ประมง
คุณดิชา นุวงษ์วรรณ์ อยู่บ้านเลขที่ 68/1 หมู่ที่ 3 ตำบลวังน้ำเย็น อำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรีจากพนักงานโรงงานได้ค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท เกิดความคิดไม่อยากเป็นลูกจ้างไปตลอดชีวิต จึงมองหาอาชีพที่คิดว่าเป็นนายตัวเอง มีรายได้ที่แน่นอน มีความสนใจที่จะเลี้ยงปลาในบ่อดิน เริ่มต้นก่อนที่จะเลี้ยงปลาหมอ คุณดิชา เล่าว่า ศึกษาทุกอย่างที่เกี่ยวกับปลาหมอ ไม่ว่าจะหาหนังสือมาอ่าน ตลอดจนศึกษาหาความรู้จากเว็บไซต์ต่างๆ ที่สามารถนำมาปรับใช้กับสิ่งที่คุณดิชาจะลงมือทำ เพราะเชื่อว่าการศึกษาหาความรู้ก่อนลงมือปฏิบัติสำคัญมาก ต้องให้รู้ทั้งข้อดีและข้อเสีย ตลอดจนวิธีการต่างๆ เพื่อให้เกิดความเสียหายน้อยที่สุด เพราะเงินทุนที่ใช้ต้องให้เกิดประโยชน์สูงสุด มิเช่นนั้นจะกลายเป็นขาดทุน และเพิ่มหนี้สินได้ หากไม่คิดให้รอบคอบ (ซ้าย) คุณดิชา นุวงษ์วรรณ์ คุณดิชา เล่าว่า เมื่อศึกษาหาข้อมูลพอสมควร จึงลงมือปฏิบัติ โดยขั้นตอนแรกสำรวจพื้นที่ที่บ้าน ว่าต้องการขุดบ่อสำหรับเลี้ยงปลาหมอตรงบริเวณไหน เริ่มแรกเดิมทีคุณดิชาทดลองเลี้ยงเพียง 1 บ่อ แต่ตอนนี้ขุดเพิ่มอีก 2 บ่อ รวมตอนนี้มีทั้งหมด 3 บ่อ บ่อที่ขุดสำหรับเลี้ยงปลาหมอ อยู่ที่ขนาด
คุณสมใจ ไวทยกุล อยู่บ้านเลขที่ 4 หมู่ที่ 5 ตำบลบึงชำอ้อ อำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี หญิงวัยเกษียณที่มากด้วยความสุข จากสิ่งที่เธอทำ คือ การเลี้ยงปลาซึ่งภายใน 1 บ่อ จะปล่อยปลามากกว่า 3 ชนิด ปลาสามารถเจริญเติบโตได้ดี การเลี้ยงของเธอทำให้อัตราการรอดของปลาค่อนข้างสูง เน้นให้อาหารที่หาได้จากชุมชนและที่สำคัญเมื่อปลาโตจำหน่ายได้ราคา คุณสมใจ เล่าให้ฟังว่า ไม่คิดไม่ฝันว่าชีวิตจะได้มาเลี้ยงปลาแบบที่เป็นอยู่ เนื่องจากก่อนหน้านี้ดำรงชีวิตเป็นแม่บ้าน แต่เนื่องจากพี่ชายของเธอมาขอยืมที่ดินเพื่อเลี้ยงปลา ต่อมาพี่ชายเสียชีวิตเธอจึงได้หันมาประกอบอาชีพนี้โดยตรง “ช่วงแรกประมาณปี 54 หลังจากที่ต้องมาเลี้ยงต่อจากพี่ชาย ช่วงนั้นไม่ค่อยรู้เรื่องอะไรมากนัก ปลาก็จะต้องหากินเอง เรียกง่ายๆ ว่า ยังไม่มีความพร้อมทำด้านนี้มากนัก พออายุปลาครบกำหนดจำหน่ายได้ก็ให้เขามาจับไปทั้งบ่อ คราวนี้เราก็เลยเริ่มที่จะมาทำด้านนี้เต็มตัว โดยเริ่มตั้งแต่เรียนรู้ด้วยตัวเอง ตั้งแต่เริ่มปล่อยลูกปลาขนาดเล็กๆ ไปเลย” คุณสมใจ เล่าถึงความเป็นมา เมื่อคิดที่จะทำสัมมาอาชีพนี้อย่างจริงจัง การศึกษาหาความรู้จึงเป็นสิ่งที่สำคัญ คุณสมใจ บอกว่า จึงเข
คุณชาญ บัววิเชียร หรือที่ทุกคนเรียกแกว่า ลุงชาญ อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 150 หมู่ที่ 1 ตำบลบางพลับ อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นเกษตรกรที่เพาะพันธุ์ปลาช่อนมามากกว่า 20 ปี โดยรับซื้อลูกพันธุ์จากชาวบ้านที่ไปช้อนมาจากแหล่งน้ำธรรมชาติในอำเภอสองพี่น้อง และลุงชาญก็นำมาอนุบาลต่อ เป็นงานที่สร้างรายได้ให้กับครอบครัว รวมทั้งประชาชนทั่วไปอีกด้วย ลุงชาญ ชายผู้มากด้วยรอยยิ้มและมีอารมณ์ขัน เล่าให้ฟังว่า เริ่มแรกเดิมทีตนมีอาชีพเป็นช่างตัดผมอยู่ที่กรุงเทพมหานคร เมื่อทำมาได้ระยะหนึ่งรายได้ที่หาได้ไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่าย จึงได้หยุดอาชีพนั้นกลับมาทำงานอยู่ที่ต่างจังหวัด คือ สุพรรณบุรี “ช่วงนั้นเป็นช่างตัดผมอยู่แถวรามคำแหง เงินที่ได้รับไม่ค่อยพอ เลยตัดสินใจเป็นช่างตัดผม กลับมาอยู่บ้านต่างจังหวัดน่าจะดีกว่า ก็มาเป็นลูกจ้างทั่วไป ยิงนกตกปลาตามแต่จะทำอะไรของชนบทที่ทำได้ จนกระทั่งวันหนึ่งได้รู้จักกับคนที่เลี้ยงปลาช่อน เราก็ได้ศึกษาการเลี้ยงและทดลองเลี้ยง ก็ประสบผลสำเร็จดีมาก ปลาได้น้ำหนักดีกว่าที่คิด จึงเป็นจุดเริ่มต้นให้มายึดอาชีพด้านนี้” คุณชาญ บอก ต่อมาประมาณปี 2533 ได้มีแนวคิดริเริ่มทดลองผลิตลูกเพาะปล
จังหวัดกาญจนบุรี เป็นพื้นที่ราบและเทือกเขา มีภูเขาที่ทอดตัวตั้งขนานกับเส้นพรมแดนประเทศพม่า มีความยาวพรมแดน 460 กิโลเมตร เมื่อเอ่ยถึงจังหวัดกาญจนบุรี สิ่งที่ทุกคนนึกถึงคงจะหนีไม่พ้น การท่องเที่ยวพักผ่อนแบบสบายๆ ท่ามกลางธรรมชาติในบริเวณภูเขาใหญ่น้อยทั้งหลาย เพราะภูมิทัศน์ยังมีความหลากหลาย จึงนับว่ายังเป็นจังหวัดที่มีแหล่งป่าไม้ที่เป็นทรัพยากรสำคัญ ที่เป็นแหล่งเกิดธารน้ำ และห้วยเล็กๆ ไหลมาบรรจบเป็นแม่น้ำ 3 สายที่สำคัญ คือ แม่น้ำศรีสวัสดิ์ หรือแควใหญ่ แม่น้ำไทรน้อย หรือแควน้อย และแม่น้ำแม่กลอง คุณเทียมศักดิ์ สง่ากชกร อยู่บ้านเลขที่ 5/9 หมู่ที่ 1 ตำบลเขาน้อย อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี ได้ใช้ประโยชน์จากแม่น้ำแม่กลอง เลี้ยงปลากระชัง เพราะบริเวณแห่งนี้ยังมีน้ำที่สะอาดเหมาะสมกับการประกอบอาชีพด้านการประมง คุณเทียมศักดิ์ เล่าให้ฟังว่า ก่อนที่จะริเริ่มเลี้ยงปลากระชังนั้น ได้ทำการเกษตรด้านปศุสัตว์มาก่อน จากนั้นประมาณปี 2540 จึงมีความสนใจที่อยากจะเลี้ยงปลา จึงได้ตัดสินใจมาเลี้ยงปลาในกระชังอย่างที่ตั้งใจไว้ “เริ่มแรกเดิมทีผมเลี้ยงโคนม พอลูกชายผมเรียนจบ ก็เลยให้เขาทำโคนมไป ผมก็มาทดลองเลี้ยงปลา สมัย
คุณอรุณ ขันโคกสูง อยู่บ้านเลขที่ 39 หมู่ที่ 4 ตำบลหมื่นไว อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา เป็นอีกหนึ่งเกษตรกรที่เลี้ยงปลาดุกบิ๊กอุยจนประสบผลสำเร็จ นับว่าเป็นงานสร้างรายได้ให้กับเขาได้เป็นอย่างดี และยังเป็นแหล่งเรียนรู้การเลี้ยงที่บอกสอนให้กับผู้ที่สนอยากมีอาชีพอีกด้วย คุณอรุณ เล่าให้ฟังว่า สมัยก่อนมีอาชีพเป็นช่างอู่ซ่อมรถมากว่า 10 ปี ซึ่งมีความคิดอยากมองหาอาชีพอื่นอยู่ในใจเสมอ จึงได้ทดลองเลี้ยงปลาสวยงามในระยะหนึ่ง จนสามารถจำหน่ายลูกพันธุ์ได้ แต่ก็ไม่ได้ทำเป็นอาชีพอย่างจริงจังมากนัก จึงมีแนวคิดต่อไปว่าควรทำอะไรที่มีรายได้ดีกว่านี้ ที่เป็นงานที่สร้างรายได้ให้กับเขาได้แบบยั่งยืน “ช่วงนั้นระหว่างที่ดูรายการทางโทรทัศน์ มีการพูดถึงเรื่องเลี้ยงปลาดุกบิ๊กอุย ก็เลยจดเบอร์โทรศัพท์เจ้าของฟาร์มไว้ แล้วติดต่อขอไปดูที่เขาเลี้ยงจริงๆ ว่าเขาทำอะไรบ้าง เมื่อเห็นก็คิดว่ามันก็ดีนะ ต้องลองทำน่าจะเป็นอาชีพที่ดี เพราะเห็นเขาทำเป็นล้ำเป็นสันเป็นอาชีพได้ จึงเกิดความคิดที่จะมาลองเลี้ยงดูบ้าง โดยเริ่มจากทีละเล็กละน้อยก่อน” คุณอรุณ เล่าถึงความเป็นมา ในช่วงแรกนั้นทดลองเลี้ยงประมาณ 4 บ่อ เมื่อปลาดุกบิ๊กอุยถึงช่วงอายุ
ข้าราชการจำนวนไม่น้อยใช้เวลาว่างและวันหยุดทำอาชีพเสริมและงานอดิเรกที่ตัวเองชื่นชอบ ซึ่งนอกจากจะมีความสุขแล้ว ยังมีรายได้เพิ่มขึ้นอีกด้วย อย่าง คุณสัญชัย มัดดา วัย 41 ปี หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า “บังมัด” เป็นข้าราชการสังกัดสำนักงานการศึกษาเอกชนจังหวัดยะลา อยู่บ้านเลขที่ 41/13 หมู่ที่ 7 ตำบลสะเตงนอก อำเภอเมือง จังหวัดยะลา ใช้บริเวณบ้านเลี้ยงกุ้งฝอยนา ขายพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ มีรายได้หลักหมื่นต่อเดือน โดยส่งขายไปทั่วประเทศผ่านทางออนไลน์ ซึ่งเขาได้เปิดเพจชื่อ นาวาฟาร์มกุ้งฝอย ไว้คอยบริการลูกค้า เลี้ยงง่าย ลงทุนน้อย คุณสัญชัย มัดดา (บังมัด) เล่าที่มาที่ไปของการเลี้ยงกุ้งฝอยนาให้ฟังว่า ได้แรงจูงใจมาจากคุณพ่อ เพราะตั้งแต่เด็กๆ ตอนอยู่ กทม. เห็นคุณพ่อเลี้ยงปลาสวยงามส่งขายตลาดนัดสวนจตุจักร มีรายได้ ซึ่งตอนนั้นก็ช่วยคุณพ่อเลี้ยงด้วย คุณพ่อจะสอนให้ทำทุกอย่าง จนกระทั่งมีความชอบสัตว์น้ำมาตั้งแต่เด็กๆ พอมาอยู่จังหวัดยะลา การเลี้ยงปลาสวยงามแบบคุณพ่ออาจจะมีปัญหาเรื่องการขนส่ง พี่ชายเลยแนะนำให้เลี้ยงกุ้งฝอย เนื่องจากมองว่ามีความรู้พื้นฐานเรื่องการเลี้ยงสัตว์น้ำอยู่แล้ว และไม่ต้องใช้เวลาดูแลมากนัก จึงเริ
คุณธนาวดี ศรีมันตะ อยู่บ้านเลขที่ 74 หมู่ที่ 7 บ้านหนองแคน ตำบลนาโส่ อำเภอกุดชุม จังหวัดยโสธร อดีตพนักงานลูกจ้างสหกรณ์ สร้างชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นจากการใช้โอกาสที่มี เรียนรู้โครงการสร้างอาชีพต่างๆ ที่ทางสหกรณ์ได้จัดขึ้นเพื่อให้ความรู้กับสมาชิก จนกระทั่งปี 2559 ได้ตัดสินใจเข้าร่วมโครงการลดพื้นที่ทำนา 5 ไร่ ตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ เนื่องจากพื้นที่ไม่เหมาะสมกับการทำนา แห้งแล้ง น้ำไม่พอใช้ จึงตัดสินใจจ้างรถแบ๊กโฮมาขุดบ่อเลี้ยงปลาแทน โดยมีประมงจังหวัด ประมงอำเภอ เข้ามาช่วยเหลือ จัดอบรมให้ความรู้ตั้งแต่ขั้นตอนการเลี้ยงไปจนถึงขั้นตอนการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ทั้งปลาส้ม ปลาแดดเดียว และปลา 3 รส จนสามารถนำมาประกอบอาชีพได้ เมื่อเรียนรู้จนเกิดความชำนาญจึงอาสาตัวเองเป็นประมงอาสาเมื่อปี 2561 จุดประสงค์เพื่อส่งเสริมสมาชิกสหกรณ์ได้มีอาชีพ มีรายได้ไปจุนเจือครอบครัว เทคนิคเลี้ยงปลาตะเพียน-ปลานิล แบบอินทรีย์ ต้นทุนต่ำ ปลาโตดี หลังจากเข้าร่วมโครงการลดพื้นที่ทำนา คุณธนาวดีก็เริ่มขุดบ่อทดลองเลี้ยง โดยทางประมงจังหวัดได้มอบพันธุ์ปลาให้ 6,000 ตัว ต่อ 1 บ่อ แต่ด้วยความที่มีพื้นที่เยอะลูกปลาไม่พอจึงมีคว
คำว่า “ความจนมันน่ากลัว” คงนำมาใช้ได้กับทุกยุคทุกสมัย จึงทำให้หลายๆ คน ขยันหมั่นเพียรในการทำงานเพื่อเก็บออมเงิน สร้างอนาคตให้กับตนเองหรือส่งต่อความมั่นคงทางสถานะครอบครัวให้กับลูกหลานต่อไป อย่างเช่น เกษตรกรทางการเกษตรก็เช่นเดียวกัน สร้างอาชีพเพื่อให้เกิดรายได้และมีเงินออม มีรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืนโดยที่ไม่ต้องทิ้งบ้านเกิดเพื่อเข้าไปทำงานยังเมืองใหญ่ แต่สามารถทำกินอยู่บนที่ดินของตนเองได้อย่างมีความสุข คุณวันเพ็ญ เริงฮัง อยู่บ้านเลขที่ 42 หมู่ที่ 6 ตำบลทับกุง อำเภอหนองแสง จังหวัดอุดรธานี เป็นเกษตรกรตัวอย่างที่สู้ชีวิต ด้วยการทำอาชีพทางการเกษตรที่มั่นคงให้กับตนเอง ด้วยการเลี้ยงกบจำหน่าย ทำการเรียนรู้และศึกษาการผสมพันธุ์ต่างๆ จึงทำให้กบที่เธอเลี้ยงสร้างรายได้ และเป็นอาชีพที่มั่นคงให้กับเธอมาจนถึงทุกวันนี้ คุณวันเพ็ญ เล่าว่า สมัยก่อนทำอาชีพรับจ้างทุกอย่าง ไม่ว่าใครจ้างทำอะไรก็ทำหมด ตั้งแต่การเป็นกรรมกรก่อสร้างเพื่อให้ได้เงินมาเลี้ยงลูกจำนวน 2 คนให้ได้อยู่สุขสบาย เมื่อเก็บเงินออมได้ก้อนหนึ่งจึงได้ตัดสินใจซื้อรถเพื่อไปออกจำหน่ายหนังสือตามงานต่างๆ ก็เริ่มรู้สึกเหนื่อยกับการค้าขาย เพราะต้องเดิ
คุณนรินทร์ศักดิ์ พัวตระกูล อยู่บ้านเลขที่ 11/3 หมู่ที่ 6 ตำบลพันลาน อำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ เป็นเกษตรกรผู้เลี้ยงและเพาะพันธุ์ปลาที่มากด้วยประสบการณ์ โดยที่เขาเห็นถึงช่องทางการทำตลาด จึงได้นำปลากะพงมาเลี้ยงภายในฟาร์ม จึงทำให้สามารถจำหน่ายได้ราคาเพราะสามารถกำหนดในเรื่องของต้นทุนได้ จึงเป็นอาชีพที่สร้างรายได้ให้กับเขาได้เป็นอย่างดี คุณนรินทร์ศักดิ์ เล่าให้ฟังว่า ครอบครัวมีอาชีพทำการประมงมาตั้งแต่สมัยคุณพ่อ โดยท่านเป็นผู้ริเริ่มทางสายงานนี้ให้กับครอบครัว เมื่อเขาได้เห็นหลายๆ สิ่งตั้งแต่ยังเป็นเด็ก อาชีพทางประมงจึงเป็นอาชีพที่อยู่ในสายเลือด ทำให้ตัดสินใจเรียนต่อทางด้านการประมงโดยเฉพาะ เพื่อจะได้นำวิชาความรู้มาพัฒนาธุรกิจของครอบครัวต่อไป “ผมจบเกี่ยวกับการประมงที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จึงได้รับความรู้มากมายมาปรับใช้ ในสิ่งที่เราคิดและสงสัยในตอนที่เราเป็นเด็ก ที่มันคาอยู่ในใจ ก็ได้นำความรู้ที่เรียนมาทดลองในสิ่งที่สงสัย จนทำให้เรากระจ่างในเรื่องอื่นๆ เพราะช่วงนั้นที่บ้านก็เพาะพันธุ์ปลาสวาย และก็ปลาอื่นๆ อีกหลายชนิด พอผมว่าทำเองก็จะเน้นไปที่ปลากะพงส่วนใหญ่ โดยนำมาปรับเลี้ยงในน้ำจืด ภายในกร
คุณธนัทธร กาญจนพิศาล หรือ คุณนิก อยู่บ้านเลขที่ 92 หมู่ที่ 11 ตำบลวัดแก้ว อำเภอบางแพ จังหวัดราชบุรี เกษตรกรรุ่นใหม่ไฟแรงที่มองเห็นอนาคตช่องทางการสร้างรายได้และการต่อยอดจากปลาสลิด มองว่าอาชีพเกษตรกรเป็นอาชีพที่น่าสนใจ โดยเริ่มจากการเลี้ยงเพื่อขายเป็นปลาสด ต่อมามีการศึกษาการตลาดเพิ่มขึ้น เห็นว่าตลาดสินค้าแปรรูปจากปลาสลิดค่อนข้างไปได้ดี และการเกษตรกับอุตสาหกรรมเป็นของคู่กันอยู่แล้ว ซึ่งในอนาคตปลาสลิดราคาอาจจะตก แต่ถ้านำมาแปรรูปก็จะเป็นการชดเชยและต่อยอดรายได้ขึ้นมา การเลี้ยงปลาสลิด ให้ได้คุณภาพ เพื่อนำมาแปรรูป ต้องใส่ใจทุกขั้นตอน คุณนิก เล่าว่า ตนเองเริ่มเลี้ยงปลาสลิดมานานกว่า 7 ปี ช่วง 3 ปีแรกเลี้ยงเพื่อขายเป็นปลาสดเพียงอย่างเดียว เริ่มมามีการแปรรูปตอนช่วง 4 ปีหลังมานี้ โดยการเลี้ยงของที่ฟาร์มจะแบ่งเลี้ยงทั้งหมด 6 บ่อ ขนาดของแต่ละบ่อไม่เท่ากัน มีตั้งแต่ขนาด 7-20 ไร่ ต่อบ่อ และมีการทดลองเลี้ยงปลามาหลายรูปแบบ ทั้งเลี้ยงแบบหนาแน่น เลี้ยงแบบเบาบาง จนได้ค้นพบวิธีเลี้ยงแบบพอดีๆ ปลาอยู่สบาย คือประมาณ 1-1 ตันครึ่ง ต่อไร่ วิธีการคำนวณ ปริมาณการปล่อยปลา 1 บ่อ ต้องคำนวณต่อไร่ และคำนวณอัตรารอด และอ
