ไม้ดอกไม้ประดับ
มหาวิทยาลัยแม่โจ้ เปิดตัว “แม่โจ้กรีนเพิร์ล – แม่โจ้ไวท์เพิร์ล – แม่โจ้พิงค์เพิร์ล” ปทุมาสายพันธุ์ใหม่ของโลก ปรับปรุงพันธุ์ให้มีโครโมโซม 3N เป็นหมัน แก้ปัญหาต่างชาตินำสายพันธุ์ไปผสมต่อ จดสิทธิบัตรเพื่อให้เกษตรกรได้ผลิตส่งออกทั่วโลก ผลงานของ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. เฉลิมศรี นนทสวัสดิ์ศรี อาจารย์/นักวิจัย สังกัดคณะผลิตกรรมการเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. เฉลิมศรี นนทสวัสดิ์ศรี กล่าวว่า ปทุมา เป็นไม้ดอกไม้ประดับเศรษฐกิจที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับสองรองจากกล้วยไม้ กำลังเป็นที่ต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศเป็นจำนวนมาก มีทั้งแบบไม้ตัดดอกและไม้กระถาง ซึ่งที่ผ่านมาการส่งดอกปทุมาไปต่างประเทศ ได้พบปัญหาบริษัทต่างประเทศนำสายพันธุ์ของไทยที่ส่งออกไปผสมพันธุ์และสร้างสายพันธุ์ใหม่มาแข่งขันกับสายพันธุ์เดิม จึงทำให้ดอกปทุมาของไทยได้รับผลกระทบ เสียเปรียบทางการค้าในต่างประเทศ เกษตรกรเสียโอกาสในการสร้างรายได้ที่ยั่งยืน ดังนั้นคณะผลิตกรรมการเกษตร จึงได้ทำการวิจัยเพื่อพัฒนาพันธุ์ดอกปทุมาโดยได้รับทุนวิจัยจากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ในปี 2560-2561 ซึ่งจากการศึกษาวิจัยโดยการผสมข้ามพันธุ์ระหว่
เด็กหญิงวริศรา มีเถื่อน หรือน้องอร สาวน้อยมือฉมัง เพาะเลี้ยง “ออดิบจันทร์ฉาย” ขายได้ต้นละ 555,555 บาท ทั้งนี้ เทคโนโลยีชาวบ้านออนไลน์ ได้โทรศัพท์ สัมภาษณ์พูดคุยกับ น้องอร เด็กหญิงวริศรา มีเถื่อน อาศัยอยู่ที่จังกระบี่ ให้ข้อมูลว่า จุดเริ่มต้นของการเพาะเลี้ยงออดิบสร้างรายได้ เกิดจากการใช้เวลาว่างหลังจากเรียนออนไลน์ เนื่องจากที่บ้านชื่นชอบการปลูกต้นไม้เป็นทุนเดิม พี่ชายจึงได้หากิจกรรมเสริมเป็นการหาต้นไม้มาให้ปลูกหลังจากเรียนออนไลน์เสร็จ ด้วยการหาสั่งซื้อต้นไม้ด่างที่กำลังเป็นกระแสอยู่ในขณะนี้ จนได้ไปถูกใจกับออดิบจันทร์ฉายจากจังหวัดนครศรีธรรมราชมาให้เพาะเลี้ยงในราคาต้นละ 1,400 บาท ซึ่งในตอนนั้นเมื่อประมาณ 1 ปีที่แล้ว “ออดิบ” ยังไม่เป็นที่นิยมเป็นที่รู้จักในวงแคบๆ แต่พอช่วงประมาณ 2 เดือนที่ผ่านมา “ออดิบ” ได้กลายมาเป็นกระแสส่งผลทำให้ราคาพุ่งสูงถึงต้นละ 50,000 ถึงราคาหลักหลายแสนบาท แล้วแต่ความสวย และความชอบของแต่ละบุคคล ส่วนออดิบ ที่น้องอรขายในราคาต้นละ 555,555 บาทนั้น คือออดิบจันทร์ฉาย มีลักษณะใบสีเขียวตัดเหลือง สีลวดลายตัดกันชัดเจนสีเหลืองจะมีความเปล่งประกายมาก มีลำต้นใหญ่ กว้าง ในกอด่างทุก
ไม้ใบด่างกำลังเป็นอีกหนึ่งสินค้าทางการเกษตรที่กำลังจำหน่ายได้ดีในช่วงนี้วิกฤตโควิด-19 ทำให้หลายๆ คนที่ไม่ได้ออกจากบ้านได้มีเวลามาปลูกเลี้ยงไม้ประดับมากขึ้น โดยเฉพาะไม้ด่างที่เป็นอีกหนึ่งพันธุ์ไม้ยอดฮิตชนิดที่ว่าเห็นอยู่ได้บ่อยตามสื่อโซเชียลมีเดียต่างๆ ที่ผู้คนหลากหลายอาชีพหลายวัยให้ความสนใจ จนสามารถสร้างเป็นอาชีพที่ประสบผลสำเร็จและสร้างเป็นรายได้ที่ดีไม่น้อยทีเดียว คุณพงษ์พันธ์ เปี่ยมมนัส หรือ คุณเก่ง อยู่บ้านเลขที่ 255/2 หมู่ที่ 1 ตำบลนางบวช อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นอีกหนึ่งบุคคลที่ประสบผลสำเร็จในเรื่องของการทำไม้ด่างเป็นอย่างมาก ซึ่งเขาเองไม่คิดไม่ฝันว่าไม้ด่างจากที่เคยซื้อมาขายไปเพื่อทำกำไรในช่วงแรกจะกลับมาสร้างเป็นอาชีพที่เขาเองก็คาดไม่ถึง จากนั้นเขาได้นำผลกำไรที่ได้จากการจำหน่ายมาขยับขยายสร้างเป็นสวนไม้ด่างแบบเต็มรูปแบบ เพื่อสร้างเป็นอาชีพในแบบที่เขารักต่อไปในอนาคตอีกด้วย โควิด-19 เป็นเหตุ จึงทำให้ได้รู้จักกับไม้ด่าง คุณเก่ง เล่าให้ฟังว่า เริ่มแรกเดิมทีนั้นได้ไปทำงานอยู่ที่สาธารณรัฐเกาหลี เมื่อทำงานได้เงินจำนวนหนึ่งจึงได้กลับมาประเทศไทยเพื่อมาอยู่ยังบ้านเกิด โดยหลั
ปัจจุบันกล้วยไม้ยังเป็นสินค้าที่ตลาดทั้งในและต่างประเทศมีความต้องการเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะกล้วยไม้ตัดดอก เพราะบ้านเรามีการผลิตกล้วยไม้ที่หลากหลายสายพันธุ์ จึงทำให้เป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีแหล่งผลิตที่ตลาดต่างประเทศมีความต้องการ เมื่อเข้ามาติดต่อซื้อขายในประเทศไทย นอกจากจะได้ความหลากหลายของกล้วยไม้ตัดดอกไปแล้ว ยังได้ช่อดอกกล้วยไม้ที่มีคุณภาพตรงตามมาตรฐานที่กำหนด จึงไม่เป็นเรื่องแปลกว่าทำไมกล้วยไม้ไทยจึงมีการพัฒนาอยู่เสมอมาจนถึงทุกวันนี้ อย่างเช่นกล้วยไม้สกุลหวายเป็นสายพันธุ์ที่ดูแลได้ง่าย และการสร้างเป็นไม้ตัดดอกก็สามารถทำเป็นคุณภาพได้ดี ส่งผลให้เกษตรกรในบ้านเราเลือกที่จะปลูกเป็นไม้ตัดดอก สร้างเม็ดเงินเข้าสู่ประเทศเป็นหลักหลายล้านบาททีเดียว เมื่อตลาดต่างประเทศมีความต้องการเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้ลูกค้าที่เข้ามาติดต่อซื้อต้องการความต่อเนื่องของสินค้าอยู่ตลอด จึงทำให้เกษตรกรเพิ่มให้ความสำคัญของการรวมกลุ่มสร้างผลิตกล้วยไม้แปลงใหญ่ขึ้นมา เพื่อให้สินค้าที่ผลิตมีจำนวนที่มากเพียงพอ ส่งจำหน่ายได้ลูกค้าได้ตลอดทั้งปี คุณนัฐวุฒิ เนตรประไพ อยู่บ้านเลขที่ 4/7 หมู่ที่ 7 ตำบลบ้านใหม่ อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนท
จากการที่ได้สัมภาษณ์เกษตรกรผู้ปลูกเลี้ยงไม้ประดับใบ ไม่ว่าจะเป็นไม้ใบด่างหรือไม้ประดับใบปกติ เกษตรกรหลายท่านต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าทุกวันนี้วงการไม้ประดับใบ ราคาของไม้ค่อนข้างขยับขึ้นลงชนิดที่ว่าต้องหมั่นคอยเช็กราคาอัพเดทไม่ต่างกับการเล่นหุ้นกันเลยทีเดียว เพราะแต่ละวันราคาค่อนข้างมีการขึ้นลงชนิดที่ว่าเกษตรกรต้องเช็กกันเป็นรายวัน จะพลาดข่าวสารเสียมิได้ หากมีการคำนวณที่พลาดหรือคลาดเคลื่อนอาจทำให้ราคาที่จำหน่ายอาจได้น้อยลงหรือไม่ถูกต้องตามกลไกตลาด จึงทำให้ในช่วงนี้สถานการณ์โควิด-19 ไม้ใบเป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาที่หลายๆ ท่านให้ความสนใจและจับเป็นอาชีพเสริมและหลักในการปลูกเพื่อสร้างรายได้ คุณปาลจิรา บุญใจใหญ่ อยู่บ้านเลขที่ 102/5 หมู่ที่ 7 ตำบลมหาสวัสดิ์ อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี เป็นเกษตรกรรุ่นใหม่ที่มีความสนใจที่มาเข้าสู่วงการไม้ประดับใบด้วยเช่นกัน โดยครอบครัวของเธอได้ทำสวนไม้ประดับใบอยู่แล้ว แต่ในช่วงนั้นเธอยังไม่ได้ให้ความสนใจในเรื่องของการปลูกไม้ประดับใบมากนัก เพราะมีความฝันและอยากจะลงมือทำงานทางด้านอื่นๆ ก่อน แต่เมื่อวันเวลาเหมาะสมและคิดว่าการทำไม้ประดับใบสามารถสร้างเป็นอาชีพที่เลี้ย
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกับจังหวัดอุดรธานี และเครือข่ายพันธมิตร พัฒนาพื้นที่ชุมชนแปลงใหญ่ไม้ดอกไม้ประดับบ้านห้วยสำราญ เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรแห่งใหม่ ชมความงามไม้ดอกได้ตลอดปี พร้อมเปิดตัว “ปทุมาห้วยสำราญ” ไม้ดอกหน้าฝนสายพันธุ์ใหม่ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ได้นำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม (วทน.) ยกระดับประสิทธิภาพการผลิตสินค้าทางการเกษตรของจังหวัดอุดรธานี สอดคล้องกับแผน นโยบายและยุทธศาสตร์พัฒนาของจังหวัดที่จะยกระดับความเป็นเมืองท่องเที่ยวของจังหวัด สวทช. โดยสถาบันการจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรมเกษตร (สท.) ได้ร่วมกับจังหวัดอุดรธานี มหาวิทยาลัยแม่โจ้ และกลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปลงใหญ่ไม้ดอกไม้ประดับบ้านห้วยสำราญ-ห้วยเจริญ ตำบลหนองไฮ อำเภอเมืองอุดรธานี พัฒนาพื้นที่ของชุมชนให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงเกษตรแห่งใหม่ของจังหวัดอุดรธานี โดยนำความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเข้ามาสนับสนุน กลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปลงใหญ่ไม้ดอกไม้ประดับบ้านห้วยสำราญ-ห้วยเจริญ เป็นกลุ่มเกษตรกรผู้ผลิตไม้ดอกไม้ประดับกลุ่มใหญ่ของจังหวัดอุดรธานี และยังเป็นแหล
ในช่วงนี้ ไหนๆ กระแสไม้ด่างก็กำลังมาแรงชนิดที่ว่าเปิดชมสื่อโซเชียลต่างๆ ก็จะมีแต่รูปไม้ด่างขึ้นมาเต็มไปหมด หรือแม้แต่คนดังก็ยังเสนใจในการปลูกไม่น้อยทีเดียว ในปักษ์นี้ก็อยากจะนำเสนอเรื่องราวของไม้ด่างอีกสักเรื่อง ในมุมของนักสะสมหน้าใหม่ที่ได้เข้ามาปลูกอย่างจริงจัง จนสามารถเกิดเป็นรายได้ชนิดที่ว่าเขาเองก็ไม่คาดฝันว่าจะทำได้ และเกิดเป็นแรงบันดาลใจให้กับใครหลายๆ คนในเวลานี้ คุณปรัชญาวัต มะนาวหวาน ทำสวนไม้ด่างอยู่ที่อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี เขาได้ปรับเปลี่ยนการสร้างรายได้ของเขามาเพาะพันธุ์ไม้ด่างจำหน่าย โดยหมั่นเรียนรู้อยู่เสมอ พร้อมทั้งมีการหาไม้ที่เป็นความต้องการของตลาดเข้ามาปลูก จึงช่วยให้ลูกค้ามีตัวเลือกในการจับจองเป็นเจ้าของมากขึ้น สวนของเขาจึงเป็นที่พูดกันออกไปปากต่อปากและเป็นที่รู้จักในวงการคนชื่นชอบไม้ด่าง คุณปรัชญาวัต ก่อนหน้านี้ได้ทำธุรกิจทางด้านอื่นก่อนเกิดวิกฤตต่างๆ จนเริ่มมีการสะสมของหนี้สิน ต่อมามีอาจารย์ที่สนิทกันได้เสนอแนะให้มาปลูกไม้ด่าง จึงได้ปรับเปลี่ยนจากสิ่งที่ทำแล้วรู้สึกว่าไม่ใช่อาชีพที่สร้างรายได้ที่ดี มาทำสวนไม้ด่างอย่างเต็มตัว ไม้ที่เลือกเข้ามาปลูกหลักๆ
หม้อข้าวหม้อแกงลิง เป็นไม้ชนิดหนึ่งที่มีการพัฒนาใบมาเป็นกับดักเพื่อจับแมลง ลำต้นมีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1 เซนติเมตร หรือบางชนิดอาจหนากว่านี้ก็มี ใบที่พัฒนามาเป็นหม้อเริ่มแรกจะมีขนาดเล็กและค่อยๆ โตขึ้นอย่างช้าๆ จนเป็นกับดักทรงต่างๆ ที่มีขนาดใหญ่ขึ้น หม้อบรรจุไปด้วยของเหลวที่พืชสร้างขึ้นเอง มีลักษณะเป็นน้ำเพื่อให้เหยื่อจมน้ำตาย ซึ่งบริเวณด้านบนจะมีผิวลื่นเป็นมันเพื่อไม่ให้เหยื่อหนีรอดออกมาได้ โดยทางเข้าของปากหม้อจะมีสีสันที่สวยงามดึงดูดเหยื่ออีกด้วย จากการศึกษาแสดงให้เห็นว่าน้ำที่บรรจุอยู่ในหม้อนั้น เป็นสารเหนียวใช้สำหรับย่อยแมลงในหม้อ จากนั้นจะดูดซึมสารอาหารจากเหยื่อที่จับได้ไปใช้ต่อไป ซึ่งปัจจุบัน หมอข้าวหมอแกงลิง เป็นพันธุ์ไม้ที่หลายๆ คน ให้ความสนใจ เพราะหลงใหลในความมีเสน่ห์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว สามารถวางตกแต่งหน้าบ้านก็ได้หรือจะแขวนโชว์ก็โดดเด่นน่ามอง จึงทำให้ผู้ที่ชื่นชอบถึงกับนำมาปลูกเลี้ยงสะสมกันมากมายสายพันธุ์ เหมือนเช่น คุณประกิต โพธิ์ศรี อยู่บ้านเลขที่ 14 หมู่ที่ 7 ตำบลตาขัน อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง เป็นผู้ที่ชื่นชอบในไม้ชนิดนี้มากจนสามารถทำเป็นอาชีพ ที่ส่งขายได้ทั้งในแล
ผู้เขียนได้ติดตามดูสวนดาวเรือง ของ คุณเกษสุดา ปานันตา อายุ 32 ปี เลขที่ 203/1 หมู่ที่ 9 ตำบลดอนศรีชุม อำเภอดอกคำใต้ จังหวัดพะเยา อดีตสาวแอร์โฮสเตส สายการบินแห่งหนึ่ง ที่ผันตัวเองกลับบ้านใช้พื้นที่ว่างภายในบ้านปลูกดาวเรืองขาย สร้างรายได้ดี คุณเกษสุดา ปานันตา กล่าวว่า ตนเองทำงานเป็นสาวแอร์โฮสเตสภาคพื้นของสายการบินแห่งหนึ่ง แต่ด้วยภาวะเศรษฐกิจ และอยากกลับมาอยู่บ้าน จึงมีแนวคิดใหม่ในการสร้างอาชีพให้ตนเองและครอบครัว จึงหันมาสนใจการปลูกดอกดาวเรือง เพราะใช้ระยะเวลาสั้นๆ ในการเก็บเกี่ยวผลผลิต และเก็บขายได้หลายครั้งต่อการปลูกหนึ่งรอบ โดยใช้พื้นที่ว่างเปล่าทำเป็นแปลงทดลอง ซึ่งทำการทดลองปลูกดาวเรืองพันธุ์ดริฟโกล ที่เลือกพันธุ์นี้เพราะให้ดอกแน่น ให้ผลผลิตสูง ดาวเรืองปลูกเพียง 45 วันเท่านั้น ก็จะเริ่มออกดอกตูมเป็นดอกเล็กๆ เต็มต้น หลังจากนั้นจะทยอยบานออกดอกสีเหลืองจนเต็มพื้นที่แปลงเพาะปลูก จนเริ่มตัดดอกดาวเรืองได้ โดยตนจะตัดขาย 1 วัน หยุดพัก 2 วัน เพื่อให้ดอกเติบโต หลังจากเก็บเสร็จก็นำไปคัดขนาดของดอกเป็น 5 ขนาด บรรจุถุงขาย ในราคาดอกละ 40 สตางค์ ถึงดอกละ 1 บาท สำหรับผลผลิตที่ส่งจำหน่าย จะส่งที่ตลาดไท
ในระยะนี้ถ้าพูดถึงเรื่องของวงการไม้ดอกไม้ประดับ กระแสของไม้ใบด่างค่อนข้างที่จะได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก จะเห็นได้จากสื่อโซเชียลมีเดียต่างๆ ที่มีการซื้อขายกันในราคาที่ค่อนข้างสูง และสามารถสร้างเป็นอาชีพให้กับเกษตรกรผู้ปลูกได้อย่างมากทีเดียว กระนั้นก่อนที่ไม้ใบด่างจะมาเป็นกระแสอย่างเช่นทุกวันนี้ ก็มีผู้ที่ชื่นชอบและพัฒนามาอยู่เรื่อยๆ จนเป็นไม้ที่เก็บสะสมมาเป็นเวลานานไว้สำหรับแลกเปลี่ยนกับผู้ที่ชื่นชอบเหมือนกัน จึงเกิดการสร้างกลุ่มเพื่อนของผู้เลี้ยงไม้ใบเพื่อพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน อาจารย์จักรกฤษณ์ ทัพบำรุง อยู่บ้านเลขที่ 7 หมู่ที่ 7 ตำบลย่านยาว อำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย เป็นอีกหนึ่งท่านที่ชื่นชอบการปลูกไม้ด่างมาหลายสิบปี โดยส่วนมากจะทำเพื่อการเชิงอนุรักษ์และแลกเปลี่ยนให้กับเพื่อนเกษตรกรที่สนใจหรือเป็นนักเล่นมือใหม่ที่ต้องการคำแนะนำ ก็จะหมั่นเข้ามาศึกษาหาองค์ความรู้เพื่อแลกเปลี่ยนกับอาจารย์ท่านอยู่เสมอ อาจารย์จักรกฤษณ์ เล่าว่า เริ่มสนใจไม้ใบด่างตั้งแต่สมัยที่ยังเป็นวัยรุ่น โดยช่วงนั้นยังมีการซื้อขายที่ราคาไม่แรงหรือเป็นกระแสน่าสนใจเหมือนเช่นสมัยนี้ โดยในยุคนั้นจะรู้จักกันเพียงแต่กล้วยด่าง
