News

กรมประมงจับมือมูลนิธิชัยพัฒนา จัดงานใหญ่ “ 60 ปี ปลานิลพระราชทาน”  สร้างมูลค่าปลานิลไทยสู่ความยั่งยืน

เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2569 กรมประมง ร่วมกับมูลนิธิชัยพัฒนา สมาคมปลานิลไทย บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) (CPF) และศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์คและสเปลล์ ตลอดจนภาครัฐและเอกชนเตรียมจัดงาน 60 ปี ปลานิลพระราชทานเพื่อปวงชนชาวไทย ระหว่างวันที่ 13 มีนาคม ถึง 17 มีนาคม 2569 ณ ลาน Alive Park Hall ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์คและสเปลล์

นางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง กล่าวว่า งาน 60 ปี ปลานิลพระราชทานเพื่อปวงชนชาวไทย เป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่างกรมประมง มูลนิธิชัยพัฒนา สมาคมปลานิลไทย บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) (CPF) และศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์คและสเปลล์ ตลอดจนหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง มีวัตถุประสงค์เพื่อแสดง ความจงรักภักดีและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณในโอกาสครบรอบ 60 ปี พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพล   อดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่พระราชทานพันธุ์ปลานิลให้กับกรมประมง เมื่อปี พ.ศ. 2509 ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดของประเทศไทย และยังเป็นการเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับปลานิลพระราชทานทั้งในแง่ประวัติศาสตร์ วิชาการและการพัฒนาเทคโนโลยีการเพาะเลี้ยงปลานิล รวมถึงส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนและทุกภาคส่วน อีกทั้งยังเป็นเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ นวัตกรรมในการเพาะเลี้ยงปลานิล และการพัฒนาอุตสาหกรรมปลานิลอย่างยั่งยืน ที่สำคัญ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณเสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธาน เปิดงาน 60 ปี ปลานิลพระราชทาน เพื่อปวงชนชาวไทย ในวันศุกร์ที่ 13 มีนาคม 2567 เวลา 15.00 น.

การจัดงานงาน 60 ปี ปลานิลพระราชทานเพื่อปวงชนชาวไทยในครั้งนี้ กรมประมงจะนำเสนอไฮไลต์สำคัญภายในงาน ดังนี้ 1. นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ 60 ปี ปลานิลพระราชทานเพื่อปวงชนชาวไทย เป็นนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ได้พระราชทานพันธุ์ปลานิลแก่ปวงชนชาวไทย เมื่อปี พ.ศ. 2509 อันเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาอุตสาหกรรม

การเพาะเลี้ยงปลานิลของประเทศอย่างยั่งยืน นิทรรศการประกอบด้วยหัวข้อสำคัญ ดังนี้ 1. พระราชกรณียกิจของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่เกี่ยวข้องกับพระราชกรณียกิจด้านประมง 2. การพระราชทานปลานิลจากประเทศญี่ปุ่น เมื่อปี พุทธศักราช 2508  และ 3. การพระราชทานปลานิลให้แก่กรมประมง เมื่อปี พุทธศักราช 2509


2. นิทรรศการวิชาการ 5 โซน ดังนี้

โซนที่ 1 พระอัจฉริยภาพ “ปลาของพ่อ”  จัดแสดงนิทรรศการประวัติการพระราชทานปลานิลให้กับกรมประมง จากปลานิล 10,000 ตัวในบ่อดินบริเวณพระตำหนักสวนจิตรลดา สู่การขยายพันธุ์โดยกรมประมง เกิดแหล่งอาหารสำคัญให้กับคนไทยทั่วประเทศ นิทรรศการ “ทำไมต้องปลานิล” พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระราชทานชื่อปลาชนิดนี้เป็นภาษาไทยว่า “ปลานิล” ปลาซึ่งเต็มไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการ  นิทรรศการการพัฒนาสายพันธุ์ปลานิล จากปลานิลพันธุ “จิตรลดา 1” สู่ปลานิลพันธุ์ใหม่ที่เติบโตได้เร็วกว่า

โซนที่ 2 จากบ่อปลาหลังบ้าน สู่มูลค่าเศรษฐกิจระดับโลก จัดแสดงนิทรรศการมูลค่าทางเศรษฐกิจของปลานิล แสดงโมเดลธุรกิจตั้งแต่เกษตรกรรายย่อยไปจนถึงการส่งออกระดับโลก

โซนที่ 3 วิถีการเลี้ยง สู่ความปลอดภัย มั่นคง และยั่งยืนทางอาหาร ประกอบด้วย นิทรรศการระบบการเพาะพันธุ์ปลานิล จัดแสดงแบบจำลองชุดเพาะฟักครบทุกกระบวนการ  นิทรรศการรูปแบบการเลี้ยงปลานิล นำเสนอรูปแบบการเลี้ยงปลานิลในรูปแบบต่าง ๆ ตั้งแต่การเลี้ยง แบบดั้งเดิม/พึ่งพาธรรมชาติ (Extensive System) จนถึงการเลี้ยงแบบหนาแน่นสูง และเทคโนโลยีสมัยใหม่ (Super-Intensive System) เน้นการควบคุมสภาพแวดล้อมอย่างสมบูรณ์ เพื่อผลิตปลาจำนวนมากในพื้นที่จำกัด

นิทรรศการระบบรับรองมาตรฐานฟาร์มเพาะเลี้ยงปลานิล การรับรองมาตรฐานโดยกรมประมง สำหรับฟาร์มเพาะเลี้ยงปลานิล  มีการขอรับการรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตร มุ่งเน้นเรื่องการควบคุมการผลิตที่มีคุณภาพ ถูกสุขอนามัย มีความปลอดภัยต่อผู้บริโภค นิทรรศการครบเครื่องเรื่องอาหารปลา มาตรฐานดี มีคุณภาพ เชื่อมั่นได้ สู่การเป็นที่ยอมรับในระดับสากล นิทรรศการแสดงระบบรายงานแจ้งเตือนโรคปลานิลอัจฉริยะ การนำนวัตกรรม และเทคโนโลยี เข้ามาใช้ในการเพาะเลี้ยง

โซนที่ 4 จากภูมิปัญญา สู่การสร้างมูลค่าปลานิลไทย

นิทรรศการ 60 ปี ปลานิลสร้างสุข จากภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง การพัฒนาผลิตภัณฑ์ปลานิลจากภูมิปัญญา ท้องถิ่นสู่นวัตกรรมการแปรรูปผลิตภัณฑ์เพื่อเพิ่มมูลค่า รวมถึงเหมาะกับยุคสมัยใหม่ ตลอดจนการเพิ่มมูลค่าเศษเหลือจากการแปรรูป

โซนที่ 5 สืบสาน รักษา ต่อยอด ปลานิลไทยสู่ความยั่งยืน

นิทรรศการนวัตกรรมการเลี้ยงปลานิล เพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมตามแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง และรับรองการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อม อาทิเช่น นวัตกรรมการประยุกต์ใช้แนวทางธรรมชาติ (Nature-based Solution)  ขับเคลื่อนการเพาะเลี้ยงปลานิลไทยสู่ความยั่งยืน เน้นการพึ่งพาตนเอง และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

3.กิจกรรมการประกวดแข่งขันวาดภาพระบายสี ในหัวข้อ “มีอยู่ มีกิน เพราะปลานิลของพ่อ” ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งได้จัดการประกวดไปแล้วเมื่อวันที่ 1-20 กุมภาพันธ์ 2569 และประกาศผลวันที่ 3 มีนาคม 2569 โดยจะนำผลงานที่ได้รับรางวัลทั้ง 5 รุ่น 20 รางวัล มาจัดแสดงให้ได้รับชมในวันงาน 60 ปี ปลานิลพระราชทานเพื่อปวงชนชาวไทย

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมพิเศษ อาทิ กิจกรรมรับบริจาคอวัยวะ และดวงตา กิจกรรมรับบริจาคโลหิตในส่วนภูมิภาคทั้งหมด 36 จังหวัด กิจกรรมมอบพันธุ์ปลานิลพร้อมอาหารปลาให้แก่โรงเรียนในโครงการสนับสนุนด้านการประมงตามพระราชดำริสมเด็จกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จำนวน ๖๐ โรงเรียน

ดร.ศุลีพร บุญบงการ จูภาวัง ผู้อำนวยการสำนักวิเทศสัมพันธ์ สำนักงานมูลนิธิชัยพัฒนา กล่าวเสริมว่า มูลนิธิชัยพัฒนาเป็นมูลนิธิที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2531 และทรงดำรงตำแหน่งนายกกิตติมศักดิ์ด้วยพระองค์เองนั้น ปัจจุบัน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราช ทรงดำรงตำแหน่งนายกกิตติมศักดิ์ และประธานกรรมการของมูลนิธิฯ ทรงสืบสานพระราชปณิธานในการดำเนินงานพัฒนาต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง ทั้งการเกษตร สิ่งแวดล้อม พลังงานทดแทน ความมั่นคงทางอาหาร ฯลฯ

ในการพัฒนาพันธุ์ปลานิล มูลนิธิฯ ได้ดำเนินงานในพื้นที่บ้านเกาะกา อำเภอปากพลี จังหวัดนครนายกภายใต้โครงการพัฒนาที่ดินมูลนิธิชัยพัฒนา (ศูนย์เพาะเลี้ยงปลานิลจิตรลดา) ซึ่งเป็นสถานที่ให้ความรู้และการเพาะขยายพันธุ์ “ปลาจิตรลดา” เพื่อเผยแพร่สู่เกษตรกรอย่างกว้างขวางโดยมูลนิธิฯ ได้นำโครงการดังกล่าวได้มาร่วมจัดแสดงนิทรรศการและออกบูทภายในงาน จำหน่ายผลิตภัณฑ์ของโครงการทหารพันธุ์ดีซึ่งจัดตั้งศูนย์ผลิตพันธุ์ปลาน้ำจืดพระราชทาน “เพื่อนช่วยเพื่อน” ในภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศเพื่อเพาะเลี้ยงและขยายพันธุ์สัตว์น้ำโดยเฉพาะ“ปลานิลจิตรลดา” เพื่อทูลเกล้าฯ ถวายสำหรับพระราชทานแก่ราษฎรในพื้นที่ ปัจจุบันโครงการได้ดำเนินงานในระดับกองพันขึ้นไปครอบคลุม 146 หน่วยในพื้นที่ 4 ภูมิภาครวม 35 จังหวัด ยังได้ขยายผลสู่ภาคชุมชนและสถานศึกษาและมีบูทของ “ร้านภัทรพัฒน์” ซึ่งจำหน่ายผลิตภัณฑ์คุณภาพจากโครงการพัฒนาของมูลนิธิชัยพัฒนาด้วย

นายอมร เหลืองนฤมิตชัย นายกสมาคมปลานิลไทย เปิดเผยว่า การจัดงานในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อร่วมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) ที่ทรงพระราชทานปลานิลให้แก่พสกนิกรชาวไทย จนกลายเป็นโปรตีนหลักที่สร้างความมั่นคงทางอาหารและเป็นอาชีพที่ยั่งยืนให้แก่เกษตรกรไทยมาตลอด 60 ปี โดยได้รับการดูแลและสนับสนุนอย่างดียิ่งจากกรมประมง และมูลนิธิชัยพัฒนา นอกจากนี้สมาคมฯ มีความตั้งใจที่จะแสดงให้เห็นว่า “ปลานิล” ไม่ใช่เพียงแค่ปลาเศรษฐกิจที่สำคัญ แต่คืออนาคตของปลาไทยที่จะขยายตัวสู่โต๊ะอาหารทั่วโลกมากขึ้น ผ่านนวัตกรรมการเลี้ยงที่ทันสมัย สร้างความมั่นคงทางอาหารให้กับประเทศ

ปลานิลที่คนไทยเลี้ยงทั่วประเทศมากกว่า 60 ปีด้วยระบบการเลี้ยงที่แตกต่างกันไป และมีความหลากหลายมาก ในวันนี้จึงอยากนำเสนอปลานิลคุณภาพสูงที่เมื่อเลี้ยงด้วยอาหารที่ดี น้ำที่ดี สามารถนำปลาไปใช้ได้หลายรูปแบบเช่น ทำอาหารฟิวชั่นแบบฝรั่ง, Nile Tilapia spread กินกับขนมปังแป้งข้าวกล้อง จากชุมชนเกษตรข้าวธรรมชาติ จังหวัดเชียงราย และขนมปังซาวร์โดว์กับปลานิลรมควัน (Sourdough with smoke tilapia) โดยปังสยาม

สำหรับกิจกรรมที่น่าสนใจจากทางสมาคมฯ อาทิ การแสดงภาพถ่ายที่ชนะเลิศการประกวดภาพถ่าย “มีอยู่มีกิน เพราะปลานิลของพ่อ” และการประกวดสุดยอดปลานิล ชิงถ้วยพระราชทานของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

และยังมีการจัดเวทีเสวนา บรรยายพิเศษ พบกับกูรูระดับประเทศ อาทิ ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล บรรยายเรื่อง “กำเนิดปลานิลจิตรลดา” รวมถึงหัวข้อความมั่นคงทางอาหาร นวัตกรรมการเลี้ยง และการสร้างแบรนด์ปลานิลไทยสู่ตลาดโลก โดยมีวิทยากรที่มีชื่อเสียงและประสบการณ์มากมาย เช่น ดร.วิวัฒน์ ศัลยกำธร, ดร.ศิริกุล เลากัยกุล, ไมค์ ภิรมย์พร, เชฟคำนาง สถาบันปลาร้าแห่งประเทศไทย ฯลฯ 

รวมถึงการสาธิตเมนูปลานิลสุดล้ำ เช่น อาหารฟิวชั่นจาก Blackpearl เมนูปลานิล โดยเชฟญี่ปุ่น การใช้ปลานิลแบบ Zero Waste โดยเชฟลุงรีย์ และการเปลี่ยนปลานิลเป็น “ปลานัว”โดยเชฟคำนาง จากเฮือนคำนาง เมนูปลานิล 4 ภาค รังสรรค์ใหม่โดย เชฟชุมพล แจ้งไพล ที่มอบของขวัญให้คนไทยในการ “ทำกินได้ ค้าขายร่ำรวย” นอกจากนี้ ยังมีการจัดแสดงโซนนิทรรศการ และบูทจำหน่ายสินค้า ชมประวัติศาสตร์ปลานิลพระราชทาน เครื่องนับลูกปลา และไข่ปลาด้วย AI

“ความร่วมมือครั้งนี้ไม่ใช่แค่การจัดงานแต่เปิดมุมมองใหม่ของปลานิลให้ผู้บริโภคเห็นคุณค่า ด้านโภชนาการความหลากหลายในการปรุง และศักยภาพทางเศรษฐกิจ เราเชื่อมั่นว่างานนี้จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการยกระดับภาพลักษณ์ปลานิลไทยสู่การเป็นวัตถุดิบระดับพรีเมียมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และสร้างความยั่งยืนอย่างแท้จริง” นายอมร กล่าวทิ้งท้าย

ในส่วนของบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) (CPF) สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้จึงได้ร่วมจัดงานในครั้งนี้ เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่พระราชทานพันธุ์ปลานิล อันเป็นจุดกำเนิดของการสร้างอาชีพ และพัฒนาอุตสาหกรรมการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดในประเทศไทย การพัฒนาสายพันธุ์ปลาทับทิม การพัฒนาด้านเทคโนโลยี และนวัตกรรมการเลี้ยง ด้วยการใช้ AI ในการประเมินน้ำหนัก และการให้อาหารปลา รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภค จนสามารถสร้างเป็นอาชีพให้กับประชาชน และผู้ที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมการเลี้ยงปลาของไทย นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมการมอบพันธุ์ปลานิลพร้อมอาหารปลาให้แก่โรงเรียนในชุมชนที่ห่างไกล และร่วมจำหน่ายผลิตภัณฑ์กิจกรรมชงชิม จากปลานิล และปลาทับทิม

ด้านคุณณัฐรินทร์ พยุงวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการสายการตลาดและพัฒนาธุรกิจ ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์คและสเปลล์ เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์คและสเปลล์ ยังคงยึดมั่นในบทบาทการเป็นศูนย์กลางของชุมชน และพันธมิตรสำคัญในการสนับสนุนพื้นที่สำหรับการจัดกิจกรรมของหน่วยงานภาครัฐ และเอกชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาสังคม เศรษฐกิจ และความยั่งยืนในทุกมิติ โดยในปีนี้ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์คและสเปลล์ ได้รับเกียรติอย่างสูงในการร่วมเป็นเจ้าภาพจัดงาน “60 ปี ปลานิลพระราชทานเพื่อปวงชนชาวไทย น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร” ซึ่งนับเป็นงานสำคัญระดับประเทศ ที่สะท้อนพระอัจฉริยภาพ และพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ อันเป็นจุดกำเนิดของการพัฒนาอุตสาหกรรมการเพาะเลี้ยงปลานิล และความมั่นคงทางอาหาร ของประเทศไทยตลอดระยะเวลากว่า 60 ปี

ศูนย์การค้าฯ มีความภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้รับความไว้วางใจให้เป็นสถานที่จัดงานอันทรงคุณค่าในครั้งนี้ พร้อมสนับสนุนด้านสถานที่ ระบบอำนวยความสะดวก และการประชาสัมพันธ์ เพื่อให้งานนี้เป็นศูนย์กลางแห่งการเรียนรู้ การถ่ายทอดองค์ความรู้และการเชิดชูเกียรติอาชีพเกษตรกรไทยอย่างสมเกียรติ สำหรับการจัดงานในครั้งนี้ ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์คและสเปลล์ ได้จัดสรรพื้นที่รวมกว่า 2,000 ตารางเมตร ณ บริเวณชั้น G โซน Alive Park Hall รองรับนิทรรศการ กิจกรรมวิชาการ และการมีส่วนร่วมของลูกค้าที่เข้ามาร่วมงาน                    

Related Posts