“ กุหลาบมอญ ” ถือเป็นหนึ่งในกลุ่มไม้ดอกทำเงิน สร้างรายได้ที่ดีแก่เกษตรกรเพราะเป็นที่ต้องการของตลาดตลอดทั้งปี โดยกุหลาบมอญตัดดอกนิยมใช้ร้อยมาลัยถวายพระและเป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมยา อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม ทั้งอุตสาหกรรมเครื่องหอม ธุรกิจสปาและความงาม
บางคนอาจยังไม่ทราบถึงที่มาของชื่อ “ กุหลาบมอญ ” ความจริง กุหลาบชนิดนี้เป็นดอกไม้ของชาติมอญ สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงโปรดปรานดอกไม้ชนิดนี้มาก หลังจากพระองค์ชนะสงครามที่เมืองมอญได้ทรงนำกุหลาบมอญกลับมาปลูกที่กรุงศรีอยุธยา ราวปี 212 – 213

สายพันธุ์กุหลาบมอญ
กุหลาบมอญมีหลากหลายสายพันธุ์ที่รู้จักทั่วไปได้แก่
1.มอญสุโขทัย ลักษณะ ดอกเล็กแต่ดกมาก ฟอร์มดอกสวยไม่แน่นมาก
2. มอญแดงประเสริฐ ลักษณะ ทรงพุ่มสูง ใหญ่ แข็งแรง เติบโตไว ทนโรค ทนแมลง และทนร้อนได้ดี มีชื่อเสียงในเรื่องกลิ่นหอมแรงและดอกสีชมพูอมแดง ดอกขนาดกลาง กลีบดอกเล็กแน่น บานไม่ทน แต่หอมที่สุด ให้ดอกดก เป็นพวง ให้ดอกตลอดทั้งปี นอกจากความสวยงามแล้ว ยังสามารถนำกลีบดอกไปทำชาได้.

3.มอญชมพูประเสริฐ ลักษณะเด่น บานไม่ทน กลีบบางแน่น เปลี่ยนสีได้ตามอุณหภูมิ
4. มอญขมพูหรือ มอญไกลกังวล เป็นกุหลาบพุ่มสูงกึ่งเลื้อย สีชมพูสวยงาม ดอกเป็นทรงถ้วย จำนวนกลีบดอกน้อย กลีบดอกไม่แน่น บานไม่ทน จะบานอยู่ได้ประมาณ 2 วัน ดอกก็จะแห้งและโรย ในหนึ่งช่อดอกจะมีดอกจำนวนมาก มีกลิ่นหอมแรง เป็นกุหลาบที่มีใบแน่นเขียวสด ลำต้นกิ่งก้านมีหนามแหลมจำนวนมาก ทนความร้อนได้ดี ทนโรค ทนแมลง โตไว เลี้ยงง่าย แตกยอดเก่ง ให้ดอกดกตลอดปี ปลูกได้ทุกภาค ทั่วไทย ปลูกได้ทั้งในกระถางและลงดิน สามารถนำกลับดอกไปทำชา ทำน้ำหอมหรือเป็นดอกไม้กินได้ มอญไกลกังวล เป็นชื่อพระราชทานจาก สมเด็จพระนางเจ้า สิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เนื่องจากเป็นดอกไม้ที่ทรงโปรดมากและปลูกประดับ อยู่ที่ พระราชวังไกลกังวล หัวหิน

5.มอญจุฬาลงกรณ์ เป็นกุหลาบมอญสีชมพูเข้ม ต้นเป็นพุ่ม ดอกออกเดี่ยว ชูช่อสง่าสวยงาม กิ่งก้านมีทั้งชนิดมีหนามและไม่มีหนาม ชอบอากาศเย็น บานเต็มที่ตอนเช้า ขนาด 6-8 ซม. กลีบดอกเรียงซ้อนกัน มีกลิ่นหอมเย็น ยังมีการปลูกเลี้ยงกันอยู่ทั่วไปในภาคเหนือของประเทศไทย
ทั้งนี้มีหลักฐานปรากฎเป็นบันทึกในพระราชหัตถเลขา พระราชนิพนธ์ไกลบ้านว่า ผู้ปลูกกุหลาบชาวเยอรมันเข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) เพื่อทูลเกล้าฯถวายกุหลาบพันธุ์สวยงามโดดเด่น ชื่อว่า “King of Siam” ต่อมาได้พระราชทานพันธุ์กุหลาบดังกล่าวให้นำไปปลูกที่พระตำหนักดาราภิรมย์ อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ พระชายาเจ้าดารารัศมีได้ทรงตั้งชื่อเพื่อถวายเป็นพระบรมราชานุสรณ์แด่ รัชกาลที่ 5 ว่า “ กุหลาบจุฬาลงกรณ์ ”

การปลูกดูแล
พื้นที่ตำบลบ้านยาง อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม เป็นแหล่งหนึ่งของการปลูกกุหลาบตัดดอกในพื้นที่ภาคกลาง เกษตรกรส่วนใหญ่นิยมปลูก กุหลาบมอญแดงประเสริฐ ซึ่งเป็นสายพันธุ์กุหลาบมอญ ที่แข็งแรง ทนทาน เลี้ยงง่าย ขนาดดอกประมาณ 3-4 นิ้ว ออกดอกง่ายตลอดทั้งปี โดยเฉพาะช่วงฤดูฝน หรือช่วงระยะที่มีความชื้นมาก จะออกดอกดกมาก นอกจากนี้ กุหลาบมอญแดงประเสริฐ ยังมีกลิ่นดอกหอมหวานกว่า กลิ่นของกุหลาบพื้นบ้านชนิดอื่นที่ใช้ร้อยมาลัย
กุหลาบมอญแดงประเสริฐ เจริญเติบโตได้ดี มีโรครบกวนน้อย เพราะมีใบหนา ลำต้นแข็งแรง รากหากินเก่ง ที่สำคัญกุหลาบสายพันธุ์นี้ มีสีแดงเข้ม เป็นสินค้าขายดีและเป็นที่ต้องการของตลาดตลอดทั้งปี นอกจากนี้ กุหลาบมอญแดงประเสริฐ ยังตอบโจทย์ความต้องการของผู้ซื้อ โดยเฉพาะกลุ่มแม่ค้าร้อยพวงมาลัย ได้เป็นอย่างดี เพราะมีกลีบดอกหนา ไม่หลุดร่วงง่าย โคนดอกใหญ่ ชาวสวนเรียกว่า สะโพกใหญ่ เมื่อนำมาร้อยมาลัยจะมีรูปทรงสวย มีกลีบเลี้ยง สีเขียว ยาวเรียวคลุมฐานดอกได้อย่างงดงาม

หากใครอยากปลูกกุหลาบตัดดอก ควรเลือกซื้อกิ่งพันธุ์กุหลาบจากแหล่งผลิตที่เชื่อถือได้ และ กิ่งพันธุ์ควรมีขนาดความสูง 15- 20 เซนติเมตร นำไปปลูกในหลุมกว้าง 15 เซนติเมตร ลึก10-15 เซนติเมตร ปลูกในระยะห่างระหว่างต้นประมาณ 60-70 เซนติเมตร ระยะห่างระหว่างแถวประมาณ 150 เซนติเมตร
แปลงปลูกกุหลาบตัดดอก ต้องดูแลให้น้ำให้อยู่ในอัตราส่วนที่เหมาะสม หากต้นกุหลาบได้น้ำไม่เพียงพอหรือมากเกินไป อาจทำให้ต้นกุหลาบเกิดอาการใบร่วง ต้นโทรมได้ ควรให้น้ำในระบบสปริงเกอร์ แบบเสาสูง โดยเปิดให้น้ำวันเว้นวัน เน้นเปิดให้น้ำในช่วงเช้า วันละ 10-15 นาที ใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 8-8-24 เพื่อเร่งดอกเดือนละ 2 ครั้ง และใส่ปุ๋ยน้ำหมักสูตรรกหมู เพื่อบำรุงให้ดอกกุหลาบมีสีแดงสด เร่งการแตกกิ่งให้มีดอกดก มีน้ำหนักดีและมีปริมาณมากขึ้น

“ เพลี้ยไฟกับไรแดง และแมลงตัวบิน ” เป็นแมลงศัตรูพืชสำคัญในแปลงปลูกกุหลาบ หากเจอเพลี้ยไฟ เกาะอยู่ตามกิ่งและใบกุหลาบ แนะนำให้เปิดระบบน้ำสปริงเกอร์ จนต้นกุหลาบเปียกชุ่ม จะทำให้เพลี้ยไฟไหลตกลงไปยังพื้นดิน เป็นการแก้ไขเพลี้ยไฟแบบง่ายๆ แต่ได้ผลดี
โดยธรรมชาติแล้ว แมลงศัตรูพืชมักบินออกหากินในยามเช้าและเย็น เกษตรกรสามารถดูแลป้องกันแมลงศัตรูพืชในแปลงปลูกกุหลาบโดยใช้ “ เทคนิคการเปลี่ยนกลิ่น ” เพียงแค่นำ ปุ๋ยน้ำหมักชีวภาพ ที่ผลิตจากพืชสมุนไพรหลายชนิดเช่น ตะไคร้หอม ใบมะกรูด สะเดา ฯลฯ มาฉีดพ่นในช่วงเย็น ทำให้แมลงมึนงง เพราะไม่ได้กลิ่นหอมของกุหลาบและบินไปหากินที่อื่นแทน
เมื่อต้นกุหลาบอายุ 2 เดือน จะแตกใบอ่อน ผลิช่อดอกออกมา ในระยะ 10 วัน เกษตรกรจะเริ่มเก็บดอกออกขายได้ โดยเลือกเก็บดอกกุหลาบที่กำลังผลิบานประมาณ 60 % โดยเด็ดดอกในแค่บริเวณช่วงข้อต่อ หรือ ห่างจากขั้วดอกประมาณ 5 เซนติเมตร หลังจากเด็ดช่อดอกกุหลาบไปแล้ว ต้นกุหลาบก็จะแตกช่อดอกด้านข้างออกมาอีก

เกษตรกรสามารถเก็บดอกกุหลาบออกขายได้ทุกวันๆ ละ 2 รอบ ช่วง 8.00-9.00 น. และ 12.00-13.00 น. แต่ละวัน สามารถเก็บดอกกุหลาบออกขายได้สูงถึงวันละ 5,000- 7,000 ดอก หลังเก็บเกี่ยวเกษตรกรจะนำกุหลาบตัดดอกไปแช่น้ำสะอาด เพื่อเพิ่มน้ำหนัก และนำมาคัดแยกก่อนขายเป็น 2 เกรดคือ ดอกตูม และดอกที่ผลิบานแล้ว ก่อนขายส่งให้แม่ค้าตามราคาตลาด
สินค้าที่ผ่านการคัดแยกแล้ว เกษตรกรจะนำไปบรรจุลงถุงพลาสติกที่มีรูระบายอากาศ เฉลี่ยถุงละ 100 ดอก ตกบ่ายประมาณเวลา 15.00 น. ของทุกวัน จะมีแม่ค้าขาประจำมารับซื้อผลผลิตถึงสวน เพื่อนำไปขายส่งที่ปากคลองตลาด เป็นประจำ แม้มีเนื้อที่ปลูกกุหลาบตัดดอกเพียง แค่ 1 ไร่แต่สามารถสร้างรายได้หมุนเวียนเข้าสู่กระเป๋าได้ทุกวัน ที่สำคัญใช้แรงงานดูแลน้อย แต่สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ

…………
ขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก ข้อมูล สมาคมพืชสวนแห่งประเทศไทย , http://hsst.or.th/articles-flowering-and-ornamental-plants-th/rosa-hybrid-chulalonhkorn/ และ https://news.trueid.net/detail/3R4E2E2Z4bAe
