News
นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ครั้งที่ 11 ได้หารือและติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานของหน่วยงานต่าง ๆ ในสังกัด รวมทั้งโครงการสำคัญด้านการเกษตร อาทิ โครงการนำร่องแปลงต้นแบบการปลูกทุเรียนในสวนยางพาราภายใต้แนวคิด “1 สวน 2 รายได้ ยางอยู่ได้ ทุเรียนเติบโต” และโครงการ “นาเดียวหลายรายได้” เพื่อยกระดับการผลิตข้าวคาร์บอนต่ำและเกษตรคาร์บอนต่ำ นอกจากนี้ยังพิจารณาแนวทางขับเคลื่อนงานด้านปศุสัตว์ ได้แก่ การยกระดับศักยภาพการส่งออกโคเนื้อไทย การจัดตั้งโรงงานผลิตวัคซีนป้องกันโรคปากและเท้าเปื่อย โครงการส่งเสริมการผสมเทียมโคด้วยน้ำเชื้อสายพันธุ์ลูกผสม การจัดทำฐานข้อมูลโคเนื้อและโครงสร้างราคาโคเนื้อตลอดห่วงโซ่ ตลอดจนแนวทางการพัฒนาภาคปศุสัตว์ ทั้งนี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต สร้างมูลค่าเพิ่มสินค้าเกษตร และยกระดับเศรษฐกิจภาคการเกษตร ให้มีความเข้มแข็งและทันต่อสถานการณ์ปัจจุบัน เพื่อสร้างรายได้และเสริมสร้างความมั่นคงทางอาชีพใ
วันที่ 4 สิงหาคม 2569 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นำโดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ นโยบาย Local Growth Engine นำกลไกส่งเสริม “ศูนย์ชุมชนเกษตรรักษ์โลก” ในพื้นที่เกษตรแปลงใหญ่ ทุเรียนต้นแม่น้ำมูลโคราช เพิ่มคุณภาพกระบวนการผลิต ด้วยวิจัยและนวัตกรรม พร้อมมอบป้าย”ศูนย์ชุมชนเกษตรรักษ์โลก” ให้แก่กลุ่มเกษตรกร 9 แห่ง ในจังหวัดนครราชสีมา ร่วมด้วย รองศาสตราจารย์ ดร.ดุสิต อธินุวัฒน์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หัวหน้าโครงการวิจัย ดร.กฤติเดช อนันต์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ และคณะ พร้อมกันนี้ นายจารพัฒน์ ไตรพัฒนจันทร์ เกษตรอำเภอหนองบุญมาก นายอภินันท์ ใจรื่น ปลัดอำเภออาวุโสอำเภอหนองบุญมาก นางมนัสนันท์ ไชยนุรัตนรัตน์ ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินนครราชสีมา นายอุทัย หนูวุ่น หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต สำนักงานเกษตรจังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วยเกษตรกรในพื้นที่ ร่วมให้การต้อนรับและแลกเปลี่ยนข้อมูลการดำเนินงานเพื่อการผลิตทุเรียนคุณภาพส่งออก ณ ศาลาบ้านด่านตลอด ตำบลหนองไม้ไผ่ อำเภอหนองบุญมาก จังหวั
วันที่ 5 สิงหาคม 2569 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จัดแถลงข่าวรางวัลการวิจัยด้านสังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์และศิลปกรรมศาสตร์แห่งประเทศไทย “รางวัลธัชชา” (TASSHA Awards) ประจำปีงบประมาณ 2569 โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานในงานแถลงข่าวพร้อมด้วย คณะผู้บริหาร ผู้ทรงคุณวุฒิ วช. นักวิจัย และผู้สนใจเข้าร่วม ณ ศูนย์สารสนเทศกลางด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. เดินหน้ายกระดับการส่งเสริมงานวิจัยด้านสังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ และศิลปกรรมศาสตร์ โดยจัดให้มี “รางวัลการวิจัยด้านสังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ และศิลปกรรมศาสตร์แห่งประเทศไทย (รางวัลธัชชา)” เพื่อเชิดชูเกียรตินักวิจัย บุคคลผู้มีส่วนสำคัญในการสนับสนุนงานวิจัย และผลงานวิจัยที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์และสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม ภายใต้การขับเคลื่อนของวิทยสถานสังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ และศิลปกรรมศาสตร์แห่งประเทศไทย (TASSHA) ใน 5 สาขาหลัก ได้แก่ สุวรรณภูมิศึกษา โลกคดีศึกษา เศรษฐกิ
ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC) สวทช. ร่วมกับสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดสิงห์บุรี และภาคีเครือข่าย จัดงานสัมมนาเชิงปฏิบัติการ “พลิกฟื้นผืนดินสิงห์บุรี จากเศษชีวมวลสู่ทองคำดำแห่งเกษตรกรรมยั่งยืน” ระหว่างวันที่ 3-4 สิงหาคม 2569 เพื่อผลักดันจังหวัดสิงห์บุรีเป็นเมืองนำร่อง Low Carbon (Sing Buri Sandbox) โดยได้รับเกียรติจาก นายชีวะภาพ ชีวะธรรม สมาชิกวุฒิสภา และประธานกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วย นายวราดิศร อ่อนนุช ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี ร่วมเป็นประธานในพิธีเปิด โดยมีผู้สนใจในพื้นที่เข้าร่วมงานกว่า 100 คน โครงการนี้ดำเนินการโดย ดร.ชัญชณา ธนชยานนท์ ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยด้านสิ่งแวดล้อม และคณะนักวิจัย MTEC ภายใต้โครงการรวบรวมข้อมูลปฐมภูมิการผลิตไบโอชาร์ เพื่อจัดทำมาตรฐานคุณภาพและการกักเก็บคาร์บอนอย่างถาวรในระดับอาเซียน โดยมุ่งแก้ปัญหามลพิษฝุ่นละออง PM2.5 จากการเผาเศษวัสดุการเกษตร เช่น ฟางข้าว ใบอ้อย และผักตบชวา ควบคู่ไปกับการแก้ไขวิกฤตดินเสื่อมโทรมที่มีอินทรียวัตถุต่ำ ซึ่งเกิดขึ้นในพื้นที่เกษตรไทยกว่า 62% ภายในงานมีการนำเสนอเทคโนโลยีและกิจกรรมฝ
บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด เดินหน้ายกระดับบริการหลังการขายสู่ยุทธศาสตร์การเติบโตระยะยาว ภายใต้แนวคิด เลือกคูโบต้า คุ้มค่าไม่รู้จบ “Purchase Once, Lifetime Confidence” รองรับความท้าทายและแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของภาคเกษตรครึ่งปีหลัง 2569 พร้อมเร่งสร้าง High-Skilled Workforce ผ่านการ Up-Skill และ Re-Skill ทีมช่าง ควบคู่กับการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและ AI เพื่อยกระดับงานบริการอย่างไร้รอยต่อ มุ่งเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเกษตรกร ลดระยะเวลาหยุดทำงานของเครื่องจักร และเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของภาคการเกษตรไทย พร้อมยกระดับมาตรฐานบริการสู่ระดับสากล การันตีด้วยความสำเร็จ 2 รางวัลระดับ Gold จากเวที Asia-Pacific Stevie® Awards 2026 และ The Stevie® Awards for Sales & Customer Service 2026 นายไวพจน์ หามาลา Head of Customer Solutions บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า ภาคเกษตรไทยยังมีศักยภาพในการเติบโต สะท้อนจากเศรษฐกิจการเกษตรไตรมาสแรกปี 2569 ที่ขยายตัวร้อยละ 2.4 (สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร) อย่างไรก็ตาม เกษตรกรยังต้องรับมือกับความเสี่ยงจากความผันผวนของสภาพอากา
กรุงเทพฯ – SCULPTERRA แบรนด์ผลิตภัณฑ์สำหรับงานภูมิทัศน์ภายใต้หน่วยงาน 3DP (3D Printing) ของบริษัท เอสซีจี ซิเมนต์ จำกัด เปิดตัวแบรนด์อย่างเป็นทางการในงาน Grand Opening & Exclusive Showcase พร้อมประกาศความร่วมมือกับ Olive de Casa ผู้เชี่ยวชาญด้านต้นโอลีฟชั้นนำของประเทศไทย เพื่อพาเทคโนโลยี Robotic 3D Concrete Printing เข้าสู่ตลาด Landscape Design, Landscape Furniture และ Premium Outdoor Living ผ่านผลิตภัณฑ์คอนกรีตที่เป็นมากกว่ากระถางต้นไม้แต่เป็น “Sculptural Objects” ซึ่งช่วยเติมเอกลักษณ์ให้พื้นที่สถาปัตยกรรมและภูมิทัศน์อย่างร่วมสมัย SCULPTERRA ต่อยอดองค์ความรู้ด้าน 3D Concrete Printing ที่ทีม SCG ใช้เวลากว่า 10 ปี ในการวิจัยและพัฒนาเพื่ออุตสาหกรรมก่อสร้าง สู่โลกของงานออกแบบและการใช้ชีวิต โดยหลอมรวม Technology, Craftsmanship และ Design ผ่านกระบวนการ Digital Fabrication ซึ่งควบคุมแขนกลให้ขึ้นรูปคอนกรีตทีละชั้นอย่างแม่นยำตามแบบดิจิทัล จุดเด่นสำคัญคือการผลิตโดยไม่ต้องใช้แม่พิมพ์ จึงก้าวข้ามข้อจำกัดของวิธีหล่อแบบเดิมและเปิดโอกาสให้ดีไซเนอร์สร้างรูปทรงอิสระ พื้นผิว และรายละเอียดที่ทำได้ยา
ทุกปีมีนักเรียนจำนวนมากที่เตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัย แต่หลายคนยังไม่แน่ใจว่าจะเริ่มวางแผนอย่างไร เลือกสอบรอบไหน หรือเตรียม Portfolio แบบใดให้ตรงกับคณะในฝัน การมีข้อมูลที่ถูกต้องและการเตรียมตัวตั้งแต่เนิ่นๆ จึงเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จ โครงการ Sahapat Admission มหกรรมติวฟรีระดับประเทศ ครั้งที่ 29 ที่จัดโดยบริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) หรือ SPC โดยผลิตภัณฑ์มาม่า บิสชิน มองต์เฟลอ ริชเชส และมูลนิธิ ดร.เทียม โชควัฒนา จึงเดินหน้าจัดกิจกรรมเตรียมความพร้อมให้น้องๆ #DEK70 ผ่านการอัปเดตข้อมูลระบบ TCAS70 และเทคนิคการเตรียมตัวจากติวเตอร์ชั้นนำของประเทศ “พี่น็อต SmartMathPro-พี่เฟรนด์ OnDemand-พี่อะตอม เด็กโชว์พอร์ต” มาร่วมกันถ่ายทอดประสบการณ์และแนวทางพิชิตคณะในฝันอย่างเข้มข้น เรื่องสำคัญที่ #DEK70 ต้องรู้ ก่อนลงสนามสอบ TCAS70 หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของงาน คือการอัปเดตข้อมูลล่าสุดของระบบ TCAS70 ที่ #DEK70 ควรรู้ เพื่อให้สามารถวางแผนการสอบได้อย่างถูกต้องตั้งแต่เริ่มต้น โดย พี่น็อต SmartMathPro (ดร.ธีระยุทธ บุญมา) ได้รวบรวมสรุปประเด็นสำคัญซึ่ง DEK70 ควรรู้ ก่อนเริ่มวางแผนการสอบ ทั้งการยกเลิกการสอบด้
บริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) จำกัด เดินหน้าสานต่อพันธกิจด้านความยั่งยืน จัดกิจกรรม “LION อาสา ปลูกป่าชายเลน ประจำปี 2569” ร่วมกับพันธมิตรในนิคมอุตสาหกรรมเครือสหพัฒน์ ชุมชนในเขตเทศบาลนครแหลมฉบัง และเทศบาลนครเจ้าพระยาสุรศักดิ์ ณ ป่าชายเลนชุมชนบ้านแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี เพื่อร่วมฟื้นฟูระบบนิเวศชายฝั่งทะเล เพิ่มพื้นที่สีเขียว และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน กิจกรรมครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก นายสันติ ศิริตันหยง รองนายกเทศมนตรีนครแหลมฉบัง เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วยผู้บริหารและพนักงานจิตอาสาของบริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) จำกัด ผู้แทนบริษัทพันธมิตรในนิคมอุตสาหกรรมเครือสหพัฒน์ หน่วยงานภาครัฐ และตัวแทนชุมชน ร่วมกันปลูกต้นโกงกางและพันธุ์ไม้ป่าชายเลน ภายใต้แนวคิด “รวมพลังคนรักษ์โลก ปลูกป่าชายเลนให้โลกได้หายใจ” เพื่อฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศชายฝั่ง ซึ่งเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำที่สำคัญ ช่วยป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง และเพิ่มศักยภาพในการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ อันเป็นส่วนหนึ่งของการบรรเทาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สอดคล้องกับเป้าหมายการพั
ทุกครั้งที่เกิดวิกฤตในภาคการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ สังคมมักตั้งคำถามว่า “สาเหตุเกิดจากอะไร และใครคือผู้รับผิดชอบ” แต่คำถามที่สำคัญกว่าคือ เรากำลังเตรียมเกษตรกรให้พร้อมรับมือกับระบบการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่เปลี่ยนแปลงไปในโลกยุคใหม่แล้วหรือยัง ความจริงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คือ การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในศตวรรษที่ 21 ไม่สามารถอาศัยธรรมชาติเพียงอย่างเดียวเหมือนในอดีตได้อีกต่อไป ความเสี่ยงเพิ่มขึ้นจากโรคระบาด การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ อุณหภูมิน้ำสูงขึ้น คุณภาพน้ำที่เสื่อมโทรม การเคลื่อนย้ายของสิ่งมีชีวิตต่างถิ่น และมาตรฐานความปลอดภัยอาหารที่เข้มงวดขึ้นทั่วโลก ปัจจัยเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นแยกจากกัน แต่กำลังเปลี่ยนโครงสร้างของอุตสาหกรรมเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำทั้งระบบ ในหลายประเทศที่เป็นผู้นำด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ความสามารถในการแข่งขันไม่ได้วัดจากต้นทุนการผลิตที่ต่ำที่สุดอีกต่อไป แต่ประเมินจากความสามารถในการควบคุมความเสี่ยง ผลิตอาหารที่ปลอดภัย ใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และรักษาสิ่งแวดล้อมควบคู่กันไป สำหรับประเทศไทย ความจริงคือ ฟาร์มจำนวนไม่น้อยที่ใช้น้ำจากคลองหรือแหล่งน้ำธรรมชาติโดยตรง กำล
ทุกวันนี้ ประเทศไทยประสบปัญหาการแพร่ระบาดของ “สัตว์น้ำต่างถิ่น (Alien Species)” หลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น ปลาซักเกอร์ ตะพาบไต้หวัน ปลาดุกแอฟริกัน ปลาหมอมายัน ปลาหมอคางดำ และกุ้งเครย์ฟิช ฯลฯ การกำจัดให้หมดจากแหล่งน้ำธรรมชาติถือเป็นเรื่องยากมากเพราะสัตว์น้ำต่างถิ่นเหล่านี้ปรับตัวเก่ง แพร่พันธุ์เร็ว แย่งอาหารและที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำพื้นถิ่น ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ ทำให้ความหลากหลายทางชีวภาพลดลง ปัญหาการแพร่ระบาดของสัตว์น้ำต่างถิ่น นับเป็นบทเรียนสำคัญ ที่สังคมไทยได้ตระหนักรู้ถึงผลกระทบและความเสียหายที่เกิดขึ้นกับระบบนิเวศ ทรัพยากรสัตว์น้ำ การแก้ไขปัญหาให้สำเร็จลุล่วงไปได้ ต้องอาศัยความร่วมมือของทุกฝ่าย ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และภาคประชาชน ในการวางแผนจัดการปัญหาอย่างเหมาะสมโดยใช้มาตรการควบคุม ตรวจสอบ และเฝ้าระวัง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยเช่นนี้ในอนาคต อย่างไรก็ตาม การแก้ไขปัญหาสัตว์น้ำต่างถิ่น ไม่ควรมองเฉพาะประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมแต่เพียงอย่างเดียว ควรเชื่อมโยงถึงความมั่นคงทางอาหาร เศรษฐกิจชุมชน เพราะสัตว์น้ำบางชนิด เช่น ปลาหมอคางดำและกุ้งเครย์ฟิช ฯลฯ สามารถเปลี่ยน
Future Food Hub จัดงาน Thailand’s Next Opportunity: The Longevity & Sustainable Food Economy เพื่อเปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนองค์ความรู้และมุมมองด้าน Longevity, Future Food และ Sustainability ระหว่างผู้เชี่ยวชาญ ผู้ประกอบการ นักลงทุนและพันธมิตรในอุตสาหกรรมอาหาร สุขภาพ และบริการ โดยได้รับเกียรติจาก คุณสุภาภรณ์ อังศรีสุรพร ผู้จัดการฝ่ายบริหารโครงการอาวุโส บริษัท อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย กล่าวเปิดงาน พร้อมแนะนำทิศทางของ Food & Hospitality Thailand (FHT) ในฐานะแพลตฟอร์มสำคัญที่เชื่อมโยงผู้ประกอบการและนวัตกรรมของอุตสาหกรรมอาหารและการบริการในภูมิภาค เวทีเสวนาครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก นพ.อานนท์ อรรถาภิชาติ ผู้ก่อตั้ง GeneusDNA, ดร.จาริกา มากคช Co-Founder บริษัท Genfosis และ คุณสันติ อาภากาศ CEO & Founder บริษัท Tastebud Lab ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองด้านแนวโน้มผู้บริโภค เทคโนโลยีสุขภาพ นวัตกรรมอาหาร และโอกาสทางธุรกิจในยุค Longevity Economy ผู้ร่วมเสวนาเห็นตรงกันว่า Longevity, Future Food และ Sustainability ไม่ได้เป็นเพียงเทรนด์ของผู้บริโภคแต่กำลังกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐก
กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 โดย จังหวัดเชียงราย พร้อมด้วย สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงราย สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดพะเยา สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดแพร่ และสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดน่าน ร่วมกันจัดงาน “อุตสาหกรรมแฟร์ล้านนาตะวันออก 2026″ ระหว่างวันที่12-16 สิงหาคม 2569 เวลา 11.00-21.00 น. ณ BCC HALL ชั้น 5 เซ็นทรัลลาดพร้าว กรุงเทพฯ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างโอกาสการแข่งขันทางธุรกิจ และเพิ่มขีดความสามารถด้านการตลาดของผู้ประกอบการที่ผลิตและจําหน่ายสินค้าในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 (เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน) โดยการจัดงานจัดขึ้นภายใต้แนวความคิด “เชื่อมรากฐาน สร้างคุณค่า ต่อยอดล้านนาตะวันออกสู่อุตสาหกรรมใหม่” สะท้อนการนำ “รากฐาน” อันทรงคุณค่าของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 มาต่อยอดสู่มิติใหม่ของการพัฒนาเศรษฐกิจ โดยใช้ทุนของพื้นที่ทั้งวัฒนธรรมล้านนา ภูมิปัญญาท้องถิ่น วิถีชีวิตชาติพันธุ์ งานหัตถกรรม สินค้าเกษตรแปรรูปและอัตลักษณ์ของชุมชน มาเชื่อมเข้ากับแนวคิดการตลาดสมัยใหม่ นำนวัตกรรมเทคโนโลยีและเครือข่ายทางธุรกิจ มาสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและผู้ประกอบการอย่างเป็นรูปธรรม งาน “
วันเสาร์ที่ 1 สิงหาคม 2569 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จัดการประชุมเตรียมความพร้อมและแถลงข่าว “รวมพล! นวัตกรรมเตรียมรับมืออุทกภัย จังหวัดเชียงราย” โดยมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวถึงการนำนวัตกรรมและผลงานวิจัยมาสนับสนุนการเตรียมความพร้อมรับมืออุทกภัยในพื้นที่จังหวัดเชียงราย พร้อมด้วย นายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวถึงการบูรณาการความร่วมมือในการเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์อุทกภัยของจังหวัดเชียงราย ทั้งนี้ มี รองศาสตราจารย์ ดร.สุจริต คูณธนกุลวงศ์ ผู้อำนวยการแผนงาน (Program Director) แผนงานเป้าหมายสำคัญตามยุทธศาสตร์ ววน. ประเด็น “น้ำมั่นคง ไม่ท่วม ไม่แล้ง” ใน 10 จังหวัด วช. นางสาวเสาวนีย์ มุ่งสุจริตการ รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ คณะผู้บริหาร วช. ผู้บริหารส่วนราชการจังหวัดเชียงราย นักวิจัย เครือข่ายการใช้ประโยชน์ผลงานวิจัย และประชาชนที่สนใจเข้าร่วม ณ ศาลากลางจังหวัดเชียงราย ดร.วิภารัตน์ กล่าวว่า วช. ได้สนับสนุนการพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรมภายใต้แผนงาน “น้ำมั่นคง ไม
จากเครื่องดนตรีพื้นถิ่นภาคอีสาน กลายเป็นแบรนด์ดังนมท้องถิ่นที่สร้างความภาคภูมิใจให้กับชาวแก่นนคร เมืองขอนแก่น ภายใต้ชื่อ “แคนมิลค์” ของสหกรณ์โคนมขอนแก่น จำกัด ที่ปัจจุบันชิงส่วนแบ่งการตลาดที่แบรนด์ใหญ่ต้องจับตา “แคนเป็นเครื่องดนตรีพื้นบ้านเก่าแก่ของภาคอีสาน เราก็เอามาใช้เป็นแบรนด์นมสหกรณ์ ทำให้จำได้ง่าย เพราะแคนเป็นที่รู้จักกันดีอยู่แล้ว” นางบุษกร เถื่อนสมบัติ ผู้จัดการสหกรณ์โคนมขอนแก่น จำกัด เผยที่มาแบรนด์ “แคนมิลค์” เธอเผยจุดเด่นของแบรนด์นมแคนมิลค์ ว่าผลิตจากนมโคแท้จากฟาร์มเกษตรสมาชิก 100% ผ่านสโลแกน “อร่อยทุกที นมดีมีประโยชน์ ต้องแคนมิลค์” แม้จะสู้นมแบรนด์ใหญ่ไม่ได้ในเรื่องค่าการตลาด แต่ก็ได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภค โดยเฉพาะประชาชนชาวขอนแก่นนิยมบริโภคนมแคนมิลค์ เพราะเขามั่นใจในวัตถุดิบว่าผลิตจากนมโคแท้ 100% “อย่างไปวางในห้างเซนโทซ่า ซึ่งเป็นห้างท้องถิ่นเก่าแก่ในเมืองขอนแก่น มันจะวางคู่กันกับแบรนด์ใหญ่ๆ เชื่อไหมว่าถ้าเป็นคนขอนแก่นก็จะหยิบนมเราก่อน เพราะเขาชื่อมั่นในแบรนด์แคนมิลค์” ผู้จัดการสหกรณ์โคนมฯ คนเดิมเผย นางบุษกร กล่าวต่อว่า ปัจจุบันสหกรณ์ผลิตแต่นมพาสเจอไรซ์ ไม่มียูเอชที โด
คุณค่าของวิทยาศาสตร์ไม่ได้อยู่ที่การยืนยันความเชื่อของฝ่ายใด หากอยู่ที่กระบวนการซึ่งเปิดเผย ตรวจสอบได้ และพร้อมให้ผู้อื่นพิสูจน์ซ้ำ ภายใต้มาตรฐานเดียวกัน หลักการดังกล่าวมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการประเมินงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับประเด็นสาธารณะ ซึ่งผลการศึกษาอาจส่งผลต่อการกำหนดนโยบาย การตัดสินใจของสังคม และความเชื่อมั่นต่อสถาบันต่างๆ ในหลายกรณี ความเห็นของสังคมอาจเกิดขึ้นและมีข้อสรุปก่อนที่ข้อเท็จจริงทั้งหมดจะมีข้อมูลเชิงประจักษ์ แต่หน้าที่ของวิทยาศาสตร์ไม่ใช่การยืนยันความเชื่อหรือสร้างความพึงพอใจให้ฝ่ายใด หากแต่เป็นการสร้างองค์ความรู้จากวิธีการที่ตรวจสอบได้ ทำซ้ำได้ และเปิดให้ผู้เชี่ยวชาญวิพากษ์อย่างเป็นอิสระ ด้วยเหตุนี้ การประเมินงานวิจัยจึงควรเริ่มจากการพิจารณาวิธีการ ไม่ใช่ตัวผู้ให้ทุนหรือผลลัพธ์ที่สอดคล้องกับความเชื่อของเรา ประเด็นแรกที่ควรตรวจสอบคือ กระบวนการทางวิชาการในการวิจัยเป็นไปตามมาตรฐานสากลหรือไม่ มีการอธิบายขั้นตอนอย่างโปร่งใส เปิดเผยข้อมูลและวิธีวิเคราะห์เพียงพอให้ผู้อื่นตรวจสอบหรือทำซ้ำได้หรือไม่ และได้รับการประเมินโดยผู้ทรงคุณวุฒิก่อนการตีพิมพ์หรือไม่ คำถามเหล่านี้มีความส
นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า “ชารางแดงเกาะเกร็ด” ผลิตจากใบของต้นรางแดง พืชประจำถิ่นที่เจริญเติบโตได้ดีในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี โดยนำมาผ่านกรรมวิธีแปรรูปและคั่วชาตามภูมิปัญญาของชาวไทยเชื้อสายมอญในเกาะเกร็ดที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน มีการคัดเลือกวัตถุดิบอย่างพิถีพิถัน ทำให้ได้ชาที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทั้งด้านสี กลิ่น และรสชาติ ซึ่งสะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างภูมิปัญญาท้องถิ่นกับสภาพแวดล้อมทางภูมิศาสตร์ได้อย่างชัดเจน ความโดดเด่นของ “ชารางแดงเกาะเกร็ด” เกิดจากปัจจัยทางธรรมชาติของจังหวัดนนทบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ราบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา มีชั้นดินเหนียวเนื้อละเอียดและดินร่วนซุยที่อุดมด้วยแร่ธาตุจากตะกอนที่น้ำพัดพา ประกอบกับสภาพอากาศร้อนชื้นและมีฝนตกตลอดปี แม้พื้นที่ส่วนใหญ่จะประสบปัญหาน้ำท่วมขัง แต่ต้นรางแดงซึ่งเป็นพืชท้องถิ่นสามารถเจริญเติบโตได้ดี ให้ใบที่มีคุณภาพและกิ่งข้ออวบใหญ่ เมื่อนำมาผ่านกรรมวิธีแปรรูปดั้งเดิม ทั้งการผึ่งอบไล่ความชื้นและคั่วในอุณหภูมิที่เหมาะสม ชงกับน้ำร้อนจะได้ชาสีเหลืองทองถึงสีเหลืองอำพันใส มีกลิ่นหอม รสชาติกลมกล่อม หอมหวานอ่อนๆ ติดปลายลิ้น ไม่ฝ
บริษัท ดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด นำโดย นายชูโชค ศิวะคุณากร กรรมการผู้จัดการใหญ่ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและพนักงาน เตรียมร่วมออกบูธจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ดอยคำ ภายในงาน “โครงการหลวง 57” ภายใต้แนวคิด “พรรณพืชพระราชทาน สืบสาน รักษา ต่อยอด จากดอยสู่เมือง : The Blooming Legacy of Royal Flora” เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี พร้อมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ผู้ทรงก่อตั้งมูลนิธิโครงการหลวง และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงมีพระราชกรณียกิจในการสนับสนุนการดำเนินงานของมูลนิธิโครงการหลวงอย่างต่อเนื่อง โดยงานจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1-12 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพมหานคร ภายในงาน ดอยคำ จะนำเสนอผลิตภัณฑ์ภายใต้แนวคิด “สืบสานจากพื้นที่สูง ต่อยอดสู่พื้นที่ราบลุ่ม” ซึ่งสะท้อนการสานต่อแนวพระราชดำริด้านการพัฒนาการเกษตร ด้วยการต่อยอดองค์ความรู้จากการพัฒนาพื้นที่สูง สู่การขยายผลในพื้นที่ราบลุ่ม เพื่อเพิ่มโอกาสทางการเกษตร สร้างรายได้
บริษัท ดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด และสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ ร่วมลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOU) ด้านการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ เพื่อยกระดับองค์ความรู้ด้านอาหาร โภชนาการ และวิทยาศาสตร์การแพทย์ สู่การสร้างนวัตกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อการส่งเสริมสุขภาพของประชาชนไทย พร้อมมอบเงินบริจาคจำนวน 1,000,000 บาท จากโครงการ Drink to Share เพื่อสนับสนุนการรักษาผู้ป่วยยากไร้ของสถาบันมะเร็งแห่งชาติ พิธีลงนามจัดขึ้นเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2569 ณ ห้องประชุมสมชาย สมบูรณ์เจริญ ชั้น 5 อาคารดำรงนิราดูร สถาบันมะเร็งแห่งชาติ โดยมี เรืออากาศเอก นายแพทย์สมชาย ธนะสิทธิชัย ผู้อำนวยการสถาบันมะเร็งแห่งชาติ และ นายชูโชค ศิวะคุณากร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด เป็นผู้ลงนามในบันทึกความร่วมมือ ความร่วมมือครั้งนี้มุ่งบูรณาการองค์ความรู้ด้านการแพทย์ งานวิจัย และวิทยาศาสตร์อาหาร เข้ากับประสบการณ์ของดอยคำในการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากผลผลิตทางการเกษตร เพื่อศึกษาวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มที่มีคุณภาพ ปลอดภัย และมีข้อมูลทางวิชาการรองรับ รวมถึงส่งเสริมการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ การพัฒนา
นายชยันต์ เมืองสง เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กล่าวว่า นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ได้แสดงความห่วงใยต่อสถานการณ์น้ำในหลายด้าน โดยเฉพาะภาวะฝนทิ้งช่วงและเอลนีโญในปีนี้ ได้กำชับให้ สทนช. บูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่ง ขับเคลื่อนมาตรการรับมือฤดูฝน ปี 2569 แบบเชิงรุก เพื่อป้องกันและลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งนี้ สทนช. ได้นำ ‘9 มาตรการรับมือฤดูฝน’ ที่คณะรัฐมนตรีรับทราบเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2569 มาขับเคลื่อนเชิงรุก รับมือกับสภาวะเอลนีโญช่วงปลายปี 2569 จนถึงกลางปี 2570 โดยมุ่งเป้าแก้ปัญหาทั้งความเสี่ยงจากน้ำท่วมและภัยแล้งจากฝนทิ้งช่วงไปพร้อมๆ กัน โดยบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดังนี้ นอกจากนี้ รองนายกฯ ยังได้เน้นย้ำ การบูรณาการแบบมีส่วนร่วม โดยเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการวางแผนบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ ทั้งในระดับพื้นที่และระดับลุ่มน้ำ เพื่อให้การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภัยพิบัติด้านน้ำที่มีความไม่แน่นอนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและได้ตรงจุดที่สุด
กรุงเทพมหานคร เตรียมปรับปรุงอัตราการจัดเก็บภาษีใหม่ ที่ดินประเภทเกษตรกรรม กลุ่มปลูกกล้วย มะนาว มะพร้าว ใจกลางกรุงเทพฯ เตรียมจ่ายเพิ่ม หลังพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. 2562 ประกาศใช้มาร่วม 7 ปี โดยจะเสนอสภา กทม. ขอปรับเพิ่มอัตราละ 0.02% จากปัจจุบันเสียภาษีในอัตรา 0.01-0.1% จะเป็นในอัตรา 0.03-0.12% หรือจากล้านละ 100 บาท เป็นล้านละ 300 บาท ที่ดินเกษตรกรรมเป็นบุคคลธรรมดา มูลค่า 0-50 ล้านบาท จะได้รับยกเว้นภาษีมูลค่า 50-125 ล้านบาท จากเดิมเสียภาษีในอัตรา 0.01% เป็น 0.03%มูลค่า 125-150 ล้านบาท จากเดิมเสียภาษีในอัตรา 0.03% เป็น 0.05%มูลค่า 150-550 ล้านบาท จากเดิมเสียภาษีในอัตรา 0.05% เป็น 0.07%มูลค่า 550-1,050 ล้านบาท จากเดิมเสียภาษีในอัตรา 0.07% เป็น 0.09%มูลค่า 1,050 ล้านบาทขึ้นไป จากเดิมเสียภาษีในอัตรา 0.1% เป็น 0.12%… อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : https://www.khaosod.co.th/special-stories/news_10335411 ที่ดินเกษตรกรรมเป็นนิติบุคคล มูลค่า 0-75 ล้านบาท จากเดิมเสียภาษีในอัตรา 0.01% เป็น 0.03%มูลค่า 75-100 ล้านบาท จากเดิมเสียภาษีในอัตรา 0.03% เป็น 0.05%มูลค่า 100-500 ล้านบาท จากเดิมเ
