ e-WorkPermit เดินหน้าต่อ เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ และป้องกันการทุจริต นายชัยรัตน์ แสงจันทร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กิจการร่วมค้า ฟิวร์เจอร์ สกาย เปิดเผยในงานแถลงข่าว ความคืบหน้าการดำเนินโครงการจ้างเหมาเอกชน “ขึ้นทะเบียนและผลิตใบอนุญาตทำงานให้กับแรงงานต่างด้าว” (e-WorkPermit) วันที่ 4 กันยายน 2569 ณ โรงแรม ดิ เอเมอรัลด์ กรุงเทพ ว่าหลังจาก “ฟิวร์เจอร์ สกาย” เริ่มดำเนินการรับขึ้นทะเบียนเพื่อออกบัตรประจำตัวให้กับคนต่างด้าวและแรงงานต่างด้าว ผ่านระบบ e-WorkPermit แทนการขึ้นทะเบียนในระบบเดิม ตั้งแต่วันที่ 13 ตุลาคม 2568 จนถึงเดือนสิงหาคม 2569 นั้น สามารถออกบัตรได้แล้วประมาณ 1,600,000 ใบ สามารถนำส่งเงินสะสมจากค่าธรรมเนียมการออกบัตรให้กับกรมการจัดหางาน ประมาณ 3,800 ล้านบาท รวมยอดเงินค่าจ้างที่กรมการจัดหางาน ค้างจ่าย “ฟิวร์เจอร์ สกาย” สะสม ประมาณ 715 ล้านบาท “เราทำงานมากว่า 10 เดือนแล้ว แต่ยังไม่ได้รับเงินค่าจ้างเลยแม้แต่บาทเดียว และกรมการจัดหางานเอง ทั้งๆ ที่เราเจรจา หารือ และ
กรุงเทพฯ ประเทศไทย – สมาคมส่งออกถั่วเหลืองแห่งสหรัฐอเมริกา (USSEC) และ บริษัท กรุงเทพโปรดิ๊วส จำกัด (มหาชน) (BKP) ผู้จัดหาวัตถุดิบอาหารสัตว์ให้กับบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ ผู้นำระดับโลกด้านธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและอาหาร ลงนามบันทึกความเข้าใจด้านความยั่งยืน ขยายแนวทางการจัดหาวัตถุดิบอาหารสัตว์อย่างมีความรับผิดชอบ และสนับสนุนห่วงโซ่อุปทานยั่งยืนสำหรับถั่วเหลือง กากถั่วเหลือง และผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลืองที่ใช้เป็นวัตถุดิบอาหารสัตว์ของ BKP โดยได้รับเกียรติจาก เอกอัครราชทูตอเมริกาประจำประเทศไทย ฌอน โอนีลล์ และคุณบุญชัย โอภาสเอี่ยมลิขิต ประธานธุรกิจสหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป และอังกฤษ เครือเจริญโภคภัณฑ์ ร่วมเป็นสักขีพยาน บันทึกความเข้าใจฉบับนี้ต่อยอดจากความร่วมมือที่บริษัท กรุงเทพโปรดิ๊วส และ USSEC ที่เริ่มขึ้นในปี 2566 สานต่อความมุ่งมั่นด้านความยั่งยืนของ BKP ผ่านการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และข้อมูล เพื่อสนับสนุนการจัดหาวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่โปร่งใส และยั่งยืนตลอดขบวนการจัดหาวัตถุดิบอาหารสัตว์ นอกจากนี้ยังยืนยันถึงความมุ่งมั่นร่วมกันของ ทั้ง BKP และ USSEC ในการขับเคลื่อนความร
คำว่า “คาร์บอนเครดิต” อาจไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เชื่อว่าหลายคนยังสงสัยว่าจริงๆ แล้วมันคืออะไร เกิดจากไหน แล้วถ้าเกิดการซื้อขายขึ้นมาจริงๆ จะเกี่ยวข้องกับภาคเกษตรได้อย่างไรบ้าง จริงๆ แล้ว ภาคเกษตรกรรมมีศักยภาพสูงมาก ในการสร้างคาร์บอนเครดิต ปัจจุบันมีเกษตรกรจำนวนมากสนใจอยากเข้าร่วมโครงการ แต่ยัง “กล้าๆ กลัวๆ” เพราะยังไม่เห็นภาพตัวอย่างที่ชัดเจน ไม่รู้ราคาซื้อขายในตลาด และที่สำคัญคือ…คนซื้อกับคนขายยังหากันไม่เจอ เทคโนโลยีชาวบ้าน เลยขอพาทุกคนมาไขข้อข้องใจ เปิดผลการศึกษาล่าสุดจาก TGO (องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก) ในเรื่อง “ราคาอ้างอิงและการตีมูลค่าคาร์บอนเครดิต” เพื่อดูว่าหมุดหมายใหม่นี้ จะช่วยวางรากฐานและยกระดับตลาดคาร์บอนภาคเกษตรไทยให้จับต้องได้จริงได้อย่างไรบ้าง โดยปัญหาใหญ่ที่ทำให้ตลาดซื้อขายคาร์บอนเครดิตทั้งในและต่างประเทศยังไม่เติบโตเท่าที่ควร คือภาวะ “คนซื้อกับคนขายยังหากันไม่เจอ” และไม่มีราคากลางที่ชัดเจน ฝั่งผู้พัฒนาโครงการหรือเกษตรกรที่ลงแรงปลูกป่าทำเกษตรยั่งยืนต่างต้องการขายได้ราคาสูงและมีความแน่นอนเรื่องรายได้ ในขณะที่ฝั่งผู้ซื้อภาคธุรกิจก็ไม่อยากจ่ายแพงเกินจริง และต้องการควา
วันที่ 3 กันยายน 2569 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จัดแถลงข่าว “งานประกวดผลงานประดิษฐ์คิดค้น ประจำปีงบประมาณ 2570” โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นักวิจัย นักประดิษฐ์ ผู้ทรงคุณวุฒิ และคณะผู้บริหาร วช. เข้าร่วม ณ ศูนย์ข้อมูลสารสนเทศกลางด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศ อาคาร วช.8 ดร.วิภารัตน์ กล่าวว่า รางวัลการวิจัยแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ 2570 วช. เปิดให้หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และผู้ที่สนใจทั่วไป เสนอผลงานใน 4 ประเภทรางวัล ได้แก่ รางวัลนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ รางวัลผลงานวิจัย รางวัลวิทยานิพนธ์ และผลงานประดิษฐ์คิดค้น ใน 12 สาขาวิชาการ อาทิ สาขาวิทยาศาสตร์กายภาพและคณิตศาสตร์ สาขาวิทยาศาสตร์การแพทย์ สาขาเกษตรศาสตร์และชีววิทยา สาขาสังคมวิทยา สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศและนิเทศศาสตร์ เป็นต้น สำหรับรางวัลประเภทผลงานประดิษฐ์คิดค้น วช. ได้เปิดโอกาสให้ผลงานจากสาขาวิชาการต่างๆ เข้าร่วมจัดแสดงนิทรรศการ เพื่อเผยแพร่ผลงาน และให้กรรมการได้พิจารณาประเมินการให้รางวัล โดยผลงานที่ไ
