News

กรมประมง เตรียมโชว์นวัตกรรมงานวิจัยเพิ่มมูลค่าปลาหมอคางดำในรูปอาหารและผลิตภัณฑ์ชุมชนกว่า 40 รายการ ในงานสัมมนาใหญ่ 14 พ.ค. 69 ณ อาคารรัฐสภา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจาก นายธวัช สุระบาล ประธานคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา พร้อมคณะ ได้เข้าประชุมหารือร่วมกับ นางฐิติพร หลาวประเสริฐอธิบดีกรมประมง และคณะผู้บริหารกรมประมงเพื่อติดตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะเรื่องการแก้ไขปัญหาปลาหมอคางดำอย่างรอบด้าน

ในที่ประชุม กรมประมงได้รายงานคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา ว่ากรมประมงได้ดำเนินการควบคุมและกำจัดปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำธรรมชาติ และบ่อเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำของเกษตรกร ตามแผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ พ.ศ. 2567–2570 ภายใต้ 7 มาตรการหลักมาอย่างต่อเนื่อง จนถึงปัจจุบัน การแพร่ระบาดและความชุกชุมของปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำตามธรรมชาติมีแนวโน้มลดลงอย่างมาก 

ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการและกรมประมงมีความเห็นตรงกันว่า การควบคุมการแพร่ระบาดปลาหมอคางดำควรดำเนินงานอย่างเป็นระบบ พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส ใช้ปลาหมอคางดำให้เกิดประโยชน์สูงสุด สร้างความยั่งยืนทางเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม ทั้งเตรียมจัดสัมมนาวิชาการ เรื่องปลาหมอคางดำ ในวันที่ 14 พฤษภาคม 2569 ระหว่างเวลา 08.30-16.30 น. ณ ห้องจัดประชุมสัมมนา B 1-3 ชั้น B1 อาคารรัฐสภา เพื่อเปิดโอกาสให้สาธารณชนได้ร่วมกำหนดแนวทางการจัดการปลาหมอคางดำและการใช้ประโยชน์อย่างเป็นระบบเพื่อสร้างสมดุลของระบบนิเวศและความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน

เมื่อวันศุกร์ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2569 ที่ผ่านมา นางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง เป็นประธานการประชุมออนไลน์ ร่วมกับสำนักงานประมงทั่วประเทศโดยมี นายอำนวย คงพรหม หัวหน้าผู้ตรวจราชการกรมประมง ตลอดจนเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง เข้าร่วมหารือเพื่อวางแผนเตรียมความพร้อมบุคลากรและข้อมูลวิชาการเพื่อนำไปจัดแสดงนิทรรศการในงานสัมมนาดังกล่าว


โดยข้อมูลที่จะนำไปจัดแสดงนิทรรศการครั้งนี้คือ แผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ พ.ศ. 2567–2570 ภายใต้ 7 มาตรการหลัก ดังนี้ มาตรการที่ 1 การควบคุมและกำจัดปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำทุกแห่งที่พบการแพร่ระบาด มาตรการที่ 2 การกำจัดปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำธรรมชาติ โดยการปล่อยปลาผู้ล่าอย่างต่อเนื่อง มาตรการที่ 3 การนำปลาหมอคางดำที่กำจัดออกจากระบบนิเวศ ไปใช้ประโยชน์ มาตรการที่ 4 การสำรวจและเฝ้าระวังการแพร่กระจายของประชากรปลาหมอคางดำในพื้นที่กันชน มาตรการที่ 5 สร้างความรู้ ความตระหนัก และการมีส่วนร่วมในการกำจัดปลาหมอคางดำ มาตรการที่ 6 การพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรม มาตรการที่ 7 การฟื้นฟูระบบนิเวศ ซึ่งแบ่งเป็นระยะเร่งด่วน ระยะกลาง และระยะยาว  

นับตั้งแต่มีการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำเป็นต้นมา กรมประมงได้ดำเนินการสำรวจการพบเจอปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำทั่วประเทศ โดยทำการเก็บตัวอย่างปลาและบันทึกข้อมูลการพบในพื้นที่ พร้อมทั้งเผยแพร่ข้อมูลการแพร่ระบาด ให้คำแนะนำด้านการเฝ้าระวัง การป้องกันและกำจัดปลาหมอคางดำ ตามมาตรการที่ 2 การกำจัดปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำธรรมชาติ โดยการปล่อยปลาผู้ล่าอย่างต่อเนื่อง เพื่อควบคุมและลดการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำอย่างยั่งยืน   

ยกตัวอย่างเช่น เมื่อเร็วๆ นี้ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งสงขลา ได้จัดกิจกรรมปล่อยปลากะพงขาวกำจัดปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำธรรมชาติ ร่วมกับผู้นำท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชนในพื้นที่นำพันธุ์ปลากะพงขาว ขนาดตั้งแต่ 3 นิ้วขึ้นไป จำนวน 10,000 ตัว ที่ได้รับการสนับสนุนจากบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) นำไปปล่อยในแหล่งน้ำธรรมชาติที่พบการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำในพื้นที่ บ้านท่าเข็น หมู่ที่ 1 ตำบลคลองแดน พื้นที่หมู่ที่ 2 ตำบลปากแตระ อำเภอระโนด และอำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา   

และเมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2569 ด้านสำนักงานประมงจังหวัดราชบุรี และศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดราชบุรี ร่วมกับผู้นำชุมชนและประชาชนในพื้นที่ จัดกิจกรรมลงแขกลงคลองกำจัดปลาหมอคางดำ ณ คลองบัวงาม หมู่ที่ 1 ตำบลบัวงาม อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี ตามแผนการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำของจังหวัดราชบุรี โดยปล่อยปลาผู้ล่าลงในแหล่งน้ำสาธารณะ เพื่อช่วยควบคุมปริมาณปลาหมอคางดำ จำนวน 5 แห่ง ได้แก่ คลองบัวงาม คลองรางเตาอิฐ และคลองหนองสลิด อำเภอดำเนินสะดวก คลองหนองบางงู อำเภอโพธาราม และหนองทอแพ อำเภอเมืองราชบุรี โดย นายสุวัฐน์ วงศ์สุวัฒน์ รองอธิบดีกรมประมง พร้อมผู้แทนบริษัทภาคเอกชน ได้เข้าร่วมกิจกรรมและสนับสนุนพันธุ์ปลาจำนวน 5,000 ตัว ในการดำเนินกิจกรรมครั้งนี้

เนื่องจากปลาหมอคางดำ มีโปรตีนสูง ไขมันต่ำ ทั้งมีโอเมก้า 3 ที่จำเป็นต่อร่างกายเช่นเดียวกับปลานิลหรือปลาช่อนที่คนไทยรู้จักและคุ้นเคยดี ที่ผ่านมา กรมประมงได้นำปลาหมอคางดำมาแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่มในรูปแบบนวัตกรรมอาหาร มากกว่า 10 เมนู เพื่อเป็นแนวทางให้ประชาชนสามารถนำไปปรุงอาหารได้ทันที ได้แก่ ปลาหมอคางดำซาเตี๊ยะ ปลาหมอคางดำยำส้มโอ และปลาหมอคางดำแผ่นเสริมแคลเซียม  

นอกจากนี้ภายในงานจะจัดแสดงนิทรรศการผลิตภัณฑ์ชุมชนจากปลาหมอคางดำที่กรมประมงได้ถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับองค์กรชุมชนประมงท้องถิ่นหรือวิสาหกิจชุมชนในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ สมุทรสาคร สมุทรสงคราม และเพชรบุรี ฯลฯ ทำให้ชาวบ้านมีความรู้นำไปผลิตอาหารที่ปลอดภัยในลักษณะ ปลาอบกรอบ ปลาสแน็ก ปลาส้ม น้ำปลาร้า ปลาแดดเดียว น้ำปลา ผงโรยข้าวปลาบูดู ข้าวเกรียบ ปลาร้าหมอคางดำ คั่วกลิ้ง ปลาป่น ปลาหยอง ปั้นขลิบ ครองแครง ไส้อั่ว น้ำพริกแจ่วบอง และแคลเซียมผงจากก้างปลา ฯลฯ สนับสนุนการสร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้ชุมชนอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน

นอกจากนี้ ทางคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา ยังได้เชิญทีมนักวิจัยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี นำผลงาน “SARO Calcium Plus” ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์แคลเซียมชีวภาพประสิทธิภาพสูงจากก้างปลาหมอคางดำมาจัดแสดงและจำหน่ายในงานสัมมนาครั้งนี้ด้วย

เนื่องจากผลงาน “SARO Calcium Plus” เป็นนวัตกรรมแปรรูปที่ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มปลาหมอคางดำได้อย่างมีประสิทธิภาพ นับเป็นตัวอย่างที่โดดเด่นของการบูรณาการองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ งานวิจัยชิ้นนี้ไม่เพียงสร้างมูลค่าเพิ่มจากวัสดุเหลือใช้ แต่ยังมีส่วนช่วยลดการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำในระบบนิเวศ ช่วยแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมควบคู่กับการสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจ ทั้งมีศักยภาพในการต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์ในอุตสาหกรรมสุขภาพและความงาม เช่น ยาสีฟัน เป็นต้น นับเป็นนวัตกรรมที่มีความโดดเด่นด้านความคิดสร้างสรรค์และการพัฒนาอย่างยั่งยืน จึงได้รับรางวัลจากเวทีประกวดนวัตกรรมนานาชาติ ถึง 2 รางวัลซ้อน ตอกย้ำให้เห็นถึงศักยภาพของนวัตกรรมไทยในระดับนานาชาติได้อย่างชัดเจน

Related Posts