News ประมง

ปราชญ์ปลานิลเมืองเพชรฯ ใช้นวัตกรรม-พลังงานสะอาด สร้างธุรกิจประมงยั่งยืนระดับสากล

การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ไม่ได้เป็นเพียงอาชีพดั้งเดิมของชุมชนอีกต่อไป แต่กำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี มาตรฐานการผลิต และแนวคิดด้านความยั่งยืนอย่างจริงจัง หนึ่งในบุคคลต้นแบบที่สะท้อนภาพความสำเร็จดังกล่าวได้อย่างชัดเจน คือ คุณอมร เหลืองนฤมิตชัย เกษตรกรวัย 51 ปี เจ้าของ บริษัท มานิตย์ เจเนติกส์ จำกัด ในพื้นที่อำเภอเขาย้อย จังหวัดเพชรบุรี ผู้ได้รับการคัดเลือกจากกรมประมง ให้เป็น “เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ สาขาอาชีพเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืด ประจำปี พ.ศ. 2569” จากความสำเร็จในการพัฒนาธุรกิจเพาะพันธุ์และเลี้ยงปลานิลแบบครบวงจร ที่สามารถยกระดับมาตรฐานการผลิตไทยสู่ระดับสากล ควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อมและสร้างประโยชน์คืนสู่สังคมอย่างเป็นรูปธรรม

นางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า อาชีพเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำถือเป็นอีกหนึ่งเสาหลักสำคัญของเศรษฐกิจภาคการเกษตรไทย โดยการจะผลิตสัตว์น้ำคุณภาพให้ได้มาตรฐานนั้น ต้องอาศัยความรู้ ความใส่ใจ และการบริหารจัดการที่ดีตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ทั้งการเตรียมบ่อ การคัดเลือกสายพันธุ์ การดูแลสุขภาพสัตว์น้ำ ไปจนถึงกระบวนการผลิตที่ปลอดภัยต่อผู้บริโภค 

คุณอมรถือเป็นตัวอย่างของเกษตรกรรุ่นใหม่ที่สามารถนำองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรม มาประยุกต์ใช้จนพลิกฟื้นธุรกิจครอบครัวให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง จุดเริ่มต้นสำคัญของความสำเร็จ มาจากการมองเห็นปัญหาของการเลี้ยงปลานิลแบบคละเพศ ซึ่งทำให้ปลาขยายพันธุ์เร็ว โตไม่สม่ำเสมอ และสร้างต้นทุนแฝงให้เกษตรกร นายอมรจึงนำความรู้ด้านการผลิตลูกพันธุ์ปลานิลเพศผู้ล้วนเข้ามาพัฒนา เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว ก่อนต่อยอดสู่การสร้างธุรกิจผลิตลูกพันธุ์ปลานิลคุณภาพสูงแบบครบวงจร จนกลายเป็นหนึ่งในผู้ผลิตรายสำคัญของประเทศ

ตลอดระยะเวลากว่า 22 รุ่นของการพัฒนาสายพันธุ์ คุณอมรใช้หลักพันธุศาสตร์ในการคัดเลือกและปรับปรุงพันธุ์อย่างต่อเนื่อง จนสามารถพัฒนาปลานิลสายพันธุ์เด่นอย่าง “SuperBlack” และ “SuperRed” ที่มีจุดแข็งทั้งด้านความแข็งแรง โตเร็ว และให้ผลผลิตที่มีคุณภาพ ช่วยลดระยะเวลาเลี้ยง เพิ่มผลตอบแทน และสร้างกำไรให้เกษตรกรได้มากขึ้น 


ขณะเดียวกัน ฟาร์มยังสามารถผลิตลูกพันธุ์ปลานิลเพศผู้ล้วนได้มากกว่า 20 ล้านตัวต่อเดือน สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 140 ล้านบาทต่อปี สะท้อนถึงศักยภาพของธุรกิจเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำไทยที่สามารถแข่งขันได้ในระดับอุตสาหกรรม

ไม่เพียงแค่การพัฒนาสายพันธุ์ แต่ฟาร์มแห่งนี้ยังเดินหน้านำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาใช้ในการจัดการฟาร์มอย่างครบวงจร ทั้งการมีห้องปฏิบัติการสุขภาพสัตว์น้ำที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน ISO/IEC 17025 การใช้เครื่องตรวจโรค PCR เพื่อวินิจฉัยโรคอย่างแม่นยำ รวมถึงการใช้วัคซีนป้องกันโรค Streptococcosis ซึ่งเป็นโรคสำคัญในปลานิล นอกจากนี้ ยังมีการนำระบบ In-Pond Raceway System (IPRS) มาใช้เพิ่มประสิทธิภาพการเลี้ยง ช่วยให้น้ำมีการหมุนเวียนดี ลดของเสีย และเพิ่มผลผลิตต่อพื้นที่ได้อย่างยั่งยืน

อีกหนึ่งก้าวสำคัญ คือการเพิ่มมูลค่าผลผลิตผ่านการแปรรูปปลานิลเป็นเนื้อปลาแล่แช่แข็ง เพื่อป้อนให้กับร้านอาหารและสายการบินชั้นนำของประเทศ มียอดจำหน่ายมากกว่า 100 ตันต่อปี คิดเป็นมูลค่ากว่า 26.5 ล้านบาทต่อปี ซึ่งสะท้อนการเปลี่ยนผ่านจาก “ฟาร์มผู้ผลิต” สู่ “ธุรกิจประมงสมัยใหม่” ที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้ตลอดห่วงโซ่อุปทาน

ในด้านมาตรฐานการผลิต กรมประมงได้เข้ามาสนับสนุนและผลักดันฟาร์มของคุณอมรอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันระดับสากล ทั้งมาตรฐานฟาร์มเพาะและอนุบาล มาตรฐานฟาร์มเลี้ยง รวมถึงการขึ้นทะเบียนเป็นฟาร์ม สอ.3 เพื่อรองรับการส่งออก นอกจากนี้ ฟาร์มยังได้รับการรับรองมาตรฐาน GAP จากกรมประมง และถือเป็นฟาร์มปลานิลแห่งแรกของประเทศไทยที่ได้รับมาตรฐาน Best Aquaculture Practices (BAP) จากสหรัฐอเมริกา ซึ่งครอบคลุมทั้งด้านชุมชน สิ่งแวดล้อม ความปลอดภัยอาหาร และระบบตรวจสอบย้อนกลับ

สิ่งที่ทำให้ฟาร์มแห่งนี้แตกต่างจากฟาร์มทั่วไป คือการให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมควบคู่กับการเติบโตทางธุรกิจ คุณอมรนำระบบพลังงานแสงอาทิตย์ ทั้ง Solar Roof และ Solar Lighting เข้ามาใช้ภายในฟาร์ม เพื่อลดต้นทุนพลังงานและลดการปล่อยคาร์บอน รวมถึงออกแบบไซโลสำหรับเก็บอาหารปลาแทนการใช้ถุงพลาสติก ช่วยลดการใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติกได้มากถึง 26,571 ใบต่อปี ลดปัญหาไมโครพลาสติกในแหล่งน้ำ และยังดำเนินกิจกรรมคัดแยกขยะรีไซเคิล ใช้พลังงานทดแทน และนำซากปลามาผลิตเป็นปุ๋ยหมักและน้ำหมักชีวภาพแจกจ่ายให้เกษตรกรในพื้นที่ จนสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้กว่า 118.503 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า และได้รับใบประกาศเกียรติคุณจาก องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน)

นอกเหนือจากบทบาทในฐานะผู้ประกอบการ คุณอมรยังเป็นผู้ผลักดันการก่อตั้ง สมาคมปลานิลไทย ซึ่งจัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2565 และปัจจุบันดำรงตำแหน่งนายกสมาคม ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการรับฟังปัญหา แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และเชื่อมโยงเครือข่ายเกษตรกรผู้เลี้ยงปลานิลทั่วประเทศ พร้อมทั้งมีส่วนร่วมในการพัฒนามาตรฐานสินค้าเกษตรหลายฉบับ เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมปลานิลไทยให้ก้าวทันมาตรฐานโลก

ขณะเดียวกัน ยังนำแนวคิด “โคก หนอง นา” มาปรับใช้ภายในพื้นที่ฟาร์ม พร้อมสร้าง “ฐาน 4 พอ” เพื่อเปิดเป็นแหล่งเรียนรู้ต้อนรับคณะศึกษาดูงานทั้งไทยและต่างประเทศ ถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการเพาะเลี้ยงปลานิลอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังสนับสนุนโครงการอาหารกลางวันในโรงเรียนต่างๆ ผ่านการมอบเนื้อปลานิลและส่งเสริมการเลี้ยงปลาให้แก่โรงเรียน อาทิ โรงเรียนวัดเขาสมอระบัง และโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน เพื่อเสริมสร้างโภชนาการที่ดีให้กับเด็กนักเรียน รวมถึงดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคม ทั้งการมอบทุนการศึกษา บริจาคโลหิต และสนับสนุนอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้กับหน่วยงานที่ขาดแคลนอย่างต่อเนื่อง

จากผลงานที่โดดเด่นทั้งด้านการพัฒนาสายพันธุ์ การยกระดับมาตรฐานการผลิต การดูแลสิ่งแวดล้อม และการสร้างประโยชน์ต่อสังคม กรมประมงจึงคัดเลือกให้นายอมร เหลืองนฤมิตชัย เป็นเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ สาขาอาชีพเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืด ประจำปี พ.ศ. 2569 และเข้ารับพระราชทานรางวัลจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ประจำปี 2569 ที่ผ่านมา

ความสำเร็จของคุณอมรไม่ได้สะท้อนเพียงภาพของเกษตรกรผู้ประสบความสำเร็จในเชิงธุรกิจเท่านั้น แต่ยังเป็นตัวอย่างของ “เกษตรกรยุคใหม่” ที่ใช้ความรู้ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และความรับผิดชอบต่อสังคม มาเป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนอาชีพให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน พร้อมพิสูจน์ให้เห็นว่า ภาคการประมงไทยสามารถก้าวสู่เวทีโลกได้ หากมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องภายใต้แนวคิด “Fisheries Connect for Sustainability” ที่เชื่อมโยงเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมให้เติบโตไปพร้อมกันอย่างสมดุล

Related Posts