ปลานิล
ปลานิล เป็นปลาน้ำจืดที่ได้รับความนิยมทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย ซึ่งสามารถนำมาประกอบอาหารได้หลากหลายเมนู เพราะเนื้อปลามีรสชาติที่อร่อยราคาขายไม่แพงมาก และหาซื้อได้ง่ายตามท้องตลาด จึงทำให้ยังมีคนนิยมบริโภคเป็นที่ต้องการของตลาด ส่งผลให้มีการเลี้ยงปลานิลกันอย่างแพร่หลายเพื่อเป็นอาชีพ การที่จะได้ปลานิลให้เป็นปลาเนื้อที่มีคุณภาพนั้น สิ่งที่สำคัญขาดเสียไม่ได้คือ เรื่องของลูกพันธุ์ปลานิล ต้องมีการเพาะพันธุ์ที่ดี พร้อมทั้งมีการลดต้นทุนในเรื่องของการเลี้ยงเข้ามาช่วยอีกหนึ่งช่องทาง ก็จะส่งผลให้การเลี้ยงปลานิลสร้างผลกำไรให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงได้อย่างยั่งยืน คุณจิรทีปต์ คงทอง อยู่บ้านเลขที่ 6/1 หมู่ที่ 4 ตำบลหนองตีนก อำเภอบ้านโพธิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นอีกหนึ่งเกษตรกรที่เพาะพันธุ์ปลานิลที่มีคุณภาพ ทำให้ลูกพันธุ์ปลาที่ได้เป็นที่ต้องการของตลาด เกิดเป็นรายได้ให้กับคุณจิรทีปต์มากว่า 20 ปีทีเดียว โดยมีการผลิตเป็นแบบปลานิลแปลงเพศและปลานิลแบบปกติที่ลูกค้าสามารถนำไปเลี้ยงเป็นพ่อแม่พันธุ์ต่อไปได้ จากผู้เลี้ยงปลาเนื้อ สู่ผู้ผลิตลูกพันธุ์ปลานิลคุณภาพ คุณจิรทีปต์ เล่าให้ฟังว่า ผู้ที่ริเริ่มมาดำเนินการประกอบอ
เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2569 กรมประมง ร่วมกับมูลนิธิชัยพัฒนา สมาคมปลานิลไทย บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) (CPF) และศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์คและสเปลล์ ตลอดจนภาครัฐและเอกชนเตรียมจัดงาน 60 ปี ปลานิลพระราชทานเพื่อปวงชนชาวไทย ระหว่างวันที่ 13 มีนาคม ถึง 17 มีนาคม 2569 ณ ลาน Alive Park Hall ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์คและสเปลล์ นางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง กล่าวว่า งาน 60 ปี ปลานิลพระราชทานเพื่อปวงชนชาวไทย เป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่างกรมประมง มูลนิธิชัยพัฒนา สมาคมปลานิลไทย บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) (CPF) และศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์คและสเปลล์ ตลอดจนหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง มีวัตถุประสงค์เพื่อแสดง ความจงรักภักดีและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณในโอกาสครบรอบ 60 ปี พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพล อดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่พระราชทานพันธุ์ปลานิลให้กับกรมประมง เมื่อปี พ.ศ. 2509 ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดของประเทศไทย และยังเป็นการเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับปลานิลพระราชทานทั้งในแง่ประวัติศาสตร์ วิชาการและการพัฒน
“ปลานิล” เป็นสัตว์น้ำที่อยู่คู่สังคมไทยมาอย่างยาวนาน และเป็นสัตว์น้ำเศรษฐกิจที่มีความสำคัญต่อเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงในการสร้างอาชีพ สร้างรายได้ และขยายผลเชื่อมโยงไปสู่อุตสาหกรรมธุรกิจเกี่ยวเนื่องมากมาย ก่อให้เกิดมูลค่าในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โดยจากข้อมูลสถิติของกรมประมง ปี 2568 พบว่า ปลานิลมีมูลค่ารวม 13,612 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ผู้ทรงพระราชทาน “ปลานิล” เพื่อเป็นแหล่งอาหารโปรตีนคุณภาพดีและสร้างอาชีพแก่พสกนิกรชาวไทยอันนำไปสู่การสร้างความมั่นคงทางอาหาร ตลอดจนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศอย่างยั่งยืน ตลอดระยะเวลากว่า 60 ปี นางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า “ปลานิล” จัดเป็นปลาน้ำจืดเศรษฐกิจอันดับหนึ่งของไทย เป็นปลาที่เลี้ยงง่าย โตไว มีเนื้อขาว รสชาติดี โปรตีนสูง และไขมันต่ำ เป็นที่นิยมของผู้บริโภค จึงมีบทบาทสำคัญต่อการสร้างความมั่นคงทางอาหาร การสร้างอาชีพและรายได้ให้แก่เกษตรกร และขยายผลเชื่อมโยงไปสู่อุตสาหกรรมธุรกิจเกี่ยวเนื่อง จนสร้างมูลค่าเพิ่มตลอดห่วงโซ่อุปทาน อา
นักวิชาการประมง ชี้ เนื้อปลามีคุณค่าทางโภชนาการที่ดี เป็นแหล่งโปรตีน ย่อยง่าย มีโอเมก้า-3 แนะปลาทับทิม ปลานิล หาง่าย ราคาเข้าถึงได้ ผศ.ดร.จุฑา มุกดาสนิท ภาควิชาผลิตภัณฑ์ประมง คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า เนื้อปลาเป็นแหล่งของโปรตีนที่ร่างกายต้องการครบถ้วน ย่อยง่าย มีคุณค่าทางโภชนาการสูง โดยเฉพาะกรดอะมิโนจำเป็นที่ร่างกายนำไปใช้ในการเจริญเติบโตและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ มีแร่ธาตุต่างๆ เช่น สังกะสีและซีลิเนียมช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน และยังมีธาตุเหล็กเป็นแร่ธาตุที่เป็นองค์ประกอบสำคัญของเม็ดเลือดแดง นอกจากนี้ เนื้อปลามีกรดโอเมก้า-3 เพิ่มการทำงานของระบบสมองและประสาท โดยมีงานวิจัยยืนยันว่าการรับประทานอย่างเหมาะสมจะช่วยลดความเสี่ยงหรือป้องกันการเกิดโรคต่างๆ ได้ ทั้งโรคอัลไซเมอร์ โรคหัวใจ และโรคหลอดเลือด ซึ่งปลาแต่ละชนิดมีโอเมก้า-3 แตกต่างกัน ปลาทะเลที่มีโอเมก้า-3 มาก อาทิ ปลาทู ปลาอินทรี ปลากะพงแดง ปลากะพงขาว ส่วนปลาน้ำจืด เช่น ปลาทับทิม ปลานิล หาได้ง่าย ราคาเข้าถึงได้ สำหรับการบริโภค แนะนำให้ได้อย่างน้อย 3 มื้อต่อสัปดาห์ หรือมื้อละ 100 กรัม ซึ่งเป็นปริมาณที่แนะนำ และควรปรุงให้สุก เพื่อทำ
การเลี้ยงปลาเป็นอีกหนึ่งอาชีพที่สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรในหลายพื้นที่ เพราะนอกจากเลี้ยงเพื่อไว้บริโภคภายในครัวเรือนแล้ว ยังสามารถนำมาแปรรูปเพิ่มมูลค่าจำหน่ายเกิดเป็นรายได้อีกหนึ่งช่องทาง ปัจจุบันการเลี้ยงปลาเพื่อให้ได้ปลาเนื้อที่มีคุณภาพนั้น ในแต่ละพื้นที่จะมีการเลือกสายพันธุ์ปลาที่แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่ว่าผู้บริโภคในแถบนั้นนิยมนำปลาชนิดใดมาประกอบอาหาร จึงทำให้การผลิตลูกพันธุ์ปลาให้เป็นที่ต้องการของตลาดก็มีแตกต่างกันไปด้วย โดยยึดให้เหมาะสมกับความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก อาจารย์สมเกียรติ ตันตา หรือ คุณเกียรติ หัวหน้าสาขาเกษตรศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ล้านนา ลำปาง ได้เล็งเห็นถึงความต้องการของลูกพันธุ์ปลาอย่างต่อเนื่อง ทำให้เขาได้มาประกอบอาชีพเสริมหลังจากที่ว่างจากงานสอนหนังสือ ด้วยการเพาะพันธุ์ปลาจำหน่ายให้กับเกษตรกรท่านอื่นๆ และในระยะนี้การอนุบาลลูกปลานิลและปลาทับทิมให้เป็นปลาไซซ์ใหญ่ พร้อมไปเลี้ยงต่อกำลังได้รับความนิยม ส่งผลให้อาจารย์สมเกียรตินำลูกปลาไซซ์ใบมะขามมาอนุบาล เพื่อตัดวงจรให้กับเกษตรกรรายอื่นๆ สามารถนำไปเลี้ยงได้ทันทีโดยที่ไม่
คุณไว สายกระสุน อยู่บ้านเลขที่ 28 หมู่ที่ 3 ตำบลเทนมีย์ อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ เกษตรกรที่เลี้ยงปลานิลมามากกว่า 20 ปี โดยเรียนรู้จากการอ่านหนังสือ พร้อมทั้งลองผิดลองถูกด้วยตนเอง จนทำให้เขาประสบผลสำเร็จ ยึดการเลี้ยงปลานิลเป็นอาชีพหลัก เพราะสร้างรายได้ให้กับเขาได้เป็นอย่างดี ทดลองทำเกษตรหลายอย่าง สุดท้าย จบลงที่เลี้ยงปลานิล คุณไว เล่าให้ฟังว่า ชีวิตก่อนที่จะประสบผลสำเร็จเหมือนทุกวันนี้ ต้องฟันฝ่าอุปสรรคมากมายหลายอย่าง ซึ่งปัญหาเหล่านั้นเป็นดังบททดสอบที่ทำให้เขาได้รับประสบการณ์ “สมัยก่อนนี้ผมทำมาหลายอย่าง ไร่นาสวนผสมบ้าง เลี้ยงปลาเล็กๆ น้อยๆ บางทีก็ปลูกผักตามหัวคันนา รายได้นี่ถือว่าได้ไหม ก็พอได้ แต่มันน้อยมาก ต่อมาเลี้ยงเป็ดเลี้ยงหมูคือทุกอย่างล้มเหลวหมด เลยคิดว่าถ้าเราจะอยากมีเงินเก็บเยอะๆ ก็คงยาก เลยตัดสินใจกับภรรยาว่าจะหาอย่างอื่นทำใหม่ ผมจึงตัดสินใจมาขุดบ่อเลี้ยงปลาเลยที่นี้” คุณไว เล่าถึงอุปสรรคที่เข้ามาในชีวิต ประมาณปี 2526 คุณไว เล่าว่า เริ่มเลี้ยงปลาอย่างจริงจัง ซึ่งในช่วงนั้นมีบ้างที่ล้มลุกคลุกคลาน ช่วงแรกทดลองเลี้ยงปลาดุกเป็นอย่างแรก พอปี 2537 คนหันมากินปลานิลจึงเปลี่
ปลานิล เป็นปลาเศรษฐกิจที่มีผลผลิตเป็นอันดับหนึ่งของประเทศ พร้อมทั้งมีการส่งออกไปจำหน่ายยังตลาดต่างประเทศด้วยเช่นกัน ซึ่งการเลี้ยงปลานิลเป็นการค้ายังสามารถเติบโตเพิ่มได้อีก เพราะเป็นแหล่งโปรตีนที่หาซื้อได้ง่ายและผู้บริโภคในหลายพื้นที่นิยมนำมาประกอบอาหาร จึงทำให้ปลานิลมีการพัฒนาการเลี้ยงให้มีมาตรฐานอยู่เสมอ ตั้งแต่การเพาะพันธุ์ให้ได้ลูกปลาที่มีคุณภาพ คุณธนันชัย เอกเผ่าพันธุ์ เกษตรกรผู้คร่ำหวอดในการเลี้ยงปลานิล ซึ่งในปีนี้เขาได้คัดเลือกเป็นเกษตรกรดีเด่นด้านประมง ระดับชาติ ประจำปี 2566 สาขาอาชีพเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืด ถือเป็นอีกหนึ่งเกษตรกรตัวอย่างที่ประสบผลสำเร็จเป็นอย่างมาก โดยระบบการเลี้ยงปลานิลของเกษตรกรท่านนี้ได้มาตรฐาน จนสามารถทำตลาดจำหน่ายได้อย่างต่อเนื่องมาหลายทศวรรษตั้งแต่รุ่นคุณพ่อคุณแม่ คุณธนันชัย เล่าว่า ช่วงแรกครอบครัวเลี้ยงปลานิลโดยปล่อยในบ่อดินโดยตรง มีปัญหาในเรื่องของกลิ่นโคลนและปลาน็อกน้ำระหว่างการเลี้ยง หลังจากนั้นได้รับการฝึกอบรมในการเลี้ยงปลานิล เพื่อที่จะนำมาแก้ปัญหาการเลี้ยงภายในฟาร์ม จึงทำให้ในเวลาต่อมาปรับเปลี่ยนมาเลี้ยงให้อยู่ในกระชังในบ่อดิน ช่วยให้การเลี้ยงมีการจัด
“ปลานิล” ปลาเศรษฐกิจเลี้ยงง่าย โตเร็ว ได้รับความนิยมในทุกระดับ ปลานิลสามารถนำมาแปรรูปได้หลายประเภท ปัจจุบันมีการส่งออกปลานิลไปต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้าน เช่น สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว นิยมบริโภคปลานิลกันอย่างแพร่หลาย จุดเด่นของปลานิลอยู่ที่อัตราการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วทำให้ปริมาณปลานิลมีมากพอที่จะส่งขายตลาดพื้นบ้านและตลาดต่างประเทศ ในราคาที่ไม่สูงมากนัก ปลานิลจึงเป็นขวัญใจของคนทุกระดับ ที่จังหวัดกาญจนบุรี จากหน้าศาลากลางจังหวัดเลี้ยวซ้ายผ่านศาลจังหวัด ข้ามสะพานแม่น้ำแม่กลองแล้วเลี้ยวซ้ายอีกทีเลาะไปตามแม่น้ำขึ้นไปทางตะวันออกประมาณ 3 กม. จะถึงกระชังปลานิลลอยอยู่ในแม่น้ำแม่กลองเป็นจำนวนมาก จัดว่าเป็นฟาร์มปลานิลใหญ่ที่สุดของเมืองกาญจน์ และของประเทศก็ว่าได้ ฟาร์มปลานิลในกระชังเหล่านี้เป็นของ คุณเทียมศักดิ์ สง่ากชกร อดีตกำนันตำบลวังด้ง อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี จากการเลี้ยงโคนม “กำนันเทียมศักดิ์” ผันชีวิตมาทำฟาร์มปลานิลเลี้ยงปลาในกระชังที่แม่น้ำแม่กลอง เป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก “กำนันเทียมศักดิ์” เล่าถึงที่มาแต่หนหลังก่อนจะมาเลี้ยงปลานิลในกระชังว่า เมื่อก่อนทำฟาร์มเลี้ยงโคนม
“ปลานิล” เป็นสัตว์น้ำเศรษฐกิจสำคัญของเชียงราย มีพื้นที่หลายแห่งเลี้ยงปลานิล แต่แหล่งผลิตใหญ่ที่สุดอยู่ที่อำเภอพาน เนื่องจากมีระบบชลประทานแม่ลาว ในปี 2561 เกษตรกรจำนวน 5,361 ราย เลี้ยงปลานิลได้ 21,563 ตัน สำหรับชาวบ้านตำบลศรีดอนชัย อำเภอเทิง ใช้วิธีเลี้ยงปลานิลแบบต้นทุนต่ำแนวอินทรีย์ช่วยให้มีคุณภาพ ปลอดภัย พร้อมแปรรูปสร้างมูลค่า ส่งขายตลาดสุขภาพ ขุดบ่อสร้างแหล่งน้ำทำเกษตรกรรม แล้วใช้เลี้ยงปลาและสัตว์น้ำหลายชนิด คุณพิชญาภา ณรงค์ชัย ประธานกลุ่มเลี้ยงปลานิลถิ่นล้านนาสู่สากล ตำบลศรีดอนชัย อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย เล่าว่า จุดเริ่มต้นมาจากการที่ชาวบ้านในชุมชนประสบปัญหาน้ำเพื่อใช้ทำเกษตรกรรมไม่เพียงพอจึงร่วมกันขุดบ่อของแต่ละบ้านเอง มีขนาดเล็ก-ใหญ่ ตั้งแต่ 3 งาน ไปจน 1 ไร่ หลังจากใช้ประโยชน์แล้วก็นำปลาไปเลี้ยงในบ่อเพื่อใช้บริโภคก่อน ต่อมาได้พัฒนาวิธีเลี้ยงจนมีคุณภาพ เป็นที่ต้องการของตลาด จึงรวมกลุ่มกันเลี้ยงเป็นอาชีพเพื่อเป็นรายได้ จากเริ่มที่จำนวน 6 บ่อ จนถึงวันนี้มีจำนวน 130 บ่อ ปลาที่เลี้ยงเป็นชนิดกินพืช อย่างปลานิล ปลาตะเพียน โดยไปซื้อพันธุ์ปลามาจากอำเภอต่างๆ รวมถึงที่ศูนย์เพาะพันธุ์ปลาด้ว
สำหรับคนที่ชื่นชอบการรับประทานปลา เชื่อว่าปลานิล กับปลาทับทิม คงเป็นหนึ่งในบรรดาปลาน้ำจืดของไทยที่ทุกคนในครอบครัวได้เคยลิ้มลองกันมาแล้ว รวมทั้งบรรดาร้านอาหารต่างๆ ทั่วทุกภูมิภาคของประเทศย่อมต้องมีปลาทั้งสองชนิดนี้บรรจุเป็นเมนูเด็ดอย่างไม่ต้องสงสัย แต่จะมีกี่คนที่รู้บ้างว่า การจะได้ปลาคุณภาพที่มีรสชาติอร่อยและโภชนาการสูง จะต้องผ่านกระบวนการอะไรบ้างก่อนที่ปลาเหล่านี้จะถูกส่งไปยังตลาดร้านค้า คุณสุนทร แตงอุดม เกษตรกรผู้เลี้ยงปลาทับทิมและปลานิล ลำน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น เล่าให้ฟังว่า “การจัดการ” ถือเป็นหัวใจสำคัญในการเลี้ยงสัตว์น้ำ เพื่อให้ได้คุณภาพและเป็นที่ต้องการของตลาด โดยปัจจุบันแหล่งเพาะเลี้ยงปลานิล ปลาทับทิมคุณภาพตามแหล่งน้ำธรรมชาติในประเทศไทยมีไม่กี่แห่ง และหนึ่งในนั้นคือในพื้นที่ลำน้ำพอง ด้วยเพราะเป็นแหล่งน้ำที่ทำให้ปลานิลและปลาทับทิมมีจุดเด่นไม่เหมือนใคร คือ ความสด ความสะอาด เนื่องจากเลี้ยงในกระชังที่อยู่ในลำน้ำที่ไหลตลอด ทำให้ปลาสดชื่นเพราะได้ออกกำลังกายทุกวัน รสชาติจึงดี เนื้อจะหวาน และไม่มีกลิ่นคาวหรือกลิ่นโคลน ปลาที่ได้จะมีคุณค่าทางโภชนาการสูง โดยให้โปรตีนสูงมาก ปริมาณไขมันต่ำ แ
