บุคลากรและนักศึกษา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรี
การบริจาคโลหิตเป็นเรื่องที่ดี เพราะเลือดที่นำไปบริ
บุคลากรและนักศึกษา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรี
การบริจาคโลหิตเป็นเรื่องที่ดี เพราะเลือดที่นำไปบริ
ในสวนหรือพื้นที่เกษตรหลังจากการตัดแต่งกิ่งไม้ เก็บเกี่ยวผลผลิต หรือกำจัดวัชพืช มักมีเศษวัสดุเหลือทิ้งจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นกิ่งไม้ ใบไม้ แกลบ ซังข้าวโพด เปลือกผลไม้ หรือเศษพืชต่างๆ หลายพื้นที่เลือกกำจัดด้วยการเผาทิ้ง ซึ่งนอกจากจะไม่ได้ใช้ประโยชน์จากวัสดุเหล่านั้นแล้ว ยังอาจก่อให้เกิดควันและมลพิษทางอากาศ อีกทางเลือกหนึ่งที่สามารถทำได้ในระดับครัวเรือนและฟาร์ม คือการนำเศษวัสดุเหล่านี้มาผ่านกระบวนการ “ไพโรไลซิส (Pyrolysis)” หรือการให้ความร้อนกับวัสดุชีวมวลในสภาวะที่มีออกซิเจนน้อย เพื่อเปลี่ยนวัสดุอินทรีย์ให้กลายเป็น ถ่านชีวภาพ หรือ Biochar ถ่านชีวภาพไม่ได้เป็นเพียง “ถ่าน” ที่นำมาเผาแล้วใช้เป็นเชื้อเพลิง แต่เป็นวัสดุคาร์บอนที่สามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ในดิน ช่วยเพิ่มพื้นที่ผิวในดิน และเป็นแหล่งอาศัยของจุลินทรีย์ได้ จึงถูกนำมาประยุกต์ใช้ในงานเกษตรเพื่อช่วยปรับปรุงคุณสมบัติของดินและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร ที่สำคัญ เกษตรกรสามารถเริ่มต้นจากวัสดุที่มีอยู่ในสวน ไม่จำเป็นต้องซื้อวัตถุดิบใหม่ และสามารถทำในระดับเล็กเพื่อทดลองกับแปลงของตัวเองก่อนได้ Biochar หรือถ่านชีวภาพ คือวัสดุคาร์บอนที่ได้จา
คุณศิริวัฒน์ ศรีสระคู อายุ 65 ปี กำลังศึกษาปริญญาโท จากมหาวิทยาลัยรามคําแหง อาชีพปลูกสวนป่า อยู่บ้านเลขที่ 144 หมู่ที่ 4 ตําบลกําแพง อําเภอเกษตรวิสัย จังหวัดร้อยเอ็ด โทรศัพท์ (087) 947-0812 ผลงานดีเด่น ความคิดริเริ่มและความพยายามฟันฝ่าอุปสรรคในการสร้างผลงาน ในปี 2538 มีเจ้าหน้าที่ป่าไม้จากสํานักงานป่าไม้ จังหวัดร้อยเอ็ด เข้ามาส่งเสริมให้มีการปลูกป่าในที่ดินของตนเอง จึงได้ตัดสินใจปลูกไม้ประดู่ซึ่งเป็นไม้ถิ่นเดิม จํานวน 28 ไร่ โดย มีการศึกษาหาความรู้พลิกฟื้นผืนไร่เป็นสวนป่าและไม้ผล มีการใช้พื้นที่อย่างเต็มศักยภาพ โดยปลูกไม้มีค่าทางเศรษฐกิจร่วมกับไม้ผลและพืชเกษตร เช่น – ไม้เศรษฐกิจรอบตัดฟันปานกลาง – ไม้เศรษฐกิจรอบตัดฟันสั้น ได้แก่ วิธีเจาะบ่อน้ำบาดาลมาใช้ในสวนป่า สวนผลไม้ และพืช ไม้ยูคาลิปตัส – ไม้ผล ได้แก่ มะม่วง – พืชเกษตร ได้แก่ กระชาย ขิง ข่า ฯลฯ มีการนํานวัตกรรมมาใช้ในสวนป่า โดยการระหว่างรอผลผลิตจากไม้สวนป่าที่ปลูก โดยการใช้ใบเลื่อยกลมแบบประยุกต์ติดตั้งกับเครื่องตัดหญ้าแบบสะพายไหล่มาประยุกต์ใช้ในการทําไม้ออก สามารถลดต้นทุนและระยะเวลาในการทําไม้ออกได้เป็นอย่างดี มีการบริหารจัดการระบบน
หลายคนมีความฝันอยากเป็นนายตัวเอง ที่ไม่ต้องทำงานประจำไปจนถึงวัยเกษียณ ไม่ต้องเป็นลูกจ้างใคร มีเวลาอิสระ หนึ่งในนั้นเขาประสบความสำเร็จจาก ‘ธุรกิจการเกษตร’ ที่ เริ่มต้นจากศูนย์ โดยอดีตเขาเป็นหนุ่มวิศวะที่กลับมาพลิกโฉมพื้นที่ 2 ไร่ของตัวเอง ด้วยแนวคิด ‘ผู้ประกอบการในการทำเกษตร’ ที่จะสร้างรายได้จากพื้นที่ตรงนี้ยังไงให้คุ้มค่าที่สุด คุณพันธ์-คำพันธ์ แก้วมา เจ้าของ สองไร่ สโลว์ไลฟ์ ฟาร์ม จุดเริ่มต้นมาจากอยากมีธุรกิจที่เป็นของตัวเอง คุณพันธ์มีความคิดแรกเริ่มว่า ตนเองมีที่ดินแต่เป็นต้นทุนพื้นฐาน แต่จะทำอย่างไงให้ก่อเกิดรายได้ จึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นที่กลับไปพัฒนาที่ดินและผันตัวทำเกษตรตามแนวคิดเกษตรทฤษฎีใหม่ ที่มีการจัดสรรพื้นที่แบ่งเป็น 4 ส่วน โดยส่วนที่หนึ่งเป็นบ่อกักเก็บน้ำ 30 เปอร์เซ็นต์ ปลูกข้าว 30 เปอร์เซ็นต์ ปลูกพืชเลี้ยงสัตว์ 30 เปอร์เซ็นต์ และที่อยู่อาศัย 10 เปอร์เซ็นต์ ใน 1 พื้นที่ จุดเริ่มต้นของ “สองไร่ สโลว์ไลฟ์ ฟาร์ม” คุณพันธ์ เล่าว่า “ผมมองตัวผมเป็นผู้ประกอบการ โดยเอาแนวคิดของผู้ประกอบการมาใช้ ผมไม่ได้เป็นเกษตรกรแต่อาชีพที่ทำอิงมาจากเกษตรกร โดยผมคิดเหมือนคนญี่ปุ่นเวลาที่ทำเกษตร ป
การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ส่งให้สภาพอากาศแปรปรวนและอุณหภูมิของโลกสูงขึ้น ทำให้เกิดภาวะโลกร้อนหรือ “โลกเดือด” นั้นมีสาเหตุสำคัญจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินกิจกรรมของมนุษย์ โดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรม ประเทศไทยได้นำเสนอ โมเดลเศรษฐกิจ BCG (Bio-เศรษฐกิจชีวภาพ, Circular-เศรษฐกิจหมุนเวียน, Green-เศรษฐกิจสีเขียว) บนเวทีการประชุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APEC 2022) เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สร้างการเติบโตของประเทศ และตอบโจทย์เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของโลก โดยประเทศไทยตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิลงร้อยละ 47 ภายในปี ค.ศ. 2035 และมีเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ในปี ค.ศ. 2050 รู้จัก “คาร์บอนเครดิต” “คาร์บอนเครดิต” (Carbon Credit) เป็นหนึ่งในมาตรการที่ไทยใช้เป็นเครื่องมือการพัฒนาอย่างยั่งยืนตามโมเดล BCG โดยตลาดซื้อ-ขายคาร์บอนเครดิต เป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่จะช่วยลดก๊าซเรือนกระจกเพื่อแก้ปัญหาโลกร้อน ในประเทศไทยตลาดคาร์บอนถูกกำหนดไว้ในแผนแม่บทรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ศ. 2558-2593 สำหรับประเทศไทยดำเนินงานผ่านโครงการ ลดก๊าซเรือ
โก โฮลเซลล์ (GO WHOLESALE) ศูนย์ค้าส่งวัตถุดิบอาหารที่มีความสดใหม่ตลอดเวลา เพื่อผู้ประกอบการ ภายใต้การดำเนินงานของ บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด โฮลเซลล์ จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เดินหน้าสนับสนุนการกระจายผลไม้ไทยและช่วยเหลือเกษตรกรไทยอย่างต่อเนื่อง สานต่อโครงการ “GO Food ส่งสุขให้ทุกรอยยิ้ม” ปีที่ 2 ภายใต้แนวคิด “เปลี่ยนการซื้อให้เป็นการให้” ชวนอุดหนุนผลไม้ไทยส่งต่อทุนอาหารกลางวันให้เยาวชน จากโรงเรียนในพื้นที่ที่สาขาตั้งอยู่ทั่วประเทศ หลังได้รับการตอบรับที่ดีจากโครงการในปีแรก พร้อมต่อยอดการมีส่วนร่วมของลูกค้าให้เกิดประโยชน์ทั้งต่อเกษตรกรและชุมชน โดยดำเนินโครงการตั้งแต่วันนี้ – 30 พฤศจิกายน 2569 นายริคาร์โด้ เบารอตโต้ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธุรกิจเซ็นทรัล ฟู้ด โฮลเซลล์ กล่าวว่า จากความสำเร็จของโครงการ ‘GO Food ส่งสุขให้ทุกรอยยิ้ม’ ในปีแรก ทำให้เราเห็นถึงพลังของการมีส่วนร่วมจากลูกค้า สู่ความเป็นไปได้ในการสร้างประโยชน์ให้กับเกษตรกรและชุมชนผ่านกิจกรรมที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน ในปีที่ 2 เราจึงสานต่อโครงการ ภายใต้แนวคิด ‘เปลี่ยนการซื้อให้เป็นการให้’ เพื่อให้ทุกการเลือกซื้อผลไม้ของลูกค้าเป็นอีกหน
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เปิดเวทีแลกเปลี่ยน 6 มุมมองจากนักวิชาการ ผู้บริหารท้องถิ่น และภาคประชาชน เพื่อถอดบทเรียนการรับมือน้ำท่วมจากกรุงเทพมหานครและภาคใต้ พร้อมสังเคราะห์เป็น 5 แนวทางเชิงนโยบาย ครอบคลุมการบูรณาการข้อมูลน้ำ การพัฒนาระบบเตือนภัย การเสริมศักยภาพท้องถิ่น การใช้ธรรมชาติช่วยจัดการน้ำ และการดูแลประชาชนให้เข้าถึงความช่วยเหลืออย่างทั่วถึง โดยเตรียมจัดทำเอกสารข้อเสนอเชิงนโยบาย (Policy Brief) เสนอต่อรัฐบาล สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2569 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์จัดเสวนาเรื่อง “น้ำท่วม: บทเรียนวันนี้ ความพร้อมวันหน้า ถอดบทเรียนกรุงเทพฯ และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ภาคใต้ เพื่อเมืองและชุมชนพร้อมรับมือ” ณ ห้องสุธรรม อารีกุล อาคารสารนิเทศ 50 ปี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พร้อมถ่ายทอดสดผ่านช่องทางออนไลน์ โดยมี ผศ.น.สพ.ดร.คงศักดิ์ เที่ยงธรรม อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นประธานเปิดงาน และ รศ.ดร.วิษณุ อรรถวานิช รองอธิการบดีฝ่ายวิจัย ร่วมสังเคราะห์ประเด็นสำคัญจากเวที อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เน้นย้ำว่า บทบาทของมหาวิทยาลัยในการนำองค์ความรู้และ
บริษัท เจียไต๋ จำกัด ผู้นำธุรกิจนวัตกรรมและโซลูชันการเกษตรของไทย เดินหน้าบทบาทผู้ส่งมอบโซลูชันทางการเกษตร (Solution Provider) นำองค์ความรู้ด้านการเพาะปลูก สินค้าเกษตรคุณภาพ และเทคโนโลยีเกษตรอัจฉริยะ ร่วมงาน “YANMAR FESTIVAL 2026” ภายใต้แนวคิด “นวัตกรรมฟาร์มสุข เพื่อเกษตรกรไทย เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน” ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรก ณ ลานกิจกรรมห้างไทวัสดุ จังหวัดศรีสะเกษ เมื่อวันที่ 17–18 ตุลาคม 2569 เปิดโอกาสให้เกษตรกรได้เรียนรู้โซลูชันการเกษตรและรับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ สำหรับนำไปปรับใช้ให้เหมาะสมกับพืชและสภาพพื้นที่ของตนเอง ภายในบูธ เจียไต๋นำเสนอโซลูชันการเกษตรที่เชื่อมโยงความรู้ด้านพืชเข้ากับการเลือกใช้ปัจจัยการผลิตและเทคโนโลยี โดยมีผู้เชี่ยวชาญให้คำแนะนำเกี่ยวกับการดูแลพืชเศรษฐกิจสำคัญ ทั้งข้าว อ้อย มันสำปะหลัง และข้าวโพด เพื่อให้เกษตรกรนำข้อมูลไปประกอบการวางแผน และบริหารจัดการแปลงได้อย่างเป็นระบบ สอดคล้องกับความต้องการของพืชในแต่ละช่วงการเจริญเติบโต มุ่งเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและความคุ้มค่าในการลงทุน เจียไต๋ยังนำเทคโนโลยีเกษตรอัจฉริยะจาก XAG Thailand มาจัดแสดง ทั้งโดรนการเกษตรและพวงมาลัยอั
กรมวิชาการเกษตร เปิดตัว “AI Chatbot” ครอบคลุม 10 พืชเศรษฐกิจ ให้คำปรึกษาด้านการเกษตรตลอด 24 ชั่วโมง ชวนเกษตรกรสมัครใช้งานผ่าน LINE OA กรมวิชาการเกษตร ID : @doachat กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดตัวนวัตกรรม “AI Chatbot กรมวิชาการเกษตร ปลดล็อกองค์ความรู้ พลิกอนาคตเกษตรไทย” เพื่อยกระดับการให้บริการองค์ความรู้ด้านการเกษตรผ่านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยเชื่อมโยงผลงานวิจัยและองค์ความรู้ทางวิชาการสู่บริการดิจิทัลที่เกษตรกรเข้าถึงได้สะดวก รวดเร็ว ตลอด 24 ชั่วโมง ครอบคลุมพืชเศรษฐกิจและพืชทางเลือกสำคัญ 10 ชนิด กรมขอเชิญชวนเกษตรกร ผู้ประกอบการด้านการเกษตร และประชาชนทั่วไป ลงทะเบียนเข้าใช้งานผ่าน LINE Official Account ของกรมวิชาการเกษตร ID : @doachat เพื่อเข้าถึงข้อมูลการเพาะปลูก การดูแลรักษาพืช การจัดการโรคและแมลงศัตรูพืช ตลอดจนเทคโนโลยีการผลิตที่เหมาะสม มุ่งเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต สร้างโอกาสทางรายได้ และขับเคลื่อนเกษตรไทยสู่ยุค Smart Farming อย่างยั่งยืน AI Chatbot ครอบคลุมองค์ความรู้ 10 พืชเศรษฐกิจและพืชทางเลือกสำคัญ ได้แก่ ชวนเกษตรกรสมัครใช้งาน AI Chatbot ผ่าน LINE Official Acc
“สุริยะ“ แจงกระแสข่าวโครงการรถเกี่ยวข้าวไฟฟ้า 500 คัน วงเงินคันละ 16 ล้านบาท ไม่เป็นความจริง ชี้เป็นการนำงบประมาณหลายส่วนมาคำนวณคลาดเคลื่อน ยืนยันโครงการต้องผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการและคำนึงถึงประโยชน์เกษตรกรเป็นหลัก พร้อมเผยรถเกี่ยวข้าวมีอายุใช้งานเฉลี่ย 14 ปี หากพัฒนาเป็นระบบไฟฟ้าได้ จะช่วยลดต้นทุนพลังงานในระยะยาว นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยกรณีมีกระแสข่าวเกี่ยวกับโครงการจัดหารถเกี่ยวข้าวระบบไฟฟ้า (EV) จำนวน 500 คัน ว่ามีการนำตัวเลขงบประมาณมาคำนวณจนเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน โดยเฉพาะประเด็นที่กล่าวว่า รถเกี่ยวข้าวไฟฟ้ามีราคาคันละ 16 ล้านบาท ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง นายสุริยะกล่าวว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ความสำคัญกับการพิจารณาโครงการต่างๆ โดยคำนึงถึงความคุ้มค่าและประโยชน์ที่เกษตรกรจะได้รับเป็นสำคัญ ทั้งนี้ ตัวเลขงบประมาณที่ปรากฏในข่าวบางส่วนเป็นการนำวงเงินจากหลายรายการมารวมคำนวณ จนอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดเกี่ยวกับต้นทุนต่อคัน สำหรับข้อเสนอการจัดหารถเกี่ยวข้าวไฟฟ้า จำนวน 500 คันนั้น ยังต้องผ่านการพิจารณาตามขั้นตอนและกลไกของคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง โดยจะต้อง
กว่า 60 ปีที่ผ่านมา ด้วยสายพระเนตรอันยาวไกลของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้เปลี่ยนการเลี้ยงโคนมที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นเรื่องไกลตัวของคนไทย ให้กลายเป็นอาชีพที่สร้างรายได้แก่เกษตรกรและเป็นแหล่งอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ พร้อมวางรากฐานระบบสหกรณ์จนเติบโตเป็นอุตสาหกรรมโคนมไทย และนำมาสู่การถวายพระราชสมัญญา “พระบิดาแห่งการโคนมไทย” หลังเสด็จพระราชดำเนินเยือนประเทศเดนมาร์กใน พ.ศ. 2503 และทอดพระเนตรกิจการฟาร์มโคนม ได้เกิดความร่วมมือกับรัฐบาลและองค์การเกษตรกรรมของเดนมาร์กในการจัดตั้งฟาร์มโคนมไทย–เดนมาร์ก ที่อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี ซึ่งเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2505 โดยรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระเจ้าเฟรเดอริกที่ 9 แห่งเดนมาร์กทรงร่วมเป็นประธานในพิธี แต่วันนี้ “การเลี้ยงโคนม” กำลังเผชิญความท้าทายครั้งสำคัญ เมื่อจำนวนเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมลดจาก 22,507 ราย ในปี 2566 เหลือ 15,683 ราย ในปี 2568 หรือลดลงราว 30% ขณะที่จำนวนโคนมลดจาก 774,461 ตัว เหลือ 560,551 ตัว และกว่า 96% ของฟาร์มทั่วประเทศเป็นฟาร์มรายย่อยและรายเล็ก ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนโจทย์ใหญ่
