ไม้ดอกไม้ประดับ
ชมนาด ชื่อวิทยาศาสตร์ Vallaris globra Ktze ถิ่นกำเนิดในเอเชียเขตร้อน อินโดนีเซีย มาเลเซีย ในประเทศไทยพบได้ทั่วไปทุกภาค เป็นไม้เถาหรือไม้รอเลื้อย สามารถเลื้อยทอดพาดพันสิ่งอื่นๆ เช่น รั้ว ซุ้ม และเจริญเติบโตเป็นไม้พุ่มเตี้ย สูง 0.5-1.0 เมตร โดยอาศัยการยึดเกี่ยวของกิ่งก้านด้วยกันเอง เนื้อไม้แข็ง แตกกิ่งก้านออกเป็นเถาเล็กๆ จำนวนมากในแต่ละต้น ทุกส่วนมีน้ำยางสีขาวคล้ายน้ำนม ต้นอ่อนหรือเถาอ่อน เปลือกสีเขียวหรือเทาอมเขียว ต้นแก่หรือต้นที่มีอายุมาก เปลือกสีเทาเข้ม ใบเดี่ยวออกเรียงตรงกันข้าม ปลายเป็นติ่งแหลม โคนสอบมน ขอบใบเรียบ ผิวใบสีเขียวเข้มเป็นมัน เนื้อใบบาง ดอกเดี่ยวสีขาวหรือสีครีมอมเขียว มีกลิ่นหอม ออกเป็นช่อกระจุกตามซอกใบใกล้ปลายกิ่ง ผลอ่อนรูปกรวยหรือดอกบัวตูม นิยมปลูกเป็นไม้ดอกไม้ประดับ สรรพคุณทางยา ยางใช้ใส่แผลสดสมานแผลและห้ามเลือด ดอกใช้อบแป้งร่ำ ทำเครื่องหอม ขยายพันธุ์โดยเมล็ดและการตอนกิ่ง ที่มา : คอลัมน์ อาทิตย์ละต้น/ข่าวสดออนไลน์
ดาหลา เป็นไม้ดอกท้องถิ่นทางภาคใต้ชนิดหนึ่งที่นิยมปลูกอยู่มากในเขตจังหวัดยะลา นราธิวาส เป็นระยะเวลานาน ในอดีตดาหลามีการนำหน่ออ่อนและดอกมาใช้เป็นผักประกอบอาหาร เหมือนผักทั่วไป การนำไปใช้เป็นผักประกอบอาหารบางประเภทเพื่อบริโภคในพื้นที่ ในขณะที่ไม่ได้มีการส่งเสริมให้ปลูก ส่งผลทำให้ปริมาณต้นดาหลาในพื้นที่ภาคใต้เริ่มลดน้อยลงทุกปี บางสายพันธุ์ที่มีปลูกอยู่ในพื้นที่ถึงกับเกือบจะสูญพันธุ์ ดังนั้น ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตร จังหวัดตรัง (พันธุ์พืชเพาะเลี้ยง) จึงได้เก็บรวบรวมพันธุ์มาเพาะเลี้ยงไว้ที่ศูนย์ เพื่อเป็นแหล่งอนุรักษ์พันธุกรรมพืชที่กำลังจะสูญสิ้นไป ข้อมูลจากศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตร จังหวัดตรัง (พันธุ์พืชเพาะเลี้ยง) ระบุว่า ดาหลาเป็นไม้ดอกที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย ทั้งการนำไปประกอบอาหารและปลูกเป็นไม้ตัดดอก เนื่องจากเป็นไม้ที่ให้ดอกดกในฤดูร้อน ประกอบกับดอกที่มีขนาดใหญ่ สีสดใส รูปทรงแปลกตา ทำให้เป็นที่สนใจของผู้พบเห็นและเป็นที่ต้องการของตลาด สายพันธุ์ดาหลาที่มีอยู่ในพื้นที่ภาคใต้ เริ่มมีแนวโน้มและปริมาณลดลง บางสายพันธุ์มีปลูกอยู่ไม่กี่จังหวัด ทางศูนย์จึงเข้าร่วม “
กระแสความนิยมต้นไม้ตอนนี้ เรียกได้ว่ากำลังมาแรงอยู่เรื่อยๆ สำหรับต้นไม้ที่สามารถปลูกเองได้ในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นต้นไม้ที่จะเพิ่มความสดใสสวยงามภายในบ้าน การตกแต่งสวนของตัวเอง หรือช่วยสร้างบรรยากาศให้ดูสดชื่น มีชีวิตชีวา เป็นความนิยมอย่างเห็นได้ชัด แม้ดารายังต้องหามาปลูกไว้ ใครอยู่ใกล้วัชรพล แวะมาดูต้นไม้กันได้ คุณเดชา พักดีศรี อายุ 50 ปี เจ้าของร้าน “สวนสมศักดิ์” เลขที่ 216/8 หมู่ที่ 3 ถนนวัชรพล แขวงคลองถนน เขตสายไหม กรุงเทพฯ เดิมเป็นร้านขายต้นไม้ ส่งต่อมารุ่นสู่รุ่น เริ่มนำต้นไม้ใหม่ๆ เข้ามาขายที่ร้าน ในสถานการณ์ที่มีโควิด-19 แบบนี้ในช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ก็มีลูกค้าเข้ามาดูต้นไม้เรื่อยๆ อย่างไม่ขาดสาย คุณเดชา ให้สัมภาษณ์ว่า เดิมก่อนที่จะได้มาเปิดร้านนั้น ตัวคุณเดชาได้ทำงานบริษัททั่วไปมาก่อน ได้รับมรดกมาจากคุณแม่ ก็เลยได้มาดูกิจการร้านแทน คุณเดชานั้นได้เรียนจบทางด้านเกษตรมาด้วย เลยพอจะมีความรู้ติดตัวมาบ้างในการทำต้นไม้ คุณเดชา ยังบอกอีกว่า ในปัจจุบันนี้ต้นไม้ไม่ได้เหมือนแต่ก่อน มีสายพันธุ์มาจากต่างประเทศ สายพันธุ์ที่ผสมขึ้นมาใหม่บ้าง คุณเดชานั้นอาศัยการติดตามข่าวเพื่อที่จะปรับเปลี่ยนการจัดกา
ในช่วงนี้คงไม่มีใครที่ไม่ได้ยินเรื่องราวของไม้ด่างชนิดต่างๆ ที่ออกสื่อโซเชียลมีเดียว่ามีการซื้อขายกันในราคาที่พุ่งแรงเป็นอย่างมาก บางต้นราคาอยู่ที่หลักแสนบาทและไปถึงหลักล้านบาทก็มีให้เห็น จึงทำให้วงการไม้ด่างเป็นอีกหนึ่งตลาดการซื้อขายที่ค่อนข้างมีมูลค่ามากในช่วงเวลานี้ เพราะมีผู้สนใจหลากหลายอาชีพเข้ามาให้ความสนใจและเรียนรู้ที่จะศึกษาในเรื่องของการปลูก การขยายพันธุ์ และการทำตลาดจนเกิดรายได้ คุณจามร จันทรัตน์ อยู่บ้านเลขที่ 23/4 หมู่ที่ 5 ตำบลหนองผักนาก อำเภอสามชุก จังหวัดสุพรรณบุรี ได้เห็นกระแสของไม้ด่างว่าน่าปลูกในช่วงที่สถานการณ์โควิด-19 กำลังเกิดขึ้นในช่วงแรกในประเทศ ในช่วงนั้นเขาเพียงแต่ซื้อไม้ชนิดอื่นเข้ามาปลูกเพียงอย่างเดียว ต่อมาจึงเริ่มซื้อไม้ใบประดับใบที่มีลักษณะใบด่างเข้ามาปลูก พร้อมทั้งเรียนรู้การขยายพันธุ์จนไม้มีจำนวนมาก เมื่อมีผู้พบเห็นจึงเกิดการซื้อขายจนสามารถทำเป็นอาชีพเสริม คุณจามร เล่าให้ฟังว่า จบการศึกษาทางด้านการเกษตร สาขาเทคโนโลยีการจัดการศัตรูพืช คณะเทคโนโลยีการเกษตร สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง หลังจบการศึกษาก็ได้ประกอบอาชีพทางด้านการเกษตรมาโดยตลอ
ยี่หุบเป็นไม้ไทยอีกชนิดหนึ่งที่น่าสนใจ ด้วยจัดอยู่ในประเภทไม้ดอกที่มีกลิ่นหอมคล้ายคลึงกับจำปีและมณฑา ออกดอกให้ผู้ปลูกได้ตลอดทั้งปี ในบริเวณรอบบ้านหากได้ต้นยี่หุบไปปลูก จะช่วยสร้างความสวยงามให้กับสวนหย่อมหน้าบ้านได้เป็นอย่างมาก รวมถึงกลิ่นของยี่หุบก็มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่หอมหวลชวนให้หลง ดอกยี่หุบนี้จะมีกลิ่นหอมมากในชช่วงเย็น พลบค่ำไปจนถึงช่วงเช้ามืด แม้ดอกจะออกได้ตลอดทั้งปี แต่ดอกยี่หุบหากบานแล้วจะหุบในช่วงระยะเวลาสั้นๆ จึงได้รับฉายาว่า “ยี่หุบ” ยี่หุบเป็นไม้ดอกที่มีกลิ่นหอมสามารถนำไปปลูกประดับทำให้ผู้ปลูกรู้สึกสบายตาพร้อมกับสบายใจไปกับกลิ่นอันหอมของไม้ดอกชนิดนี้ได้ ยี่หุบมีชื่อทางวิทยาสาสตร์ว่า Magnolia coco (Lour.) DC จัดอยู่ในวงศ์ MAGNOLIACEAE ซึ่งเป็นวงศ์เดียวกับ จำปี จำปา\ มีชื่อเรียกที่แตกต่างกันไปตามแต่ละท้องถิ่น เช่น ยี่หุบหนู , ยี่หุบน้อย (เชียงใหม่) ยี่หุบถูกจัดให้เป็นไม้พุ่มเตี้ยหรือไม้ยืนต้นขนาดเล็ก มีความสูงประมาณ 2-4 เมตร ลำต้นมีสีน้ำตาลปนสีเทา แตกกิ่งเป็นพุ่มแหลม ก้านปลายกิ่งสีเขียวเข้ม ใบของต้นยี่หุบมีลักษณะเป็นใบเดี่ยว รูปร่างคล้ายกับใบหอก ส่วนปลายใบแหลมเป็นรูปลิ่ม ใบมี
องค์ประกอบของทุกเมืองนอกจากสิ่งปลูกสร้างหลายอย่างที่อยู่รวมกันแล้ว ต้นไม้ทุกชนิดถือเป็นส่วนสำคัญที่มีหน้าที่สร้างความสวยงาม ดูดซับมลพิษและเพิ่มออกซิเจนที่เป็นประโยชน์ต่อมนุษย์และสิ่งมีชีวิตอื่นๆ “รุกขกร” ผู้อนุรักษ์ไม้ใหญ่ ต้นไม้เหล่านั้นโดยเฉพาะไม้ใหญ่จำเป็นต้องมีการดูแลอย่างถูกต้อง มิใช่เพียงตัดเพื่อแก้ปัญหาอย่างหนึ่งอย่างใดเท่านั้น แต่ควรทำให้เกิดความสวยงาม สร้างทัศนียภาพที่ดีด้วย ที่สำคัญกว่านั้นคือ ต้องคงสภาพความสมบูรณ์ให้มีอายุยาวนานต่อไป งานเหล่านี้ในต่างประเทศมีหน่วยงานรับผิดชอบโดยตรงแล้วมีบุคลากรทำงานที่เรียกว่า “รุกขกร” (arborist) คอยกำกับดูแลอย่างใกล้ชิด รุกขกร จะทำงานโดยใช้ศาสตร์และศิลป์ร่วมกัน กว่าจะลงมือตัดแต่งต้นไม้ต้องมองรอบด้าน ทั้งแง่ความเป็นธรรมชาติ ความสวยงาม ตลอดถึงทัศนียภาพ ไม่ได้มองเพียงปัญหาใดเพียงอย่างเดียว เกือบทุกประเทศทั่วโลกล้วนมีหน่วยงานที่ดูแลต้นไม้ใหญ่ มีรุกขกรอาชีพเป็นจำนวนหลายร้อยคน แต่สำหรับบ้านเราดูเหมือนจะห่างไกลกับการใส่ใจต้นไม้ใหญ่ในเมือง ขาดการวางแผนการปลูก และการดูแลที่ถูกต้อง ไม่กี่ปีมานี้มีการพูดถึงรุกขกรมากขึ้น หลังจากพบว่าต้นไม้ใหญ่ในเมือ
ไม้ด่างเป็นพืชซึ่งเกิดจากความผิดปกติทางธรรมชาติ แต่ความผิดปกติทางสายพันธุ์นี้เองกลับทำให้เกิดความแปลกแตกต่างกลายเป็นจุดเด่นจากสีเดิมๆ กลายเป็นแถบสี ลายจุดหรืออาจมีหลายสีสัน และลวดลายในใบเดียวกันที่แสดงอาการด่างตามส่วน ต่างๆ ทั้งลำต้นใบ และดอก ลายด่างที่เกิดตามลำต้นและใบ ความแปลกใหม่ และหายากของไม้ด่างบางชนิด กลับมีเสน่ห์ชวนให้หลงไหลจนทำให้มีคนหันมานิยมปลูกเลี้ยงประดับบรามีเป็นจำนวนมาก ปัจจุบันมีไม้ด่างหลายชนิด ที่ได้รับความนิยมในหมู่นักนักสะสม ยิ่งเป็นไม้แปลก หายากยิ่งดูเหมือนเป็นการกระตุ้นให้นักเล่นทั้งหลายต้องดั้นด้นค้นหาและยอมจ่ายเงินค่อนข้างสูงเพียงเพื่อได้ต้นไม้มาเชยชมเป็นเจ้าของ ไม้ด่างที่เห็นจำหน่ายตามท้องตลาดมีหลากหลายชนิดให้เลือกสรรจับจองเป็นเข้าของ นำมาปลูกประดับตกแต่งตามสถานที่ทำงาน อาคาร สวนหน้าบ้าน ซึ่งราคาจำหน่ายขึ้นอยู่กับความแปลกของสีสัน รูปทรง และความหายาก จันทน์ผาด่างซึ่งเกิดจากการกลายพันธุ์ของเมล็ดจันทน์ผาที่เห็นกันทั่วไป มีขนาดต้น สี และใบที่แตกต่างกันจากต้นแม่ โดยเฉพาะใบจะมีลวดลายและสีที่แปลกกว่าจันทน์ผาที่ปลูกเป็นไม้ประดับตามสนามหญ้าและสวนหินเป็นไม้ประดับชนิดหนึ่ง
ชื่อวิทยาศาสตร์ Uvaria cordata (Dunal) Alston ชื่อวงศ์ ANNONACEAE ชื่ออื่นๆ กล้วยหมูสัง (ตรัง) นมวัว (สุราษฎร์ธานี) นมแมวใหญ่ (ชุมพร) นมควาย (นครศรีธรรมราช) ลาเกาะ (นราธิวาส) บักผีผ่วน (อีสาน) กล้วยพังพอน กล้วยมูสัง หนูภูมิใจกับความสวยเมื่อออกดอก ทั้งสีสัน และกลีบดอกสด มีทั้งสีชมพูอ่อน และแดงเข้ม ส่วนเกสรในดอกที่อยู่ชิดแน่นเป็นตุ่มกลมเรียงกลางดอกมีสีเหลือง จากจุดนี้เมื่อแก่ก็เป็นผลกลุ่มจำนวนมากออกมา คล้ายหวีกล้วยเล็กๆ คงจะเป็นลักษณะนี้เอง ทำให้หนูถูกเรียกว่า กล้วยมูสัง หรือกล้วยหมูสัง หรือกล้วยพังพอน เพราะภาคใต้ คำว่า “มูสัง หรือ มุดสัง” หมายถึงชะมด และกล้วยมูสังนี้แหละที่ชะมดชอบกินมากๆ แต่เรื่องชื่อ “นมช้าง” หนูไม่รู้ที่มาเลย เพราะคนทั่วไปเรียกหนูสารพัดชื่อนม แสดงว่าไม่เกี่ยวกับขนาดนม ตอนแรกหนูคิดว่าปลายใบของหนูจะใหญ่ คล้ายหรือเหมือนนมของช้าง แต่คงจะไม่ใช่ เพราะว่ามีเรียกทั้ง นมวัว นมควาย และนมแมวใหญ่ แต่ความจริงใบของหนูก็เล็กกว่านมของตัวช้างจริงแน่ๆ ตัวหนูเองเป็นไม้เถาขนาดใหญ่ เนื้อแข็ง จะว่าเป็นพรรณไม้กึ่งเลื้อยก็ได้ เพราะสามารถพาดไปกับต้นไม้อื่น และเลื้อยไปได้หลายสิบเมตร กิ่งอ่อนแล
เรื่องโควิด-19 ก็ว่ากันไป แต่ในช่วงที่โลกเหมือนสงบนิ่งนั้นก็ได้เกิดอาชีพใหม่ๆ ขึ้นมารองรับอีกมากมาย หนึ่งในนั้นก็คือ ในวงการโลจิสติกส์ คนซื้อ-ขายกันทางออนไลน์ ดังนั้น คนรับ-ส่งของจึงเกิดขึ้นมาควบคู่กัน ราคาค่าบริการก็ต้องศึกษาให้ดีนะครับ มีถูก-แพงต่างกันไป อีกหนึ่งอาชีพที่ยังทำเงินกันได้แม้ในยุคนี้นั่นคือคนขายต้นไม้ ไม้ผล ไม้ดอก ไม้สวยงาม กระทั่งพืชผักสวนครัวก็ขายได้ขายดีทั้งนั้น เหตุเพราะมีคนทำงานอยู่ที่บ้านกันมาก มีเวลาว่างมากก็ต้องมีอะไรทำ ในยุคหนึ่งจนมาถึงปัจจุบันที่ยังไม่ตกกระแสไปมากนักนั่นคือแค็กตัส หรือไม้ตระกูลกระบองเพชรทั้งหลาย ยังทำเงินให้ผู้ขายได้อย่างงดงาม หันไปทางวงการกล้วยไม้ที่อาจดูซบเซา แต่บางรายบอกว่ายอดขายไปเวียดนามในช่วงนี้ดีเหลือเกิน ไม่นับพระเอกตลอดกาล ทุเรียน ว่ากันว่าปีนี้ราคาก็ยังดีสม่ำเสมอแม้การส่งออกจะไม่สะดวกเท่าอดีต แต่ก็ไม่มีปัญหามากนัก นอกจากบางเรื่อง เช่น กำแพงภาษีระหว่างเมือง ซึ่งคงนอกประเด็นที่เราจะมาพูดคุยกัน วันนี้ผมมีเรื่องไม้ด่างมาบอกเล่าครับ ระยะเวลาปีกว่าๆ มานี้ วงการไม้ด่างคึกคักเป็นอย่างยิ่ง ราคาเป็นหมื่นเป็นแสน กระทั่งเกินล้านบาท ว่ากันว่าบางอย
ชื่อวิทยาศาสตร์ Aspidistra elatior Blume ชื่อวงศ์ CONVALLRIACEA สมญานาม Cast-iron-plant ชื่ออื่นๆ บัวดอย เฒ่าทิ้งไม้เท้า ปู่เฒ่าทิ้งไม้เท้า เก่ยโคหล่า (กะเหรี่ยง) ปู่เพิ่งกลับจากเยี่ยมเหลนคนแรกซึ่งเกิดจากหลานคนโตที่อยู่ต่างจังหวัดไม่ไกลนัก คือแค่นั่งรถไปเพียงงีบเดียว ตอนกลับบ้านเผลอลืมไม้เท้าไว้บ้านหลาน เพราะยกกระถางบัวขึ้นรถแล้วออกรถกลับทันที ดีใจที่ได้บัวสีที่ชอบและชื่อก็คล้ายๆ กับชื่อของปู่ ที่เขาเรียก “บัวดอย” เพียงแต่ปู่ไม่เคยไปอยู่บนดอยแค่นั้นเอง ด้วยไม่อยากได้ยินชื่อที่กะเหรี่ยงเรียกปู่เพราะออกเสียงยาก แต่ชอบใจที่ใครๆ เรียกชื่อ ซึ่งบอกความหมายเป็นเรื่องจริงที่ว่า “ลืมไม้เท้า” หรือ “ทิ้งไม้เท้า” เนื่องจากใครๆ รวมทั้งนักวิจัยศึกษาพบว่า สารสกัดที่ออกจากน้ำต้มก้านใบทั้งต้นที่ปิ้งไฟแล้วต้มดื่ม มีสรรพคุณจนไม่ต้องใช้ไม้เท้าค้ำยันเข่า และไม่ปวดหลัง ปวดเอว ปู่ได้ยินคำว่า “ไม้เท้า” แล้วทำให้คิดถึงตอนหนุ่มๆ ที่อยากมี “ไม้ตะพด” เหมือนที่เห็นในหนังนักเลงบ้านนอก คิดว่าถือแล้วเท่ แต่ปัจจุบันเห็นมีไม้เท้าที่เป็นประโยชน์จริงๆ ในสังคมตัวใครตัวมัน คือ “ไม้เท้าสีขาว” ที่เราเห็นคนตาบอดใช้คลำทาง ตามป
