News

“ปลัดณัฐพล” เปิดอาคารปฏิบัติการทดสอบ 8 ฉลองครบรอบ 28 ปี สถาบันไฟฟ้าฯ

สถาบันไฟฟ้าฯ ยกระดับอุตสาหกรรมไทยสู่ดิจิทัลและเศรษฐกิจสีเขียว เปิดอาคารปฏิบัติการทดสอบ 8 เสริมทัพโครงสร้างพื้นฐานด้านการทดสอบขั้นสูง

จังหวัดสมุทรปราการ – 28 สิงหาคม 2569 ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานในงานเฉลิมฉลองครบรอบ 28 ปี สถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ พร้อมเป็นประธานในพิธีเปิดอาคารปฏิบัติการทดสอบ 8 อย่างเป็นทางการ โดยมี นายณรัฐ รุจิรัตน์ ผู้อำนวยการสถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ กล่าวรายงานและนำเยี่ยมชมห้องปฏิบัติการทดสอบ ณ ศูนย์ปฏิบัติการและมาตรฐาน สถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ นิคมอุตสาหกรรมบางปู จังหวัดสมุทรปราการ

สถาบัน EEI เสริมศักยภาพ SMEs ไทยสู่สากล

ดร.ณัฐพล กล่าวว่า สถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์เป็นสถาบันเครือข่ายในสังกัดกระทรวงอุตสาหกรรมที่มีผลการดำเนินงานโดดเด่นเป็นอันดับหนึ่ง จากจุดเริ่มต้นในการให้บริการทดสอบตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม หรือ มอก. ปัจจุบันสถาบันฯ ได้พัฒนาศักยภาพและขยายขอบข่ายการให้บริการอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมทั้งการทดสอบ การสอบเทียบ การตรวจโรงงาน และการรับรองผลิตภัณฑ์ โดยได้รับการรับรองขีดความสามารถตามมาตรฐาน ISO/IEC และได้รับการแต่งตั้งให้เป็นหน่วยตรวจสอบและรับรองจากหน่วยงานกำกับดูแลที่สำคัญทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ


“การครบรอบ 28 ปีของสถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ และการเปิดอาคารปฏิบัติการทดสอบ 8 ในครั้งนี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญที่สะท้อนความพร้อมในการสนับสนุนอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของไทย ให้เติบโตบนฐานของเทคโนโลยี นวัตกรรม ในการช่วยยกระดับอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์มูลค่าสูงและอุตสาหกรรมดิจิทัลของประเทศ ไม่ว่าจะเป็น อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ โฟโตนิกส์ Data Center และ Cybersecurity เพื่อรองรับการพัฒนาผลิตภัณฑ์อัจฉริยะ เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI รวมถึงอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ซึ่งเป็นสาขาอุตสาหกรรมสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ การจ้างงาน และการลงทุนของประเทศให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน“ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าว

สำหรับการเปิด “อาคารปฏิบัติการทดสอบ 8” อย่างเป็นทางการในครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญในการเสริมสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านการทดสอบและมาตรฐานของประเทศไทย เพื่อรองรับผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีใหม่ในอนาคต อาทิ สายเคเบิลเส้นใยนำแสง การทดสอบ Short Circuit สวิตช์อิเล็กทรอนิกส์ มอเตอร์ไฟฟ้า สารทำความเย็นและวัสดุที่ผ่านการรีไซเคิล ตลอดจนผลิตภัณฑ์พลังงานสะอาด ซึ่งหลายผลิตภัณฑ์มีแนวโน้มที่จะถูกกำหนดให้เป็นมาตรฐานบังคับในอนาคต เพื่อก้าวให้ทันต่อความต้องการของตลาดโลกดิจิทัลและเศรษฐกิจสีเขียว  

28 ปี แห่งความสำเร็จในการพัฒนาอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของไทย

สถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ จัดตั้งขึ้นตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 7 กค. 2541 มีสถานะเป็นสถาบันเครือข่ายของกระทรวงอุตสาหกรรม และมีรูปแบบการบริหารงานภายใต้อุตสาหกรรมพัฒนามูลนิธิ  ตลอดระยะเวลา 28 ปีที่ผ่านมา สถาบันได้มุ่งมั่นในการดำเนินงานวิชาการและงานบริการด้านการมาตรฐาน การพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อส่งเสริมการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของไทยให้เจริญเติบโตมาโดยตลอด

การถ่ายโอนงานห้องปฏิบัติการทดสอบจากสำนักงานมาตรฐานลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ในปี 2542 เป็นจุดเริ่มต้นของภารกิจในการให้บริการทดสอบตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม จนถึงปัจจุบัน สถาบันได้พัฒนาศักยภาพและขยายขอบข่ายการให้บริการ ครอบคลุมการทดสอบ การสอบเทียบ การตรวจโรงงาน และการรับรองผลิตภัณฑ์ โดยได้รับการรับรองความสามารถตามอนุกรมมาตรฐาน ISO/IEC 17000 ที่เกี่ยวข้อง และได้รับการแต่งตั้งให้เป็นหน่วยตรวจสอบและรับรองของหน่วยงานกำกับดูแลที่สำคัญ ๆ ภายในประเทศ

สถาบันได้ดำเนินภารกิจด้านการมาตรฐานระหว่างประเทศ โดยได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยรับรองและห้องปฏิบัติการทดสอบ ในร่วมระบบการยอมรับผลการทดสอบในระดับสากล ของ IECEE CB Scheme ปัจจุบันมีขอบข่ายในกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้า กลุ่มผลิตภัณฑ์ส่องสว่าง และกลุ่มมาตรฐานความเข้ากันได้ทางแม่เหล็กไฟฟ้า หรือ EMC การได้รับการตรวจประเมินและการยอมรับในระดับสากลดังกล่าว สร้างความเชื่อมั่นในคุณภาพของการดำเนินงานของสถาบัน ลดอุปสรรคทางการค้า และอำนวยความสะดวกให้ผู้ผลิตสามารถส่งออกผลิตภัณฑ์ไปยังประเทศต่าง ๆ ได้กว้างขวางมากขึ้น

นอกจากนี้ ในภารกิจส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรม สถาบันได้พัฒนาฐานข้อมูลเชิงลึกของอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์  ดำเนินการศึกษา วิเคราะห์ วิจัยข้อมูลทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ เพื่อใช้ประโยชน์ในการกำหนดยุทธศาสตร์ ข้อเสนอแนะ และสนับสนุนการสร้างระบบเตือนภัยแก่ภาคอุตสาหกรรม ดำเนินการฝึกอบรมบุคลากรและให้คำปรึกษาแนะนำ รวมทั้ง ให้บริการรับรองสิทธิประโยชน์ทางภาษี ตามมาตรการต่าง ๆ ของภาครัฐ ที่ส่งผลในการเพิ่มผลิตภาพ ลดต้นทุน และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันให้ผู้ประกอบการภายในประเทศ

ยกระดับอุตสาหกรรมไทยสู่ดิจิทัล

นายณรัฐ รุจิรัตน์ ผู้อำนวยการสถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ เปิดเผยว่า การเปิดอาคารปฏิบัติการทดสอบ 8 อย่างเป็นทางการในครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญในการเสริมสร้างโครงสร้างพื้นฐานของประเทศไทย เพื่อเตรียมรองรับการทดสอบผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีใหม่ อาทิ สายเคเบิลเส้นใยนำแสง สารทำความเย็นและวัสดุที่ผ่านการรีไซเคิล และผลิตภัณฑ์พลังงานสะอาดที่มีแนวโน้มจะถูกกำหนดเป็นมาตรฐานบังคับตามนโยบายของกระทรวงอุตสาหกรรมในอนาคต

“ในระยะต่อไป สถาบันไฟฟ้าฯ เดินหน้าสนับสนุนการยกระดับอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์มูลค่าสูงและดิจิทัล โดยศึกษา Industry Roadmap และเสนอแนวทางพัฒนาอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และโฟโตนิกส์ของไทย รวมถึงการพัฒนากำลังคนทักษะสูง การจัดทำมาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพ และการขยายบริการทดสอบด้านดิจิทัลและ Cybersecurity เพื่อรองรับผลิตภัณฑ์อัจฉริยะ เทคโนโลยี AI และอุตสาหกรรมแห่งอนาคต”

นอกจากนั้น สถาบันไฟฟ้าฯ ให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมสีเขียว โดยเตรียมขยายขอบข่ายบริการทดสอบผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีพลังงานสะอาด เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า เครื่องอัดประจุ รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า แผง Solar Cell และ Solar Inverter รวมถึงการดำเนินโครงการ Thailand Triangular Cooperation for Carbon Neutrality Capacity-Building in the Electrical and Electronics Industry in ASEAN ที่ได้รับการสนับสนุนจาก องค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของสาธารณรัฐเกาหลี หรือ KOICA เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์

อีกหนึ่งภารกิจสำคัญคือการเตรียมจัดตั้ง Green Industry Center หรือ GIC เพื่อเป็นกลไกใหม่ในการให้บริการด้านอุตสาหกรรมสีเขียวแบบครบวงจร ตั้งแต่การฝึกอบรมบุคลากร การให้คำปรึกษา การประเมินวัฏจักรชีวิตผลิตภัณฑ์ หรือ LCA การออกแบบเชิงนิเวศ หรือ Eco-design ไปจนถึงการทวนสอบ Carbon Footprint ตามมาตรฐานสากล ซึ่งจะช่วยให้ผู้ประกอบการไทยปรับตัวได้ตามกฏกติกาการค้าโลกที่อิงเกณฑ์สิ่งแวดล้อมมากขึ้น

“การจัดงานครบรอบ 28 ปี และการเปิดอาคารปฏิบัติการทดสอบ 8 ครั้งนี้ จึงเป็นอีกก้าวสำคัญของ สถาบันไฟฟ้าฯ ในการยกระดับบริการด้านมาตรฐานและการทดสอบของประเทศ พร้อมสนับสนุนอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ไทยให้เติบโตบนฐานเทคโนโลยี นวัตกรรม และความยั่งยืน ก้าวทันความต้องการของตลาดโลกในยุคดิจิทัลและเศรษฐกิจสีเขียว”

Related Posts