การวางกลยุทธ์การบริการจัดการปลาหมอคางดำเพื่ออนาคต ที่นำไปสู่การแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง นับเป็นโจทย์ยากที่ท้าทาย เพราะไม่ใช่แค่การกำจัดปลา เพียงด้านเดียว การบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพต้องคิดแบบบูรณาการทั้งระบบ เชื่อมโยงเศรษฐกิจ สังคม นโยบายและสิ่งแวดล้อมเข้าด้วยกัน
จากเวทีสัมมนา “มิติใหม่แห่งการบริหารจัดการปลาหมอคางดำ : สู่การใช้ประโยชน์และเพิ่มมูลค่า” จัดโดย คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา ตัวแทนจากสถาบันการศึกษา หน่วยงานภาครัฐ ฝ่ายนิติบัญญัติ และชาวประมงได้พยายามหาทางออกร่วมกัน เพื่อเปลี่ยนปลาหมอคางดำให้กลายเป็นทรัพยากรทางเศรษฐกิจที่เกิดประโยชน์สูงสุดดังนี้

มิติที่ 1 : จัดการปัญหา “ปลาหมอคางดำ” ให้ตรงจุดต้องอาศัยฐานข้อมูลที่แม่นยำ
อ้างอิงผลงานวิจัยจาก คณะนักวิจัยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นำโดย ดร.พรเทพ พรรณรักษ์ และคณะผู้จัย คือ ศ.ดร.วรณพ วิยกาญจน์, ศ.ดร.สุชนา ชวนิชย์, ศ.ดร.เปี่ยมศักดิ์ เมนะเศวต, และ รองศาสตราจารย์ ดร.ศานิต ปิยพัฒนากร ได้เปิดเผยโครงสร้างดีเอ็นเอของปลาหมอคางดำในไทย ซึ่งพบรูปแบบพันธุกรรมถึง 19 รูปแบบ บ่งชี้ว่ามีการ “นำเข้ามาหลายครั้ง” จากหลายแหล่งกำเนิด และมีการกระจายตัวไปยังพื้นที่ต่างๆ โดยมี “มนุษย์เป็นตัวกลาง” ข้อมูลเชิงประจักษ์นี้เป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อภาครัฐ ที่จะนำฐานข้อมูลที่แม่นยำดังกล่าวมากำหนดมาตรการควบคุมการเคลื่อนย้ายควบคู่กับการจัดการแหล่งน้ำ
ทีมนักวิจัยจุฬาฯ ได้มุ่งศึกษา “ความหลากหลายทางพันธุกรรม โครงสร้างประชากร และการเข้ามาหลายครั้งของปลาหมอคางดำ ชนิดพันธุ์รุกราน ในประเทศไทย” ได้ตีพิมพ์ในวารสาร Aquaculture Reports โดยระบุว่า ปลาหมอคางดำซึ่งเป็นปลาพื้นเมืองของแอฟริกาตะวันตก ได้ถูกนำเข้ามาและแพร่กระจายอยู่เป็นวงกว้างในประเทศไทย จากการศึกษา พบรูปแบบพันธุกรรม ทั้งหมด 19 รูปแบบ ซึ่งในจำนวนนี้มี 13 รูปแบบที่เป็นรูปแบบพันธุกรรมเฉพาะถิ่น ซึ่งพบ 3 รูปแบบที่มีความถี่ค่อนข้างสูง ในประชากรที่จังหวัดสมุทรสงคราม (รูปแบบพันธุกรรม 4, พบ 23.73% ของตัวอย่างที่ตรวจสอบ), ประจวบคีรีขันธ์ (รูปแบบพันธุกรรม 7, พบ 23.26%) และสุราษฎร์ธานี (รูปแบบพันธุกรรม 14, พบ 25.00%)

จากการวิเคราะห์ การกระจายตัวของรูปแบบพันธุกรรม ระบุได้อย่างชัดเจนว่าปลาหมอคางดำที่รุกรานนี้ ถูกนำเข้ามาหลายครั้ง จากแหล่งกำเนิดทางภูมิศาสตร์ที่แตกต่างกัน เช่น ประเทศกานา, ประเทศโกตดิวัวร์ และแหล่งพื้นเมืองที่ไม่ทราบแน่ชัด ไปยังหลายตำแหน่งในประเทศไทย
นอกจากนี้ยังพบโครงสร้างประชากรที่แข็งแกร่งระหว่างจังหวัดสมุทรสงคราม ซึ่งเป็นพื้นที่รุกรานแห่งแรกในประเทศไทย และพื้นที่ที่มีแหล่งน้ำเชื่อมต่อกันในภาคกลางของไทย พบข้อสังเกตเรื่อง การแพร่กระจายขั้นทุติยภูมิ โดยมีมนุษย์เป็นตัวกลาง ของปลาที่มีรูปแบบพันธุกรรม 1 ไปยังภาคตะวันออก (ฉะเชิงเทรา, ระยอง และจันทบุรี) และภาคใต้ (ชุมพร, นครศรีธรรมราช และสงขลา) จากงานวิจัยดังกล่าวเผยให้เห็นประเด็นสำคัญเกี่ยวกับการนำเข้าปลาหมอคางดำเข้ามาในประเทศไทยหลายครั้ง ตามด้วยการเคลื่อนย้ายโดยมนุษย์ไปในจังหวัดต่างๆ ซึ่งส่งผลให้เกิดการรุกรานเป็นวงกว้าง ในประเทศไทยในปัจจุบัน

มิติที่ 2 : แปรรูปด้วยนวัตกรรมวิจัยนำไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ได้จริง
นวัตกรรมน้ำหมักชีวภาพปลาหมอคางดำของการยางแห่งประเทศไทย เป็นที่ยอมรับในวงกว้าง เนื่องจากช่วยเพิ่มสารอาหารบำรุงต้นยางพารา ทำให้เปลือกยางนิ่ม กรีดง่าย และให้น้ำยางเยอะ นอกจากนี้ยังมีผลงานวิจัยของ มธร.ธัญบุรี ที่นำก้างปลาหมอคางดำไปสกัดทำ “แคลเซียม” ที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงใกล้เคียงปลาทะเลเศรษฐกิจ สามารถพัฒนาต่อยอดในอุตสาหกรรมอาหารเพื่อสุขภาพ
มิติที่ 3 : เร่งลดปริมาณ ใช้เป็นวัตถุดิบป้อนเข้าสู่อุตสาหกรรมแปรรูป
เพื่อเร่งลดปริมาณปลาในแหล่งน้ำให้รวดเร็วและเป็นรูปธรรม หน่วยงานภาครัฐและเกษตรกรมีความเห็นตรงกันว่า ปลาที่จับได้ควรใช้เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมแปรรูปต่างๆ เช่น ผลิตเป็นปลาป่นป้อนเข้าสู่อุตสาหกรรมอาหารสัตว์ ใช้ผลิตปุ๋ยน้ำหมักชีวภาพ เป็นต้น

มิติที่ 4 : กรมประมง เร่งพัฒนานวัตกรรมและปล่อยปลานักล่า ควบคุมประชากร
ด้านกรมประมง เร่งทำงานเชิงรุกเพื่อแก้ปัญหาปลาหมอคางดำ โดยสนับสนุนชุมชนแปรรูปปลาหมอคางดำเพื่อสร้างรายได้และกระตุ้นเศรษฐกิจหมุนเวียน ควบคู่กับการดำเนินมาตรการทางชีวภาพ ปล่อยปลานักล่าตามธรรมชาติ เช่น “ปลากะพง” ช่วยรักษาสมดุลของประชากรปลาตามหลักนิเวศวิทยา
การจัดการปัญหาปลาหมอคางดำ หากมีข้อมูลชีววิทยาที่แม่นยำ และนวัตกรรมเทคโนโลยีช่วยตัดสินใจ ยิ่งช่วยจัดการประชากรอยู่ในระดับสมดุลแล้ว การเปลี่ยนมุมมองจากปัญหาที่ต้องกำจัด มาเป็นการจับปลา นำมาแปรรูปครบวงจรเพื่อเพิ่มมูลค่าทุกส่วนและจำหน่าย จะช่วยสร้างโอกาส สร้างงาน และรายได้ที่มั่นคง สร้างเศรษฐกิจชุมชนแข็งแรง เงินอยู่ในพื้นที่และสร้างการเติบโต ต่อยอดนวัตกรรมและธุรกิจ เพื่อชุมชนและเศรษฐกิจที่ไปต่อได้ ควบคู่กับสิ่งแวดล้อมสมดุล ระบบนิเวศฟื้นตัวยั่งยืนและต่อเนื่อง

