ประมง
ปลาสวาย เป็นปลาน้ำจืดขนาดใหญ่ที่พบได้ทั่วไปในประเทศไทย ผิวหนังเรียบ ไม่มีเกล็ด ลำตัวเรียวยาว ลักษณะลำตัวด้านข้างค่อนข้างอวบกลม ปากกว้างทู่มีหนวดสั้นๆ ส่วนปลายหางยาวและเว้าลึกเป็นแฉก ส่วนหลังของตัวปลาสวายมีสีเข้มกว่าด้านท้อง ลักษณะเพศผู้จะมีท้องเรียบไม่นูน พื้นท้องแข็งกว่าเพศเมีย ส่วนตัวเมียมีลักษณะเพศที่สังเกตได้ชัดกว่าเพศผู้ คือมีส่วนท้องอูมเป่งกลมนูนออกมาเห็นได้ชัด จะวางไข่ตามแหล่งน้ำธรรมชาติ ในช่วงเดือนมีนาคม-พฤษภาคม นอกจากจะเป็นปลาที่อยู่ตามแหล่งน้ำธรรมชาติแล้ว ยังนิยมเลี้ยงในบ่อดินและในกระชังอีกด้วย เพราะเป็นปลาที่เลี้ยงง่าย กินง่าย เจริญเติบโตได้เร็ว เนื้อของปลาสวายมีรสชาติอร่อย ยังถือว่าเป็นที่ต้องการของตลาด จังหวัดที่นิยมเลี้ยงปลาสวาย ได้แก่ จังหวัดอุทัยธานี และจังหวัดนครสวรรค์ มีทั้งเลี้ยงในกระชังขนาดใหญ่เรียงอยู่ตามริมฝั่งแม่น้ำ และบ่อดินขนาดใหญ่ จึงถือว่าเป็นปลาที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจอีกชนิดหนึ่ง ในเขตพื้นที่ที่ไม่ห่างจากกรุงเทพมหานครมากนัก ยังมีพื้นที่เลี้ยงปลาสวายในบ่อดินสร้างรายได้อย่างเป็นล่ำเป็นสันให้กับเกษตรกรรายนี้ได้เป็นอย่างดี สถานที่แห่งนี้ตั้งอยู่ หมู่ที่ 10 ตำบลลา
เกาะยอ เป็นเกาะเล็กๆ ที่อยู่ในทะเลสาบสงขลา มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 9,275 ไร่ โดยพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ไหล่เขาและที่ราบตามเชิงเขา ซึ่งบนเกาะยอจะมีการปลูกไม้ผลหลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น ส้มโอ มะพร้าว ขนุน ซึ่งผลไม้ที่มีชื่อเสียงของเกาะยอ คือ จำปาดะ เป็นญาติขนุนแต่ผลเล็กกว่า ซึ่งรสชาติก็อร่อยไม่แพ้ผลไม้ชนิดอื่นเลยทีเดียว นอกจากจะมีการปลูกไม้ผลบนเกาะยอแล้ว บริเวณรอบชายฝั่งก็ได้มีการทำประมงด้วยเช่นกัน โดยชาวบ้านในแถบนี้จะนิยมเลี้ยงปลากะพง จึงถือได้ว่าเป็นปลาเศรษฐกิจของที่นี่ก็ว่าได้ ทำให้เกษตรกรมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นจากการเลี้ยงปลากะพง เหมือนเช่น คุณวันเพ็ญ สายชนะพันธ์ อยู่บ้านเลขที่ 40 หมู่ที่ 9 ตำบลเกาะยอ อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา สืบทอดการเลี้ยงปลากะพงจากรุ่นคุณพ่อมาเป็นเวลากว่า 15 ปีเลยทีเดียว คุณวันเพ็ญ เล่าให้ฟังว่า สมัยก่อนเธอมีอาชีพเป็นสาวออฟฟิศอยู่ในบริษัท ต่อมาบริษัทที่ได้ทำงานมีปัญหาจึงทำให้ต้องปิดกิจการลง เธอจึงได้ย้ายมาอยู่บ้านกับคุณพ่อเพื่อมาตั้งหลัก จากนั้นก็ได้มีแนวความคิดที่อยากจะหาอาชีพอื่นทำ แต่ทางบ้านขอให้มาช่วยทำกิจการของที่บ้าน โดยไม่ต้องไปเป็นลูกจ้างที่ไหนอีก จึงได้ล
ปูนิ่ม ที่เรารู้จักและรับประทานกันเป็นอาหาร หลายคนเข้าใจกันว่าแหล่งผลิตส่วนใหญ่จะอยู่ติดกับทะเลหรือในท้องทะเลที่กว้างใหญ่ ต้องบอกว่า ทำความเข้าใจกันใหม่ ปัจจุบัน ได้มีการพัฒนาคิดค้นวิธีการเลี้ยงปูนิ่มจากที่เลี้ยงบริเวณริมทะเลหรือในท้องทะเล มาเป็นบ่อเพาะเลี้ยงแบบพัฒนาในหลายพื้นที่ ซึ่งมีการเลี้ยงทั้งแบบตัดก้ามและแบบธรรมชาติ ในพื้นที่จังหวัดสมุทรสงคราม ซึ่งมีอาชีพที่ไม่คาดคิดว่าจะมีอยู่ในพื้นที่ ซึ่งอยู่ห่างจากรุงเทพมหานครเพียง 100 กว่ากิโลเมตร คือ อาชีพเพาะเลี้ยงปูนิ่ม พี่พิธาน ลิปิสุนทร เจ้าของฟาร์ม ให้การต้อนรับและอธิบายเล่าถึงที่มาที่ไปของอาชีพเพาะเลี้ยงปูนิ่มให้กับทีมงานได้ฟังทุกขั้นตอนการเลี้ยง พี่พิธาน เล่าให้ฟังว่า ที่ดินผืนนี้ เป็นของป้าและย่า ซึ่งเดิมจะปล่อยให้เช่าทำฟาร์มเลี้ยงกุ้ง แต่หลังจากสัญญาเช่าหมดลง ตนก็มาขอเช่าต่อ เพื่อจะใช้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ซึ่งหวังจะสร้างเป็นอาชีพให้กับตนเอง “ตอนนั้นเองผมยังไม่ได้คิดว่าจะเลี้ยงอะไร ไปปรึกษากับเพื่อนที่มีความรู้เกี่ยวกับเรื่องสัตว์น้ำ เขาก็บอกว่า อย่างเราเนี้ย ประสบการณ์เกี่ยวกับการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำก็ยังมีน้อย อย่างการเลี้ยงกุ้งมันก็
ปัจจุบัน ปฏิเสธไม่ได้ว่าสัตว์น้ำที่มีอยู่ตามธรรมชาตินับวันยิ่งลดน้อยลง ทำให้การเลี้ยงสัตว์เพื่อเป็นสัตว์เศรษฐกิจจึงมีความสำคัญมากขึ้น เพื่อให้ปริมาณของแหล่งโปรตีนมีเพียงพอต่อความต้องการของจำนวนประชากรที่สูงขึ้น ซึ่งนับว่าประเทศไทยโชคดีที่มีเกษตรกรเก่งในเรื่องการเกษตร สามารถผลิตทั้งพืชผัก ผลไม้ หรือแม้แต่ด้านปศุสัตว์ได้ในปริมาณที่เพียงพอต่อความต้องการ ณ เวลานี้กระแสการรักสุขภาพยิ่งมาแรงอย่างฉุดไม่อยู่ ผู้บริโภคเริ่มใส่ใจสุขภาพมากขึ้น จึงนิยมบริโภคปลาและผักมากขึ้น จนทำให้เห็นว่าตามร้านอาหารหลายๆ แห่ง มีเมนูปลามากขึ้นเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้า ปลากะพง นับว่าเป็นปลาที่จะต้องมีอยู่ในเมนูอาหารเลยที่แน่ๆ เพราะเนื้อปลามีความอร่อย รสชาติดี ราคาก็สมเหตุสมผล เมื่อสั่งมากินราคาก็ไม่หนักมากนัก ซึ่งผู้เขียนเองก็ชื่นชอบเมนูปลากะพงเช่นเดียวกัน จึงสงสัยใคร่รู้ว่าปลากะพงที่ผู้เขียนชื่นชอบนี้ มีวิธีการเลี้ยงและจัดการแบบใดบ้าง ทำไมปลาชนิดนี้ยิ่งมีขนาดใหญ่ราคายิ่งแพง มีการเลี้ยงพิเศษอะไรไหม ซึ่งในปักษ์นี้ ผู้เขียนจะนำเสนอการเพาะเลี้ยงลูกปลากะพง ที่ได้รับการฝึกให้อาหารเม็ด เพื่อให้เกษตรกรที่ซื้อไปเ
ปัจจุบันปฏิเสธไม่ได้ว่าปลาที่เป็นแหล่งโปรตีนชั้นดีที่อยู่ในแหล่งน้ำธรรมชาติได้ลดจำนวนน้อยลง อันเกิดจากการพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมของประเทศที่ขยายตัวเพิ่มขึ้น ส่งผลให้สภาพแวดล้อมเสื่อมโทรมลง ไม่เอื้ออำนวยต่อการแพร่ขยายพันธุ์ของปลาและสัตว์น้ำจืดตามธรรมชาติ ประกอบกับการหาปลาที่เกินกำลังผลิตของสัตว์น้ำ รวมถึงภัยธรรมชาติที่ส่งผลกระทบเสียหายอย่างรุนแรง จากสภาพแวดล้อมดังกล่าวกลับเป็นการสร้างโอกาสของใครหลายๆ คน ได้ทำอาชีพทางด้านการประมงคือ การเลี้ยงปลา เพื่อเพิ่มประชากรของสัตว์น้ำให้มีเพียงพอต่อการบริโภค ซึ่งเกษตรกรที่ทำการเลี้ยงปลานับวันมีจำนวนที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จึงทำให้บางครั้งลูกปลาที่เพาะพันธุ์สำหรับนำมาเลี้ยงมีไม่เพียงพอต่อความต้องการ จึงเกิดความขาดแคลน ผู้ช่วยศาสตราจารย์สมาน จงเทพ อยู่บ้านเลขที่ 145/5 หมู่ที่ 15 ตำบลนอกเมือง อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ เป็นอาจารย์ประจำสาขาวิชาประมง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสุรินทร์ ได้มองเห็นถึงปัญหาในด้านนี้ จึงได้นำวิชาความรู้ มาทำการเพาะพันธุ์ปลาเพื่อจำหน่ายเป็นอาชีพเสริม สร้างรายได้ให้กับครอบครัว อาจารย์สมาน เล่าให้ฟังว่า เริ่มมาทำการสอ
หมู่บ้านกรงกราง ม.6 ต.โนนไทย อ.โนนไทย จ.นครราชสีมา มีเกษตรกรรายหนึ่งใช้พื้นที่สระน้ำกลางแปลงนา เลี้ยงหอยขมในถุงตาข่ายไนล่อนสีฟ้าขาย เป็นรายได้เสริมให้กับครอบครัว ซึ่งการเลี้ยงที่ง่าย ลงทุนน้อย และกำลังเป็นที่ต้องการของตลาดเป็นอย่างมาก มีลูกค้ามาสั่งซื้อถึงที่จนหอยโตไม่ทันขาย ต้องจองล่วงหน้าตั้งแต่เอาลูกหอยลงเลี้ยง เลี้ยงหอยขมในถุงตาข่าย นายชาญศิลป์ ทรัพย์โนนหวาย อายุ 44 ปี เกษตรกรผู้เลี้ยงหอยขม เปิดเผยว่า ตนมีอาชีพทำนาเหมือนกับชาวบ้านทั่วไป แต่ชอบหาอาชีพสร้างรายได้เสริมให้กับครอบครัว ซึ่งเห็นว่าหอยขมเป็นที่นิยมของชาวบ้านนำไปประกอบอาหาร แต่กว่าจะหารับประทานได้ก็ต้องรอถึงฤดูฝน และปัจจุบันนี้หอยขมตามแหล่งธรรมชาติก็หารับประทานยาก อีกทั้งยังมีสารพิษตกค้างจากการใช้สารเคมีตามไร่ ตามนา จึงทำให้คนเกิดความกังวลว่าอาจจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพได้ ดังนั้นตนจึงได้ลองศึกษาการเลี้ยงหอยขมในสระน้ำดู แบ่งพื้นที่ในสระน้ำเลี้ยงหอย “โดยใช้สระน้ำที่ขุดไว้กลางทุ่งนา นำหอยขมที่จับมาได้ปล่อยลงสระ ซึ่งกว่าจะขายได้ก็ใช้เวลานานเกือบ 6 เดือน อีกทั้งหอยที่ได้ก็มีขนาดไม่ได้มาตรฐานตามความต้องการ รวมถึงยังมีขี้ดินติดมาอีก
ปลาทับทิม เป็นสัตว์น้ำอีกชนิดหนึ่งที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ เพราะยังเป็นที่นิยมบริโภคไม่แพ้ปลาชนิดอื่นกันเลยทีเดียว โดยสามารถนำมาประกอบอาหารได้หลายเมนู ไม่ว่าจะเป็นปลาทับทิมย่างเกลือ ต้มยำปลาทับทิม ตลอดไปจนถึงทอดให้กรอบราดด้วยน้ำจิ้มสามรสหรือน้ำจิ้มซีฟู้ดก็เข้ากันได้ดีเลยทีเดียว ซึ่งวิธีการเลี้ยงปลาทับทิมสามารถจัดการได้หลากหลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการเลี้ยงในบ่อดินหรือเลี้ยงในกระชังควบคู่ไปกับการเลี้ยงปลานิลก็ได้ คุณชบา จิตรภักดี อยู่บ้านเลขที่ 62 ตำบลหน้าเมือง อำเภอเมือง จังหวัดปราจีนบุรี เป็นเกษตรกรที่เลี้ยงปลาทับทิม เพื่อเป็นอาชีพสร้างรายได้ของครอบครัว โดยเธอได้นำมาเลี้ยงภายในกระชัง ในแม่น้ำปราจีนบุรี จึงทำให้เจริญเติบโตมีคุณภาพและตลาดมีความต้องการ ถึงกับมีแม่ค้าติดต่อมารับซื้อถึงหน้าฟาร์มกันเลยทีเดียว จากเจ้าของร้านอินเตอร์เน็ต สู่ชีวิตเกษตรกร คุณชบา เล่าให้ฟังว่า สมัยก่อนนั้นได้ประกอบสัมมาอาชีพหลากหลาย แต่อาชีพสุดท้ายก่อนที่จะมาเลี้ยงปลาในกระชัง ได้เปิดร้านคอมพิวเตอร์ที่ให้บริการอินเตอร์เน็ต ต่อมาเห็นเพื่อนบ้านได้ริเริ่มเลี้ยงปลากระชัง ในช่วงนั้นลูกชายของเธอรู้สึกสนใจ เพราะชอบในการเลี
ปลาช่อน เป็นปลาที่อาศัยแพร่กระจายทั่วไปตามแหล่งน้ำทั่วทุกภาคของไทย ซึ่งอาศัยอยู่ในแม่น้ำ ลำคลอง ทะเลสาบ อ่างเก็บน้ำ เป็นปลาที่มีเกล็ดลักษณะลำตัวกลม และเรียวยาวประมาณ 30-40 เซนติเมตร หางมีลักษณะแบนข้าง ปากกว้างซึ่งภายในปากมีฟันเขี้ยวบนเพดาน ลำตัวมีสีคล้ำอมน้ำตาลอ่อน ปลาช่อนเป็นปลาที่มีความพิเศษคือ สามารถแถกไถตัวคืบคลานไปบนบกเพื่อหาที่อยู่ใหม่ได้ รวมทั้งหลบอยู่ใต้ดินในฤดูฝนแล้งเพื่อรอฝนได้เป็นแรมเดือน โดยการสะสมพลังงานไว้หรือที่เรียกว่า ปลาช่อนจำศีล เนื้อปลาช่อนสามารถนำมาปรุงอาหารได้หลากหลายเมนู หรือทำเป็นปลาเค็มใส่เกลือก็อร่อยไม่แพ้กัน จึงนับว่าเป็นปลาน้ำจืดเศรษฐกิจอีกชนิดหนึ่ง ที่สามารถเลี้ยงได้ทั้งในบ่อดินและในกระชัง คุณกังวาล ชูแก้ว อยู่บ้านเลขที่ 200 หมู่ที่ 1 ตำบลสระพังลาน อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี ได้ลองเลี้ยงปลาช่อนจนประสบผลสำเร็จ จึงยึดเป็นอาชีพสร้างงานสร้างเงินได้แบบสบายๆ ในเวลานี้ คุณกังวาล เล่าให้ฟังว่า เริ่มแรกเดิมทีตนเองมีอาชีพค้าขายของชำทั่วไปกับภรรยา ต่อมาได้เห็นพี่ชายของภรรยาเลี้ยงปลาช่อน จึงเกิดความสนใจที่อยากจะทดลองเลี้ยงบ้าง เพราะสมัยก่อนนั้นต้นทุนเรื่องอาหารยังไม
คุณวสันต์ อินคล้าย อยู่บ้านเลขที่ 179 หมู่ที่ 7 ตำบลบ้านไร่ อำเภอดำเนินสะดวก เป็นอีกหนึ่งเกษตรกรในจังหวัดราชบุรี ที่เลี้ยงปลาแบบแหวกแนว โดยเลี้ยงในรูปแบบที่ไม่เน้นปลาชนิดใดชนิดหนึ่ง แต่ทำการเลี้ยงในรูปแบบผสมผสาน หรือเรียกง่ายๆ ว่า เลี้ยงปลารวมแบบประหยัดต้นทุน ซึ่งใน 1 บ่อ มีปลามากกว่า 2 ชนิด จากการเลี้ยงวิธีนี้ทำให้เขาประสบผลสำเร็จ เป็นอาชีพที่สร้างรายได้ให้เขาได้เป็นอย่างดี คุณวสันต์ เล่าให้ฟังว่า แรกเริ่มเดิมทีมีอาชีพเย็บผ้าอยู่ที่กรุงเทพมหานคร เมื่อแต่งงานกับภรรยา จึงมีแนวคิดที่จะย้ายมาอยู่ที่จังหวัดราชบุรี เพราะมองว่าเมื่ออายุมากขึ้นสายตาที่จะทำอาชีพเย็บผ้าต่อไปคงจะไม่ไหว จึงมาเริ่มค้าขายทั่วไปอยู่ที่จังหวัดราชบุรี “ช่วงที่มาอยู่ก็ค้าขายทั่วไป จำหน่ายค้าขายของได้ดีมากช่วงนั้น ก็เริ่มมีเงินสร้างบ้าน พอมีเงินเก็บได้ก้อนหนึ่งก็เริ่มเปลี่ยนมาเลี้ยงกุ้ง สรุปเลี้ยงกุ้งก็ไม่ได้กำไร เป็นหนี้ พอปี 38 เปลี่ยนมาเลี้ยงปลานิลก็ขาดทุนเหมือนกัน พอมันใกล้จะจับจำหน่ายได้ปลานิลมาตายยกบ่ออีก ช่วงนั้นก็เลี้ยงปลาดุกอยู่ด้วย ก็เลยเอาปลานิลที่ตายทั้งหมดมาบดให้ปลาดุกกิน ทำไปทำมาปลาดุกนี่ทน เลี้ยงแล้วไม่ตา
เมื่อ 3 ปีก่อน คุณสุธิดา สุขวิเศษ นักศึกษาสาววัย 21 ปี ตัดสินใจลงทุนทำอาชีพเพาะพันธุ์ปูนาขาย สร้างรายได้เป็นทุนการศึกษาระหว่างเรียน ในวันนี้กิจการฟาร์มปูนาขนาดเล็กๆ ของเธอ พัฒนาเป็นฟาร์มปูนา ที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งใน จ.ราชบุรี ผลิตสินค้าส่งขายทั่วไทยและป้อนตลาดส่งออก โกยรายได้ก้อนโตเลี้ยงดูครอบครัวได้อย่างมั่นคง ทุกวันนี้ เธอเปิดบ้านให้ผู้สนใจจากทั่วประเทศเข้ามาเยี่ยมชมกิจการและเรียนรู้เริื่องการเลี้ยงปูนากันแบบไม่หวงวิชา ปัจจุบัน คุณสุธิดา สุขวิเศษ วัย 24 ปี อาศัยอยู่บ้าน หมู่ที่ 13 ต.คุ้งพะยอม อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี เธอพาชมจุดเพาะเลี้ยงบริเวณข้างบ้าน พบพ่อแม่พันธุ์ปูนาขนาดใหญ่ ก้ามโต รวมไปถึงลูกปูนาอีกจำนวนมาก ถูกแยกเลี้ยงเป็นอย่างดีอยู่ในรองปูนและกะละมังพลาสติก เพื่อเตรียมจำหน่ายให้แก่ผู้ที่สนใจนำไปเพาะเลี้ยงขยายพันธุ์ต่อ และผู้ที่นำไปบริโภค คุณสุธิดา เปิดเผยว่า ช่วงที่ตนกำลังศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 3 สาขาสังคมศึกษา คณะมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม มีค่าใช้จ่ายมาก จึงคิดอยากหาอาชีพระหว่างเรียน เพื่อแบ่งเบาภาระครอบครัวอีกทางหนึ่ง จึงหาข้อมูลอาชีพที่เกี่ยวข้องกับการเกษตร ด้วยม
